Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 43 ประเมิน
“ไอ้หนูนี่นิ ว่าแต่เป็นไงมีดใช้ดีมั้ย”มิคาโดะกล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่คาดหวัง
“ดีสุด ๆ เลยครับลุง วันนี้ผมแวะมาซื้อของไปทำอาหารเลยแวะมาหา ว่าแต่ทำไมร้านของลุงถึงไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าเลยละครับทั้ง ๆ ที่ของดูแล้วคุณภาพดี ๆ ทั้งนั้น” รามกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็เป็นแบบนี้แหละ ร้านของข้าถึงของจะมีคุณภาพก็จริงแต่ราคาของมันสูงเกินกว่า’คนทั่งไป’จะซื้อมันได้ นาน ๆ ทีจะมีลูกค้าเข้ามาซื้ออย่างเช่นเอ็งไงเจ้าหนู” มิคาโดะกล่าวด้วยน้ำเสียงขบขันเล็กน้อย ทั้งสองพูดคุยราวกับรู้จักสนิทสนมกันมานานแรมปี จนกระทั้งคมสันเดินเข้ามาในร้าน
“ผมขอตัวก่อนนะลุงไว้ว่าง ๆ ผมแวะมาเล่นนะ” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขก่อนจะเดินออกจากร้าน ส่วนมิคาโดะเองก็ส่ายหน้าก่อนจะหยิบหนังสือมานั่งอ่านต่อ
“นายน้อยรู้จักกับเจ้าของร้านด้วยงั้นหรอครับ” หลังจากที่เดินออกจากร้านมาได้ซักพักคนสันก็กล่าวถามรามออกไปทันที
“อืม พอดีผมมาซื้อมีดทำอาหารที่นี่น่ะก็เลยรู้จักตั้งแต่ตอนนั้น” รามกล่าวตอบคมสันไป
“อย่างงี้นี่เอง”
หลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินมายังโซนขายวัตถุดิบรามเลือกซื้อเฉพาะของสดและผักบางชนิดเท่านั้นก่อนจะไปชำระเงินที่แคชเชียร์ รวมแล้วรามเสียเงินไปถึง 40,000 บาทในการซื้อวัตุดิบแต่มันเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นสำหรับเงินที่อยู่ในกระเป๋าของราม หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วรามก็ตรงกลับไปที่โรงเรียนอีกรอบหนึ่งเพราะอดิเรกบอกว่าเคลียร์งานเสร็จแล้วจะไปดูอาคารที่ต้องการรีโนเวท
คมสันขับรถมาถึงหน้าโรงเรียนก็เจอกับอดิเรกและดีแลนที่รอเขาอยู่ อดิเรกนั้นยังพอเข้าใจแต่ว่าดีแลนนั้นทำไมถึงมาอยู่รอรามด้วยและอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คือการินที่ยืนคุยกับดีแลนอยู่
รถยนต์ของรามไปจอดตรงหน้าทั้งสามคนก่อนที่รามจะเดินลงจากรถเพื่อไปพูดคุยกับพวกเขา “อ่าวรุ่นพี่ดีแลนมาทพไมงั้นหรอครับ แล้วมึงไอ้การินโดดซ้อมหรอวะ”
“ไอ้บ้า! กูไม่ได้โดดเว้ย!โค้ชบอกว่าวันนี้กูไม่ต้องซ้อมให้มาดูมึงว่าเป็นไงบ้าง” การินโวยออกมาทันที
“อืม ๆ แล้วรุ่นพี่ละครับ” รามเข้าใจการินก่อนจะหันไปมองดีแลนที่ยืนข้าง ๆ กัน
“อ๋อ พอดีพี่ขอลาซ้อมน่ะอยากลองไปดูอาคารที่น้องจะทำร้านอาหารเผื่อวันหลังจะพาครอบครัวพี่ไปกินบ้าน” ดีแลนกล่าวตอบราม
“งั้นหรอครับ แล้วพวกพี่จะไปรถของพวกพี่เองหรือไปรถของผมละครับ”รามกล่าวถาม
“ห๊ะ! นั่นรถมึงหรอวะไอ้ราม มึงตอบกูมาเดี๋ยวนี้มึงไปทำอะไรผิดกฏหมายรึปล่าว” การินเขย่าตัวของรามกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ปล่อยกูโว้ย! เงินกูนี่แหละไม่ใช่เงินผิดกฏหมายเว้ย!” รามดันตัวของเพื่อนรักของเขาออกพร้อมกล่าวตอบข้อสงสัยออกไป
การินเองไม่อยากจะเชื่อซักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ซอกไซส์ถามเพิ่มเขาเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง แม้แต่เขาก็ยังมีเรื่องที่ปกปิดรามไว้เหมือนกันเพราะงั้นเองเขาจึงไม่ได้คาดคั้นถามอะไรให้มากความ
“เอาละ ๆ งั้นไปรถของรามก็ได้” อดิเรกตัดสินใจแทนทั้งหมดซึ่งทุกคนก็พยักหน้าตอบรับ รามเปิดประตูหน้าเข้าไปนั่งข้างคนสันส่วนคนอื่น ๆ ก็นั่งด้านหลังรถ คมสันที่เห็นว่าทุกคนนั่งครบแล้วเขาจึงขับรถออกไปทันที
ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงซอยที่รามพักอาศัยอยู่กับพ่อของเขา โชคดีที่ซอยนี้รถใหญ่สามารถขับสวนกันได้อย่างสบาย ๆ “ถึงแล้วครับรุ่นพี่” คมสันขับรถมาจอดที่หน้าอาคารที่รามบอกกับเขา มันเป็นอาคารสองคูหา ดูจากลักษณะภายนอกแล้วสภาพอาคารยังคงสมบูรณ์อาจจะมีรอยร้าวของกำแพงเล็กน้อยแต่สภาพโดยรวมถือว่าใช้ได้
“อืม…เป็นอาคารที่สภาพดีมาก พี่ขอเข้าไปดูภายในได้มั้ย” อดิเรกกล่าวถามรามออกไป รามพยักหน้าตอบก่อนจะเอากุญแจมาเปิดประตูหน้าอาคาร สภาพภายในนั้นถือได้ว่ายังคงสมบูรณ์แบบ รามมองดูก็ปรากฏภาพในหัวทันทีในบริเวณชั้นที่หนึ่งรามต้องการให้เป็นโทนสีสว่างอย่างฟ้าหรือไม่ก็ขาว
“แล้วน้องรามต้องการทำร้านอาหารแบบไหนละ”อดิเรกกล่าวถาม
“เป็นร้านข้าวราดแกงธรรมดานี่ละครับ เปิดตอนช่วงเย็นเพราะยังไงซะตอนเช้าผมก็ต้องไปเรียนอยู่แล้ว”
“น่าสนใจดีนะ ดูจากทำเลของร้านแล้วที่อยู่ในส่วนของที่พักอาศัยแล้วด้วยเป็นทางเลือกที่เหมาะเลยละ ส่วนวัตถุดิบคงไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับน้องรามแน่ ๆ ” ดีแลนกล่าวเสริม
รามพาอดิเรกทัวร์ชั้นต่างพร้อมบอกความต้องการของเขา โดยชั้นสี่และห้ารามต้องการให้เป็นเหมือนบ้านพักอาศัยสำหรับเขาและพ่ออดิเรกลองประเมินราคาดูแล้วอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านกว่าสำหรับเฟอร์นิเจอร์และการวางระบบไฟฟ้าและน้ำภายในอาคาร รามพูดคุยเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการเข้าค่ายเก็บตัวด้วย จนถึงเวลา 5 โมงเย็นซึ่งรามคาดว่าพ่อของเขาน่าจะกลับมาแล้ว “จะอยู่ทางอาหารด้วยมั้ยครับ” รามกล่าวถามออกไป
“””อยู่!””” ทั้งสามคนกล่าวออกมาพร้อมกันโดยไม่ปฏิเสธแม้แต่นิดเดียว
“งั้นไปกินที่ห้องผมดีกว่า พี่คมรยกวนตามพวกพี่เสือมาที่ห้องของผมด้วยนะครับและก็ช่วยเอาของที่ผมซื้อมาวันนี้ขึ้นไปด้วย”
“ครับนายน้อย” ว่าแล้วคมสันก็เดินออกจากกลุ่มเพื่อไปตามพวเสือที่เช่าห้องอยู่ใกล้ ๆ อพาร์ทเม้นท์ที่รามพักอาศัยส่วนรามก็เดินนำทุกคนไปยังห้องพักของเขา เมื่อรามเปิดประตูห้องป็เจอกับพ่อที่กำลังถอดเสื้อเพื่อไปเล่นบอลกันเพื่อนร่วมงาน “อ่าวกลับมาแล้วหรอไอ้ราม ไปเตะบอลกับพ่อมั้ยแล้วเอ็งพาใครมาวะนั่น”
“เพื่อนกับรุ่นพี่ที่โรงเรียนน่ะครับ” รามกล่าวพร้อมกับแนะนำทุนคนให้คมสันรู้จัก
“สวัสดีครับคุณลุง ไม่เจอกันนานเลยนะครับ” การบินยกมือไหว้วศิน ด้วยความที่ไม่เจอกันนานทำให้วศินยืนนึกพักหนึ่งก็จำได้ว่าการินคือลูกของเพื่อนเขา
“โอ้ โตขึ้นเยอะนะเราน่ะแล้วพ่อเป็นไงสบายดีมั้ย”
“สบายดีครับคุณลุง ท่านพ่อยังถามหาถึงลุงอยู่เลยว่าไม่เจอหน้ากันนานเห็นบอกว่าอยากดวลเหล้ากันเหมือนสมัยก่อนนะครับ”
วศินที่ได้ยินก็หัวเราะร่าก่อนจะกล่าวพูดคุยเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปเตะบอลก่อน การินเองก็อยากตามไปด้วยแต่อีกใจหนึ่งก็อยากอยู่ช่วยรามเตรียมอาหาร “ไปเถอะกูรู้ว่ามึงเซี้ยนอยากไป”
“เออ ๆ แล้วจะเสียใจที่ไม่ให้กูอยู่ช่วย” การินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงงอน ๆ จนรามถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกับทำท่าจะเตะไอ้เพื่อนตัวดีของเขาด้วยความหมั่นไส้
“เสื้ออยู่ในห้องของกูแต่ไม่รู้จะถูกใจมึงรึปล่าวนะ หึหึ”
“ชิ! มีกูก็ใส่แค่ไม่ใช่ทีมที่กูชอบก็แค่นั้นละวะ” การินกล่าวจบก็เดินไปยังห้องที่คาดว่าเป็นห้องของรามก่อนจะออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ทำไงละก็เขาเป็นแฟนหงส์นี่หว่าส่วนรามนั้นเป็นแฟนเรือกับแฟนผี แถมตอนนี้ยังเหลือแค่เสื้อของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีก! จะให้เขาสบอารมณ์ได้ยังไง ส่วนรามก็ได้เพียงหัวเราะสะใจในใจเท่านั้นเมื่อเห็นหน้าเพื่อนของเขาที่ต้องใส่เสื้อทีมที่ไม่ชอบ
“ไอ้รามเอ็งก็ไปแกล้งเพื่อน หึหึ ไปเถอะหนูรินเดี๋ยวสาย”
“ครับคุณลุง” ว่าแล้ววศินและการินก็ออกจากห้องไปเตะบอลตามภาษาผู้ชายส่วนรามก็รอคมสันเอาวัตถุดิบขึ้นมาเพื่อที่จะทำอาหาร
“ห้องอาจจะแคบไปบ้างต้องขอโทษด้วยนะครับรุ่นพี่ดูทีวีรอไปก่อนก็ได้หรือจะดูหนังก็อยู่ข้างใต้” รามกล่าวจบก็เดินไปที่ครัวเพื่อเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวให้พร้อมในการทำอาหาร ‘อ่ะ! ลืมบอกไปแผ่นสีขาวมันเป็นไอ้นั่นนี่หว่า คงไม่เปิดดูหรอกมั้ง’
=======