Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 69 พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
กร๊าดด!! เซริวเมื่อเท้าถึงพื้นก็คำรามออกมาทันทีก่อนจะเอาหัวของมันไปคลอเคลียรามด้วยความคิดถึง “ขอโทษนะเซริวข้าไม่ค่อยได้เรียกเจ้ามาเลย” รามลูบแผงขนของเซริวปลอบมันไป
“เอ่อ…รามนั่นนกหวีดเรียกอสูรใช่มั้ยแล้วที่เจ้าเรียกมาก็ดันเป็น…” ไพร์คยืนอ้าปากค้างเมื่อเห็นสิ่งที่รามกระทำกับเจ้าเวหาที่รวดเร็วที่สุดแบบนั้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ตามนั้นแหละเราจะเดินทางโดยเซริวกัน” รามกล่าวกับทั้งสองออกไปแต่เหมือนเซริวจะไม่พอใจรามนิดหน่อยมันจึงทำท่าทางขึงขังใส่แอเรียลและไพร์ค
“เป็นอะไรไปเซริว หรือว่านายไม่อยากให้สหายของข้าขี่เจ้างั้นรึ?”รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจเล็กน้อยก่อนที่เซริวจะพยักหน้าให้รามเป็นคำตอบ
“เห้อ~ ขอโทษทีที่มันเอาแต่ใจไปหน่อยนะ” รามหันไปขอโทษเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคน
“อืม ๆ ไม่เป็นไรหรอกฉันเข้าใจหากไม่สนิทใจแล้วก็คงไม่สามารถขี่มันได้ร่วมเดินทางล่วงหน้าไปก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันกับไพร์คจะเดินทางโดยรถม้าไป” แอเรียลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจแต่ภายในนั้นก็ยังคงมีความผิดหวังอยู่เล็ก ๆ
ยังไม่ทันที่รามได้กล่าวต่อเซริวก็คำรามดังลั่นก่อนจะปรากฏอินทรีย์เวหาอีกสองตัวบินตรงมายังราม ตัวของพวกมันเล็กกว่าเซริวกว่านิดหน่อยเมื่พวกมันมาถึงมันก็ล่อนลงเกาะที่พื้นพร้อมกับก้มหัวต่อหน้าเซริว เซริวทำการสื่อสารภาษานกกันพวกมันทั้งสองตัวก่อนจะหันมาหาราม รามที่สามารถฟังภาษาสัตว์อสูรได้จึงพอรู้ว่าเซริวเรียกพวกมันมาเพื่อให้เป็นพาหนะเดินทางของไพร์คและแอเรียล
“ทั้งสองคนพอดีเซริวเรื่องสองตัวนี้มาให้พวกเจ้าน่ะ” รามกล่าวกับทั้งสองคนออกไป
“!!! รามเจ้าฟังพวกมันรู้เรื่องด้วยงั้นรึ!” ไพร์คเผลอตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตกใจอย่างถึงที่สุด
“อ่าห์ข้าสามารถสื่อสารกับสัตว์อสูรได้น่ะ เพราะงั้นข้าถึงรู้ไงว่าเจ้าเนี่ยไม่ยอมให้พวกเจ้าขึ้นขี่ไงละ” รามกล่าวพร้อมลูบหัวของเซริว
“อ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ งั้นก็เดินทางกันเถอะหากเดินทางโดยใช้อินทรีย์เวหา คาดว่าคงถึงเมืองทาทารัสก่อนค่ำแน่ ๆ “ไพร์คหัวเราะลั่นก่อนจะบอกให้ออกเดินทางกัน สิ่งของและเสบียงที่พวกเขาเตรียมมานั้นคงไม่ได้ใช้แล้วละนะแต่ก็เหลือไว้ดีกว่าขาดทำให้พวกมันยังคงนอนนิ่งอยู่ในแหวนมิติของพวกเขา
“อืม ออกเดินทางกันเถอะ” แอเรียลเดินไปหาอินทรีย์เวหาตัวหนึ่งมันก้มหัวให้แอเรียลลูบ แอเรียลคาดว่ามันคงเป็นเพศหญิงแน่ ๆ เพราะไม่งั้นด้วยศักดิ์ศรีของมันเจ้าแห่งความเร็วแล้วคงไม่ให้แอเรียลลูบหัวง่าย ๆ แบบนี้ ส่วนด้านของไพร์คนั้นต่างออกไปเพราะตัวที่ไพร์คต้องการนั้นหยิ่งเป็นอย่างมากจนเกิดกาวิวาทเล็ก ๆ ระหว่างคนกับสัตว์อสูรเล็กน้อยจนเซริวต้องขู่คำรามอีกฝ่ายมันถึงสงบแต่มิวายเชิดหน้าใส่ไพร์คอยู่ดี เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างเสียงหัวเราะให้รามเป็นอย่างมาก
รามกระโดดขึ้นหลังของเซริว ส่วนคนอื่น ๆ ก็ขึ้นหลังของอินทรีย์เวหาเรียบร้อย เซริวคำรามครั้งหนึ่งก่อนจะทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกสองตัวก็ทะยานบินตามติด ๆ มุ่งสู่เมืองทาทารัส
ด้านกำแพงเมืองทหารยามที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวต่างถอนหายใจโล่งอกกันไปตาม ๆ ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
การเดินทางไปยังเมืองทาทารัสต้องมุ่งหน้าไปทางเหนือผ่านเทือกเขาซีรินซึ่งเป็นแนวเขายาวสุดลูกหูลูกตา แม้จะมีทางตัดผ่านแต่มันก็ยังคงอันตรายอยู่ดีเพราะโดยรอบยังคงเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และยังเป็นที่ซ่องสุมของเหล่ากลุ่มโจรต่าง ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นทางที่เร็วที่สุดที่จะตรงไปยังทะเลทรายทาทารัส ใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมงก็ออกจากเทือกเขาซีรินจากธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็เป็นทุ่งหญ้าใหญ่หากอยู่ในโลกของรามก็คงเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาเพราะพืชพันธุ์ต่าง ๆ เริ่มมีใบเป็นสีเหลืองและส้ม แม้ว่ารามจะสนใจพืชมีหัวที่ซุกซ่อนอยู่ก็ตามแต่เควสของทีมนั้นสำคัญกว่า นั่นจึงทำให้รามตัดสินใจว่าจะสำรวจตอนขากลับเมืองหลวงอัสลานแทน
ในตอนแรกที่คาดว่าจะถึงเมืองทาทารัสก่อนเวลาค่ำแต่ทว่ากว่าพวกเขาจะพ้นป่าแดงดวงอาทิตย์ก็เริ่มทอแสงสีส้มแล้วนั่นจึงทำให้รามตัดสินใจที่จะหยุดพักก่อน “คืนนี่เราจะพักตรงทางเข้าทะเลทรายทาทารัสกันตกลงมั้ย” รามให้เซริวชะลความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถสนทนากับแอเรียลและไพร์คได้
“ข้ายังไงก็ได้ นี่ถือว่าเราเดินทางกันเร็วมากเพราะถ้าพวกเราใช้รถม้าป่านนี้ยังไม่ถึงครึ่งทางของเทือกเขาซีรินเลย” ไพร์คตอบกลับ
“ฉันเองก็เห็นด้วย เดินทางตอนกลางคืนอันตรายเป็นอย่างมากเพราะงั้นเอาตามที่รามบอกก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน แถมฉันอยากให้ลูซินพักด้วย” แอเรียลกล่าวพร้อมกับลูบแผงคอของอินทรีย์เวหาที่ตัวเธอตั้งชื่อให้
“งั้นเราจะพักตรงต้นไม้ใหญ่ต้นนั่นก็แล้วกัน” รามกล่าวจบก็ให้เซริวตรงไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดก่อนที่เซริวจะค่อย ๆ ทะยานลงพื้นอย่างนิ่มนวน ฮึบ! รามกระโดดลงจากหลังของเซริวคนอื่น ๆ ก็เช่นกันก่อนที่รามจะบอกให้เซริวไปพักผ่อน มันคำรามครั้งหนึ่งก่อนจะบินขึ้นสูงเพื่อหาสถานที่สำหรับพักผ่อนตามคำสั่งของรามตัวอื่น ๆ ก็ตามเซริวไปติด ๆ
“อืม…เป็นทำเลที่ดีมาก ไม่มีสัตว์อสูรที่ดุร้ายแต่ก็ยังมีสัตว์อสูรระดับต่ำที่ไม่เป็นอันตรายบ่งบอกได้ว่าสถานที่นี้เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ซินะ” ไพร์คมองดูรอบ ๆ ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจในการเลือกทำเลของราม
“หืม พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มันคือพื้นที่อะไรงั้นหรอ?” รามกล่าวถามด้วยความสงสัยเพราะตัวเขาไม่เคยได้ยินพื้นที่ดังกล่าวมาก่อน
“หา? นี่นายไม่รู้จักพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ ถ้างั้นฉันจะอธิบายให้ฟัง” ว่าแล้วแอเรียลก็เริ่มการอธิบายทันที รามจับใจความได้ว่าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์คือพื้นที่ที่มีพลังงานเวทย์หนาแน่นและบริสุทธิ์เป็นอย่างมากแต่ถึงจะบอกว่ามีพลังเวทย์หนาแน่นแต่ในพื้นที่เหล่านั้นกลับไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่เลย
“อ๋อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง” รามตอบแอเรียลไปก่อนจะแยกย้ายไปตั้งที่พักชั่วคราว ในขณะที่รามกำลังตั้งที่พักก็ได้สอบถามถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเติมกับพวกเกรัส
‘หืม? มีพื้นที่แบบนั้นด้วยงั้นรึ ข้าไม่รู้ว่าพื้นที่ที่พวกมนุษย์เรียกว่าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเป็นแบบที่ยัยหนูนั่นกล่าวหรือไม่แต่ว่าพื้นที่ที่พวกเจ้ายืนอยู่มีสัตว์อสูรที่ระดับสูงจำศีลอยู่ นี่อาจเป็นสาเหตุที่สัตว์อสูรระดับสูงไม่เข้าใกล้พื้นที่แห่งนี้ก็เป็นได้’ เรนกล่าวตอบคำถามราม
‘ถ้าอย่างนั้นแล้วมันไมถึงมีอสูรระดับต่ำอยู่แถวนี่ละ’ รามกล่าวถามต่อ
‘เรื่องนั้นข้าเองก็ตอบเจ้าไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใด แต่เชื่อเถอะพื้นที่ที่เจ้าเลือกปลอดภัยอย่างแน่นอน’ เรนกล่าวจบก็ตัดสายไปทันที
ทั้งสามคนตั้งที่พักชั่วคราวเสร็จแล้วก็มานั่งล้อมกองไฟเพื่อกินอาหารเย็น “คืนนี้เป็นคืนที่ดีนะเพราะเห็นดวงคู่ด้วย” ไพร์คมองท้องฟ้าก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย
“จริงด้วย เห็นแล้วนึกถึงบ้านเลยแหะ” แอเรียลยกน้ำอุ่น ๆ ดื่นเพื่อคลายอากาศที่หนาวเย็นในช่วงกลางคืน
“อืมอยากให้พ่ออยู่ด้วยจังแหะ” รามเหม่อมองฟ้าเขาพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอาเครื่องดีดที่เขาทำไว้นานแล้วออกมา ก่อนจะเริ่มดีดสายดังกล่าวเป็นทำนองที่คุ้นเคยสำหรับราม เสียงทุ้มนุ่มลึกของรามค่อย ๆ ถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาให้สหายทั้งสองฟัง
แปะ แปะ แปะ “ช่างเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะยิ่งนักข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถด้านนี้ด้วย” ไพร์คตบมือให้รามหลังจากที่รามเล่นเพลงเสร็จ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าก็เพียงแค่…คิดถึงบ้านก็เท่านั้นเอง” รามหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมองท้องฟ้าด้วยสายตาที่มีความสุขและเศร้าพร้อมกัน