Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 50 มีเรื่อง
[ยังไม่ได้เกลาคำ+ตรวจคำผิด]
ค่ำคืนที่แสงจันทร์ทอประกายสายลมเย็น ๆ ที่พัดขึ้นมาจากทางชายหาดบวกกับเสียงดนตรี Acoustic ยิ่งสร้างบรรยากาศการดื่มของทั้งสี่คนให้ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น
“น้องรามทำยังไงถึงกับรู้จักไอ้ดีแลนได้ละเนี่ย เห็นอยู่ในชมรมตั้งนานแล้วไม่มีท่าทางว่าจะสนิทกับไอ้ดีแลนเลยนะ” ไมค์ยกน้ำสีอำพันขึ้นดื่มพร้อมกล่าวถามรามด้วยความใคร่รู้
“อืม…มันก็มีเหตุผลที่ทำให้ผมรู้จักพี่ดีแลนอยู่นะครับ แต่เรื่องนั้นผมขอเก็บเป็นความลับนะครับพี่ไมค์” รามกล่าวตอบ
“อืม….ไม่เป็นไร” ไมค์มองไปยังดีแลนที่นกแก้วดื่ทสายตาของดีแลนมองสื่อความหมายให้รู้กันกับไมค์เพียงสองคนเท่านั้น
ไมค์ที่รับรู้ถึงความหมายที่ดีแลนสื่อก็ยกยิ้มที่มุมปาก ‘อืม…เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ไม่คิดเลยว่าน้องรามก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ย’ ไมค์คิดในใจพร้อมดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแต่เพียงแป๊ปเดียวมันก็กลับกลายเป็นสีน่ำตาลดังเดิม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของไมค์นั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมาก มันเร็วเสียจนรามไม่ทันได้สังเกตุเห็นเลยแม้แต่น้อย
“ว่าแต่ทำไมพี่ไมค์ถึงมาเปิดร้านนั่งชิวที่นี่ละครับ” การินที่พึ่งยกดื่มไปกล่าวถามไมค์
“อืม…ไม่รู้ซิแค่ลองทำเล่น ๆ แล้วมันดันบูมขึ้นมาก็แค่นั้นเอง ว่าแต่เอ็งเถอะอายุแค่นี้จะดื่มได้ซักกี่แก้วเชียว” ไมค์หรี่ตามองการินอย่างท้าทายพร้อมกล่าวสบประมาทออกไป แน่นอนว่าคนอย่างการินย่อมไม่ยอมอยู่แล้ว
“อ่าว! พูดงี้ก็สวยดิเพ่ งั้นมาดวลกันหน่อยมั้ยละคร๊าบ~” การินกล่าวท้าทาย
“หึหึ เด็กน้อย! ท้าข้ามรุ่นซะแล้วเอ็ง อยากเจอก็มาเลยแต่ถ้าแข่งธรรมดามันจะสนุกอะไรละ เรื่องอย่างนี้ต้องมีเดิมพันกันหน่อยว่าไง” ไมค์กล่าวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“เอาซิเพ่ จะเอาเดิมพันอะไรละคร๊าบ” การินกล่าวตอบ
“เอางี้คนแพ้ต้องแต่งหญิงแล้วไปจีบผู้ชายที่ชายหาดพรุ่งนี้ เป็นไง” รามเสนอความคิดของเขาออกไปแม้ว่าเขาจะไม่เข้าร่วมการแข่งครั้งนี้แต่ก็พอเดาได้ว่าใครจะชนะ
“น่าสน ซื้อ!ว่าไงตกลงมั้ย” ไมค์คลุ้มคิดเล็กน้อยก่อนจะซื้อความคิดของรามเพราะเขายังไงก็ไม่คิดว่าจะแพ้อยู่แล้ว
“เอ่อ….ก็ได้! ไอ้รามมึงคิดได้ไงเนี่ย!” การินกล้ำกลืนตอบตกลงก่อนจะหันไปโวยรามที่เป็นเสนอการเดิมพันนี้ออกมา
“อ่าว ไม่พอใจมึงก็ปฏิเสธไปดิกูแค่เสนอความเห็นเท่านั้นจะด่ากูไม่ได้นะเว้ย!” รามกล่าวออกไปด้วยนั้นเสียงที่ไม่แยแสแต่ภายในใจตอนนี้กำลังหัวเราะก๊ากสะใจอยู่
“อย่างงั้นมึงก็แข่งด้วยเลยไอ้ราม” การินไม่ยอมจบบังคับให้รามแข่งด้วย
“เรื่องเด่ กูขอนั่งกินชิว ๆ ฟันเพลงคลอลมทะเลสบาย ๆ ไม่ดีกว่าหรอวะ หึหึ” รามกล่าวพร้อมหัวเราะเบา ๆ ท่าทางการนั่งหรือพูดของรามนัเนไม่เหมือนเด็กอายุ 16 เลยแม้แต่น้อยกลับเหมือนชายวัยทำงานที่น่าเกรงขามและขี้เล่นมากกว่า นี่คือความคิดแรกของทั้งสามเมื่อเห็นรามยกสุราดื่ม น้ำสีเหลืองอำพันกลิ่นหอบเฉพาะของสุราดีกรีแรงค่อย ๆ ไหลผ่านคอของรามลงไป ก่อนจะวางแก้วพร้อมสายตาจ้องมองไปที่ท้องทะเลเมื่อยามไร้แสงตะวันแล้วมันกลับกลายเป็นสีดำมืดมิดสุดจะคาดเดา
“พี่ว่าอย่าชวนน้องรามดื่มเถอะ ไม่งั้นพวกเราได้แพ้แน่” ไมค์กล่าวกับการินด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“หมายความว่ายังไงครับ”การินขมวดคิ้วก่อนจะถามกลับ
“….” ไมค์ไม่ตอบการินเพียงแต่ยกขวดเหล้าขวดหนึ่งให้การินอ่าน เมื่อการินลองอ่ารายละเอียดดูก็หน้าถอดสี ‘ไอ้บ้านี่แม่งเล่นของแรงเลยนี่หว่า!’
ที่การินอ่านคือดรีกรีของแอลกอฮอล์ที่เครื่องดื่มที่รามสั่งมาดื่มคนเดียวและยังเป็นการดื่มแบบ On the Rock ย้ำว่าคนเดียวโดยมันเป็นเหล้านอกระยะเวลาบ่ม 20 ปี และมีแอลกอฮอล์อยู่ที่ 85% ของปริมาณสุทธิ แถมมันยังหมดไปถึงครึ่งขวดแล้วด้วยในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น! ต่างจากพวเขาที่กินผสมกับโซดากันสามคนยังหมดไปเพียงครึ่งขวดเท่านั้น
“งัเนเริ่มแข่งกันเถอะ…” กรี๊ด!! เพร้ง! ในขณะทีไมค์กำลังจะเริ่มการแข่งขันเสียงความวุ่นวายในชั้ยที่หนึ่งก็ดังขึ้นรวมถึงเสียงของหล่นแตกด้ว ไมค์หน้าทะมึนลุกขึ้นก่อนจะเดินลงไปข้างล่างเพื่อจัดการปัญหาในร้านของเขา
“กูต้องการขึ้นไปชั้นสองมึงไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร!” ชายหนุ่มที่คาดว่าเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลในจังหวัดสั่งใครชายชกรรจ์ที่ติดตามมันมากระทืบพนักงานของร้านแห่งนี้ มันได้ยินชื่อเสียงของบรรยากาศการดื่มในชั้นสองของร้านแห่งนี้
“ขึ้นไปไม่ได้ครับ! อัก!” พนักงานของร้านพยายามห้ามอีกฝ่ายขึ้นไปเพราะตอนนร้ชั้นสองได้ถูกแขกของเจ้าของร้านใช้บริการอยู่ แม้จะเจ็บตัวแค่ไหนแต่ดขาก็ต้องทำตามหน้าที่
“กระทืบมันให้ตายซะ!” ชายหนุ่มกล่าวสั่งด้วยน้ำเสียงที่อำมหิตแต่ยังไม่ทันได้กล่าวไปมากกว่านั้นก็มีเสียงที่ทรงอำนาจดังลงมาจากขั้นสองพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่มีตาสีเหลืออำพันหน้าดึงดูดปรากฏตัวขึ้น
“ใครมามีเรื่องที่ร้านของกู!!” ไมค์กวาดตามองดูกลุ่มคนที่มีทั้งชายและหญิงก่อนที่สายตาจะไปสบกับคนที่คาดว่าเป็นต้นเหตุ ไมค์ยิ้มเหี้ยมก่อนจะกล่าวบางอย่าง
“ไม่นึกว่าจะมีลูกหมาที่ยังแบเงินขอพ่อแม่มากินที่ร้านของกูด้วย หึ!” ไมค์กอดอกพูดพร้อมสำรวจชายที่ยืนโอบเอวผู้หญิงอยู่ กลิ่นคาวโลกีที่ออกจากตัวหญิงสาวนั้นยิ่งทำให้ไมค์สะอิดสะเอียนเป็นอย่างมาก
“หิน พาเด็กนั่นไปรักษาซะ ส่วนทางนี้กูจัดการเอง” ไมค์สั่งผู้จัดการร้าน
“ครับนายท่าน” หินโค้งหัวตอบรับคำของไมค์ก่อนจะพาพนักงานที่นอนสลบอยู่จากไป เมื่อเห็นไมค์พาคนของเขาจากไปแล้วจึงหันไปกล่าวกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไมค์จึงลดค่าเครื่องดื่มและกับแกล้มทั้งหมด 50% แน่นอนว่าสร้างความพอใจให้ลูกค้าที่มาบริการเป็นอย่างมาก
“ต้องขออภัยในความวุ่นวายด้วยนะครับ การ์ด! ลากพวกมันออกไปกูจะไปจัดการเอง”ไมค์หลังจากกล่าวกับลูกค้าจบก็หันไปสั่งการ์ดที่ตรวจบัตรประชาชนลากตัวคนที่สร้างความวุ่นวายออกไป แน่นอนว่าพวกนั้นย่อมโวยวายและขัดขืนอยู่แล้วแต่ก็ไม่สามารถสู้เแรงคนของไมค์ได้
“อัก! หน่อย! คอยดูกูจะขอให้พ่อกูปิดร้านมึงแน่!” ชายดังกล่าวด่าออกไปด้วยความคับแค้นก่อนจะหันหลังเตรียมจะจากไป แต่อยู่ดี ๆ สติของมันก็วูบดับลงไปท่ามกลางความตกใจของบอดี้การ์ดที่คุ้มกันชายหนุ่มดังกล่าว
“กูขอยืมตัวนายพวกมึงไปคิดว่าเสียหายหน่อย แจ้งไปที่พ่อของมันด้วย หากอยากมีปัญหากับตระกูลอนุวัฒน์ ก็ติดต่อมาได้ หึ!”
สิ้นเสียงของไมค์บอดี้การ์ดต่างหน้าถอดสี ใคร ๆ ลพจะไม่รู้จักตระกูลที่จัดสรรค์และฝึกบอดี้การ์ดฝีมือเยี่ยมได้อย่าง A&Pกรุ๊ป บอดี้การ์ดทั้งหมดได้แต่ยืนนิ่งเพราะไม่รู้จะแจ้งยังไงกับผู้ว่าที่เป็นพ่อของคนที่พึ่งถูกพาตัวไปดี
ส่วนไมค์ก็กดโทรศัพท์หาดีแลน “ฮัลโหล เออกูไปจัดการธุระนะ กินกันได้ตามสบายเจอกันพรุ่งนี้ที่โรงแรมเลย ส่วนค่าเหล้ากูบอกผู้จัดการแล้ว” แล้วไมค์ก็วางสายทันที
“อะไรของมันวะ” ดีแลนเกาหัวจ้องมองโทรศัพท์สงสัยกับท่าทางของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเขาก่อนจะหันไปคุยกับรามและการินต่อ