Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 53 ไม่อาจหวนกลับคืน
รุ่งขึ้นทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติอย่างที่มันควรจะเป็น ตื่นเช้าออกไปวิ่งพร้อมกับคนอื่น ๆ แต่ที่แปลกไปก็คือความเข้มงวดในการฝึกซึ่งมันลดน้อยลงไปมากกว่าเมื่อวาน โดยวันนี้หลังจากที่วิ่งตอนเช้าออกกำลังอีกนิดหน่อยก็ปล่อยอิสระให้ซื้อของฝากกันอย่างเต็มที่ ส่วนรามแน่นอนว่าถึงมีเงินแต่เขาก็ยังเป็นคนที่ติดนิสัยประหยัดอะไรที่ไม่จำเป็นเขาก็ไม่ค่อยอยากใช้จ่ายเท่าไหร่ แต่ถ้านาน ๆ ครั้งอย่างอาหารเย็นเมื่อคืนนั้นเป็นข้อยกเว้น
และแล้วก็ถึงเวลา 12.00 น. ซึ่งมันเป็นเวลาเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม “ไม่หลงลืมอะไรแล้วนะ”โค้ชอนันต์กล่าว
หลายคนต่างส่ายหน้าเป็นคำตอบว่าเก็บของครบแล้ว เมื่อโค้ชอนันต์เห็นดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะให้ทุกคนขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางกลับทันที ตพแหน่งที่นั่งยังคงเป็นเช่นเดิมยกเว้นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่บนรถบัสนั่นคือวุฒิ
“เห้ย ๆ เงียบเหงาว่ะ ร้องเพลงกันดีกว่า!” รุ่นพี่คนหนึ่งที่รู้สึกเบื่อกับความเงียบเหงาบนรถแบบนร้จึงตะโกนออกไป ใช่! บนรถใครจะให้มันเงียบเหงาได้ละจริงมั้ย
“เห็นด้วย!”
“โอ้ใครมีเพลงอะไรเสนอมาหน่อยเร็ว วันนี้หัวหน้าทีมจะเป็นคนร้องเว้ย!” ไมค์ที่ได้ทีผสมโรงไปกันคนอื่น ๆ ด้วย
“อ้าวเห้ย! อยู่ดี ๆ มาโยนให้กูได้ไงวะ เสียงมึงนั่นแหละดีแล้วไอ้ไมค์!” ดีแลนโวยออกด้วยน้ำเสียวที่รีบร้อน
“โหยมึงกูรู้เสียงกูอย่างกับควายออกลูกอยากให้ทั้งคันหัวเราะกูหรือไงฟร๊ะ!”ไมค์กล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“เออ! ถ้ากูร้องมึงก็ต้องร้องด้วยอย่าเสือกแอ๊ปเสียงห่วย แต่ว่าเหมือนยังขาดไปอีกคนว่ามั้ย” ดีแลนแสยะยิ้มกล่าว
“กูว่าสองว่ะ” ไมค์พอรู้แล้วว่าใครคือเป้าหมายของการแกล้งในครั้งนี้
“ไอ้ราม ไอ้การินโว้ย มาร้องเพลงกับพวกพี่ซะดี ๆ ” ดีแลนตะโกนไปยังคนที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้อย่างรามและการินแน่นอนเมื่อทั้งสองคนได้ยินคำพูดของดีแลนก็สะดุ้งทันที
“รุ่นพี่ตะโกนมาได้ ผมตกใจหมด เห้อ~ ขอปฏิเสธครับ”รามกล่าวปฏิเสธอย่างนุ่มนวนแต่ดีแลนรูเอยู่แล้วว่ารามต้องปฏิเสธเขาจึงเดินมาลากรามไปนั่งรวมกับกลุ่มที่กำลังปรับสายกีตาร์ ท่านกลางเสียงโห่ปรบมือของเพื่อนร่วมทีมอย่างคับคั่ง
“เห้ย! ไม่เอาโว้ยไอ้พี่บ้าปล่อย!” สภาพของรามยังนับว่าดีแต่กลับกันการินทั้งโดนฉุดกระชากลากถูให้มารวมตัวกับเขา ตอนนี้รามเริ่มนึกสงสัยแล้วว่ารุ่นพี่ไมค์คงเป็นสาย S อย่างแน่นอน
“นิ่งไอ้การิน กูเป็นรุ่นพี่มึงหัดเคารพกูบ้าง!” ไมค์ดุการินออกไปด้วยน้ำเสียงที่กดดันความจริงเขาเองก็ไม่อยากใช้ตำแหน่งรุ่นพี่กดดันอีกฝ่ายหรอกแต่เวลาเขาเห็นการินแบบนี้ทีไรอดที่จะรู้สึกจะแกล้งไม่ได้ทุกที
“เออ ๆ ก็ได้ ๆ ปล่อยกูซักทีซิฟร๊ะ ชิ” การินยอมทำตามคำสั่งในที่สุดแต่มิวายอดสาปแช่งในใจไม่ได้ ส่วนไมค์ที่เห็นการินยอมแล้วเขาก็ยิ้มและส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะปล่อยให้เดินไปรวมกับรามที่ด้านหลัง
“พี่ดีแลนผมว่ารุ่นพี่ไมค์สนใจไอ้การินแน่ ๆ ” รามหันไปกระซิบกันคนที่นั่งข้าง ๆ
“หึหึ น่าสนุกดีนะว่ามั้ย” ดีแลนกล่าวกับรามและหัวเราะเบา ๆ
“เอ้า! เครื่องดนตรีพร้อม คนร้องพร้อม เหลือแค่เพลงไหนใครอยากฟังเพลงอะไรกันบ้าง” คนในรถต่างตะโกนบอกเพลงที่พวกเขาอยากฟังกันอย่างจ้าละหวั่นจนโค้ชอนันต์ต้องดุเหตุการณ์ถึงกลับสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง”ในเมื่อมีเพลงหลายเพลงที่อย่างฟังเพราะงั้นให้คนร้องเลือกเพลงแรกก็แล้วกัน”
บรรยากาศบนรถบัสเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพลงที่รามและดีแลนเลือกมาร้องนั้นทุกคนสามารถร้องตามได้หมด แม้ว่าจะสนุกแค่ไหนแต่มันก็ต้องมีวันล้มเลิก เมื่อรถบัสเคลื่อนตัวเข้ามาภายในตัวเมืองซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าถึงกรุงเทพแล้ว ใช้เวลาราว ๆ 3 ชั่วโมงก็เดินทางถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ
เมื่อลงจากรถบัสหมดทุกคนแล้วโค้ชอนันต์ก็เรียกรวมตัวกันอีกครั้งก่อนจะปล่อยให้แยกย้ายกลับบ้านเพราะพรุ่งนี้ทุกคนยังต้องมาเรียนตามปกติ รามและการินที่ยืนคุยกับพวกดีแลนอยู่นั้นก็ต้องหยุดการสนทนาลงเมื่อได้ยินเสียงใสหวานของผู้หญิงคนหนึ่ง “ราม มีเวลาคุยกับน้ำตาลหน่อยมั้ย”
รามชะงักไปครู่หนึ่งแววตาของเขาสั่นไหวไปชั่วครู่ก่อนจะหลับต่เพื่อปรับอารมณ์ของตนเองก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตแฟนของเขา
“ไอ้รามเคลียร์ให้จบนะเพื่อน”การินตบบ่าของรามไปครั้งหนึ่งก่อนจะเดินแยกออกไปรวมถึงพวกดีแลนด้วยในตอนนี้เหลือเพียงน้ำตาลและรามอยู่กันเพียงสองคน ทั้งสองต่างยังคงเงียบใส่กันโดยไม่มีใครเริ่มพูดก่อน
“เอ่อ… รามสบายดีใช่มั้ย?” น้ำตาลกล่าวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจหากเมื่อก่อนนามคงตอบกลับด้วยความอ่อนโยน แต่ในตอนนี้สายตาของรามเหลือไว้เพียงความเย็นชาเท่านั้น
“สบายดีแล้วน้ำตาลละเป็นยังไงบ้าง” รามกล่าวถามกลับ
“อะ อืม รามเรา…กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย”น้ำตาลกล่าวจุดประสงค์ของเธอออกมาทันที
รามส่ายหัว “มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกน้ำตาล สิ่งที่มันเสียไปแล้วยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม แก้วที่ร้าวไปแล้วถึงแม้จะหลอมใหม่หรือใช้กาวติดมันก็ไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมหรอก น้ำตาลเป็นคนเลือกที่จะเดินออกจากรามเอง ไม่ใช่รามเป็นคนเดินออกจากน้ำตาล” รามกล่าวพร้อมยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินจากไป น้ำตาลเมื่อได้ยินคำตอบเธอก็ทรุดนั่งลงด้วยความเจ็บปวด น้ำตาเริ่มหลั่งรินออกมาจากดวงตาของเธออีกครั้ง มันคือเรื่องจริงที่เธอเป็นฝ่ายนอกใจรามก่อน ผลของการกระทำดังกล่าวเธอต้องแบกรับมันเอาไว้เอง…
ส่วนรามที่เดินกลับมารวมตัวกับพวกการกินก็ปวดใจไม่แพ้กัน ใช่ว่าเขาจะตัดใจจากน้ำตาลได้ทันที สิ่งที่เขาทำกับสิ่งที่เขารู้สึกมันขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ภายนอกอาจจะมองดูว่าเข้มแข็งแต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน
“ไม่เป็นไรนะเพื่อน” การินตบบ่าขอรามเพื่อให้กำลังใจ
“อืม กูขอตัวกลับก่อนแล้วกันเจอกันพรุ่งนี้นะ” รามตอบกลับก่อนจะเดินออกจากตรงนั้น การินได้แต่มองตามหลังของรามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
“ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดีอย่างน้องรามต้องมาเจอกับผู้หญิงแบบนั้น” ดีแลนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เห็นใจ
“เหอะ! เลิกกันไปแล้วยังจะเอาอะไรอีก! ดูเหมือนไอ้รามมันอุตส่าห์ลืมไปได้แล้วแท้ ๆ ยังจะกลับมารื้อฟื้นขึ้นมาให้ได้อะไรขึ้นมา กูไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิงสมัยนี้จริง ๆ ” ไมค์เองก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉยชา ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเองไป