Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 77 ดันเจี้ยนชูรีม่า [VI]
[ยังไม่ได้เกลาคำ+ตรวจคำผิด]
ในขณะที่ทวีปปีศาจเกิดความวุ่นวายจากการที่เบลฟอร์ทหายตัวไป ในขณะเดียวกันรามเองก็เจอกันสถานการณ์ที่ยากจะอธิบายเช่นกัน
“องค์ชายแห่งราชอาณาจักรฟิโอเล่ต้องการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับเจ้า”กลุ่มนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งล้อมกลุ่มของรามเอาไว้หลังจากที่รามก้าวเข้ามาภายในบาเรีย ทั้งแอเรียลและไพร์คที่ต้องการพูดคุยกับราถึงเรื่องที่ไปปะทะกับขุนพลปีศาจซึ่ง ๆ หน้ายังต้องเคร่งเครียดกับการคุกคามของกลุ่มคนดังกล่าว
“ขอปฏิเสธ ข้าต้องการพักผ่อน” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้จะรู้อยู่แล้วว่าการที่รามไปต่อสู้แบบนั้นต้องเป็นที่จับตามองของกลุ่มอำนาจอย่างแน่นอน
“บังอาจ!!” นักผจญภัยคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นทหารคุ้มครององค์ชายของราชอาณาจักรฟิโอเล่ชักดาบออกมาแต่ก็ถูดหนุดไว้โดยชายสวมชุดเกราะรัดับสูงคนหนึ่ง รามมองดูชายดังกล่าวพร้อมพิจารณาพลังของอีกฝ่ายก็พบว่ามีพลังเทียบเท่าอาราสก่อนที่จะได้ฝึกส่วนตัวกับพวกเฟล
“ขออภัยในความเสียมารยาทของทหารของข้าด้วย องค์ชายของเราเพียงหวังสานสัมพันธ์กับท่านเท่านั้นหากท่านไม่สะดวกพวกข้าก็ต้องถอย ขออภัยด้วย” องครักษ์ขององค์ชายอาณาจักรฟิโอเล่กล่าวด้วยน้ำเสียงน้อมน้อมแต่ก็ยังแฝงด้วยศักดิ์ศรีของอัศวิน
“เช่นนั้นพวกข้าคงต้องขอตัวก่อน” รามกล่าวเท่านั้นก่อนจะพาทั้งสองคนตามไปยังทำเลที่พักที่รามเตรียมไว้
กลุ่มดังกล่าวมองตามหลังของรามด้วยสายตาที่หลากหลายแต่ส่วนใหญ่เป็นสายตาที่ไม่ใคร่พอใจเสียเท่าไหร่ “หัวหน้า! ท่านปล่อยพวกมันไปแบบนี้ดีงั้นรึ!” ทหารคนเดิมที่เตรียมเข้าหาเรื่องรามกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“หุบปาก! ข้าช่วยเจ้าไม่ให้ตกตายยังไม่สำนึกอีกชายคนนั้นไม่ใช่คนที่จพไปยุ่งยากได้ง่าย ๆ หากเขาไม่พอใจรับรองได้ว่าพื้นพี่แถบนี้กลายเป็นทะเลโลหิตแน่!”
“แต่ว่าหัวหน้า! มันบอกว่าต้แงการพักผ่อนงั้นต้องแสดงว่ามันใช้ทั้งพลังเวทย์และพลังกายไปเกือนหมดแล้วพวกเราสามารถจับมันได้ง่าย ๆ มิใช่รึ” ชายคนเดินยังคงพยายามหาเหตุผลให้หัวหน้าของมันไขว้เขวไปกับความคิดของมัน
“หึ! นี่ข้ามีทหารที่โง่ยิ่งกว่าลางั้นรึนี่ เจ้าคิดว่าคนที่อยู่กับชายคนนั้นธรรมดางั้นรึ! ไม่เลย โดยเฉพาะชายที่ถือดาบใหญ่ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่ากลัวแม้จะเพียงครู่เดียวแต่ข้าก็มั่นใจ! กลับ! อีกไม่นานก็ใกล้ถึงกลุ่มของเราแล้วรีบไปเตรียมตัวกันได้แล้ว!” องครักษ์กล่าวจบก็สลัดผ้าคลุมเดินกลับไปยังกระโจมขององค์ชายทันที
กลับมาที่รามที่ตอนนี้นำทั้งสองมายังพื้นที่ที่หนึ่งก่อนรามจะเอาเต้นท์ออกมาตั้งไว้ท่ามกลางสายตาขอเหล่านักผจญภัยที่ใคร่ไม่พอใจรามเสียเท่าไหร่ที่รามได้พื้นที่ส่วนที่ดีที่สุดไป แต่ความแข็งแกร่งที่รามได้แสดงตอนจัดการกับเบลฟอร์ทนั้นยังคงตราตรึงพวกมันอยู่ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาหาเรื่องพวกของราม
“ขอเข้าไปพักซักหน่อยข้าวเย็นไม่ต้องเตรียมเผื่อนะและก็ถ้าถึงเวลาผลัดเปลี่ยนเวรยามเมื่อไหร่ก็เข้ามาปลุกข้าด้วย” หลังจากที่รามตั้งเต้นท์เวทย์มนต์ของตัวเองเสร็จก็เข้าไปภายในเพื่อพักผ่อนทันที ส่วนแอเรียลและไพร์คก็คอยสลับกันเฝ้าเวรยามกันหลังจากรับประทานข้าวเย็นเสร็จ แม้ว่าจะอยู่ภายในดันเจี้ยนก็ยังมีเวลาบอกถึงกลางวันและกลางคืนอยู่
รามที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลียลืมตาตื่นขึ้นมาภายในห้องนอนภายในเต็นท์เวทย์มนต์ ‘อื่ม…น่าจะถึงเวลาเปลี่ยนผลัดสามแล้วนิทำไมไพร์คยังไม่เข้ามาปลุกอีกเนี่ย’ รามจมอยูากับความคิดก่อนจะส่ายหน้าสะบัดไล้ความอ่อนเพลียให้หายไป รามน้องยอมรับเลยว่สการใช้ดาบมังกรคลั่งนั้นมันทั้งกินแรงและสิ้นเปลืองพลังงานร่างกายอย่างมาก รามเปลี่ยนชุดคลุมก่อนจะออกจากเต้นท์ของเขา เมื่อออกมาก็เห็นไพร์คนั่งหลับตาราวกับกำลังนึกคิดอะไรบางอย่าง
“ตื่นแล้วงั้นรึ?” ไพร์คลืมตาแววตาของไพร์คเต็มไปด้วยความเฉยชาราวกับไม่พอใจอะไรรามซักอย่าง
“อ่าห์ ข้าว่ามีนคงถึงเวลาที่ข้าต้องมาเฝ้าเวรยามแล้วนั่นแหละ” รามเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับไพร์ค
“อืม…ดื่มอะไรซักหน่อยมั้ย” ไพร์คยื่นแก้วน้ำให้ราม รามรับมันมาด้วยความยินดีก่อนจะจิบมันอย่างช้า ๆ
“ไปพักเถอะเดี๋ยวข้าเฝ้าต่อเอง” รามกล่าวบอกไพร์ค
“อ่าห์ ข้าขอตัวไปพักเสียหน่อย” ไพร์คยืนขึเนก่อนจะตรงไปยังเต้นท์ของตัวเอง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
‘เห้อ~ ช่างแปลกเสียจริง’ รามอดคิดไม่ได้กับท่าทางที่ผิดปกติของไพร์คก่อนจะหลับตาลงพร้อมแผ่ขยายสัมผัสของตัวเองไปรอบ ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ตรงไปยังประตูห้องบอสประจำชั้นที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว “ไพร์คนายเป็นอะไรตั้งแต่เมื่วานแล้ว ราวกับมีเรื่องกังวลยังไงอย่างงั้น”รามที่สังเหตุเห็นท่าทางผิดปกติของไพร์คตั้งแต่เมื่อวานแล้วจึงกล่าวถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกสหาย ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าทิ้งบ้านมานานเกินไปเสียแล้วสงสัยคงได้เวลากลับแล้วก็เท่านั้น” ไพร์คกล่าวด้วยรอยยิ้มรวมถึงกลับกลายเป็นไพร์คคนเดิมที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าชักอยากจะไปเที่ยวบ้านของเจ้าเสียแล้วซิ”ไพร์คไม่ตอบรามเพียงแค่ยิ้มให่เท่านั้นก่อนจะหันไปสนทนาหยอกล้อกับแอเรียลต่อ
ในที่สุดทั้งสามคนก็มาถึงห้องประตูบอสชั้นแรกแอเรียลเดินไปคุยกับคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูรวมถึงยื่นบัตรบางอย่างให้อีกฝ่ายก่อนจะกลับมาหารามและไพร์คที่รออยู่ “รออีก 2 นาทีบอสตัวนี้เป็นของกลุ่มเรา เตรียมตัวกันเถอะ” แอเรียลกล่าวพร้อมพาทั้งสองคนไปยืนรอที่หน้าประตูห้องบอส และแล้วก็ถึงเวลาบอสเกิดแอเรียลก็ผลับประตูห้องบอสพร้อมกับก้าวเดินนำทั้งสองคนเข้าไปภายในห้อง
พรึบ! คบไฟค่อย ๆ ติดขึ้นทีละดวงจนครบพร้อมกับร่างของบอสปรากฏต่อสายตาของทั้งสามคน
<บอส ราชาไฮยีน่า>
โฮกกกก!! บอสคำรามลั่นแอเรียลกระโดดถอยไปด้านหลังพร้อมตั้งท่าร่ายเวทย์เสริมพลังกาย เสริมความเร็วให้รามและไพร์ค รามนำดาบคาตานะสีดำออกส่วนไพร์มดึงดาบยักษ์ออกมาจากด้วนหลังพร้อมเปลวเพลิงสีดำทมิฬแผ่ทั่วใบดาบ
“เอาในดาบเดียวนะสหาย” ไพร์คกล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังเท่าไหร่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า จัดไป!” รามกล่าวจบพร้อมกับที่แอเรียงร่ายเวทย์เสริมพลังเสร็จเช่นเดียวกัน พรึบ! ร่างของรามและไพร์คหายไปจากสายตาของราชาไฮยีน่า ซักพักมันรู้สึกว่าห้องที่มันยืนอยู่กลับด้านพร้อมสติของมันก็จางหายไป
“ไปกันเถอะ” รามและไพร์คที่ยืนอยู่อีกฝากของบอสหันไปเรียกแอเรียลที่ยืนมึนงงอยู่
‘ห๊ะ? อะไรนะ เสร็จแล้ว? เร็วเกินไปแล้วนะยะ!!!’ แอเรียลยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเดินผ่านซากราชาไฮยีน่าที่กลายเป็นแสงหายไป ส่วนของดรอปแอเรียลก็หยิบมาด้วย
“หืม? มีทางสองทางให้เลือกว่าจะขึ้นหรือลงงั้นหรอ?” ไพร์คกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“อืม…แอเรียลข้าขอถามหน่อยว่าที่บอกว่าสำรวจนี่เดินขึ้นหรือเดินลง?” รามกล่าวถามพร้อมคลุ้มคิดอะไรบางอย่าง
“หืม? ก็ต้องเดินขึ้นอยู่แล้วซิ ไม่มีใครกล้าเดินลงไปหรอก ว่ากันว่าถ้าเดินลงไปแล้วจะไม่มีทางได้กลับขึ้นมาอีกตลอดกาล ว่ากันว่าช้างใต้เป็นเหวลึกยากสุดจะหยั่งถึงเลยละ”
รามที่ได้ก็ถึงกับส่ายหัวพร้อมยกยิ้ม “ไม่หรอก ดันเจี้ยนแห่งนี้ข้าว่าน่าสนุกดีนะว่ามั้ย?” รามกล่าวพร้อมจ้องมองลงไปข้างล่างที่เต็มไปด้วยความมืดมิด
=======
** มาแล้วครับ เราจะไม่ยอมให้น้องรามของเรามีเพื่อนแบบปกติแน่ ๆ บอกเลย 555555