Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 75 ดันเจี้ยนชูรีม่า [IV]
หลังจากที่รามกล่าวประโยคดังกล่าวออกไปแล้วนั้น ความเงียบงันไดเเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบ หางคิ้วของขุมพลปีศาจเริ่มกระตุกด้วยความโกรธ ตั้งแต่ที่มันได้เป็นขุมพลปีศาจมาไม่เคยมีปีศาจตนใดหรือมนุษย์หน้าไหนกล้าหยามมันมากขนาดนี้ แล้วมนุษย์ตรงหน้าเป็นตัวอันไดถึงกล้ากล่าวคำบัดซบนั้นออกมา
ตูม! เสาโลหิตแดงฉานพุ่งขึ้นจากพื้นที่รามยืนหยัดอยู่ รามที่รู้แต่แรกก็ขยังตัวออกหากจากพื้นที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว “เห~ แค่หยอกล้อเล็กน้อยทำเป็นโมโหไปได้ ช่างไม่มีความอกทนเอาเสียเลยนะ” รามเอาดาบเก็บในฝักดาบก่อนจะเอาดาบทั้งสองเล่มพาดไหล่กล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ รามกับมันไม่ได้ทำอะไรผิด
“หึหึ เจ้าเป็นมนุษย์ตนแรกที่กล้าต่อปากต่อคำกับข้าที่เป็นถึงขุมพลปีศาจ”
“อ่าว~ จะมีพูดได้ไงก็ใครมาเห็นตัวเจ้าถ้าไม่ถูกเจ้าสังหารก็ต่างหนีหายอย่างรวดเร็วนิ หรือว่าไม่จริง?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าชักถูกใจเจ้าเสียจริง ถ้าไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกันเจ้ากับข้าอาจเป็นสหายกันได้ แต่ในเมื่อตัวอันตรายเช่นเจ้ายืนอยู่ฝั่งมนุษย์แล้วไซร้ข้าคงจำเป็นต้องทำให้เจ้ากลายเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของท่านผู้นั้นเสียแล้ว หึหึ”
“ถ้าทำได้ก็ลองดูว่าใครกันแน่ว่าจะกลายเป็นข้ารับใช้ของใคร” รามแสยะยิ้มพร้อมดึงดาบออกมาเตรียมพร้อม
“ช่างเป็นมนุษย์ที่โอหังเสียจริง แล้วเจ้าจะเสียใจที่เจ้าตั้งตนเป็นศัตรูกับท่านจอมปีศาจ จัดการมันซะ!”
“โฮก!!” บอสพิเศษคำรามลั่นก่อนจะใช้หมัดของมันโจมตีใส่รามอย่างรวดเร็ว พื้นบริเวณที่รามบืนอยู่แตกกระจายด้วยกำปั้มหมัดของบอสพิเศษ ดวงตาของรามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงร้อนแรง รามกระโดดหมุนตัวกลางอากาศพร้อมกับอัดพลังเวทย์ลงดาบทั้งสองเล่มของเขาก่อนจะฟันไปที่แขนอันใหญ่โตของบอสพิเศษ
โฮกกก!! เลือดสีแดงฉานกระฉูดออกมาพร้อมกันแขนข้างหนึ่งของบอสพิเศษตกลงพื้นอย่างก่อนที่มันจะสลายหายไป การจัดการบอสพิเศษนั้นจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ทีาง่ายคือตัวของบอสพิเศษจะไม่มีความสามารถในการฟื้นตัวไม่เหมือนกับบอสที่อยู่ในห้องของแต่ละชั้นของดันเจี้ยนที่จะมีระยะเวลาที่สามารถฟื้นฟูตัวของมันเองได้
“อย่าลืมข้าเสียละ! โลหิตหนาม!” เลือดจากบอสพิเศษที่ไหลออกมากลายเป็นเส้นสายลวดหนามหลายหมื่นสายพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว
รามใช้ท่าเท้าล่องวายุหลบลวดหนามโลหิตที่หมายเอาชีวิตของเขาอย่างรวดเร็ว เสียงระเบิดจากการโจมตีของหนามโลหิตดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง รามพุ่งขึ้นไปหยุดอยู่กลางอากาศพร้อมกับเอาดาบสีขาวไว้ตรงหน้าอกของเขาดยเอาปลายดาบชี้ลงผืนดิน วงเวทย์สีฟ้าปรากฏขึ้นด้านหลังของรามดวงตาแปลเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเพื่อการเรียกใช้ธาตุดังกล่าวเขาหลับตาลงก่อนจะร่ายคำกล่าวออกมา “จงสดับรับฟัง ผู้คุ้มกฏคลั่งแห่งเหมันต์ ปรากฏกายเพื่อกำจัดศัตรูของข้า!” รามปล่อยดาบสีขาวออกจากมือของตัวเองดาบสีขาวล่วงหล่นลงพื้นอย่างรวดเร็วทันทีเมื่อปลายดาบแตะถึงผืน พื้นที่ก็เริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งกระจายตัวอแกครอบคลุมพื้นที่ บอสพิเศษเริ่มร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเพราะร่างกายของมันเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งอย่างช้า ๆ จนในที่สุดร่างของมันก็กลายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งขนาดยักษ์ แต่ที่เห็นผลเร็วที่สุดก็ต้องดป็นหนามเลือดที่มีส่วนประกอบของน้ำเป็นหลักซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นน้ำแข็งลอยอยู่กลางอากาศเรียบรอย
“โอ้~ ยิ่งเห็นอย่างนี้แล้วข้ายิ่งปล่อยเจ้าไว้ไม่ได้เจ้ามนุษย์!” ขุมพลปีศาจลอยขึ้นมากลางอากาศก่อนจะเผชิญหน้ากับราม
“นั่นก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถพอที่จะจัดการกับมนุษย์อย่างข้าหรือไม่” รามยิ้มกวน ๆ ให้อีกฝ่ายก่อนจะดัดนิ้วไปเปาะหนึ่ง เพร้ง! ราวกับเสียงกระจกแตก พื้นที่ที่เคยกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสลายหายไปทันทีรวมถึงร่างของบอสพิเศษด้วยโดยที่ทิ้งของดรอปไว้มากพอสมควร แต่รามก็ไม่ได้โลภมากขนาดที่ต้องไปเก็บมันก่อน ตัวเขาในตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญเสียยิ่งกว่าของดรอปไม่กี่ชิ้นนั่นคือการสยบขุมพลปีศาจเพื่อเอามันมาไว้ในหนังสือสะสม (เอ็งเรียกหนังสือนั่นว่าหนังสือสะสมงั้นหรอ!?)
“หึ! จะอวดดีก็ได้แค่นี้แหละเจ้ามนุษย์ อย่าลืมว่าความสามารถของข้าคือการควบคุม หึหึ มาดูมั้ยว่าข้าควบคุมใครไว้บ้าง จงออกมาข้ารับใช้ของข้า! ประตูสีดำทมิฬปรากฏขึ้นมากลางอากาศพร้อมกับเท้ศที่ก้าวออกมาชุดเกาะอันเป็นสัญลักษณ์ของเหล่าอัศวินผู้ซึ่งเคยเป็นตำนานของโลกใบนี้ ผ้าคลุมสีชาดปลิวไสวดวงตาสีทองที่ไร้ความรู้สึกบวกกับเส้นผมสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์ สร้ามภาพอันหน้าเกรงขามให้มันอย่างยิ่งยวด
“ไม่จริง! ทำไมท่านผู้นั้นที่หายสาบสูญไปถึง!” เหล่าคนที่อยู่ในโดมที่ต่างอ้าปากค้างด้วยความตพลึงกับท่าที่อลังการของรามในตอนนี้สายตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความไม่อยากเชื่อ ความไม่เข้าใจ ความรู้สึกที่ไม่อาจกล่าวออกมาได้ด้วยคำพูด ตึง! ตึง! แอเรียลและไพร์คที่เห็นชายที่ออกมาจากประตูสีดำทมิฬต่างกระแทกบาเรียเพื่อต้องการออกไปแต่ไม่สำเร็จ
“ไม่ได้การแล้ว! อย่างนี้เจ้ารามแพ้แน่! ศัตรูดันได้หนึ่งในผู้กอบกู้ไปเป็นข้ารับใช้เสียได้! เป็นไปได้ยังไงกัน!” ไพร์คแผดเสียงด้วยควาร้อนรนพยายามจะออกจากบาเรียเพื่อไปช่วยสหายของมัน
“พอเถอะไพร์ค ไม่มีประโยชน์แล้วในตอนนี้เราต้องภาวนาให้รามรอดกลับมาและเแาชนะอีกฝ่ายให้ได้” แอเรียลทรูดตัวนั่งลงพร้อมจ้องมองไปที่จุดที่รามอยู่ด้วยสายตาที่มีความหวัง
“เรียกข้ารับใช้ผู้ต้อยต่ำหรือขอรับนายท่าน” ชายผมเงินในชุดเกาะคุกเข่าทำความเคารพกลางอากาศต่อหน้าของขุนพลปีศาจ
“จัดการมนุษย์ตรงหน้าเจ้าซะแต่อย่าให้ตายเสียละ” ขุนพลปีศาจกล่าวด้วยเสียงเข้มเป็นคำสั่ง
“ข้าจะทำตามคำสั่งขอรับ” มันกล่าวก่อนจะลุกขึ้นพร้อมจิตสังหารอันมากมายที่ปล่อยออกมาใส่ราม
“เห้อ~ สุดท้ายโลกใบนี้ปีศาจก็ยังเหนือกว่ามนุษย์ซินะ ก่อนจะเริ่มต่อสู้ขอแนะนำกล่าวขานนามก่อนก็แล้วกัน” รามหลับตาลงเอียงคอหลบดาบที่ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของรามข้างหนึ่งเป็นเปลวเพลิงที่สามารถเผาผลาญผู้ที่สบตามันได้ ส่วนอีกข้างเป็นสีเขียวอ่อนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธาตุลมชุดของรามในตอนนี้ที่เป็นชุดสำหรับลงดันเจี๋ยนที่ซื้อมาจากร้านค้าในเมืองแปลเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมที่มีขนจิ้งจอกเพลิงเป็นชิ้นส่วนประกอบ “กลับไปก่อนแล้วกันนะ” รามกล่าวกับตามทั้งสองเล่มก่อนที่มันจะสลายหายไปพร้อมกับที่เขาตีลังกากลางอากาศและร่ายเวทย์กันเวทย์ที่เล็งมาทางเขา
รามหายตัวไปโผล่อีกที่แห่งซึ่งไม่ไกลพอสมควรสามารถให้ศัตรูมองเห็นได้ “ไหน ๆ ก็แล้วขอแนะนำตัวอีกครั้งข้ามีนามว่าราม ยินดีมากที่ได้ปะมือกับหนึ่งในขุมพลปีศาจทั้งสิบและผู้กอบกู้แห่งผืนแผ่นดินวาโรเนีย” รามกล่าวจบพร้อมเอาดาบยักษ์ออกมาพาดไหล่ของเขา พร้อมจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ทั้งสองของตนเองด้วยรอยยิ้มพร้อมกับจิตสังหารของรามแผ่ออกมาไม่แพ้กับผู้กอบกู้แห่งวาโรเนียแม้แต่น้อย
รามหายตัวไปอย่างรวดเร็วก่อนจะปรากฏตัวต่อหน้าของผู้กอบกู้พร้อมฟันตามแนวขวาง และสมกับชื่อผู้กอบกู้แห่งวาโรเนียที่ยกดาบกันทันแต่ด้วยน้ำหนักเกือบ 999 ตัน บวกกับแรงเหวี่ยงดาบทำให้ร่างของผู้กอบกู้กระเด็นไปไกลถึง 10 กิโล พร้อมกระทืบอากาศครังหนึ่งวงเวทย์นับพันก็โจมตีใส่ขุมพลปีศาจที่ยืนตกใจอยู่ ตูม!
รามยกดาบพาดไหล่พร้อมแสยะยิ้มพร้อมกล่าว “ยินดีที่ได้พบเจอ หึหึ”