Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 76 ดันเจี้ยนชูรีม่า [V]
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว เจ้านั่นมันเป็นใครกันแน่!”นักผจญภัยคนหนึ่งพึมพำออกมาหลังจากได้เห็นฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดถึงขั้นทำลายพื้นที่หนึ่งในห้าของดันเจี้ยนชั้นแรกราบเป็นหน้ากอง
แอเรียลยกมือดปิดปากแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและก็ยังแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและยินดีอยู่มากเธอไม่เคยเจอภาพการต่อสู้ที่หนักหน่วงและรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ไพร์คเองก็ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นตื่นตะลึงไม่แพ้กัน หลากหลายความคิดตีกันจนเป็นไม่อาจกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้
ในตอนนี้ชายที่เป็นคนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวยืนมองขุนพลปีศาลรวมถึงคนที่ถูกมันบงการเป็นทาสรับใช้อยู่กลางอากาศด้วยแววตาที่เฉยชา ดาบมังกรคลั่งอาบโลหิตของศัตรูไปมากมายสภาพของมันไม่ต่างจากดาบล่าสังหารที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง ‘นายท่านข้ายังอยากดื่มโลหิตอีกขอรับ’ ดาบมังกรคลั่งส่งข้อความให้รามรับรู้
รามส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมกล่าวกับดาบมังกรคลั่งออกไป’เย็นไว้ข้าไม่ได้ต้องการสังหารมันเสียหน่อย’
‘บู่~ นายท่านอ่ะไม่เร้าใจเลยอ่ะ’
‘หึหึ น่าไว้ถ้ามีสงครามหรือศัตรูแข็งแกร่งเมื่อไหร่เมื่อนั้นเจ้าจะได้ออกมาโลดแล่นอีกนั่นแหละ’ รามกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะค่อย ๆ ก้าวไปหาขุมพลปีศาจที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่
“จะฆ่าก็ฆ่า! ในเมื่อข้าเป็นคนพ่ายแพ้แก่เจ้า หึ!”ขุมพลปีศาจย่อมมีความหยิ่งทะนงในตัวเองแม้มันจะไม่อยากยอมรับว่ามนุษย์ตรงหน้าแข็งแกร่งกว่ามันที่เป็นถึง 1 ใน 10 ขุมพลปีศาจที่เป็นเสาหลักของดินแดนปีศาจแต่เมื่อมันมองไปยังสภาพข้ารับใช้ของมันที่นอนหายใจรวยรินไม่แพ้กันก็ต้องยอมรับว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้ามันแข็งแกร่งจริง ๆ
“นั่นซินะ ความจริงข้าก็อยากจะสังหารเจ้าเสียตอนนี้” รามกล่าวพร้อมเอาดาบมังกรคลั่งจ่อที่คอของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม หากในยามปกติก็คงเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจที่สามารถกระชายใจเหล่าสตรีได้ง่าย ๆ แต่สำหรับขุมพลปีศาจอย่างมันกลับเห็นรอยยิ้มนี้ราวกับยมฑูตที่กำลังจะพลากวิญญาณของมัน มันหลับตายอมรับชะตากรรมแต่รออยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นรวมถึงความรู้สึกเย็นวาบที่บริเวณคอของมันก็จางหายไปมันถึงลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมจ้องมองแผ่นหลังของชายที่สยบมันได้
“ทำไมเจ้า…”
“หืม? อ๋อ หากไม่จำเป็นข้าก็ไม่อยากพลากชีวิตใครพร่ำเพื่อหรอก เจ้ายังจำคำพูดที่เจ้ากล่าวกับข้าได้หรือไม่แล้วข้าตอบเจ้าไปว่าอะไร” รามกระตุกยิ้มพร้อมเอาหนังสือเล่มหนึ่งออกมา จุมพลปีศาจที่เห็นหนังสือดังกล่าวก็หน้าถอดสี มันคือหนังสือที่น่ากลัวอย่างยิ่งสำหรับปีศาจ ตำนานที่มันเคยอ่านบอกไว้ว่าหนังสือดังกล่าวต้องใช้ผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งมากกว่าร้อยคนเพื่อผนึกมัน ที่เหล่าปีศาจกลัวหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างมาก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดมีหนึ่งในสามสิ่งที่ปีศาจอย่างพวกข้ากลัวได้ หึหึ ในเมื่อเจ้าต้องการทำให้ข้าเป็นข้ารับใช้ของเจ้าก็ต้องดูว่าจิตใจของเจ้าจะแข็งแกร่งพอหรือไม่” มันแสบะยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะหลับตาลงพร้อมเรียกเหล่าคนที่เป็นข้ารับใช้ของมันกลับเข้าไปในประตูสีดำพร้อมประตูบานนั้นก็สลายหายไป
“หึ แล้วเจ้าจะรู้ว่าการที่เจ้ายังไม่ยอมสยบต่อข้าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์” รามกล่าวจบก็ปรากฏโซ่สีดำสนิทออกมาจากหนังสือหน้าหนึ่งพร้อมมัดร่างของขุมพลปีศาจที่ร่างเต็มไปด้วยเลือดให้ลอยขึ้น การที่รามจะทำให้อีกฝ่ายเป็นข้ารับใช้นั้นเป็นเรื่องที่ห้ามให้ใครรู้ไม่ได้หากไม่แล้วเขาคงได้โดนตามล่าไม่หยุดหย่อนแน่ ๆ เพราะงัเนรามจึงสร้างหมอกรอบ ๆ ตัวของเขาก่อนจะทำการดังกล่าว
“อ้ากกกกก!! ไม่!! อย่า! ข้ายอมแล้ว! ข้ายอมแล้ว!!”หน้าตาของขุมพลปีศาจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อประสบกับภาพหลอนที่หนังสือสร้างขึ้นมา โซ่สีดำนั้นไม่เพียงแค่พันธนาการให้หนีเท่านั้นแต่มันจะดึงดูดสิ่งที่ปีศาจกลัวมากที่สุดออกมาสร้างภาพหลอนแน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่ขุมพลปีศาจเท่านั้น รามเองก็ไม่ต่างกันต้องแบกรับภาระทางจิตอย่างหนักยิ่งปีศาจมีระดับที่สูงยิ่งแบกภาระทางจิตมากกว่าปีศาจปกติ แต่ว่านั้นไม่ใช่สำหรับรามที่มีอาจารย์เป็นถึงสี่สัตว์เทพ
สิ้นเสียงของอีกฝ่ายร่างของขุมพลปีศาจค่อย ๆ กลายกลุ่มควันแล้วลอยเข้ามาในหนังสือในมือของราม ปึก! รามปิดหนังสือเมื่อเสร็จสิ้นการทำให้อีกฝ่ายเป็นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ต่อตัวมันเอง รามนั่งลงก่อนจะแผ่ร่างกายให้นอนลงกับพื้นแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก รามสูดหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะลุกนั้งพร้อมเปิดหนังสือหน้าที่ปรากฏภาพของชุมพลปีศาจที่เรามสยบได้ “ชื่อเบลฟอร์ท งั้นหรอเนี่ยแถมยังเป็นหนึ่งในสิบขุมพลปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดลำดับที่ 5 เสียด้วย” รามอ่านรายละเอียดของเบลฟอร์ทก่อนจะหลับตาเรียกอีกฝ่ายออกมา
หนังสือสีดำเปร่งแสงครั้งหนึ่งพร้อมร่างของเบลฟอร์ทปรากฏต่อหน้าของรามที่นั่งอยู่ที่พื้น ร่างของเบลฟอร์ทหลังจากที่เข้าไปในหนังสือนั้นก็ถูกรักษาพร้อมฟื้นพลังจนเต็มเพียงไม่นาน บ่งบอกได้ถึงพลังเวทย์ของรามที่มีอยู่ในร่าง ยิ่งมีพลังเวทย์สูงมากเท่าไหร่ การฟื้นฟูเหล่าปีศาจในหนังสือนั้นก็สูงตามมากเท่านั้น “นายท่านยินดีที่ได้รับใช้ขอรับ” เบลฟอร์ทในตอนนี้ไม่เหลือคราบของขุมพลปีศาจที่ผู้คนหวาดกลัวตอนนี้มันเป็นเพียงข้ารับใช้ของมนุษย์ตรงหน้าเท่านั้น มันคุกเข่าทำความเคารพรามดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความภาคภูมิและเคารพต่อนานของมันเท่านั้น
“หนังสือนี่ไม่ว่าจะใช้กี่ทีก็น่ากลัวจริง ๆ นั่นแหละนะ” รามมองหนังสือสบัลกับเบลฟอร์ทด้วยสายตาที่ยากจะอธิบายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“เอาละนายกลับเข้าไปก่อนเถอะข้าเพียงแค่อยากเจอเท่านั้น”
“ขอรับนายท่าน” เบลฟอร์ทสลายหายตัวเป็นควันก่อนจะหายเข้าไปในหนังสือ รามเก็บหนังสือเข้าช่องเก็นของที่แยกไว้เป็นคลังอาวุธก่อนจะลุกขึ้นพร้อมก้าวเดินไปยังพื้นที่เดิมก่อนที่รามจะถูกวาร์ปมายังพื้นที่ ๆ เกิดการต่อสู้
[ทวีปปีศาจ]
ห้องประชุมใหญ่
“หมายความว่ายังไงที่ว่าเบลฟอร์ทหายไป” 2
“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันเพราะลูกแก้วชีวิตของเบลฟอร์ทก็ยังคงอยู่ดี” 6 (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“หรือว่าเจ้านั่นจะถูกจับโดยมนุษย์!!” 9
“นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ เบลฟอร์ทถึงจะอยู่ลำดับที่ 5 แต่ความสามารถในการควบคุมนั้นไม่ใช่ใครที่จะสามารถจัดการได้ง่าย ๆ แถ้วยิ่งเป็นเผ่ามนุษย์แล้วด้วยยิ่งง่ายดาย” 3
“แล้วทำไมอยู่ดี ๆ เบลฟอร์ทถึงหายไปรามกับไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ละ?” 8
“กรี๊ดด!!! ” เพร้ง! ลูกแก้วของขุมพลปีศาจสำดับที่ 6 แตกพร้อมเสียกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“เอรินัท!! เจ้าเป็นอะไร!” ขุมพลปีศาจลำดับที่ 1 ลถกขึ้นก่อนจะตรงไปดูเอรินัทที่จ้องมองเศษด้วยความหวาดกลัวดวงตาสีฟ้าเขียวมรกตสั่นระริก “ฟะ ฟิลอส ข้ามองเห็น สิ่งที่จัดการเบลฟอร์ท มะมันทั้งน่ากลัว ละและแข็งแกร่ง”
“หมายความว่ายังไงเอรินัท ใครกันที่แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเบลฟอร์ทแล้วทำให้เจ้าหวาดกลัวขนาดนี้!” ขุมพลปีศาจลำดับที่สองกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“มะ มนุษย์ ผะผู้ครอบครอง นะหนังสือ สะสีดำ ผู้ใช้ธาตุ ผู้อยู่เหนือกฏแห่งโลก” เอรินัทกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะสลบไปฟิลอสอุ้มเอรินัไปนั่งที่เก้าอี้ของเธอก่อนจะกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
ทั่วทั้งห้องประชุมเกิดความเงียบงันคำกล่าวของแอร์นัทนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความอึดอัด “ข้าตัดสินใจแล้ว! ข้าจะไปตามท่านจอมมารกลับมา! แม้ว่าท่านจะสละราชบัลลังก์ทำให้ตอนนี้กลายเป็นบัลลังก์ที่ไร้ซึ่งกษัตริย์ก็ตาม”
“ฟิลอส! เจ้ามั้นใจว่าจะตามหาท่านจอมมารเจอ! แล้วถ้าเจ้าพลาดพลั้งไปอีกตนแล้วใครจะเป็นเสาหลักปกป้องดินแดน!” ขุมพลปีศาจลำดับที่ 3 กล่าวเตือนฟิลอส
“หึ! เจ้ามั่นใจหรือว่าต้องปกป้องดินแดนไม่ใช่รุกรานดินแดนอื่น” สิ้นเสียงของฟิลอสเกิดความเงียบอีกครั้งในห้องประชุม
ฟิลอสแค้นเสียงหัวเราะเล็กน้อยออกมาก่อนจะตรงไปอุ้มเอรินัทแล้วออกจากห้องไป โดยที่มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตามหลังฟิลอสที่เดินออกไปอย่างคลั่งแค้น ‘หากเจ้าตาท่านจอมมารกลับมาข้าคงให้เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอกฟิลอส ไม่งั้นข้าเองก็ไม่อาจยึดครองบัลลังก์ได้!’
ฟิลอสไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้อาจจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของตนเองก็ได้…
=========
** มาแล้วครับผม ขอเชิญอ่านให้สนุกนะขอรับ ตอนนี้อ่านฟรี 2 ชั่วโมง ติดเหรียญเวลา 19.00 น. ครับ
ของแถมท้ายตอน
ไรท์: เบลฟอร์ทเจออะไรงั้นหรอในภาพหลอน
เบลฟอร์ท: [หน้าซีดตัวสั่น]
ราม: เอ่อ….อย่ารู้เลยขนาดผมเองยังแทบจะร้องไห้ดีนะหลับตาทำใจแข็งทัน
ไรท์: …..’พวกมันเจออะไรกันแน่วพเนี่ยถึงหน้าซีดกันขนาดนั้น’
เบลฟอร์ท,ราม: [มองหน้ากันพร้อมคิดเหมือนกันว่า] ‘ลองมาเจอภาพในห้องที่แต่แมลงสาปกำลังบินว่อนมั้ยล่ะเฟ้ย!!’
ไรท์: ‘ทำไมรู้สึกขนลุกฟร๊ะ’