Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 57 สนทนาบนโต๊ะอาหาร
“”อร่อย!!”” หัวหน้าพ่อครัวและคนครัวที่ได้กินข้าวต้มกุ้งที่รามนั้นหลังจากที่ตกอยู่ในภวังค์รสชาติที่ล้ำลึกอยู่นานพอสมควรพวกเขาก็ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ โดยเฉพาะหัวหน้าพ่อครัวที่ดูถูกรามตั้งแต่เอาข้าวที่เป็นอาหารของสัตว์มาทำอาหารคนกินแล้ว แต่เมื่อเขาได้ลองชิมไปเพียงคำเดียวเขาก็รับรู้ได้เลยว่าทำไมรามถึงไม่แตะต้องอาหารของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
“ท่านรามได้โปรดบอกสูตร ไม่ซิ ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยขอรับ!!” หัวหน้าพ่อครัวยอมแพ้อย่างสิ้นเชิง เขายอมคุกเข่าก้มหัวขอร้องราม ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดแก่คนที่ดูอายุน้อยกว่าเขาช่วงอายุหนึ่งเพียงเพื่อการทำอาหารเท่านั้น ชีวิตของเขาไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้วอาหาีที่เขาภาคภูมิใจยังเทียบไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียวของอาหารที่ชายตรงหน้าเขาเป็นคนทำเลย
“ให้ผมรับเป็นศิษย์? ล้อเล่นรึปล่าวครับ”
“ไม่ได้ล้อเล่นครับ! กระผมต้องการพัฒนาฝีมือการทำอาหารให้ดียิ่งขึ้นเพื่อนายท่านและนายหญิงที่นอนป่วยอยู่ขอรับ!”
“หืม? ท่านอาราสมีภรรยาแล้วหรอครับ” รามสะดุดกับคำว่านายหญิงที่หัวหน้าพ่อครัวหลุดปากกล่าวออกมา
“นายท่านยังไม่ได้เล่าเรื่องนายหญิงให้ท่านฟังงั้นหรอครับ?” หัวหน้าพ่อครัวกล่าวถามรามด้วยความแปลกใจ
“ไม่ได้เล่าครับ เห้อ~ เอาเป็นว่าผมจะสอนให้แล้วกันแล้วก็ขอบอกไว้อีกอย่างทิ้งความเชื่อว่าอาหารที่สัตว์อสูรกินนั้นมีพิษซะ ไม่งั้นคุณก็จะจมปลักอยู่กับความคิดซ้ำซากจำเจอยู่อย่างนั้น” รามกล่าวโดยยังคงกลับด้านซี่โครงสมุนไพรย่างเพื่อมันสุกอย่างทั่วถึง
“ข้าจะพยายามขอรับ” หัวหน้าพ่อครัวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะกลับไปทำงานของเขาต่อ
‘กลับมาแล้ว’ เฟลส่งข้อความหารามทันทีที่เขามาส่งอาราสที่ห้องนอน
‘ยินดีต้องรับกลับครับลุงเฟลว่าแต่คงไม่ได้ฝึกอะไรพิศดารหรอกนะครับ’ รามกล่าวตอบเฟลผ่านกระแสจิต
‘โอ้ว! วางใจข้าได้เจ้านั้นไม่ใช่เอ็งนะเจ้าหนูที่สามารถอยู่ในวังน้ำวนที่ข้าสร้างขึ้นได้อย่างสบาย ๆ ได้ ข้าแค่สอนเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายให้สอดคล้องกับกระแสเวทย์แค่นั้นเองแถมเจ้านั่นยังทำได้ดีด้วย คืนนี้ข้าขอต่ออีกวันแล้วกันนะ’ เฟลตอบกลับรามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
‘แค่การเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับกระแสเวทย์ เหอะ ๆ ผมจะพยายามเชื่อแล้วกันนะครับลุงเฟล’ หลังจากพูดคุยเสร็จอาหารของรามก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เอ่อ…คุณ” รามที่กำลังเรียกหัวหน้าพ่อครัวเพื่อบอกให้คนยกอาหารไปยังโต๊ะอาหารเพราะคาดว่าหลังจากการฝึกกับเฟลแล้วอาราสจำเป็นต้องได้รับพลังงานโดยด่วน
“ข้าชื่อ วาส ขอรับ” หัวหน้าพ่อครัวกล่าวชื่อของตัวเองให้รามรับรู้
“งั้นคุณวาสช่วยให้คนยกอาหารที่ผมทำไปที่โต๊ะอาหารด้วยนะครับ ส่วนเรื่องการสอนไว้วันอื่น วันนี้ผมมีเรื่องต้องไปจัดการต่อคงไม่ว่างสอน” หลังตากที่รามกล่าวออกไปแล้วหัวหน้าพ่อครัวก็ให้เมดและพ่อบ้านมายกอาหารไปยังโต๊ะอาหารทันที แต่วาสเหลือบไปเห็นหม้อใบหนึ่งที่ยังปิดฝาไว้แถมยังใหญ่มากอีกด้วย พร้อมยังมีอักษรเวทย์เขียนไว้กลางอากาศด้วยโดยมีใจความว่า [ข้าวต้มหม้อนี้แบ่งกันกินได้นะครับ]
รามที่ออกจากห้องครัวแล้วก็ตรงไปยังห้องอาหารทันทีเมื่อมาถึงก็เห็นอาราสที่นั่งเหมือนหมดสภาพอยู่ที่หัวโต๊ะโดยด้านหลังมีพ่อบ้านที่ยืนร่ายเวทย์ฟื้นฟูให้อาราสอยู่ “เป็นยังไงบ้างครับ” รามนั่งลงพร้อมกล่าวถามออกไปทันที
“ท่านรามบอกข้าหน่อยเถอะตอนท่านฝึกกับท่านเฟลเป็นยังไง ทำไมมันถึงโหดอย่างนี้” รามที่ได้ยินก็หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
“แต่ว่าดูเหมือนพลังเวทย์ของคุณอาราสจะเพิ่มขึ้นนะครับ”รามที่มองเห็นไอเวทย์สีขาวที่แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของอาราสที่ในตอนแรกที่รามเจอนั้นสีมันยังไม่ไดเข้มมากในตอนนี้
อาราสที่ได้ยินก็ลองตรวจสอบพลังเวทย์ของเขาทันที แล้วก็พบว่ามันเป็นจริงอย่างที่รามบอก พลังเวทย์ที่ติดคอขวดมาเกือบ 10 ปี ตอนนี้กลับทะลวงผ่านโดยที่เขาไม่รู้ตัว “ว่าแต่ทำไม?” อาราสมองรามด้วยความสงสัยส่วนรามได้แต่ยิ้มแค่นั้น ไม่นานคนครัวก็เข็นอาหารเข้ามาในห้องอาหาร “อืม…ทำไมอาหารวันนี้ถึงมีกลิ่นหอมน่าทานมากกว่าทุกวันเล่า ฝีมือพ่อครัวดีขึ้นจริง ๆ”อาราสที่ได้กลิ่นของอาหารทำให้ความเหนื่อยล้าจากการฝึกหายไปอย่างรวดเร็ว
“ต้องขออภัยด้วยขอรับนายท่านเพียงแต่อาหารชุดนี้คือของท่านรามที่ลงมือปรุงมันเอง” คนครัวกล่าวเพื่อไขความกระจ่างไม่ให้นายของมันเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“เป็นอาหารที่ท่านรามทำจริง ๆ งั้นรึ แต่ว่าทำไมถึงมีของมีพิษด้วยละ” อาราสกล่าวด้วยความสงสัยก็แน่ละผักที่อยู่ในถ้วยเป็นพืชผักที่อยู่ในหนังสืออาหารของสัตว์อสูรซึ่งมนุษย์ไม่สามารถรับประทานได้
“มันกินได้ครับ เพราะผมเองก็กินมันเกือนทุกวันอยู่แล้วถ้ามันกอนไม่ได้นายคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้หรอกมั้ง” คนครัวท่เข็นรถอาหารมาเกาหัวพร้แมหัวเราะแห้ง ๆ ออกไป
“หืม? เจ้ากินมันแล้วงั้นรึแล้วมีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่” อาราสกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ขอรับนายท่าน ไม่มีอาการผิดปกติแม้แต่น้อยแต่กลับกันเหมือนพลังเวทย์ของข้าเพิ่มขึ้นด้วยถึงแม้จะแค่นิดหน่อยก็ตามขอรับ” คนครัวกล่าวตอบอาราสด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขเขายังจำรสชาติของมะเขือเทศที่หวานฉ่ำได้เป็นอย่างดี
“อึก! กินได้จริง ๆ งั้นหรอข้าไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ” อาราสกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะกล่าวออกไปด้วยความลังเลเมื่ออาหารทั้งสามอย่างวางอยู่บนต่อหน้าเขา ในถ้วยมีเมล็ดที่คล้ายกับธัญพืชที่ให้อาหารสัตว์แต่ทว่ามันกลับมีสีขาวนวลกว่าพร้อมกับชิ้นเนื้อที่มีสายสีส้มสลับกับสีขาวดูแล้วมันสวยงามมากกว่าจะเป็นอาหารเสียอีก ส่วนรามมองดูข้าว ต้มกุ้งด้วยสายตาที่ตื่นตะลึงไม่แพ้กัน เพราะตอนทำมันไม่ได้มีหน้าตาที่สวยงามขนาดนี้ แต่พอมาเสริ์ฟกลับกลายเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้!
ส่วนจานต่อมาคือซี่โครงสมุนไพรย่างที่มันมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศต่าง ๆ ที่รามหมักไว้จนมันเข้าเนื้อย่างด้วยไฟอ่อน ๆ และอีกอย่างคือรามใช้ถ่านในการย่างแทนที่จะใช้เวทย์ไฟ ทำให้มีกลิ่นหอมของไม้กรีนวู๊ดแทรกอยู่ด้วย
ส่วนผักสลัดก็จัดตกแต่งอย่างปราณีตสวยงามราวกับจะส่งประกวดยังไงอย่างงั้น “นี่คืออาหารที่ท่านรามทำงั้นหรอ”
“เห้อ~ ถ้าท่านอาราสไม่กินก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมขอกินก่อนก็แล้วกัน” ว่าแล้วรามก็ตักข้าวต้มกุ้งกินทันที ความเค็มและความมันจากหัวกุ้งผสานความหวานธรรมชาติจากเนื้อกุ้งบวกด้วยความเผ็ดซ่านเบา ๆ จากพริกไทยสร้างความพอใจให้กับรามมาก
อาราสมองดูรามกินอาหารด้วยใบหน้ที่ยิ้มแย้มเขาจึงค่อย ๆ ตักข้าวต้มกุ้งด้วยกลิ่นที่หอมบวกกับความหิวทำให้อาราสไม่ลังเลที่จะนำมันเข้าปาก และเขาก็แข็งค้างไปเหมือนตอนหัวหน้าพ่อครัวและคนครัวคนนั้นได้ลองกินก่อนที่อาราสจะตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ “รสชาติเยี่ยม!!”