Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 51 การไล่ล่าและคำสอนของพระแม่ธรณี
ทั้งสามนั่งดื่มจนเลยเวลาถึงสี่ทุ่มกว่า และก็เป็นตามคาดการินน๊อกไปเรียบร้อยแล้ว “เห้อ~ เอากับมันแดกแล้วแม่งเป็นภาระอีก” รามบ่นออกไปพร้อมยกแก้วสุดท้ายดื่มหมดแก้ว
“เหอะ ๆ ว่าพี่อึดแล้วนะ เอ็งอึดกว่าพี่อีกไอ้ราม คนอะไรกินไปถึงสามกลมแล้วยังอยู่สภาพดีเหมือนคนปกติ ถ้าบอกว่าที่เอ็งกินเป็นน้ำปล่าวคงมีคนเชื่อแน่ ๆ “ดีแลนพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พอดีผมมีอาจารย์ขี้เมาน่ะครับ เลยได้อิทธิพลมาเต็ม ๆ เหล้าพวกนี้มันเด็ก ๆ เลยลองเจอเหล้าของคนแคระซิแรงกว่านี้ร้อยเท่าแถมกลิ่นและรสชาติเข้มข้นกว่าด้วย” รามกล่าวอย่างสบาย ๆ แต่เหมือนผู้ที่โดนพาดพิงนั้นไม่ได้สบายใจไปด้วย ทั้งสี่ตะโกนใส่รามพร้อมเพื่อปฏิเสธสิ่งที่รามพูด จนรามเผลอหัวเราะร่าออกไป
“หัวเราะอะไรหึเอ็ง” ดีแลนกล่าวด้วยความสงสัย
“ปล่าว ๆ พี่ ก็แค่หัวเราะคนปากแข็งแค่นั้นเอง สี่ทุ่มแล้วงั้นกลับกันเลยดีกว่าครับพรุ่งนี้ตื่นไปออกกำลังกายแต่เช้าอีก” รามกล่าวพร้อมลุกขึ้นจากที่นั่งดีแลนเองก็เห็นด้วยเหมือนกันแต่ปัญหาคือต้องแบกคนเมากลับไปด้วย
ดีแลนและรามช้วยกันหิ้วปีกการินที่เมาหลับไปพาลงจากชั้นสอง เมื่อลงมาก็เจอกับคนขับรถที่ไมค์สั่งให้ไปส่งพวกราม
“คุณไมค์ให้ผมไปส่งพวกคุณที่โรงแรมครับ รบกวนตามผมมาด้วย” ดีแลนที่รู้จักจักคนที่ไมค์ส่งมาก็พยักหน้ารับก่อนที่ทั้งหมดจะพากกันเดิมตามไปที่รถ BMW สีดำที่จอดไว้อยู่ “ฮึบ! ฟู่ กว่าจะแบกแม่งมาได้” รามวางการินลงบนเบาะก่อนจะบ่นออกมาเบา ๆ
“อืม…ไปเถอะนี่ก็ดึกมาแล้วด้วย” ดีแลนกล่าวเห็นด้วยกับคำพูดของราม
เอี้ยด! ยังไม่ทันที่รามและดีแลนจะขึ้นรถก็มีรถยนต์สีดำสนิทไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลายคันมาจอดขวางรถเอาไว้ ทั้งรามและดีแลนรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ และมันก็เป็นจริง “เห้ย! หลบเข้าไปในรถเร็ว!!” ทั้งหมดต่างกระโดดเข้าไปในรถทันทีที่เห็นวัตถุสีดำสนิทหลายอันเล็งมาทางพวกเขา และเสียงกระสุนปืนก็รัวขึ้น รามและดีแลนไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครแล้วต้องการอะไรจากพวกเขา แต่ที่แน่ใจคือพวกมันมีเป้าหมายที่พวกเขาแน่ ๆ
“ออกรถเลย!” คนขับรถที่ไมค์ส่งมาเมื่อได้ยินคำสั่งของดีแลนก็พยักหน้าก่อนจะเข้าเกียร์ออกรถทันที
“ตามมันไป! ยังไงก็ต้องฆ่าพวกนั้นให้ได้!” คนที่คาดว่าเป็นหัวหน้าคนที่ยิงถล่มพวกรามาสั่งลูกน้องของพวกมันทันที งานนี้ต้องสำเร็จเพราะแค่สองคนในรถก็มีค่าหัวถึงคนละ 100 ล้านบาทแล้ว ไม่ว่าพวกนั้นจะเป็นลูกหลานของเหล่าผู้มีอิทธิพลหรือไม่ ในเมื่อมันรับงานมาแล้วต้องทำให้สำเร็จ!
เสียงเครื่องยนต์ของรถดังสนั่นหวั่นไหวก่อนที่จะขับไล่ตามรถที่พวกรามนั่งไป เรื่องดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับคนบริสุทธิ์ที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ยิ้มเหี้ยมอยู่ที่มุมมืด ‘พวกมึงต้องตายเป็นผีเฝ้าทะเลอยู่ที่นี้ไอ้ดีแลน ไอ้ราม!’
“พวกมันยังตามมาอยู่เอาไงดีพี่ดีแลน” รามกล่าวกับดีแลนด้วยน้ำเสียงที่เย็นเชียบ พร้อมทั้งคิดว่าใครกันที่กล้าลงมือก่อความวุ่นวายโดยไม่สนกฏหมายแบบนี้
“หึ! ให้พวกมันตามมาเพราะมันจะเป็นคืนสุท้ายที่พวกมันจะมีชีวิตอยู่”ดีแลนกล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบดวงตาของดีแลนเปลี่ยนเป็นสีทองก่อนจะหันไปคุยกับคนขับรถ
“จิน ขับไปที่สวนยางที่ห่างจากผู้คนหน่อยนะ ที่ดีเป็นป่าหรือใกล้ทะเลก็ได้ ในเมื่อมันอยากตามมาก็ให้พวกมันตาม!”
“ครับ” จินหักเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นทางเข้าไปยังสวนยางของตระกูลอนุวัฒน์ จินกดโทรศัพท์หาคนดูแลกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ใช่ว่าในสวนจะมีแค่พวกเขาที่ไม่ใช่มนุษย์แต่ยังมีมนุษย์ปกติทำงานอยู่ด้วย ซึ่งจินก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ใช่มนุษย์
ปัง ปัง ปัง เสียงปืนยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายที่ไล่ล่ายังคงพยายามยิงล้อรถของอีกฝ่ายแต่ด้วยประสาทสัมผัสที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปทำให้การคาดเดาวิถีกระสุนรวมจึงจุดที่กระทบได้อย้างแม่นยำจึงไม่กระสุนนัดไหนโดนล้อรถเลยแม้แต่น้อย ถึงจะโดนก็ไม่สะทกสะท้านยางล้อแม้แต่น้อย
“ดูเหมือนคุณไม่ตกใจเลยนะครับคุณราม” จินปลายตามองรามที่นั่งหลับตาอยู่แม้จะรู้มาบ้างว่าคนที่อยู่กับเพื่อนของนายน้อยนั้นไม่ธรรมดาแต่เขาดูยังไงก็แค่เด็ก 16 แค่นั้นเอง
“ผมว่ามาไกลพอแล้วละครับ พี่ดีแลนจะจัดการเองหรือให้ผมจัดการ” รามที่ยังคงหลับตาอยู่แสยะยิ้มก่อนจะกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาโดยไม่ได้ตอบคำถามของจินแม้แต่น้อย ส่วนดีแลนที่ได้ยินคำพูดของรามก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะหลับตาพักผ่อนเช่นกัน “ตามสบายเลยน้องรามพี่รอดูผลงานดีกว่า”
จินยังคงงุนงงกับคำพูดของรามก็ต้องตกใจเมื่อรามนั้นไม่ได้นั่งอยู่บนรถแล้วจินรีบหักพวงมาลัยเบรกอย่างรวดเร็ว เมื่อจอดรถสนิทแล้วเขาจึงลงจากรถก่อนจะมองไปด้านหลังรถ ภาพที่เขาเห็นคือเด็กหนุ่มที่กำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงเผชิญหน้ากับกระสุนปืนและรถที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จินกำลังจะกลายร่างเพื่อไปช่วยรามแต่ถูกแขนของดีแลนกอดคอไว้ จินที่กำลังจะหันไปพูดกับดีแลนด้วยน้ำเสียงที่คลุกกลุ่ม “น่ารอดูเถอะ อยากรู้ไม่ใช่หรอว่าทำไมน้องรามถึงไม่ตกใจ ไม่ซิต้องเรียกว่ารามมากกว่า” ดีแลนกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมมองไปด้านหน้าของเขา
“ฮึบ! เห้อ~ ขอออกแรงหน่อยแล้วกัน กว่าจะได้ไปที่โลกนู้นก็ตั้งวันจันทร์ตอนกลางคืน” รามยกมือขึ้นโดยคว่ำมือลง เพียงเสี้ยววิปรากฏวงเวทย์กว่าสามร้อยวงรอบตัวของราม ภาพดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึงให้กับจินเป็นอย่างมาก ‘เด็กนั่นเป็นศัตรูของพวกเรางั้นหรอ!?’ จินจะคิดอย่างนั้นก็ไม่แปลกเพราะจอมเวทย์ส่วนใหญ่มักจะไล่ล่าชีวิตพวกเขาจนต้องอยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ
“ไม่ใช่รามไม่ใช่คนพวกนั้น อย่าคิดหรือพูดออกไปให้รามได้ยินความคิดของนายเป็นอันขาดจิน” ดีแลนที่เห็นแววตาของจินที่มีความอาฆาตอยู่แวบหนึ่งก็พอเดาได้ว่าจินกำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนจินที่ถูกล่วงรู้ความลับก็หันไปมองดีแลนด้วยความไม่วางใจ
“มหาเวทย์ ปฐพีพิโรธ” สิ้นเสียงของรามพื้นโดยรอบก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงขนทั่วทั้งจังหวัดสามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ ดวงตาของรามแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการใช้พลังธาตุดิน
“เกิดอะไรขึ้นทำไมรถมันสั่นไหวอย่างนี้!”หัวหน้าที่อยู่ในรถกล่าวถามคนขับด้วยความกลัวจับจิต แม่เมื่อมองไปด้านหน้าเขาก็ต้องตื่นกลัวอย่างสุดขีดเมื่อรถคันหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าได้ถูกผืนแผ่นดินกลืนกินลงไป เสียงร้องโหยหวนของลูกน้องมันได้ยินอย่างชัดเจน “อ้ากก ช่วยด้วยย!! อ็อก” มันหันไปมองด้านนอกดห็นลูกน้อยหลายคนที่วิ่งหนีออกจากรถโดนดินสูบลงไปใต้ผืนพิภพอย่างช้า ๆ ตอนนี้ลูกน้องของมันทั้งสี่คันรถต่างตกตายไปทั้งหมด ความหวาดกลัวของจริงเริ่มเกาะกุมจิตใจของมันอย่างช่วยไม่ได้ “อะ…เอาไงดีครับหัวหน้าผมยังไม่อยากกลายเป็นผีเฝ้าสวนยางนะครับ” คนที่ขันรถให้มันกล่าวออกไปด้วยความหวาดกลัว
“ไหน ๆ ก็เหลืออยู่แค่พวกคุณแล้วพอบอกได้มั้ยว่าใครเป็นคนจ้างพวกคุณมา” รามใช้ดาบคาตานะตัดหลังคารถออก พร้อมใช้ปลายดาบจ่อคออีกฝ่ายไว้
“เห้ย! ไอ้ริวยิงมันซะ! ไอ้ริว! ไอ้ริว!”
“เขาไม่ได้ยินหรอกครับเพราะตอนนี้พวกเขาได้ไปอยู่กับเพื่อน ๆ แล้ว” รามกล่าวด้วยรอยยิ้ม
มันค่อย ๆ หันไปมองข้าง ๆ ก็พบกับร่างที่ไร้ศรีษะของลูกน้องของมันรอยดายที่ผ่าเป็นเส้นตรงอย่างสวยงานยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับมันเป็นอย่างมาก ส่วนคนที่ขับรถให้มันก็มีสภาพไม่ต่างกัน มันพยายามขยับตัวหนีแต่ก็เสียงของรามขัดไว้ก่อน
“อ่ะ อย่าคิดแม้แต่จะขยับนะครับไม่งั้นระวังหัวจะหลุดโดยไม่รู้ตัวนะครับ^^” รามกล่าวขู่พร้อมกดดาบเข้าไปอีกนิด เลือดค่อย ๆ ไหลซิบออกมาจากรอยดาบที่แตะเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น บ่งบอกได้ถึงความคมกริบของดาบเป็นอย่างดี ส่วนดีแลนและจินต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบเอามือจับคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ผู้ที่เคยเป็นฝ่ายล่าตอนนี้กลับถูกต้อนจนไม่เหลือทางเลือกใดทั้งสิ้นน้ำสีเหลืองไหลออกมาจากหว่างขาด้วยความกวาดกลัว มันกัดฟันแน่นพร้อมกับกระทำในสิ่งที่รามก็ไม่แม้แต่จะคิด “อย่าหวังว่ากูจะบอกในเมื่อภารกิจล้มเหลวกูก็ต้องตายอยู่ดี!” ฉับ รามอดอึ้งไม่ได้กับความใจเด็ดของอีกฝ่ายที่จับมือของรามให้ใช้ดางฟันคอของมันโดยไม่ลังเล
“เห้อ~ น่าเสียดายถ้าคุณเลือกใช้ฝีมือในทางที่ถูกกว่านี้ก็คงไม่ต้องลงเอยแบบนี้แน่ ๆ ” รามสบัดดาบไล่เลือกที่ติดอยู่ก่อนจะเก็บเข้าฝักดาบก่อนจะเดินไปหาดีแลนและจินที่ยืนรออยู่
“ไม่น่าเชื่อว่ารามจะโหดขนาดนี้นะเนี่ย” ดีแลนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่
“เห้อ~ น่าเสียดายมากครับเพราะไม่รู้คนบงการแต่ผมว่าต้องเป็นคนที่มีความแค้นกับผมหรือไม่ก็พี่ดีแลนแน่ ๆ ” รามกล่าวข้อสันนิษฐานออกไป
“แต่ว่าพี่พอรู้ว่าใครที่น่าจะเป็นคนบงการแถมยังมีความแค้นกับพวกเราด้วย” ดีแลนกล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็มความจริงเขาก็ไม่อยากคิดถึงชื่อนี้หรอก แต่ความเป็นไปได้อื่นก็ไม่มีอีกแล้ว
รามที่คิดตามก็พอนึกชื่อออกแล้วว่าใครเป็นคนบงการ “รุ่นพี่วุฒิซินะ ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากยุ่งด้วยเลยแท้ ๆ ทำไมต้องแส่หาเรื่องใส่ตัวด้วยนะ”
“ถึงจะรู้แต่เราไม่มีหลักฐานการว่าจ้างเพราะงั้นคงจัดการทางกฏหมายไม่ได้แน่ ๆ แถมพ่อของมันก็ยังเป็นชำรวจที่มีตำแหน่งสูงอีกด้วยรองจากพ่อของพี่” ดีแลนกล่าว
“ช่างเถอะครับเรื่องนี้ผมให้พี่จัดการแล้วกันผมไม่อยากจะยุ่งอะไรที่จะนำพาหายนะมาสู่คนรอบข้างผมเท่าไหร่” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า
“แต่ดูเหมือนว่าดรื่องยุ่ง ๆ หรือหายนะมักจะมาหานายเสมอเลยนะราม” ดีแลนชี้มือไปด้านหลังของรามรามเมื่อเห็นบุคคลที่ปรากฏขึ้นมาจากผืนดินก็ต้องอดที่จะกล่าวออกไปไม่ได้
“ผมต้องขออภัยพระแม่ธรณีเป็นอย่างยิ่งขอรับที่สร้างความปั่นป่วนให้กับผืนดินที่ท่านปกครองอยู่” รามคุกเข่าขอขมาทันที
หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังโคสีทองใส่ชุดสไบสีน้ำตาลปักลายด้วยลวดลายกนกงดงามกล่าวด้วยเสียงดุ “หากลูกรู้ว่าสิ่งที่ลูกได้พึงกระทำนั้นสร้างความปั่นป่วนให้กับผืนแผ่นดินใยลูกถึงมิหยุดการกระทำเสียตั้งแต่ต้นเล่า สิ่งที่เกิดขึ้นชีวิตที่สูญเสียนั้นมิใช้เล็กน้อย เพียงแต่ครานี้โชคยังดีนักที่ไม่มีมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ตกตาย” เสียงที่ทรงอำนาจแต่แฝงความอบอุ่นดุรามออกมาตรง ๆ ส่วนรามได้แต่ก้มหน้ารับฟังอย่างเคารพ
“ผมต้องขออภัยที่ไม่ได้ยั้งคิดถึงผลที่ตามมาครับ” รามกล่าวอย่างสำนึก เพราะจริง ๆ แล้วเขามีวิธีอีกมากมายที่จัดการพวกนั้นแต่เขาดันใช้ผืนแผ่นดินที่เขายืนอยู่เป็นเครื่องมือในการสังหารโดยที่รู้อยู่แล้วว่าเทพหรือตำนานบนโลกนี้ก็ยังคงดำรงอยู่
“ไม่เป็นไรหรอกลูกแม่ เจ้าย่อมมีผิดพลาดพลั้งไปบ้างแม่แค่มาเตือนสติของลูกเท่านั้น จำคำแม่ไว้จงคิดให้รอบคอบ แม่มาเตือนเพียงเท่านี้หวังว่าลูก ๆ ทั้งหลายคงสำนึก แม่คงต้องไปแล้วในเวลานี้ แต่ก็ต้องขอบคุณลูกมากที่ช่วยต่อชีวิตผืนแผ่นดินแห่งนี้ แม่ต้องไปแล้ว” พระแม่ธรณีกล่าวพร้อมลูบหัวรามด้วยความเอ็นดูก่อนจะหายลงไปใต้ผืนดิน
ส่วนรามก็ยืนขึ้นก่อนจะหันไปพูดคุยกับดีแลนต่อ ส่วนจินยังคงตื่นตกใจอยู่กับการปรากฏตัวของพระแม่ธรณีอยู่ จนดีแลนต้องสะกิดว่าให้ไปส่งพวกเขาที่โรงแรมได้แล้ว จินติดต่อคนของเขาให้มาเคลียร์ซากศพให้เรียบร้แยก่อนจะขับรถไปส่งดีแลนและรามที่โรงแรม