Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 58 พูดคุยกับมาสเตอร์กิลด์เลเวีย
อาราสที่ตอนนี้ถูกความหิวเข้าครอบงำจึงจัดการอาหารตรงหน้าจนไม่เหลือแม้แต่อย่างเดียว แม้แต่สลัดผักสดที่ตอนแรกจะไม่แตะต้องมันก็ยังไม่สามารถห้ามใจได้จึงซัดอาหารทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าไปจนหมด
“อืม…ไม่น่าเชื่อว่าพืชพันธุ์ที่สัตว์อสูรกินกันมนุษย์ก็สามารถกินได้ด้วยแถมยังฟื้นฟูความเหนื่อยล้าดียิ่งกว่าการใช้เวทย์ฟื้นฟูเสียอีก” อาราสหลังจากกินอาหารเสร็จก็กล่าวกับราม นี่ก็เท่ากับว่าสิ่งที่รามทำและเขากินนั้นได้หักล้างข้อมูลที่คนรุ่นก่อน ๆ สอนมาทั้งหมด!
“ถึงจะกินได้แต่ทว่าจะมีพืชบางชนิดที่เป็นพิษเหมือนกันอย่างหัวมันสองหัวนี้ลองสังเกตุดูความแตกต่างนะครับ” รามดล่าวพร้อมหยิบหัวมันฝรั่งมาสองหัว
“นั่นผลเหลืองใช่มั้ยขอรับ” วาส หัวหน้าพ่อครัวกล่าวออกมา
“อ่าครับ หลาย ๆ คนไม่รู้ว่าพวกมันนั้นสามารถนำมาทำอาหารได้” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ไม่จริงขอรับสหายคนหนึ่งของข้าเคยต้มมันกินครั้งหนึ่ง ตอนนั้นสหายข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด” คนครัวที่อยู่กับวาสกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวต่อสิ่งตรงหน้า
“งั้นคอนเย็นจะได้รู้กัน ผมขอตัวไปทำธุระที่กิลด์ก่อน” รามกล่าวตัดบทก่อนจะขอตัวไปจัดการธุระของเขาที่สัญญาไว้ตั้งแต่คืนวาน
“งั้นกระผมก็ขอตัวเช่นกัน” อาราสเองก็ต้องไปทำงานของเขาเช่นกันทั้งหมดจึงแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
กลัมมาที่รามในขณะที่กำลังเดินทางไปยังกิลด์นักผจญภัยรัหว่างนั้นเขาก็กล่าวพูดคุยกับเหล่าอาจารย์ที่อยู่ในรอยสัก ‘ลุงเรน ถ้าผมจะซื้อบ้านที่เมืองนี้ว่าดีมั้ย’
‘ตามใจเจ้าเพราะยังไงเสีย เงินก็เป็นของเจ้าอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเจ้าจะซื้อบ้านข้าขอแนะนำให้อยู่ห่างจากโซนพวกขุนนางหน่อยก็ดี’ เรนกล่าวตามความคิดของเขา
‘อืม…ก็จริงของลุงเพราะนิสัยขุนนางมักไม่ชอบพวกนักผจญภัยอยู่แล้ว แต่ก็ยังใช้บริการเหล่านักผจญภัยในการคุ้มกันต่าง ๆ ช่างจัดแย้งกันเองแบบสุด ๆ ว่ามั้ยลุง’รามกล่าวกับเรนด้วยน้ำเสียงที่ขบขันเล็กน้อย
‘แต่ทว่าเจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนของโลกนี้หากเป็นเช่นนั้นแล้วเจ้าเตรียมพร้อมกับปัญหาที่จะเข้ามาแล้วใช่หรือไม่”เฟลที่ได้ฟังการสนทนาเมื่อครู่จึงกล่าวถามรามเพื่อความแน่ใจ
‘อืม..เรื่องนั้นผมว่าผมเตรียมใจมาพร้อมแล้วละครับ และอีกอย่างการที่ผมจะตั้งหลักอยู่ที่นี้ก็เป็นเรื่องดีผมรู้สึกว่าการมาที่โลกนี้แต่ละครั้งมันยิ่งมีระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นกว่าเก่า แถมรอบนี้ไม่มีการให้กลับก่อนกำหนดด้วยนั่นหมายความได้สองอย่างคือ การมาที่นี่จะเป็นการมาครั้งสุดท้ายหากทำภารกิจไม่สำเร็จและมันกำหนดเวลาให้ผมต้องทำให้เสร็จภายใน 5 ปี หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ซึ่งผมเองก็คาดเดาไม่ได้เหมือนกัน’ รามตอบกลับเฟลไปก่อนจะตัดบทสนทนาเพราะเขาเดิมมาถึงกิลด์เลเวียเรียบร้อยแล้ว
เมื่อรามเดินเข้าไปก็พบกับพนักงานสาวหูกระต่ายยืนอยู่อย่างร้อนรนแต่เมื่อสายตาของเธอเห็นรามก็เกิดความโล้งใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “เห้อ~ ท่านรามโปรดตามดิฉันมาด้วยค่ะ มาสเตอร์กำลังรออยู่” พนักงานสาวไม่กล่าวทักทายแม้แต่น้อยแต่รีบนำทางรามขึ้นไปยังชั้น 3 ที่เป็นห้องทำงานของมาสเตอร์กิลด์เลเวีย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “มาสเตอร์ฉันพาท่านรามมาแล้วค่ะ”
“ให้เข้ามาได้เลย” เสียงของมาสเตอร์ดังออกมาจากในห้อง พนักงานหูกระต่ายหลีกทางก่อนจะให้รามเดินเข้าไปในห้องโดยที่เธอต้องไปทำงานต่อ เมื่อเข้ามาในห้องรามก็อดที่จะทึ่งไม่ได้เพราะมันดูเป็นระเบียบแบบสุด ๆ ทั้งหนังสือ แผนที่ทางภูมิศาสตร์หากจะกล่าวว่าเป็นห้องของผู้บัญชาการทหารก็คงไม่แปลก “เชิญนั่งก่อนค่ะ คุณชื่อรามซินะคะ”
รามนั่งลงตรงข้ามกับสาวโลลิที่กำลังใช้สายตาอ่านข้อมูลในใบสมัครที่รามสมัครเข้ากิลด์ “ครับผมชื่อราม”
“งั้นขอเข้าเรื่องเลยนะคะ เรื่องที่นายไปพบปีศาจที่ใช้หมู่บ้านทางเหนือเป็นแหล่งแพร่กระจายความชั่วร้าย ช่วยอธิบายให้ละเอียดหน่อยได้มั้ยคะ เรื่องนี้จะมีผลต่อการเลื่อนขั้นนักผจญภัยของนายด้วย”
“ได้ครับมาสเตอร์” ว่าแล้วรามาก็กล่าวเรื่องท่เขาเสริมแต่งออกไปแต่ทว่าสีหน้าของมาสเตอร์กลับจ้องรามด้วยสายตาที่ดุร้ายแทน
“รบกวนเล่าเรื่องจริงด้วยค่ะ”
รามชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยยิ้มออกไป “เห้อ~ ปิดไม่มิดจริง ๆ ด้วยซินะครับ แต่ว่าผมก็ยังยืนยันว่าเรื่องส่วนหนึ่งที่เล่าคือเรื่องจริง ส่วนเรื่องที่ผมปล่อยให้ปีศาจนั้นหนีไปได้ไม่ต้องห่วงหรอดครับมันจะไม่มาปรากฏแน่นอนแถมมันก็กลับไปหานายของมันไม่ได้แล้วด้วย”
“หมายความว่านายไม่ได้กำจัดแต่ผนึกปีศาจตนนั้นไว้ซินะ เห้อ~ ” มาสเตอร์กิลด์เลเวียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่โล่งอกแต่ก็ยังคงสงสัยอยู่ว่าอีกฝ่ายใช้วิธิไหนผนึกปีศาจ เพราะถ้าฟังจากที่เล่ามาตอนนี้ปีศาจตนนั้นต้องแข็งแกร่งมากกว่าการที่นักผจญภัยระดับ B ลงไปจะสามารถจัดการได้ กลับกันจะกลายเป็นเหล่านักผจญภัยนั้นที่จะตกเป็นฝ่ายถูกควบคุมซะเอง
มาสเตอร์กิลด์ที่ไม่อยากจะเชื่อคนตรงหน้าซักเท่าไหร่ว่าที่เล่ามานั้นคือเรื่องจริงแต่ทว่าลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นก็ได้คำยืนยันมาแล้วแถมเรื่องที่ชายตรงหน้าเธอกล่าวนั้นก็มีส่วนใกล้เคียงถึง 8 ใน 10 ส่วน
“ถ้าไม่รบกวนขอดูอาวุธที่ใช้ต่อสู้หน่อยได้มั้ยคะ” มาสเตอร์ลังเลก่อนจะกล่าวขอรามเพราะตั้งแต่รามเดินเข้ามาในห้องยังไม่เห็นอาวุธประจำตัวของชายตรงหน้าเลย
“อ๋อ ได้ครับ” ว่าแล้วรามก็หยิบอาวุธประตำตัวของเขานั่นคือคาตานะที่สร้างจากศิลาหมื่นปีซึ่งมันจมอยู่ภายใต้ลาวากลางปล่องภูเขาไฟอารากอน
เพียงแค่มาสเตอร์กิลด์จับด้ามดาบก็รับรู้ถึงพลังเวทย์มหาศาลที่ถูกดูดออกไปจากแก่นเวทย์ในร่างกายของเธอจนเธอเผลอปล่อยดาบทิ้ง
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ดาบเวทย์งั้นหรอทำไมถึงทรงพลังอย่างนี้!” ไม่ใช่ว่าเํอไม่เคยจับดาบเวทย์มาก่อน แต่ดาบเวทย์ที่ดูดกลืนเวทย์ผู้ใช้มหาศาลแบบนี้เธอพึงเคยพบเจอก็เท่านั้น
“งั้นหรอครับแต่ผมว่ามันเป็นผลงานที่ก่อนที่สุดแล้วนะในอาวุธที่ผมสร้าง” รามพึมพำกับตัวเองพร้อมต้องมองดาบคู่ใจของเขา เพราะรามสามารถความคุมพลังทำลายล้างของมันได้ รามจึงชอบใช้มันเป็นอาวุธมากกว่าชิ้นอื่น ๆ
“เมื่อกี่นายพูดอะไร..นะ” มาสเตอร์แทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเองว่าสิ่งที่ชายตรงหน้าเธอกล่าวคือเรื่องจริง
“อ๋อ ปล่าวครับไม่มีอะไร”
“…..ถ้าอย่างนั้นนายก็เอาใบนี้ไปให้จินนี่แล้วกัน ขอบคุณมากที่ให้ความร่วมมือนะคะ” มาสเตอร์กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานสมกับเป็นโพลล์ที่เป็นดั่งเทพธิดาของบุรุษในกิลด์นี้จริง ๆ