Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 56 เรื่องของอาหาร
“อืม…เช้าแล้วงั้นหรอ” รามลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงขนาดคิงไซส์ ภายในห้องประดับไปด้วยของมีค่าที่ไม่สามารถประเมินได้หากนำกลับไปยังโลกของราม ติ้ง! “หืม? รอบนี้ให้เวลาแค่ 5 ปีเองงั้นหรอ ช่างเถอะแค่ 5 ปีก็น่าจะเพียงพอให้เลื่อนขั้นเป็นนักผจญภัยระดับ S ได้มั้ง”
[ระยะเวลาประเมิน 8 ชั่วโมง ดาวโลก = 5 ปี ดาวแพนตาเซีย]
รามมองดูหน้าจอสีฟ้าก่อนจะจัดการแลกเปลี่ยนไอเทมเพื่อให้กลายเป็นเงินจริงในโลกของเขาในครั้งนี้รามก็ยังคงใช้ใบชุบชีวิตเช่นเดิม แม้จะมีของที่ระดับพอ ๆ กันชิ้นอื่น ๆ อยู่ด้วยเพียงแต่ว่ามันไม่ได้เยอะเท่าใบชุบชีวิตแถมการจะได้มาแต่ละอันต้องใช้เวลานานมาก อย่างน้ำตานกเพลิงที่ได้จากซิกส์ยังต้องใช้เวลาถึง 500 ปีกว่าจะได้ 1 หยดเล็ก ๆ รามใส่ใบชุบชีวิตเข้าไปในช่องแลกเปลี่ยนเป็นเงินในโลกของเขาก่อนจะกดตกลง รอครู่เดียวมันก็ขึ้น [<Complete>] รามกดปิดหน้าต่างแลกเปลี่ยนเงินตราไปก่อนจะไปเช็ค Passive Skill และ Active Skill ว่าระดับถึงไหนแล้ว
ด้าน Passive Skill ของเรานั้นมีอยู่ไม่กี่ Skill ที่ยกระดับถึงขั้นปรมาจารย์ที่เป็นขั้นสูงสุด อาธิ สกิลกายแกร่ง ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากสกิลควายถึก เป็นต้น ส่วน Active Skill ในตอนนี้รามสามารถใช้ได้ทุกสกิลไม่มีข้อยกเว้นแต่ก็ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดการใช้พลังเวทย์และหากใช้ติดต่อกันก็เกิดความเหนื่อยล้าตามมา แม้จะมี Passive Skill อย่างอำนวยพรที่ยกระดับมาจาก สกิลฟื้นฟูพลังเวทย์ก็ตามที
หลังจากที่เช็คสกิลเรียบร้อยรวมถึงจำนวนเหรียญทองและไอเทมที่อยู่ในช่องเก็บของเสร็จรามก็เดินไปยังห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย แม้จะใช้เวทย์คลีนได้แต่มันก็ไม่เท่าได้อาบน้ำจริง ๆ
หลังจากอาบน้ำเสร็จรามก็แต่งชุดขนสัตว์เพราะตัวอื่นมันใส่ไม่ได้เนื่องจากร่างกายของเขามีขนาดที่โตเกินที่จะใส่พวกมันได้แล้ว
“อรุณสวัสดิ์ครับท่านราม ไม่ทราบว่าจะรับอาหารเลยรึปล่าวครับ” พ่อบ้านที่ยืนรออยู่ทางลงบันไดกล่าวทักทายราม
“เอ่อ..รบกวนด้วยครับ”รามกล่าวตกลงเพราะถึงแม้เขาจะปฏิเสธออกไปยังไงก็ต้องถูกบังคับให้กินอยู่ดี และอีกอย่างรามยังไม่เคยลิ้มลองอาหารของโลกนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะส่วนใหญ่รามจะประกอบอาหารกินเองเป็นหลัก
“เอ่อ…ไม่ทราบว่าท่านรามพอเห็นนายท่านบ้างมั้ยขอรับ” พ่อบ้านลังเลเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามรามออกไป
“อ๋อ คุณอาราสเดี๋ยวก็กลับมาครับ” รามกล่าวแค่นั้นก่อนที่พ่อบ้านจะพารามตรงไปยังห้องอาหาร แต่เมื่อรามเห็นอาหารความอยากอาหารของเขาก็ลดลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ‘นี่นะหรออาหารที่ชนชั้นสูงกิน’ รามอดคิดไม่ได้ว่าไม่เพียงแค่วัฒนธรรมเท่านั้นที่ต่างกันแบบสุดขั้วอย่างขุนนางสามารถมีภรรยาได้หลายคน ผักผลไม้ที่ไม่เป็นที่นิยมเพราะมันเป็นอาหารของสัตว์อสูร บนโต๊ะมีเพียงขนมปังโง่ ๆ ก้อนหนึ่งกับซุปข้นที่ดูไม่น่ากินแม้แต่นิดเดียว
“เอ่อคุณพ่อบ้านครับผมขอยืมครัวหน่อยได้มั้ยครับ” รามกล่าวถามพ่อบ้านออกไปถ้าให้เขากินอาหารนี้ขอยอมอดดีกว่า
“อาหารไม่ถูกใจงั้นหรอครับ? ถ้างั้นตามกระผมมาครับ” พ่อบ้านขมวดคิ้วถามรามเพราะอาหารตรงหน้าถือว่าเป็นของชนชั้นสูง แม้จะไม่พอใจแต่เขาก็นำทางรามไปยังครัวอยู่ดี ระหว่างทางเหล่าเมดก็โค้งทำความเคารพพ่อบ้านตามระเบียบก่อนจะหันไปทำงานของตัวเอง ไม่นานทั้งสองคนก็มาถึงครัวที่ตอนนี้ดูเหมือนจะวุ่นกับการทำอาหารของเหล่าคนงานในบ้านอยู่
“หัวหน้าพ่อครัวอยู่หรือไม่” พ่อบ้านกล่าวถามคนครัวคนหนึ่ง
“อยู่ขอรับท่านหัวหน้าพ่อบ้าน” คนครัวคนนั้นรีบขานรับก่อนจะไปตามหัวหน้าพ่อครัวของที่นี้
ไม่นานหัวหน้าพ่อครัวก็มาถึงก่อนจะกล่าวพูดคุยกับพ่อบ้านเล็กน้อย “ขออภัยที่อาหารของข้าไม่ถูกใจท่านราม ท่านสามารถใช้ครัวในส่วนนั้นได้อย่างเต็มที่” หัวหน้าพ่อครัวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจซักเท่าไหร่ซึ่งรามเองก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงดังกล่าว
“ขอรบกวนด้วยนะครับ”รามกล่าวจบก็ตรงไปยังส่วนที่หัวหน้าพ่อครัวบอกว่าใช้ได้ทันที อันดับแรกเลยคือการสำรวจเครื่องปรุงและวัตถุดิบซึ่งรามก็พบว่ามีเพียงแค่เกลือแต่มันก็ไม่ได้เค็มมากพอที่จะดสริมรสชาติได้ ส่วนวัตุดิบมีเพียงเนื้อซี่โครงที่พ่อครัวกำลังจะทิ้ง ผักและผลไม้แทบไม่มีเลย ‘เห้อ~ ตอนแรกจะทำเมนูง่าย ๆ อย่างสลัดเนื้อย่างแต่ดูแล้วไม่น่าพอทำได้ คงต้องใช้วัตถุดิบของตัวเองแล้วมั้ง’ รามพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเตรียมอุปกรณ์ของตัวเองออกมา
เมนูที่รามจะทำคือข้าวต้มกุ้งและซี่โครงย่างสมุนไพร รามเรียกเอาวัตถุดิบของเขาออกมาวางเรียงรายไว้สร้างความตกตะลึงให้กับคนในครัวอย่างมากเพราะวัตถุดิบที่รามเอาออกมาถือว่าเป็นของหายากทั้งนั้นแถมยังมีวัตถุดิบที่พวกเขายังไม่เคยและวัตถุดิบที่เป็นอาหารของพวกสัตว์อสูรด้วยเพราะไม่มีใครบอกว่ามันกินได้
แต่สิ่งที่หัวหน้าพ่อครัวตื่นเต้นและตกตะลึงพร้อมกันคือ กระปุกที่ใส่เครื่องปรุงที่ภายในบรรจุสิ่งที่มีสีขาวบริสุทธิ์และสีดำเงา “เอ่อท่านรามกระผมขอดูสิ่งที่ใส่ไว้ในขวดนั้นได้มั้ยขอรับ” หัวหน้าพ่อครัวกล่าวขอรามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“อ่ะ! ได้ครับ” รามยื่นขวดกระปุกสองอันนั้นให้หัวหน้าพ่อครัวไป หัวหน้าพ่อครัวเปิดฝาก่อนจะสูดดมมันก้อนจะอถทานออกมาด้วยน้พเสียงที่ตื่นเต้นสุดขีด “เกลือบริสุทธิ์และพริกไทยคุณภาพสูงนิ!” เสียงดังกล่าวดังพอให้คนในครัวได้ยินกันถ้วนหน้าจึงทำให้เกิดความวุ่นวายชั่วขณะหนึ่งก่อนที่หัวหน้าพ่อครัวจะระงับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
“ท่านรามกระผมอยากทราบว่าท่านได้ของสองสิ่งนี้มาจากไหนขอรับ” พ่อครัวกล่าวถามส่วนรามก็เอาซี่โครงหมักสมุนไพรทิ้งไว้เรียบร้อย
ก่อนจะไปจัดการกุ้งที่ตัวใหญ่กว่ากุ้งที่โลกของเขามากที่โลกนี้มันมีชื่อว่าแมลงทะเลเพราะลักษณะของมันไม่ได้เหมาะแก่การนำมาทำอาหารเลย “ทำเองน่ะครับ” คำตอบของรามนั้นยิ่งสร้างความวุ่นวายเข้าไปอีก ใครจะไปเชื่อละว่าเขาทำเอง
หัวหน้าพ่อครัวขมวดคิ้วเล็ก ๆ ก่อนจะขอตัวไปทำอาหารต่อปล่อยให้รามทำอาหารของเขาไป แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความไม่เชื่อว่ารามจะเป็นคนผลิตสิ่งที่มีค่าเทียบทองคำได้แน่นอน
รามเองก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำอะไรมากมายเขาตั้งหม้อก่อนจะใส่เปลือกกุ้งและหัวลงไปเพื่อทำน้ำซุปปรุงด้วยเกลือ น้ำตาล ซีอิ้วขาวเล็กน้อย เคี้ยวด้วยไฟอ่อน ๆ ทิ้งไว้ ก่อนจะไปเตรียมสลัดผักต่อ “ท่านรามผักพวกนี้ไม่สามารถกินได้นะขอรับ” คนครัวคนหนึ่งเห็นรามเอาผักที่ส่วนใหญ่เป็นของห้ามบริโภคในโลกใบนี้ออกมาก็เตือนด้วยความหวังดี
“อ๋อ ไม่ต้องห่วงครับผักพวกนี้กินได้แน่นอน เพราะผมกินมันมาแล้วหลายครั้งด้วย ลองชิดูมั้ยครับ” รามกล่าวพร้อมยื่นมะเขือเทศแดงสดผิวของมันเรียบเนียนจนรามเองอย่างกัดมันลงไปลิ้มลองมันเสียตอนนี้
“เอ่อ…ผมไม่อยากเสี่ยงตายน่ะครับขอปฏิเสธ อุก!” รามไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบก็ยัดมะเขือเทศเข้าปากอีกฝ่าย คนครัวคนนั้นทำท่าจะคายทิ้งแต่เจอสายตาดุของรามบอกว่าถ้าคายเองตายแน่
คนครัวคนนั้นจำใจต้องเคี้ยวและกลืนมันลงไป”อ่าห์นี่มันอร่อยมาก! แถมยังรู้สึกถึงพลังเวทย์ที่อัดแน่นด้วย” คนครัวคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“ใช่มั้ยล่ะ บอกแล้วว่ามันอร่อย^^” รามกล่าวจบก็ลงมือทำสลัดผักต่อ โดยมีผักกาดแก้ว หอบหัวใหญ่ ข้าวโพดหวาน ผักกาดม่วงและมะเขือเทศ ส่วนซอสก็เป็นสูตรที่รามคิดค้นขึ้นมาเองคนครัวที่ได้ลิ้มลองมะเขือเทศยังคงติดใจในรสชาติของมันอยู่ เขาอยากจะรู้ว่ารามไปเอามันมาจากไหน “เอ่อ…ท่านรามไม่ทราบว่าไปเอามะเขือทัดมาจากไหนขอรับ”
“ห๊ะ! มันเรียกว่ามะเขือเทศส่วนสถานที่น่ะหรอ อืมก็แถวป่าจูร่าน่ะ” รามกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะไปดูน้ำซุปหัวกุ้งที่เขี้ยวได้ที่แล้ว รามใช้เวทย์เอาเพียงแต่น้ำซุปพักไว้ก่อนจะไปจัดการข้าวที่คนในโลกนี้คิดเพียงอาหารชั้นต่ำเท่านั้นเพราะมันทั้งแข็งและสีมันก็ไม่น่ากินอย่างมาก รามใช้เวลาหุงข้าวด้วยอุปกรณ์เวทย์ที่เขาทำเอง ใช้เวลาไม่นานข้าวสีขาวนวนก็ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องครัวทำให้หลาย ๆ คนอดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้ รามตั้งหม้อด้วยไฟอ่อนก่อนจะเอาเนื้อกุ้งลงไปลวกให้สีสวยและเด้งน่ารับประทาน จากนั้นก็ตั้งอีกหม้อหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควรรามเทน้ำซุปหัวกุ้งลงไปตามด้วยข้าวสวยและเนื้อกุ้ง ปรุงรสเล็กน้อยเป็นอันเสร็จ
รามมองดูคนครัวที่เป็นคนเดียวที่คุยกับรามด้วยความขำขันก่อนจะเอาถ้วยออกมาตักข้าวต้มกุ้งไปถ้วยหนึ่งแล้วยื่นให้อีกฝ่ายส่วนอีกถ้วยเอาไว้ให้หัวหน้าพ่อครัวที่มองอาหารของดขาอย่างสนใจ “ลองกินดูมั้ยละ หัวหน้าพ่อครัวด้วยนะครับ” ทั้งสองรับถ้วยไปอย่างกระอักกระอ่วมก่อนจะใช้ช้อนตักกินไปคำหนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป ส่วนรามไม่สนใจทั้งคู่หันไปเตรียมเตาเพื่อย่างซี่โครงหมักสมุนไพรต่อ