Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 71 เจอของที่ต้องการ
“ออกมาหาพี่ชายได้แล้วมั้งน้องสาวของข้า แอเรียล” สิ้นเสียงของอาลีมัว แอเรียลที่แอบอยู่ด้านหลังของไพร์คก็สะดุ้งตัวโหย่งก่อนจะค่อย ๆ เดินออกมาจากหลังของไพร์ค
“แหะ ๆ ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะคะท่านพี่” แอเรียลหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนกล่าวทักทายอีกฝ่ายออกไป
“หึ มานี่เลยเด็กดื้อ! รู้มั้ยว่าท่านพ่อกับพี่เป็นห่วงเจ้าขนาดไหน ท่านพ่อกับพี่ไม่ห้ามที่เจ้าจะไปเป็นนักผจญภัยแต่ช่วยส่งข่าวกลับมาบ้างเจ้าตัวแสบของพี่!” อาลีมัวยีหัวน้องสาวของตัวเองเบา ๆ ไม่ได้ลงแรงอะไรมากมายเพราะยังไงซะเธอก็เป็นน้องสาวที่เขารักและหวงมาก
“บู่~ อย่ายีหัวน้องอย่างนี้ซิคะ ดูซิผมน้องเสียทรงหมดแล้ว”
“หึหึ ว่าแต่เจ้าจะไม่แนะนำสหายของเจ้าให้พี่รู้จังเลยงั้นรึ”
“หึ! นี่คือปาร์ตี้ของหนูที่จะลงดังเจี้ยนซูรีม่าเจ้าคะ คนแรกที่ใส่ชุดคลุมหนังสัตว์ชื่อราม ส่วนคนที่ท่าทางซื่อบื่อมีชื่อว่าไพร์คตะท่านพี่”
รามและไพร์คที่ได้ยินก็โค้งหัวให้อีกฝ่าย อาลีมัวพยักหน้าพร้อมพิจารณาความแข็งแกร่งของทั้งสองคน หากไม่แข็งแก่งพอปกป้องน้องสาวของเขาได้เขาก็ไม่ยอมให้แอเรียลไปลงดันเจี้ยนอย่างแน่นอน
“อืม ถือว่าผ่านแต่ว่าคนที่ชื่อรามสำหรับข้ายังไม่แข็งแกร่งพอปกป้องเจ้าได้เพราะงั้นการลงดันเจี้ยนของเจ้าข้ายังคงไม่อนุญาต”อาลีมัวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“อาเระ อ๋อ รามนายจะปิดบังระดับไปถึงไหนกัน” แอเรียวที่ได้ยินก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางรามก็ต้องร้องอ๋อ เพราะตอนนี้รามปกปิดระดับไว้ทำให้เหลือเพียงผู้ใช้เวทย์ขั้นฝึกหัดเท่านั้น
รามที่ได้ยินก็ไหวไหล่เล็กน้อย “ก็ได้ ข้าอุตส่าห์ปิดบังมาตั้งนานไม่คิดว่าจะมีคนดูออกเร็วขนาดนี้” ที่รามกล่าวไปแบบนั้นเพราะตั้งแต่งานประมูลทาสรามได้ปกปิดระดับของตนไว้อย่างแนบเนียนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ถึงความแข็งแก่งที่แท้จริงของราม ซึ่งคนที่รู้ก็มีแอเรียล ไพร์ค เลโอ อาราสและองครักษ์ที่ดูแลคฤหาสน์ของรามเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
ระดับของรามค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย จากระดับเริ่มต้นเป็นราชาจนในที่สุดพลังเวทย์ของรามก็ถึงขั้นจักรพรรดิขั้นสูงนั่นได้สร้างความแปลกใจให้กับอาลีมัวเป็นอย่างยิ่ง แต่ตัวของเขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีเพราะมันน่าเหลือเชื่อเกินไปที่คนระดับนั้นจะอายุน้อยขนาดนี้ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้ทักษะอะไรถึงทำให้ระดับของเจ้าเพิ่มขึ้นได้ขนาดนี้แต่ข้ายังคงเชื่อว่าเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องน้องสาวของข้าได้” อารีมัวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อเรื่องตรงหน้าพร้อมปล่อยพลังเวทย์ขั้นแม่ทัพระดับกลางใส่ราม
“อ๋อ แล้วถ้าแบบนี้ละจะเชื่อข้ารึยัง”รามไม่ได้ทำอะไรมากเพียงแค่หลับตาเท่านั้นก่อนที่วงแหวนเวทย์จะปรากฏเหนือเมืองทาทารัสมันมีขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งเมือง อาลีมัวเบิกตากว้างเมื่อเห็นวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่เหนือเมืองซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเวทย์ดังกล่าวของรามคือเวทย์อะไรแต่ที่แน่ ๆ เขารู้สึกกังวลกับเวทย์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก
“ราม! นายเลิกแกล้วพี่ฉันได้แล้วน่า” แอเรียลที่เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของรามก็รู้แล้วว่านั่นเป็นแค่เวทย์ขู่อย่างแน่นอนส่วนพี่ของเธอนั้นก็หลงกลเข้าเต็มเปา
“คร๊าบ ๆ หัวหน้าปาร์ตี้” รามตอบแอเรียลแบบขอไปทีก่อนจะสลายวงแหวนเวทย์ทิ้งไปแต่แรงกดดันของพลังเวทย์ระดับจักรพรรดิขั้นสูงยังคงอยู่ อาลีมัวทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตระหนก
“ขออภัยที่ข้าล่วงเกิน หากมีคนระดับนี้ไปด้วยข้าเองก็หายห่วงเพียงแต่ หากเกิดอะไรกับน้องสาวของข้าไม่ว่าจะเป็นระดับจักรพรรดิหรือสูงกว่านั้นข้าก็ขอสัญญาว่าจะตามล่าไปจนกว่าจะตายกันไปข้าง!”
“ก็ตามใจท่านอาลีมัว แต่ว่าท่านมาบอกข้าก็ไม่ถูกท่านควรบอกสหายร่วมทีมอีกคนมากกว่าใช่มั้ยไพร์ค?” รามกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปถามไพร์คที่ยืนเงียบอยู่
“ห๊ะ เห้ย! อย่าโยนมาทางข้าซิเฟ้ย” ไพร์คที่ได้ยินก็อุทานออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกแม้แต่อาลีมัวก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจราวกับจะมีคนมาแย่งบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไปยังไงอย่างงั้น ส่วนแอเรียวก็ได้แต่งุนงงกับคำพูดของรามและท่าทางของไพร์คที่ตอนนี้มีใบหูที่แดงอย่างเห็นได้ชัด ‘เจ้าไพร์คไม่สบายรึไงทำไมหูถึงแดงแบบนั้น’ แอเรียลกล่าวกับตนเองในใจเพียงเท่านั้นก่อนจะหันไปมองพี่ของตัวเองด้วยความงุนงงเช่นเดียวกัน
“เห้อ~ ข้ายินยอมให้เจ้าไปลงดันเจี้ยนได้ แต่ว่าเจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินตัว ดันเจี้ยนแห่งนั้นยังสำรวจได้เพียงชั้นที่สามเท่านั้นเพราะงั้นระวังตัวด้วยเข้าใจหรือไม่ แล้วก็ข้าขอฝากดูแลน้องสาวของข้าด้วย” อาลีมัวกล่าวกับน้องสาวของตนเองก่อนจะหันไปกล่าวกับรามและไพร์คที่ยืนรออยู่
“ไว้ใจข้าได้” ไพร์คเป็นคนกล่าวตอบออกไปส่วนรามก็ได้แต่ยิ้ม ๆ กับท่าทางสหายของตัวเองก็เท่านั้น
“ดีหวังว่าจะทำได้อย่างที่พูด ว่าแต่เจ้าจะกลับบ้านก่อนหรือไม่” อาลีมัวกล่าวจบก็หันไปถามแอเรียว
แอเรียลส่ายหัวเป็นอันปฏิเสธ “ข้าต้องการไปลงดันเจี้ยนก่อนเมื่อเสร็จแล้วข้าจะแวะไปหาท่านพ่อ ฝากบอกท่านพ่อด้วยว่าข้าคิดถึง”
อาลีมีวยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมลูบหัวของแอเรียลเบา ๆ “ดูแลตัวเองด้วยพี่ขอตัวไปทำงานก่อน” อาลีมัวกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะหันไปคุยกับผู้ดูแลลานอสูรบอกว่าค่าที่พักของอสูรทั้งสามตัวทางเจ้าเมืองจะดูแลเองก่อนจะจากไปทันที
“งั้นพวกเราไปที่ดันเจี้ยนกันเถอะ” แอเรียลกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับการลงดันเจี้ยนครั้งนี้ เธอหวังเพียงอย่างเดียวนั่นคือหัวใจศิลาอัญมณีเวทย์ที่สามารถช่วยยกระดับพลังเวทย์ได้ทันทีหนึ่งขั้นแต่ใช้ได้เพียงถึงระดับแม่ทัพเท่านั้นแถม 1 คนสามารถใช้ได้เพียงครั้งดียวเท่านั้น โดยไม่รู้เลยว่าหากเธอกล่าวบอกสิ่งที่ต้องการออกไปเธอไม่จำเป็นต้องมาลงดันเจี้ยนเสี่ยงอันตรายเลยแม้แต่น้อย
“อืมเชิญผู้รู้นำทาง ว่าแต่จะเดินทางกันยังไง” รามกล่าวถามออกไป
“หืม? ก็เดินไงระหว่างสองข้างทางมีของมากมายขายด้วยเผื่อพวกนายจะสนใจ คิก ๆ ” แอเรียลกล่าวพร้อมหัวเราะน้อย ๆ ส่วนรามได้แต่ส่ายหัวกับท่าทางของอีกฝ่ายหากอยู่ที่โลกของเขานี่เขาเรียกว่าแผนการตลาดชัด ๆ ‘เอาเถอะ ถ้าเอาอัญมณีกลับไปขายคงได้ราคาดีแน่ ๆ แต่ว่าขายตากปกติไม่ได้น่าเสียดาย’ รามอดคิดและถอนหายใจออกมาไม่ได้ กองเงินกองทองอยู่ตรงหน้าเขาแล้วแต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องที่มาที่ไปของตัวอัญมณีอีก ก่อนรามจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเขามีทั้งตระกูลของรุ่นพี่อดิเรกและดีแลนสนับสนุนอยู่ทำให้เรื่องที่มาที่ไปของอัญมณีตกลงไปทันที
“งั้นไปกันเถอะ” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นส่วนไพร์คนั้นก็ได้ทำตัวแบบเจือจางสุด ๆ เพราะไม่มีเขาอยู่ในบทสนทนทแม้แต่นิดเดียว
‘เห้อ~ ทำไมเจ้าความรู้สึกช้าแบบนี้นะแอเรียล แต่…ช่างมันเถอะ’ ไพร์คที่มองรอยยิ้มของแอเรียลก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“เจ้าบื่อ! ยืนทำอะไรไปกันเร็วเดี๋ยวจะไม่ทันได้ลงดันเจี้ยนช่วงบ่าย!” แอเรียลเมื่อเห็นไพร์คยืนนิ่งก็กล่าวกระตุ้นอีกฝ่าย
“หึ! ขอรับ ๆ คุณหนู~” ไพร์คกล่าวด้วยน้ำเสียงยียวนอีกฝ่ายออกไปพร้อมเดินตามไปด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสามคนออกจากลานอสูรก่อนจะตรงไปยังถนนทางเหนือที่เป็นทางไปยังดันเจี้ยนซูรีม่า ระหว่างทางรามได้เฝ้ามองการแต่งกายของชาวเมือง มันเป็นเอกลักษณ์ที่รามรู้สึกคุ้นเคย ผู้ชายจะใส่เสื้อเชิ้ตที่มีลวดลายเฉพาะตัว กางเกงขายาวและโพกหัวด้วยผ้าสีสันต่าง ๆ หรือไม่บางคนก็มัดจุด ส่วนทางด้านสตรีที่จะมีการแต่งกายที่หลากหลายกว่าแต่ที่เหมือนกันคือผ้าที่ปิดปากที่ทุกคนต้องปิดบังไว้ แอเรียลบอกว่าเป็นธรรมเนียมของที่นี่โดยเฉพาะหญิงโสด
“หืม? ขอแวะร้านนั้นครู่หนึ่ง” รามกล่าวขอแอเรียลซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าพร้อมพากันเดินไปยังร้านที่รามต้องการดู
ร้านดังกล่าวเป็นแผงลอยธรรมดาแต่สิ่งที่ขายอยู่นั้นไม่ธรรมดาแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ดึงดูดรามให้เข้ามาหาคือจอกที่ทำจากทองคำมันดึงดูดสายตาของรามเป็นที่สุด “เจ้าของร้านจอกนี้ขายเท่าไหร่ขอรับ” รามกล่าวถามราคาของกับขายชราที่นั่งหลับตาอยู่ ชายดังกล่าวลืมตาข้างหนึ่งพร้อมยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวตอบราม
“มันไม่มีราคาหรอกเจ้าหนุ่มน้อยลองเสนอสิ่งที่เจ้าคิดว่าเหมาะสมกับเจ้านั่นมาเถอะ สิ่งของที่เจ้าเห็นนั้นสามารถนำสิ่งของที่เจ้าคิดว่าเหมาะสมกับมันมาแลกได้ทั้งหมด”
‘เจ้าหนู ข้าว่าเจ้าเจอของที่เจ้าต้องการแล้วละนะ’ เกรัสกล่าวกับรามผ่านพันธสัญญา
‘ใช่ครับลุง มันไม่ได้มีเพียงแค่ 1 ชิ้น แต่มีถึง 4 ชิ้น’ รามกล่าวกับเกรัสด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
[พลับแสงจันทร์]
รายละเอียด:
ลูกพลับที่มีถูกแสงจันทร์อาบเป็นเวลา 10,000 ราตรีมีพลังเวทย์ธาตุแสงอยู่ภายในเป็นจำนวนมหาศาล
คุณสมบัติ:
-ช่วยเพิ่มระดับเวทย์ธาตุแสงให้เพิ่มสูงขึ้น
-เป็นวัตถุดิบในการปรุงยาขั้นสูง
-สามารถถอนคำสาปได้ทุกชนิด
-รับประทานสดเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซับธาตุแสงเพื่อที่จะสามารถใช้เวทย์มนต์ของธาตุแสงได้ (คำเตือน:ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีธาตุแสงอยู่ในร่างเท่านั้น)
ข้อควรระวัง:
เพื่อคงคุณสมบัติเสื่อมควรใช้เวทย์มิติธาตุเก็บรักษา
ระดับความหายาก: สีทอง(?)
ระดับการแลกเปลี่ยน: 1 ผล ต่อ 100,000$(?)
[จอกทองคำแห่งซูรีม่า]
รายละเอียด:
จอกทองคำที่มีทองคำบริสุทธิ์ไหลออกมาทุกครั้งเมื่อได้รับการกระตุ้นจากเวทย์ธาติดิน
คุณสมบัติ:
-สร้างน้ำทองคำบริสุทธิ์ได้อย่างไม่จำกัน
-เป็นเครื่องรางสัญลักษณ์แห่งความโลภและความมั่งคั่ง
-น้ำทองคำจากจอกทองคำแห่งซูรีม่าเป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับยาถอนคำสาปและยาพิษ
ข้อควรระวัง
– เนื่องจากเป็นไอเทมที่ไม่มีการจัดอันดับจึงจัดอยู่ในหมวดหมู่ไอเทมไร้ระดับ ด้วยความพิเศษของมันผู้ใช้ควรคิดให้รอบคอบก่อนจะใช้มัน
[ส้มอัสนี]
รายละเอียด:
ส้มที่ถูกสายฟ้าเทพผ่าเป็นเวลา 100 ราตรี ทำให้มีพลังเวทย์สายฟ้าอัดแน่นอยู่ภายในส้มผลนี้
คุณสมบัติ:
-ช่วยเพิ่มระดับเวทย์ธาตุสายฟ้าให้เพิ่มสูงขึ้น
-เป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงยากำหนัดให้อึด ถึก แตกช้า
-รับประทานสดเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซับธาตุสายฟ้าเพื่อที่จะสามารถใช้เวทย์มนต์ของธาตุฟ้าได้ (คำเตือน:ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีธาตุสายฟ้าอยู่ในร่างเท่านั้น)
ข้อควรระวัง:
การหยิบจับผลอัศนีต้องใช้พลังเวทย์ห่อหุ้มมือเอาไว้มิเช่นนั้นอาจจะได้บาดแผลสาหัสได้
ระดับความหายาก: สีทอง(?)
ระดับการแลกเปลี่ยน: 1 ผล ต่อ 100,000$(?)
[มุกทมิฬ]
รายละเอียด:
ไข่มุกที่ถูกอาบด้วยพลังเวทย์ธาตุมือและมิติธาตุการที่มันจะปรากฏขึ้นมานั้นเรียกได้ว่าต้องใช้เวลาถึง 100,000 ปีต่อ 1 เม็ด
คุณสมบัติ:
-ช่วยเพิ่มระดับเวทย์ธาตุมืดและธาตุมิติให้เพิ่มสูงขึ้น
-เป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างหวนมิติระดับสูงรวมถึงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการสร้างมิติส่วนตัว
-ดูดซับโดยตรงเพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างแก่นเวทย์ของธาตุมือและธาตุมิติได้ (คำเตือน:ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีธาตุมืดหรือธาติมิติอยู่ในร่างเท่านั้น)
ข้อควรระวัง:
หากกลืนโดยตรงก็ระวังติดคอเท่านั้นเอง
ระดับความหายาก: สีรุ้ง(?)
ระดับการแลกเปลี่ยน: 1 เม็ด ต่อ 500,000$(?)