Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 55 ผู้ฝึกสอน
รามหลังจากออกจากกิลด์ก็เดินไปตามถนนที่มุ่งหน้าเข้าสู่โซนพักอาศัยสำหรับขุนนางซึ่งคฤหาสน์ของอาราสก็อยู่ในโซนนั้นด้วย “ที่นี่งั้นหรอ” รามมองดูคฤหาสน์ที่องครักษ์อาราสพักอาศัยด้วยสายตาที่ตื่นเต้น
‘จะยืนรออีกนานมั้ย พรุ่งนี้เจ้าต้องไปที่กิลด์แต่เช้าไม่ใช้รึ’ ซิกส์ที่เงียบมานานกล่าวกับราม
‘อะ ขอบคุณที่เตือนครับคุณซิกส์แต่ว่าหายไปไหนมาครับเห็นเงียบกว่าคนอื่น ๆ เสียอีก’ รามกล่าวถามซิกส์
‘ข้าแต่จำศีลเท่านั้นไม่ต้องห่วงข้าหรอก’ ซิกส์กล่าวเพียงเท่านั้นก็ตัดสายไปทันทีส่วนรามก็ได้แต่สายหัวเบา ๆ ก่อนจะตรงไปยังประตูใหญ่ที่มีทหารยืนเฝ้าอยู่
“หยุดก่อนนี่เป็นเขตขององครักษ์ส่วนของพระมหากษัตริย์คนไม่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าไปได้” ทหารที่เฝ้าหน้าประตูใหญ่ยกทวนขวางรามไว้
“อ่อครับ พอดีผมมาตามคำเชิญของคุณอาราสน่ะครับ ส่วนนี่คือตราที่คุณอาราสให้ผมไว้” รามกล่าวพร้อมยื่นตราที่อาราสมองให่เขาก่อนจะเข้าเมือง
ทหารเฝ้าประตูมองตราในมือของรามก็อดที่จะเหลือบมองสภาพของรามไม่ได้ ‘ชุดขนสัตว์ที่แปลกประหลาดแถยังสัมผัสถึงพลังเวทย์ของอีกฝ่ายไม่ได้’ ทหารเฝ้าประตูอดคิดไม่ได้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครและมีอะไรเกี่ยวข้องกับนายของมัน
“ทางเราต้องขอไปยืนยันจากท่านอาราสก่อนโปรดรอ” ในขณะที่ทหารนายนั้นกำลังจะเข้าไปสอบถามภายในคฤหาสน์ก็ปรากฏคนขัดมันเสียก่อน
“ไม่ต้อง ท่านผู้นั้นเป็นแขกของนายท่าน” ร่างของชายสูงวัยในชุดพ่อบ้านปรากฏตัวขึ้นระหว่างรามและทหารนายนั้น
“งั้นหรือท่านพ่อบ้าน เสียมารยาทกับแขกของนายท่านแล้ว” ทหารนายนั้นกล่าวกับพ่อบ้านะร้อมหันมาก้มหัวขอโทษราม
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงซะจะมีใครที่ไหนมามืดค่ำขนาดนี่ ยังไงคุณก็ต้องทำตามหน้าที่อยู่แล้ว” รามกล่าวออกไปตามความคิดของตัวเอง
“ท่านรามนายท่านรออยู่ขอรับ”พ่อบ้านกล่าวกับราม
“อืม นำทางผมไปเลยครับ”รามรับคำก่อนจะเดินตามพ่อบ้านเข้าไปภายในคฤหาสน์ เมื่อเข้ามาภายในคฤหาสน์พ่อบ้านก็พารามตรงไปยังห้องหนังสือที่อาราสกำลังนั่งอ่านรายงานต่าง ๆ อยู่ พ่อบ้านเคาะประตูก่อน “นายท่านข้าพาท่านรามมาแล้วขอรับ”
“อืมให้ท่านรามเข้ามาส่วนเจ้าไปจัดห้องพักที่ดีที่สุดซะห้ามเกิดข้อผิดพลาดโดยเด็ดขาด” อาราสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“รับทราบขอรับนายท่าน ท่านรามเชิญในห้องครับส่วนข้าขอตัวไปเตรียมห้องพักให้ท่านก่อน” พ่อบ้านขานรับก่อนจะหันมากล่าวกับรามด่อนจะไปทำตามคำสั่งของอาราสเมื่อครู่
หลังจากที่พ่อบ้านจากไปแล้วรามก็เปิดประตูเข้าไปภายในห้องทันที เมื่อเข้ามาภายในห้องก็พบกัอาราสที่นั่งรออยู่บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารราชการที่ต้องเบิกจ่ายภายในส่วนที่เขาดูแล
“ขอโทษที่รบกวนเวลานี้นะครับ พอดีภารกิจเสร็จเร็วไปหน่อย” รามเป็นคนเปิดการสนทนาก่อน
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าก็พอคาดเดาได้ว่าภารกิจต้องเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วแน่ ๆ และอีกอย่างข้ามั่นใจในฝีมือของท่านราม” อาราสเปลี่ยนท่าทีจากที่ทรงอพนาจเมื่ออยู่ต่อหน้าข้ารับใช้แต่กลับนอบน้อมกับรามผู้ที่พึ่งเจอกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ทั้งสองคนกล่าวพูดคุยกันอยู่นานพอสมควรในที่สุดอาราสก็กล่าวถามถึงเรื่องคนที่จะสอนเขา “เอ่อ…ท่านรามข้าเองก็ไม่อยากละลาบละล้วงหรอกนะ ข้าอยากทราบว่าหากไม่ใช่ท่านที่จะเป็นคนสอนข้าแล้วใครกันที่จะเป็นคนสอน”
“อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าท่านอาราสสนใจเรื่องไหนเป็นหลัก ระหว่างบุกทะลวง ตั้งรับหรือฝ่านสนับสนุนและธาตุประจำตัวของท่านอาราสด้วย”รามกล่าวถามเพื่อเป็นข้อมูล
“สำหรับพวกเราเหล่าองครักษ์มีหน้าที่สำคัญคือปกป้องคือการป้องกันเหล่าเชื้อพระวงศ์และเป็นดั่งคมดาบกำจัดศัตรูหากให้เลือระหว่างตั้งรับหรือบุกทะลวงข้าไม่สามารถเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้หรอกท่านราม ส่วนเรื่องเวทย์ธาตุประจำตัวของข้าคือวายุและอัคคี” อาราสกล่าวตอบรามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“อื้ม…ถ้างั้นให้เจอตัวจริงมันอาจจะง่ายขึ้นเพราะยังไงซะผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนพวกเขาหรอกนะครับ” รามกล่าวจบก็ปรากฏแสงสีทองสี่สายพุ่งออกจากร่างกายของราม อาราสตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมากได้แต่จ้องมองรามด้วยสายตาที่หลายหลาย
คนแรกที่ปรากฏขึ้นมาคือเกรัสที่อยู่ในชุดเกาะสีเขียวพร้อมหอกปฐพี คนต่อมาเป็นซิกส์ที่อยู่ในชุดเกาะแดงเพลิงเช่นเดียวกับสีผมของเธอพร้อมถือพัดที่เป็นอาวุธประจำกาย ส่วนเฟลอยู่ในชุดขนสัตว์พร้อมดาบคู่ทั้งสองดล่มของเขา ส่วนอีกคนซึ่งรามเองก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่เขายอมปรากฏตัวออกมาอย่างนี้เพราะรามรู้ว่าเรนเกลียดมนุษย์ในโลกนี้เป็นอย่างมาก
“ท่านรามคนพวกนี้เป็นใครแล้วถ้าข้ามองไม่ผิดพวกเขาออกมาจากร่างกายของท่าน!….”
“ใจเย็น ๆ เจ้าหนูพวกข้าเป็นแสูรในพันธสัญญาของเจ้ารามมัน” เฟลเป็นคนกล่าวเพื่อลดความกระวนกระวายของอาราสแต่ยิ่งทำให้อาราสอึ้งมากกว่าเก่าเสียอีก และยิ่งพอได้รู้ว่าทั้งสี่ตนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาเป็นหนึ่งสัตว์เทพที่คอยดูแลสมดุลของทวีปนี้ก็ยิ่งทำให้อาราสช๊อกจนสติแทบจะดับ กว่าอาราสจะตั้งสติได้ก็นานพอสมควร
“ชิ! อ่อนแอและอ่อนหัดยิ่งนัก! พวกเจ้าจะสอนก็สอนไปข้าไม่อยากสอนคนอ่อนแอเช่นนี้!” เรนกล่าวด้วยน้ำไม่สบอารมณ์แบบสุด ๆ จนอาราสถึงกะบหน้าถอดสีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่โมโหจัดแต่ก็ยังเก็บอารมณ์ไว้ได้อย่างดี
“ข้าเองก็มีศักดิ์ศรีในฐานะองครักษ์ขององค์กษัตริย์ ข้ายอมรับว่าตัวของข้าในตอนนี้อ่อนแอ อ่อนแอเสียยิ่งกว่าเด็กหนึ่งอายุประมาณยี่สิบกว่า ๆ แต่ทว่าข้าเองก็ไม่ได้บังคับท่านให้เป็นคนสอนข้าเพียงแต่กลับกันเป็นข้าที่คุกเข่าขอร้องเด็กหนุ่งคนหนึ่งให้รับข้าเป็นลูกศิษย์” อาราสกล่าวตอบเรนด้วยเสียงแข็งพร้อมจ้องมองดวงตาสีฟ้าทะเลของเรนไม่วางตา
“ผ่าน” เรนยกยิ้มที่มุมปากก่อนเผยคำพูดที่ทำให้อาราสงงงวย
“เออ! ถือว่ามีคุณสมบัติสมบูรณ์งั้นข้าขอประเดิมคนแรกก็แล้วกัน” เหลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์เล็กน้อยก่อนจะเคลื่อนตัวไปใกล้อาราสก่อนจะจับที่ไหล่ของเขาไว้
“เดี๋ยวตอนเช้าเอามาส่งนะราม” เฟลกล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงที่ดูสนุกสนานส่วนอาราสก็ยังคงมึนงงอยู่พร้อมกับคำถามที่ต้องการถามออกไปแต่ก็ไม่สามารถกล่าวออกไปได้
“เบามือด้วยนะครับลุงเฟล” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อดที่จะเหนื่อยใจไม่ได้กับท่าทางที่เจอของเล่นชิ้นใหม่ของเฟล เขาเพียงหวังว่าอาราสจะสามารถผ่านมันไปได้ เท่านั้นเอง