Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 41 ปิดจ๊อบและการสอบถาม
“ไว้เจอกันนะหนูราม” อดิศรกล่าวลาทันทีเพราะเขายังคงมีงานที่ต้องทำต่อ ส่วนอดิเรกในฐานะประธานนักเรียนแล้วเขาจึงโดนรองประธานลากไปจัดการงานเอกสารของสภาทันที ส่วนเนื้อหมูป่าเขี้ยววายุที่มีปัญหาเรื่องการขนย้ายก็ถูกแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วโดยรามได้ทำแหวนอักขระให้ไปซึ่งภายในสามารถจุของได้ 50×50 ลูกบาศก์ รวมทั้งยังมีอักขระคงสภาพไว้ด้วยเพื่อกันเนื้อเน่าเสีย
แน่นอนว่าอดิศรก็สนใจเช่นกันเขามองสิ่งนั้นด้วยสายตาที่เป็นประกาย จนรามทนลูกตื้อไม่ไหวจึงทำให้อดิศรไปอีกวงหนึ่ง แล้วอีกอย่างรามไม่ได้ทำให้ฟรี ๆ ค่าแหวนที่รามคิดก็แค่วงละ 100 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งอดิศรและวีนัสต่างเซ็นเช็คให้รามโดยทันทีและไม่มีคิดทบทวนแม้แต่นิดเดียว
ส่วนดีแลนเขาก็ขอตัวไปซ้อมบาสเก็ตบอลต่อพร้อมยังต้องเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในค่ายเก็บตัวที่จะถึงในวันเสาร์นี้ด้วยทำให้ตอนนี้รามเป็นคนเดียวที่ว่างสุด ๆ สาเหตุก็มาจากวันนี้รามไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนเพราะผู้อำนวยการสั่งให้ไปพักผ่อนวันหนึ่งค่อยมาเรียนอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
“พี่คมสัน ไปธนาคารกันเถอะครับพอดีผมต้องไปขึ้นเช็คน่ะ” รามที่เดินออกมาเห็นคมสันนั่งหลับตาอยู่ก็กล่าวความต้องการของตัวเองออกไป
คมสันลืมตาขึ้นก่อนจะลุกเพื่อคุยกับราม “รับทราบครับนายน้อย แต่ว่าพอดีต้องรอรถอีกพักหนึ่งนะครับ”
“อืม…งั้นไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่าครับพี่ นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วด้วย”
“ก็ได้ครับนายน้อย” รามและคมสันเดินออกไปไม่ไกลจากหน้าโรงเรียนเท่าไหร่ก็เจอกับร้านอาหารตามสั่งซึ่งเป็นร้านประจำของเขา
“อ่าวหนูรามวันนี้เลิกเร็วงั้นหรอ” ป้านีเจ้าของร้านกล่าวถามรามด้วยความสงสัย
“อ๋อ พอดีมีเรื่องนิดหน่อยครับป้านี วันนี้มีเมนูพิเศษอะไรบ้างรึปล่าวครับ” รามกล่าวกับป้านีด้วยควาสนิทสนม
“อืม วันนี้มีหมูกรอบจ่ะ ว่าแต่หนูรามต้องการอะไรเป็นพิเศษมั้ยเดี๋ยวป้าแถมให้ หุหุ”
“ว๊าว! งั้นขอกระเพราหมูกรอบแล้วก็ไข่ดาวไม่สุกครับป้านี แล้วพี่คมจะเอาอะไรครับ” รามสั่งอาหารของเขาก่อนจะหันไปถามคมสัน
“เอาแบบนายน้อยก็ได้ครับ” คมสันกล่าวตอบรามไป
“ครับ งั้นป้านีขอกระเพราหมูกรอบไข่ดาวไม่สุกสองจานครับ ส่วนน้ำขอเป็นน้ำปล่าวครับป้า” รามสั่งอาหารเสร็จก็พาคมสันไปนั่งที่โต๊ะประจำของเขา
รามพูดคุยกับคมสันระหว่างรออาหารที่กำลังผัดอยู่ในกะทะ คำถามที่รามถามส่วนใหญ่เป็นอดีตงานที่คมสันทำได้ความว่า คมสันเป็นลูกน้องของเสือ มีความสามารถด้านการต้อสู้ที่เป็นเลิศ แต่เพราะพวกเขาถูกทรยศจากคนในกลุ่มทำให้พวกเขาถูกปลดแต่ก็มิวายถูกตามล่าอย่างหนักเหมือนกัน ในตอนนี้คมสันยังไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะเป็นยังไงบ้างก็เท่านั้นเองตอนนี้
“มาแล้วจ้า~ ข้าวกระเพราหมูกรอบสองจานไข่ดาวไม่สุกตามสั่งจ้า” ป้านีเดินมาเสิร์ฟอาหารให้กับรามก่อนจะไปทำจานต่อไป เมนูหมูกรอบถือว่าเป็นเมนูเด็ดของร้านป้านีเลยก็ว่าได้ เพราะนาน ๆ ทีป้านีจะเอาหมูกรอบออกมาขายนั้นแทบนับครั้งได้
หลังจากรามกินข้าวเสร็จก็เป็นเวลาบ่ายโมงตรงรามเดินไปจ่ายเงินก่อนโดยค่าอาหารมื้อนี้ของสองคนคือ 200 บาท อาจจะมองว่าแพงแต่นี้คือราคาต่ำที่สุดของอาหารตามสั่งแล้ว
“ไหนรถที่พี่คมสั่งมาละครับ” รามกล่าวถามเพราะเขายังไม่เห็นรถที่คาดว่าจะเป็นคันที่คมสันซื้อมาเลยจะมีก็แต่รถเบนซ์ป้ายแดงที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม
“นั่นไงครับนายน้อย”คมสันชีเไปที่รถเบนซ์ที่จอดอยู่ตรงกับสายตาของราม
“อย่าบอกนะว่า…”
“ใช่ครับนายน้อย นั่นเป็นรถที่ซื้อมาในราคาห้าล้านบาทครับ”
รามได้แต่เอามือตบหน้าผากกลาย ๆ ‘ใครจะไปเชื่อฟร๊ะ! เดี๋ยวนี้เบนซ์รุ่นเก่าสุดตัว Top ยังราคาสิบล้านอัพเลยนะเว้ย!’ แต่ว่าเขาก็ได้แต่ทำใจก่อนที่คมสันจะขอตัวไปเอารถทันทีปล่อยให้รามยืนรออยู่อีกฝั่ง
วูบ! “หืม? อาณาเขตเฉพาะงั้นหรอ” รามพึมพำออกมาทันทีเมื่อทุกอย่างรอบตัวของเขาหยุดนิ่งไป ก่อนจะปรากฏชายสองคนโผล่ออกมา คนหนึ่งมีผมสีทองดวงตาสีเขียวมรกตถือสมุดที่มีไม้กางเขนที่หน้าปกหนังสือรวมถึงสวมชุดคลุมคล้าย ๆ นักบวช
ส่วนอีกคนมีเส้นผมสีแดงเพลิง ดวงตาสีเหลืองตัดกับชุดสไตล์ตะวันตกตรงเอวตาดดาบคาตานะไว้อยู่
“ต้องขออภัยที่เราต้องดึงตัวท่านไว้ก่อนเพราะพวกเรามีเรื่องจะคุยกับท่าน” ชายผมทองกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นรามกับนักบวชผู้สูงศักดิ์
“แล้วมีเรื่องอะไรงั้นหรอครับ” รามกล่าวถามกลับไปพร้อมที่ดาบคาตานะโผล่ขึ้นมากลางอากาศก่อนที่จะตกลงสู่มือของรามอย่างแม่นยำ
“ทางเราไม่ต้องการต่อสู้กับท่านเพียงแต่ทางเราอยากให้ท่านส่งหญิงสาวคนหนึ่งคืนให้กับทางเราแค่เท่านั้น” รามที่ได้ยินก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวที่นักบวชคนนั้นกล่าวคือใคร
“งั้นก็คงต้องถามกลุ่มคนที่พวกคุณคิดจะกำจัดแล้วละครับเพราะผมมอบเธอให้พวกเขาจัดการไปแล้ว” รามตอบกลับไปด้วยน่ำเสียงที่ราบเรียบ
“แก! แกกล้าดียังไงส่งเธอให้กับพวกนั้น!” ชายผมแดงเริ่มเดือนจึงกล่าวแทรกขึ้นพร้อมด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด มันเตรียมจะเข้าสู้กับรามทันทีแต่ทว่าก็ถูกห้ามไว้เสียก่อน
“นายไม่สามารถสู้กับเขาได้หรอก หากไม่อยากทิ้งชีวิตอย่าคิดทำอะไรโง่ ๆ ” ชายผมทองกล่าวเตือน
“แต่ว่า! ชิ” ชายผมแดงยอมลดดาบในที่สุดแต่ยังคงส่งสายตาโกรธแค้นให้รามอยู่ตลอดเวลา
“เราต้องขออภัยกับความไร้มารยาทของคนของกระผมด้วย หวังว่าท่านคงไม่ถือสา หากว่าท่านได้ส่งหญิงสาวคนให้กับทางนั้นแล้ว ทางเราก็ไม่สามารถเอาความอะไรกับท่านได้” ชายผมทองกล่าวจบก็เตรียมที่จะจากไปทันทีส่วนคนผมแดงนั้นแผ่จิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน จนรามเริ่มสงสัยว่าหญิงสาวคนนั้นน่าจะเป็นคนรักของมันแน่ ๆ
“เห้อ~ สงสัยเข้าไปยุ่งกับเรื่องน่าปวดหัวอีกแล้วซินะเรา” รามถอนหายใจออกมาก่อนจะเก็บดาบของเขาเข้ามิติไป ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นห่วงตัวเขาแต่ว่าพ่อของเขาตางหากที่น่าเป็นห่วง การที่นักล่าปีศาจรับรู้ถึงตัวตนของรามได้ก็น่าจะสามารถรับรู้ถึงประวัติครอบครัวด้วยแน่ ๆ ‘เอาเถอะ ถ้ามายุ่งกับคนรอบข้างของเราเมื่อไหร่เมื่อนั้นถึงพระเจ้ามาห้ามก็ไม่หยุด’ ผ่านไปไม่นานเวลาก็กลับมาเดินตามปกติ รามยืนรอคมสันพักหนึ่งก็รถเบนซ์คันดังกล่าวเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในส่วนที่รามยืนรออยู่ รามเปิดประตูรถด้านหลังก่อนจะเข้าไปนั่ง ความจริงรามจะเดินไปนั่งข้างหน้าแต่ว่าคมสันดันล๊อกประตูหน้าไว้ รามจึงจำใจไปนั่งด้านหลังตามปรารถนาของคมสัน
หลังจากที่รามขึ้นรถแล้วคมสันก็ออกรถไปในทันที
[โบสถ์ใหญ่กลางเมือง]
ภายในโบสถ์สีขาวดูสงบเหล่าผู้ศรัทธาต่างสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า ทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ต่างเป็นนักล่าอสูรกับทั้งสิ้น ประตูของโบสถ์เปิดออกก่อนที่ชายสองคนจะก้าวเดินเข้ามาภายใน “กลับมาแล้วงั้นรึ ริชาร์ด ซายะ”
“ครับหลวงพ่อ” ริชาร์ดคุกเข่าลงก่อนจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เคารพต่อคนตรงหน้า
“ได้เรื่องราวว่ายังไงบ้าง”
“ไม่สามารถพารูนะกลับมาได้ครับ ตอนนี้รินะอยู่อยู่ในกำมือของพวกแวมไพร์แล้วครับ” ริชาร์ดกล่าว
“อืม…คงเป็นโชคชะตาของตัวเธอที่ขัดขืนคำสั่ง เราก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว แล้วคนที่พวกเจ้าไปสอบถามเป็นยังไงบ้าง”
“เห็นสมควรว่าหากไม่เอามาเป็นพวกก็ไม่สมควรเป็นศัตรูขอรับ บุคคลที่ข้าไปสอบถามนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าด้วยขอรับ และอีกอย่างเรายังไม่สามารถระบุความสามารถของคน ๆ นั้นได้ครับ” ริชาร์ดกล่าวตอบกลับไป
“แล้วเจ้าละซายะ ตั้งแต่กลับมาข้าสัมผัสได้ถึงความแค้นในจิตใจของเจ้า อย่างที่ข้าได้เตือนเจ้าไปรวมถึงทุกคนในที่นี้ด้วย ตอนนี้ท่างเบื้องบนตัดสินใจที่จะสงบศึกกับเหล่าอมนุษย์ เว้นแต่พวกที่ทำร้ายมนุษย์บริสุทธิ์เท่านั้นที่เราจะกำจัด ละทิ้งความคิดดั่งเดิมซะ ทบทวนให้ดี พวกเขานั้นน่าสงสารเพราะถูกพระผู้เป็นเจ้าทอดทิ้ง พ่อขอตัวก่อน” บาทหลวงกล่าวจบก็เดินจากไปทันทีทิ้งให้เหล่านักล่าปีศาจทบทวนความคิดของพวกเขาไป
“เจ้าจะไปไหนซายะ” ริชาร์ดกล่าวถามออกไป
“ไปหาที่ระบายอารมณ์” ซายะ ริชาร์ดได้แค่จ้องมองแผ่นหลังของเพื่อนเดินจากไป ริชาร์ดหวังเพียงว่าเพื่อนของเขาคงไม่คิดทำอะไรโง่ ๆ ลงไปเท่านั้น…
กลับมาที่ราม ในตอนนี้รามยืนอยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งพร้อมกับคมสัน “พี่จะรออยู่ข้างนอกหรือว่าเข้าไปกับผมครับ”
“ผมรออยู่ข้างนอกก็ได้ครับนายน้อย” คมสันกล่าวตอบรามไป
รามพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปในธนาคาร รามรับบัตรคิวก่อนจะนั่งรอพักหนึ่งก็ถึงคิวของเขา รามยื่นสมุดบัญชีพร้อมกับเช็คเงินสด สี่ ใบให้พนักงานไป เมื่อพนักงานเห็นยอดเงินก็ตาโตเพราะจำนวนของมันเยอะมาก พนักงานหน้าเคาน์เตอร์บริการรามอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเสนอขายประกันและบัตรเครดิตให้กับราม แต่รามก็ปฏิเสธไปในเมื่อเขามีบัตรที่ไม่จำกัดวงเงินแล้วจะเอาบัตรจำกัดวงเงินมาทำไมอีกส่วนประกันงั้นหรอไม่จำเป็นในเมื่อเขามียารักษาได้ทุกโรคแม้แต่ HIV ก็ยังรักษาได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บแค่ใช้ยาฟื้นฟูก็สิ้นเรื่อง แม้แต่แขนที่ขาดยังสามารถงอกออกมาใหม่ได้! (แต่เดี๋ยวก่อน! เพียงคุณโทรมาใน 100 วินี้รับฟรีทันทีใบชุบชีวิตอีกหนึ่งใบฟรี! โทรหาเราตอนนี้ที่เบอร์:ไรต์เซ็น)
(02-×××-××× ถุ้ย! ไม่ใช่ทีวีหลอกแด็กเว้ย!:น้องราม)
รามรับสมุดบัญชีมาเช็กยอดเงินก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าไป ก่อนจะเดินออกจากธนาคารทันที “แวะมาร์เก็ตก่อนนะครับพี่คม” รามขึ้นมานั่งบนรถก่อนจะบอกจุดหมายต่อไป
“รับทราบครับ”