Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 54 กลับไปอีกครั้ง
รามเดินออกจากโรงเรียนก็เจอกับเสือที่ยืนรอเขาอยู่ วันนี้คมสันต้องอยู่คุมในการรีโนเวทอาคารที่รามได้ทำข้อตกลงกับอดิเรก “ยินดีต้อนรับกลับครับนายน้อย”
“ครับ ออกรถเถอะครับพี่เสือ ผมอยากกลับไปพักผ่อนเต็มที่แล้ว” รามยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าให้เสือไปก่อนจะเดินไปนั่งเบาะหลังพร้อมหลับตาลงทันที เสือเมื่อเก็บกระเป๋าเข้าท้ายรถเรียบร้อยแล้วเขาก็ออกรถทันที ระหว่างทางไม่มีเสียงพูดคุยอะไรทั้งสิ้นเสือคงคิดว่านายน้อยของมันคงเหนื่อยจากการฝึกซ้อม แต่ไม่ใช่รามเหนื่อยที่ต้องคิดถึงวันเก่า ๆ มากกว่า ไม่นานรถของเสือก็เคลื่อนตัวมาจอดหน้าอพาร์ทเม้นท์ของราม
“ถึงแล้วครับนายน้อย” เสือกล่าวออกไป
“อืม งั้นพี่เสือช่วยเอาเสื้อผ้าของผมไปไว้ที่ห้องด้วยนะครับ ผมขอตัวไปดูการรีโนเวทอาคารแป๊บหนึ่ง” รามกล่าวพร้อมก้าวลงจากรถทันที ไม่นานรามก็เดินมาถึงอาคารที่เขาซื้อไว้พร้อมเห็นคมสันและหาญกำลังคุยกันอยู่ “ไงครับพี่หาญพี่คมสัน” รามกล่าวทักทายพวกเขาออกไป
“นายน้อยยินดีต้อนรับกลับครับ” หาญกล่าวกับราม
“ว่าแต่นายน้อยการเก็บตัวซ้อมเป็นยังไงบ้างครับ” คมสันกล่าวถาม
“ก็เหมือนเก็บตัวนักกีฬาทั่วไปนั่นแหละ พอดีเกิดเรื่องนิดหน่อยเลยต้องกลับก่อนกำหนดน่ะ ว่าแต่พี่คมสันการรีโนเวทร้านไปถึงไหนแล้วครับ”
“กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีครับ คนที่นายน้อยติดต่อทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพมาก” รามพูดคุยกับคมวันและหาญพักใหญ่ก่อนจะขึ้นห้องของเขา เมื่อขึ้นมาถึงก็เห็นวศินกำลังเทถุงกับข้าวลงจานอยู่ “สวัสดีครับพ่อ กลับมาแล้วครับ”
“อ้าวมาแล้วหรอ มา ๆ กินข้าวเดินทางเหนื่อย ๆ จะได้ไปนอนพักผ่อน”
รามที่ได้ยินก็นั่งลงที่เก้าอี้ทันทีก่อนจะลงมือรับประทานข้าวเย็น การสนทนาบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น จนในที่สุดทั้งสองก็รับประทานกันเสร็จรามจึงทำหน้าที่ลูกที่ดีล้างจานเก็บให้เรียบร้อยส่วนวศินก็เดินเข้าไปอาบน้ำ
เวลา 21.00 น. รามหลังจากที่อาบน้ำเคลียร์งานเรียบร้อยแล้วก็เข้านอนทันที เมื่อหัวของรามถึงหมอนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางระยะยาวก็เล่นงานรามทันที ในที่สุดรามก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนล้า….
รามลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งมองซ้ายมองขวา “คูลดาวน์เสร็จแล้วงั้นหรอเนี่ย แต่ทำไมรูสึกหวิว ๆ ยังไงชอบกลแหะ” รามพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“เห้อ~ นี่ไม่รู้จริงหรือว่าเจ้าโง่กันแน่ห๊ะ”เกรัสที่ออกมาจากรอยสักถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะกล่าวกับรามออกไป
“เห้ย!” รามที่ได้ยินคำบอกของเกรัสก็อุทานออกไปด้วยความตกใจก่อนจะหาชุดมาใส่อย่างรวดเร็ว ใช่เขาลืมไปว่าตัวของเขาในโลกนี้มีอายุถึง 20 ปีแล้ว เพราะงั้นทุกสัดส่วนต้องขยายขึ้นจำทำให้เสื้อนอนที่รามใส่ฉีกขาดจนเปิดเผยทุกสัดส่วนของร่างกาย
“เห้อ~ ลืมไปเลยว่าในโลกนี้ตัวจองเรามันโตขึ้นนี่หว่ามิน่าถึงรู้สึกหวิว ๆ ” รามบ่นออกไปเบา ๆ
“แต่ว่ามันมีเรื่องแปลก ๆ ว่าไหม” เรนที่ตามเกรัสออกมาเงยหน้ามองผืนฟ้าท่ประดับไปด้วยดวงดาวที่แข่งกันทอแสง
“ผมว่ามันก็ปกตินะครับ” รามมองท้องฟ้าตามเรนก่อนจะกล่าวกับเรนอออกไป
“ช่างเถอะข้าอาจจะคิดไปเองก็ได้ ข้าแค่สงสัยเท่านั้น” เรนกล่าวจบก็หายเข้าไปในรอยสักทันที
“แล้วลุงมีอะไรรึปล่าวครับ” รามกล่าวถามเกรัส
“หืม? อ๋อปล่าวหรอกก็แค่ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เฉย ๆ ก็โลกของเจ้าเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก อากาศก็แทบเต็มไปด้วยพิษ ถึงแม้ว่าพวกข้าจะไปนั่งก๊งเหล้ากับเหล่าเทพในโลกของเจ้าได้ก็เถอะ”
“อ๋อ งั้นหรอครับงั้นผมคงต้องไปที่กิลด์เลเวียก่อนลุงจะเดินไปพร้อมผมหรือจะเข้าไปอยู่ในรอยสักก็ได้นะครับ”
“เออ ข้าเดินไปพร้อมเจ้านั่นแหละ” หลังจากพูดคุยจบทั้งสองคนก็เดินไปยังประตูเมืองพร้อมกัน เมื่อใกล้ถึงประตูเกรัสก็เข้าไปในรอยสักของรามก่อนเพื่อจะได้ไม่มีปะญหาตามมาถึงหน้าประตู ทหารยามที่เฝ้าประตูเมื่อเห็นรามกำลังตรงมาทางประตู “หยุดก่อน! พวกเจ้าเป็นใครถึงมายามดึกดื่นเช่นนี้!”
“ผมเป็นนักผจญภัยครับ พึ่งเสร็จสิ้นจากการทำภารกิจ นี่ครับบัตรนักผจญภัย” รามกล่าวพร้อมยื่นบัตรนักผจญภัยของตัวเองให้ทหารยามดู
“โอ้ ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ว่าแต่เจ้าไปทำภารกิจอะไรงั้นรึ” ทหารยามกล่าวถามรามอีก
“ผมรับภารกิจกำจัดก๊อบลิ้นที่หมูบ้านทางเหนือน่ะครับ แต่ว่ามันมีเหตุการณ์บางอย่างที่มันนอกเหนือจากภารกิจเล็กน้อยจึงต้องรีบกลับไปแจ้งที่กิลด์อย่างด่วน” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังบวกกับสกิลตอแหลทำให้เรื่องที่รามกล่าวนั้นน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก
“งั้นเชิญข้าคงไม่รั้งตัวเจ้าไว้นานหรอก” ทหารยามเปิดทางให้รามเดินเข้าไปในเมือง เมื่อเข้ามาแล้วรามก็ตรงไปที่กิลด์เลอวียทันทีเพื่อแจ้งเรื่องปีศาจ เมื่อเข้ามาภายในกิลด์ก็ต้องพบกะบความวุ่นวายที่มากกว่าเมื่อเช้าแต่ทว่าไม่ใช่เรื่องการทะเลาะกันแต่เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารเรื่องราวต่าง ๆ ที่พึ่งเกิดขึ้น รามมองความวุ่นวายด้วยความสงสัยก่อนจะตรงไปยังเคาน์เตอร์
“เอ่อ…ทำไมกิลด์ดูวุ่นวายแบบนี้ละครับ”รามกล่าวถามพนักงานหูกระต่ายออกไป
“อ่ะ ท่านรามนั่นเอง พอดีมีข่าวแจ้งมาว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเหล่านักโทษที่เป็นนักผจญภัยต่างสลายกลายเป็นฝุ่นโดยไม่ทราบสาเหตุ เรื่องนี้ทำให้ต้องเรียกประชุมหัวหน้ากิลด์ทุกกิลด์ในเมืองอย่าเร่งด่วนเลยล่ะคะ”
‘หืม? เดี๋ยวนะ!’ รามเหมือนคิดอะไรออกเขามองไปที่เครื่องบอกเวลาเวทย์มนต์ก็พบว่ามันผ่าไปเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น นั่นทำให้เขานึกได้ทันทีถึงท่าทางที่ผิดปกติของเรนทันที
ปัง! ประตูกิลด์ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของกิลด์มาสเตอร์เดินเข้ามาในกิลด์ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด “มาสเตอร์เรื่องราวเป็นยังไงบ้างคะ”
“ไม่ไหวหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ตอนนี้คงต้องปล่อยเรื่องพวกนี้ไปก่อนให้สภาเวทย์จัดการ เห้อฉันขอตัวขึ้นไปพักหน่อยก็แล้วกัน” มาสเตอร์กิลด์พูดกับสาวหูกระต่ายจบก็เดินขึ้นไปชั้นสามเพื่อพักผ่อนทันที
“เห้อ~ แล้วท่านรามมีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยมั้ยคะ”พนักงานหูกระต่างกล่าวถามรามออกไป
“อ๋อ! พอดีผมมีเรื่องต้องแจ้งกับภารกิจนี้น่ะครับ” ว่าแล้วรามก็ยื่นใบภารกิจกวาดล้างที่เขารับทำก่อนจะบอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ท่านรามเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะหากเป็นจริงอย่างที่ท่านรามกล่าว…”
“ผมได้รับคำยืนยันจากลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านมาด้วย แต่ทว่าตอนนี้มันหนีไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าที่อื่นจะมีแบบนี้อีกรึปล่าวน่ะซิ” รามกล่าวพร้อมยื่นบัตรนักผจญของเขาให้อีกฝ่ายตรวจสอบ
“เรื่องนี้คงต้องแจ้งมาสเตอร์โดยด่วนไม่ทราบว่าท่านรามมีปัญหาหรือธุระอะไรรึปล่าวคะ”
“ไม่มีครับแต่ผมอยากจะขอพักผ่อนซักหน่อยตอนนี้ผมง่วงมาก” รามกล่าวพร้อมหาวออกไป
“งั้นไม่รบกวนท่านรามแล้วล่ะค่ะ แต่ว่ารบกวนพรุ่งนี้เข้ามาที่กิลด์ด้วยนะคะ”
รามพูดคุยกับพนักงานหูกระต่างอรกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากกิลด์พร้อมกับตรงไปยังคฤหาสน์ของอาราสทันที