Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 60 เข้าครัว
ทั้งสามคนหลังจากที่ออกจากร้านอาหารแล้วพวกเขาก็ตรงไปยังถนนทางเหนือ ไม่นานก็พบก็ร้านที่ติดป้ายร้านอาหารเพียงแต่ภายในร้ายไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียว
กริ้ง กริ่ง เสียงกระดิ่งที่ติดไว้ดังกังวาลเสียงใสบ่งบอกได้ว่ากำลังมีคนเข้ามาในร้าน หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์หันมามองกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาให้ด้วยสายตาที่ตื่นเต้น ยินดี สับสนปนเปกันไป “ร้านอาหารเลนิสยินดีต้อนรับคะ!” หญิงสาวกล่าวต้อนรับด้วยเสียงใส
“สวัสดีครับผมชื่อรามเป็นนักผจญภัยพอดีผมอยากขอเช่าครัวของร้านได้มั้ยครับ” รามกล่าวออกไปด้ววน้ำเสียงที่เป็นมิตรพร้อมรอยยิ้มกระชากใจสาว ๆ
พนักงานที่ต้องรับที่รอยยิ้มของรามก็หลบสายตาพร้อมกับพวกแก้มที่เริ่มขึ้นสีอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก “อะ…เออ..จะขอปรึกษาท่านพ่อก่อนนะคะ”
ว่าแล้วหญิงสาวก็รีบจากไปทันทีส่วนรามได้เพียงแต่ยืนเกาหัวกับท่าทางของอีกฝ่าย “ไม่เลวเลยนิไอ้น้อง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไพร์คเดินเข้าตบหลังของรามเบา ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชมอีกฝ่าย ส่วนแอเรียลก็กางพัดปิดปากของตนเองพร้อมหัวเราะออกมาอย่างผู้ดี
“????” รามได้เพียงแต่ยืนงงกับท่าทางของทั้งสองคนแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ รามนั้นความรู้สึกด้านนี้ช้ามากตั้งแต่สมัยที่คบกับน้ำตาลแล้ว ที่เขาคบกับน้ำตาลนั้นเป็นเพราะรักแรกของเขาทำให้เขากล้าเดินหน้าสานสัมพันธ์จนจีบน้ำตาลติดแต่ก็ต้องผิดหวังกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“ยินดีต้อนรับ ข้าชื่อวัลดัส เป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ ข้าได้ยินจากลูกสาวข้าว่าเจ้าต้องการเช่าห้องครัวงั้นรึ” วัลดัสที่เดินออกมาพร้อมกับลูกสาวของเขา เธอไม่กล้าแม้แต่สบตากับรามเลยแม้แต่นิดเดียว
“ยินดีที่ได้พบท่านวัลดัสครับ เป็นจริงอย่างที่คุณผู้หญิงที่หลบอยู่หลังท่านกล่าว”
“อืม…ข้าให้เจ้ายืมใช้ก็ได้ ไหน ๆ ร้านแห่งนี้ก็ไม่มีคนเข้ามาอยู่แล้วเชิญตามสบาย” วัลดัสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย
“ขอบคุณมากครับ” หลังจากที่กล่าวพูดคุยกันได้ซักพักพร้อมกับทำข้อตกลงเรียบร้อยโดยค่าเช่านั้นอยู่ที่ 2 เหรียญทอง แม้จะเป็นราคาที่สูงแต่มันไม่ได้กระทบกับเงินในช่องเก็บเงินของรามที่มีอยู่เกือบ ๆ สิบล้านทอง
เมื่อเข้ามาในครัวแล้วรามก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เพราะอุปกรณ์ในครัวนั้นยังอยู่ในสภาพดี ทั้งเครื่องมือและเตาเวทย์มนต์ก็อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานด้วย
“เป็นครัวที่ดีมากครับ งั้นผมขอเริ่มทำอาหารเลยคุณวัลดัสจะอยู่ด้วยมั้ยครับ” รามกล่าวถามอีกฝ่าย
วัลดัสคลุ้มคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงไป รามพยักหน้ารับก่อนจะไปตรงโต๊ะสำหรับวางวัตถุดิบที่มันว่างอยู่ ‘อืม…นี่ก็เที่ยงแล้วควรเป็นอาหารที่ต้องหนักหน่อยจะได้อยู่ท้องจนถึงช่วงเย็น’
เมื่อรามคิดเมนูที่จะทำได้เรียบร้อยแล้วเขาก็เอาวัตถุดิบที่จำเป็นออกรวมถึงเครื่องแกงที่ใช้วิธีตำเก็บไว้ด้วย “หืม? นี่เจ้าจะเอาผักพิษพวกนั้นมาทำอาหารงั้นรึ” วัลดัสหลี่ตามองรามด้วยความสงสัยส่วนรามเมื่อได้ยินก็เพียงยิ้มตอบเท่านั้น
รามหยิบไก่รุ้งออกมาจัดการแล่อย่างชำนาญส่วนซัลโวเมื่อเห็นสัตว์ที่รามนำออกมานั้นเขาก็แข็งค้างไปทันที ‘ลักษณะแบบนั้นมันไก่รุ้งนิ!’ วัลดัสอย่าจะกล่าวถามออกไปแต่เมื่อเห็นรามกำลังใช้สมาธิขั้นสูงเขาจึงอยู่เงียบ ๆ ไว้
หลังจากแล่เนื้อไก่เสร็จแล้วนั้นเขาก็ใช้เวทย์น้ำในการทำความสะอาดเนื้อไก้ก่อนจะวางไว้ในชามที่สะอาด ส่วนที่รามใช้นั้นคือเนื้อส่วนอกที่มันแน่นและอร่อยมาก จากนั้นรามก็ไปจัดการผักต่าง ๆ อย่างมะเขือเปราะ มะเขือพวง พริกชี้ฟ้าแดง พริกขี้หนูสวน ใบโหระพา โดยรามหั่นมะเขือเปราะออกเป็นสี่ส่วน ก่อนจะนำไปแช่น้ำที่ผสมเกลือไว้เพื่อไม่ให้มันดำ
จากนั้นรามก็นำพริกขี้หนูสวนและเครื่องพริกแกงที่เขาเตรียมไว้ไปผัดในกะทะที่ตั้งไว้ให้หอม กลิ่นหอมฉุนของเครื่องแกงฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวจนวัลดัสอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะมันเป็นวิธีการทำอาหารที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน
เมื่อผัดไปได้ซักพักรามก็เอาหัวกะทิที่เขาทำไว้เทลงไปทีละทัพพีจนครบก่อนจะเคี้ยวให้แตกมัน หัวกะทิทำจากมะพร้ามที่เกาะทางใต้ของทวีปวาโรเนีย มันจึงทีกลิ่นหอมเข้มข้นเฉพาะตัวของมันเป็นอย่างมาก และยิ่งลงไปผัดกับเครื่องพริกแกงแล้วมันยิ่มทวีความหอมขึ้นไปอีก
หลังจากนั่นรามก็ใส่เนื้อไก่รุ้งลงไปผัดให้พอสุกพร้อมใส่เกลือบริสุทธิ์ลงไปเล็กน้อยเมื่อได้ที่แล้วรามก็นำหัวกะทิที่เหลือเทลงไปพร้อมกับเร่งไฟเป็นไฟแรง จากนั้นก็ใส่มะเขือเปราะและมะเขือพวงลงไปก่อนจะคนให้มะเขือจมน้ำแกงเพื่อให้มันไม่ดำและน่ารับประทานมากขึ้น จากนั้นรามก็เติมเครื่องปรุงเพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อมเมื่อรามลองชิมน้ำแกงก็พบว่ามันเข้นข้นมากเหมาะแก่การรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ก่อนที่รามจะใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงเป็นอันปิดท้าย
วัลดัสกลืนน้ำลายดังอึก แม้มันตะเป็นสีเขียวแต่มันไม่ได้เขียวแบบไม่ได้น่ากินเลยกลับกันมันดูหน้ากินเป็นอย่างมากจนในที่สุดวัลดัสก็อดใจไม่ไหว”เจ้าหนูข้าขอชิมมัยหน่อยได้หรือไม่”
รามอดที่จะแปลกใจไม่ไดแต่ก็ไม่กล่าวออกไปเขายิ้มให้วัลดัสก่อนจะตักแกงเขียวหวานใส่ถ้วยเล็ก ภายในนั้นประกอบด้วยเนื้อไก่ 1 ชิ้นที่ขนาดพอดีคำมะเขือเปราะ 1 ซีกพร้อมกับใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าตกแต่งอย่างสวยงาม [แค่อาหารลองชิมนะเว้ยนั้นจะแต่งให้สวยไปไหรฟร๊ะ!!//ลุงเซ็น]
รามเลิกสนใจวัลดัสก่อนจะลงมือทำอาหารต่อ ส่วนวัลดัสก็มองถ้วยในมือมันด้วยสายตาที่ยากจะอธิบายก่อนจะตักชิ้นเนื้อพร้อมมะเขือเปราะกิน ทันทีที่มันเข้าปากรสชาติเผ็ดร้อนก็นะเบิดในปากทันที ก่อนเขาจะตะโกนออกไปจนรามที่กำลังเตรียมไก่ทอดอยู่นั้นสะดุ้ง “อร่อย!!”
วัลดัสเหมือนรู้ตัวว่าเขาเผลอทำท่าแปลก ๆ ก็เงียบทันที แต่ทว่าท้องของเขากลับร้องออกมาอย่าเอาแต่ใจ วัลดัสตัดสินใจออกจากห้องครัวเพื่อไม่ให้เขาอับอายไปมากกว่านี้ ส่วนรามก็เพียงยิ้มเบา ๆ ก่อนจะลงมือทำอาหารต่อ แม้ว่าประตูห้องครัวจะเปิดออกเพียงครู่เดียวก็ก็ไม่สามารถทำให้คนจมูกไวอย่างไพร์ครอดพ้นไปได้ “อ่าห์ ช่างเป็นกลิ่นที่ทำร้ายข้าเสียจริง”
“นายว่าอะไรไพร์ค” แอเรียลกล่าวด้วยน้ำเสียงสงสัยเพราะเธอไม่ได้กลิ่นอะไรเลย
“อืม…คงจะเป็นกลิ่นอาหารที่รามมันทำนั่นแหละ ชักอดใจไม่ไหวแล้วซิ”
“อืม…ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอาหารที่รามทำนั้นจะอแกมาเป็นยังไง” การสนทนาของทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังก่อนจะกลับไปนั่งทำธุระของตัวเองต่อ