Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 5 คู่พันธะสัญญา
ตอนที่ 5 คู่พันธะสัญญา
รามได้แต่ยืนตะลึงไม่ซิต้องบอกว่าเขาลอยอยู่กลางอากาศมากกว่า รามเองไม่คิดว่าชีวิตของเขาจะต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าคือเต่า ใช่มันคือเต่าขนาดยักษ์ที่มีขนาดตัวกินพื้นที่บริเวณมากกว่าสามภูเขานั่นก็เพราะบนกระดองของมันมีทั้งภูเขาป่าไม้อยู่บนกระดองของสิ่งมีชีวิตดังกล่าว
“เห้ไอ้หนู เจ้าชื่ออะไร” สิ่งมีชีวิตดังกล่าวถามรามออกไป
“เอ่อ…ผมชื่อรามครับ” รามกล่าวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
“ไม่ต้องกลัวข้าหรอกเจ้าหนู ในเมื่อเจ้ากล่าวขานนามของเจ้าออกมาข้านั้นจะเงียบอยู่ก็กะไร ข้ามีนามว่า เกรัส” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“เอ่อครับท่านเกรัส” รามไม่รู้จะกล่าวอะไรออกไปดีแม้แม้ว่าส่วนลึกในใจของเขานั่นจะหวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตตรงหน้าก็ตามทีเพราะ
เหตุการณ์ปรากฏตัวของเกรัสนั้นได้สร้างความปั่นป่วนให้กับทวีปวาโรเนียเป็นอย่างมากเพราะพื้นที่ที่เกรัสปรากฏกายคือหนึ่งในพื้นพี่โบราณและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในทวีปวาโรเนียแห่งนี้ มันส่งผลให้เกิดความวุ่นวายเป็นวงกว้าง สัตว์อสูรต่างล้มตายเป็นจำนวนมากแต่น่าแปลกที่ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนไปทำร้านผู้คนเลยแม้แต่นิดเดียว เรื่องนี้ได้สร้างความงุนงงให้กับราชาของแต่ละอาณาจักรเป็นอย่างยิ่ง
“โอ้ โลกของเจ้าเป็นเช่นนั้นเองรึ” เกรัสรู้สึกสนใจโลกของเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่างมาก การที่เขาหลับไหลไปเกือบ 4,000 ปีนั้นก็เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติเอาไว้
ภาพของเด็กหนุ่มกำลังนั่งคุยกับชายแปลกหน้าที่รูปร่างอายุราวสี่สิบต้น ๆ แต่อย่าให้ภาพดังกล่าวบังตาเพราะถึงแม้จะดูเหมือนอายุ 40 กว่า ๆ แต่ใครจะรู้เล่าว่าไอ้คนที่รามกำลังนั่งสนทนาอยู่มีอายุราว ๆ 20,000 ปีเข้าไปแล้ว
“ว่าแต่ทำไมท่านถึงต้องหลับไหลไปถึง 4,000 ปีละครับ” รามกล่าวถามออกไปด้วยความสงสัย
“เห้อ~ เรื่องพวกนี้เจ้ามิจำเป็นต้องรู้หรอก ว่าแต่เจ้าเถอะชีวิตของเจ้าเป็นแบบนั้นทำไมถึงยังสู้ต่อละ” เกรัสกล่าวถามเพราะรามได้เล่นเรื่องราวและชีวิตของเขาในโลกที่เขาอาศัยอยู่ให้อีกฝ่ายฟัง
“ผมไม่ทราบหรอกครับว่าใครจะคิดยังไง จะสมเพชหรือสงสารก็ปล่อยให้พวกนั้นมันคิดไปครับ ผมมีชีวิตอยู่ได้เพราะพ่อของผม พ่อที่คอยให้กำลังใจทุกอย่างและเป็นเหมือนแสงชีวิตนำทางของผมให้ก้าวต่อไปได้” รามกล่าวตอบออกไปพร้อมด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย
“ข้าชักรู้สึกชอบเจ้าขึ้นมาแล้วซิ เจ้ารู้มั้ยทั้งชีวิตข้าสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจที่สุดคือจิตใจของพวกมนุษย์” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เศร้านิด ๆ
“เอาละนี่ก็คุยกันมานานมากพอแล้วขอบใจเจ้ามากที่อยู่คุยเป็นเพื่อนข้า เวลาของข้าดูเหมือนใกล้หมดลงแล้วเหมือนกัน” ในคราวนี้เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยแต่สายตาของเกรัสนั้นกลับเต็มไปด้วยความยินดีอย่างที่สุด
“ท่านหมายความว่ายังไงครับที่เวลาของท่านใกล้หมดลงเช่นกัน?” รามถามออกไปแม้ว่าเขาจะรู้ความหมายนั้นอยู่แล้วก็เถอะ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านั้นอยู่มานานมากพอแล้ว ในโลกใบนี้ข้านั้นไดจ้องมองเหล่าพฤกษาที่ข้าคอยปกป้องมาตลอดเจ้ารู้มั้ยข้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด ข้าหวังเพียงว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาดับสูญ” รามที่ได้ฟังเกรัสเล่าออกมาก็รู้สึกเศร้าตาม ถึงแม้ว่าจะรู้จักกันได้ไม่ถึง 20 นาทีแต่ว่าเขากลับรู้สึกผูกพันและคุ้นเคยกับอีกฝ่ายอยากบอกไม่ถูก
“เห้อ~ ได้เวลางานของข้าแล้วละนะ” ว่าแล้วเกรัสก็ลุกขึ้นก่อนจะปรากฏวงเวทย์สีเขียวปนทองใต้เท้าของเกรัส “ข้าเหล่านายของฝืนดินและพฤกษา กาลเวลาให้หมุนกลับสู่ต้นกำเนิน” สิ้นสุนคำร่ายผืนดินภูเขาที่เคยหายไปก็ค่อยกลับมาสู่ในสภาพเดิมก่อนหน้า เหล่าสัตว์อสูรที่ตื่นกลัวหรือเสียชีวิตต่างได้รับการปลอบโยนจากเวทย์บทนี้
“อ่าห์ใช้พลังเวทย์เยอะไปนิดหน่อยแฮะ” สิ้นสุดการร่ายบทเวทย์เกรัสก็ล้มลงนอนกับพื้นทันทีพร้อมพึมพำออกมาด้วยน้พเสียงที่อ่อนแรง
“ท่านเป็นยังไงบ้าง” รามรีบเข้าไปดูอาการขอเกรัสทันทีพร้อมเริ้มสังเกตุเห็นดวงแสงสีเขียวที่ค่อย ๆ ไหลออกจากร่างกายของเกรัส
“หะ หะ ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าหนูข้ารอเวลานี้มานานแล้ว” เกรัสหันไปยิ้มพร้อมพูดออกไป
“ท่าน…ไมหายไปไม่ได้หรอ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึปล่าว ผมรู้สึกคุ้นเคยกับท่านอย่างบอกไม่ถูก” รามกล่าวออกไปด้วยความรู้สึกที่เขาคิด
“หึหึ ข้าเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าเช่นกันไม่งั้นข้าคงไม่ตื่นขึ้นมาคุยกับเจ้าหรอกนะเจ้าหนู แต่จะว่าข้าอยากไปดูโลกที่เจ้าอยู่ซักครั้ง หึแต่คงไม่มีโอกาศเสียละมั้ง” เกรัสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เสียดาย
ติ้ง! [ท่านต้องการทำพันธะสัญญากับเต่าบรรพกาลหรือไม่]
รามที่เห็นข้อความเด้งขึ้นมาต่อหน้าของเขาก็เบิกตากว้าง เขารู้แล้วว่าจะทำยังไงให้อีกฝ่ายไปที่โลกของเขาได้ แต่รามไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมทำพันธะสัญญากับเขารึปล่าวน่ะซิ
อึก! รามกลืนน้ำลายก่อนจะกล่าวถามออกไป “เอ่อ….ท่านอยากไปที่โลกของผมงั้นหรอ”
“อ่า ถ้ามีโอกาสข้าก็อยากไปนะแต่ดูสภาพข้าตอนนี้คงได้แค่ฝัน แถมเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าจะพาข้าไปได้รึล่าวก็ไม่รู้” เดรัสกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ผมไม่รู้ว่าหนทางนี้จะดีรึปล่าว มันมีทางที่ผมจะพาท่านไปที่โลกของผมอยู่ คือการทำพันธะสัญญา” ทันทีที่รามกล่าวคำว่าทำพันธะสัญญาบรรยากาศกลับเงียบสงบไม่มีเสียงตอบรับจากเกรัสหรือแม้แต่เสียงพูดของราม
“เอาซิ” รามได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะกดตกลงไปที่หน้าจอของเขา
ร่างกายของเกรัสเรืองแสงก่อนจะค่อย ๆ สลายกลายเป็นรอยสักที่อกข้างขวาของรามซึ่งบ่งบอกได้ว่าการทำพันธะสัญญาดังกล่าวนั้นคือการทำพันธะแบบชั่วนิรันดร์คือถ้าผู้ทำพันธะสัญญาตายอสูรที่เป็นคู่พันธะจะตายด้วย
รามถกเสื้อขึ้นดูก็พบว่ามีรอยสักรูปเต่าอยู่ แต่ไม่ทันได้สำรวจอะไรเสียงของเกรัสก็ดังขึ้นมาในหัวของราม “ไอ้หนูชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะข้าขอหลับไปพักหนึ่งเพื่อฟื้ฟูพลังเวทย์ดูแลตัวของเจ้าเองด้วยละ”
สิ้นเสียงเกรัสรามก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะตอบกลับไปแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินก็ตาม “ครับลุง”