Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 78 ดันเจี้ยนชูรีม่า [VII]
“เดี๋ยวนะราม เจ้าบอกพวกข้าใหม่ได้หรือไม่ ข้าเกรงว่าหูของข้าคงบอดแล้วกะมัง” ไพร์คกล่าวถามราอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
“ข้าว่าข้าจะลงไปสำรวจด้านข้างล่างแทนที่จะมุ่งหน้าขึ้นไปด้านบน” รามกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าบ้าไปแล้วรึไง! ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งกาจแต่เจ้าจะเอาชีวิตของตัวเจ้าเองไปเสี่ยงแบบนี้งั้นรึ!!” ไพร์คจับคอเสื้อของรามก่อนจะตะคอกใส่หน้าด้วยความเดือดดาล
“พวกนายสองคนใจเย็นก่อนได้มั้ย ไพร์คไหนเจ้าสัญญากับข้าไงว่าจะไม่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งไง ส่วนรามนายเป็นสหายของพวกเราหากไม่มีคำอธิบายที่ฟังแล้วไม่มีเหตุผลมากพอแม้จะต้องแตกหักข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าลงไปสำรวจด้านล่างนั้นเด็ดขาด!!” แอเรียลเข้ามาห้ามศึกระหว่างรามและไพร์ค
ปึก “หากมีข้อมูลหรือคำอธิบายที่มีเหตุผลมากพอก็ลองกล่าวมาข้ารอฟังอยู่!!”ไพร์คกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือไปด้วยอารมณ์โกรธอยู่ส่วนรามก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงกับพื้น
“ที่ข้าจะลงไปด้านล่างมันมีเหตุผลอยู่ เพราะมันเป็นเส้นทางดันเจี้ยนที่แท้จริงยังไงละ”
“เส้นทางที่แท้จริง หมายความว่ายังไง?” แอเรียลที่ได้ยินก็กล่าวถามด้วยความงุนงง
“ข้าสังเกตุตั้งแต่หน้าทางเข้าแล้ว ดันเจี้ยนแห่งนี้หากมองผิวเผินมันอาจเป็นแค่ดันเจี้ยนระดับกลางเท่านั้นแต่ด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีใครเคลียร์มันได้เลย ทั้ง ๆ มอนภายในดันเจี้ยนก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากในชั้นแรกจนพวกเราจัดการบอสเสร็จข้าถึงได้เข้าใจ”
“เข้าใจ เข้าใจว่าอะไร” ไพร์คเอ่ยขัด
“กำลังจะอธิบายให้ฟังตอนนี้ไง ข้าเคยไปเคลียร์ดันเจี้ยนกลางทะเลดันเจี้ยนหนึ่งซึ่งมันก็เหมือนกับดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่มีผิด ตอนนั้นข้าก็ได้เลือกทางเดินขึ้นไปด้านบนสุดท้ายมันคือทางตันเพราะข้าไม่สามารถไปต่อได้ แถมมอนก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ยิ่งขึ้นไปมันยิ่งอ่อนแอเสียยิ่งกว่าหมาป่านอกเมืองอารากอนเสียอีก พอเข้าใจรึยังว่าข้าหมายความว่ายังไง”
“”!!! หรือว่า!?”” ทั้งสองคนลองคิดตามที่รามกล่าวก็พบบางอย่าง บางอย่างที่ทำให้พวกเขาถึงกับสั่นสะท้าน
“ใช่! ดันเจี้ยนแห่งนั้นต้องเดินลงไปด้านล่าง แล้วมันก็ยังมีชั้นถึง 100 ชั้นด้วย! สรุปแล้วดันเจี้ยนแห่งนั้นที่ข้าคิดว่าคงแค่ระดับกลางแต่มันกลายเป็นดันเจี้ยนระดับสูงที่แม้แต่นักผจญระดับ S รวมกันก็ยากที่จะเคลียร์ได้! แล้วดันเจี้ยนแห่งนี้ข้าคิดว่าก็คงไม่ต่างกัน มันไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับกลาง แต่มันคือดันเจี้ยนระดับสูง!”
“แล้วเจ้าคิดว่ามันจะมีซักกี่ชั้นกัน อย่าลืมว่าเรามาเอาผ้าไหมซึ่งมันเป็นของที่ดรอปจากบอสของชั้นที่สอง”ไพร์คกล่าวถามราม
“อ๋อ อันนี้รึปล่าวพอดีมันดรอปมาจากบอสพิเศษน่ะ” รามหยิบผ้าไหมออกมาจากช่องเก็บของ ผ้าเนื้อสีเหลืองทองตัดกับสีเงินเปร่งประกายงดงาม
[ผ้าไหมอย่างดี]
[ระดับไอเทม: เหลือง]
รายละเอียด: ก็เอาไปทำชุดไง
“นั่นมันใช่เลย! ทั้งเนื้อผ้าทั้งลวดลายมันช่างงดงามเสียจริง!” แอเรียลกระชากผ้าจากมือของรามพร้อมเอาผิวหน้าไปสัมผัสกับผิวผ้าด้วยความสุข
“สรุปเจ้ายังไงก็จะลงไปให้ได้ใช่หรือไม่” ไพน์คกล่าวถามรามด้วยแววตาและสีหน้าที่จริงจัง
“ไพร์ค พวกเราเป็นนักผจญภัย ชีวิตย่อมแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่แล้ว หากมันแต่กลัวพวกเราจะข้ามขีดความสามารถของตัวเองได้อย่างไรเล่า มนุษย์อย่างเราหากไม่พัฒนาตนเองก็คงได้แต่ยืนรอรับการกลืนกินโดนผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น ข้าเองก็ไม่ได้เก่งกาจจนไม่มีใครโค้นล้มข้าได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าใช้ไปย่อมมีสิ่งแลกเปลี่ยนเสมอ” รามกล่าวด้วยใจจริงกับไพร์คที่ถือเป็นสหายคนหนึ่งของตนเอง
ไพร์คหลับตาลงก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดก่อนจะพ้นออกมาเบา ๆ และกล่าวตอนราม “ตามใจเจ้าก็แล้วกัน” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ฮึบ! เราได้ของแล้วที่เหลือก็ตามใจเจ้าเลยราม!” แอเรียลเก็บผ้าที่รามมอบให้ลงแหวนมิติก่อนจะกล่าวสนับสนุน
“งั้นพวกเราพักกันพอแล้วเดินทางกันเถอะ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าดันเจี้ยนแห่งนี้จะโหดเหมือนดันเจี้ยนที่ข้าเคยเคลียร์รึปล่าว” รามกล่าวำร้อมกระชับดาบของเขาก่อนจะเดินนำลงไปด้านล่าง ส่วนสองคนก็เดินตามมาติด ๆ รามยกมือขวางทั้งสองคนไว้ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ห้องโถงของชั้นที่สอง
“มีอะไรงั้นรึ..”
ชู่~ แอเรียลที่เอ่ยกล่าวถามรามก็ต้องเงียบลงเมื่อรามส่งสัญญาณห้ามส่งเสียง ไพร์คเองก็ขมวดคิ้วสงสัยกับท่าทางของราม เขาสร้างลูกไฟเล็ก ๆ ขึ้นมาก่อนจะปาไปภายในห้องโถง ไม่ซิไม่อาจเรียกว่าห้องโถองอาจเรียกว่าสุสานเสียมากกว่า เพราะภายในมีโลงศพมากกว่าหมื่นโลง
“ห้ามประมาณเด็ดขาด” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเขาหวังว่ามันคงไม่ใช้ในสิ่งนั้นเพราะตัวของเขาไม่ได้มีเวทย์ที่สิ่งนั้นแพ้ทางเลยเพราะเขายังไม่ได้กินพลับจันทรานั่นเอง เมื่อทั้งสามคนก้าวเข้ามาภายในห้องเรียบร้อย ไฟก็ถูกจุดติดทันทีเผยให้เห็นว่าชั้นนี้ไม่ใช่ชั้นที่จะสามารถหาทสงลงไปได้ง่าย ๆ เพราะมันมีประตูถึงสามบานด้วยกัน ซึ่งรามเดาได้ทันทีว่านี้คงจะเป็นเขาวงกตประตูอย่างแน่นอน หากเลือกถูกพวกเขาก็จะเจอทางไปต่อแต่หากผิดอาจจะต้องติดอยู่ที่ชั้นนี้ไปชั่วชีวิต
“เอายังไงกันดีจะแยกหรือไปด้วยกัน” แอเรียลกล่าวถาม
“ไม่/ห้ามไปเดี่ยวเด็ดขาด” ทั้งรามและไพร์คกล่าวไปในทางเดียวกัน
“ข้าว่าข้าพอรู้แล้วละว่าทำไมคนที่เลือกลงมาข้างล่างถึงไม่มีชีวิตรอด แม้จะเป็นวงกตที่ยากจะเจอทางออก แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือดันเจี้ยนเพราะอย่างนั้น…”
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! เสียงฝาโลงศพกระเด็นพร้อมกับร่างที่พันด้วยผ้าสีเหลืองเก่าดวงตาสีชาดลุงขึ้นจากโลงและจ้องมองมายังกลุ่มของรามที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าห้องโถง
“ราม! แย่แล้วทางมันหายไปแล้ว!” แอเรียลเมื่อมองไปด้านหลังก็พบว่าบันไดทางลงได้หายไปแล้วก็เริ่มรนลานทันที
“ฮ่ะ ฮ่า ไม่ต้องกังวลหรอก ว่าแต่ห้องนี้เอ็งหรือว่าข้าจะจัดการ ไพร์ค” รามหันไปกล้าวกับไพร์มคด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ในตอนแรกเขาเองก็กังวลว่าจะจัดการได้หรือไม่แต่เมื่อเห็นแล้วก็พบว่ามันยังคงเป็นมอนระดับต่ำอยู่
<มัมมี่ทหารกล้าแห่งชูรีม่า>
“เอาซิ ไหน ๆ ก็แล้วข้ายังยืดเส้นยืดสายไม่เต็มที่เลย แล้วก็ชั้นนี้….ข้าขอยกชั้นก็แล้วกัน” ไพร์คหันไปกล่าวกับรามด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับกองทัพมัมมี่ที่มีมากกว่าหมึ่งตัวเข้าไปแล้วตอนนี้แถมยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“เอาละมาเล่นกันเถอะ” ดาบยักษ์ของไพร์คอาบด้วยอัคคีสีดำทมิฬ ฉวัะ! “สะดับตะวัน!” ไพร์คตวัดดาบเป็นแนวขวางสร้างคลื่นดาบโจมตีใส่มัมมี่ เพียงแค่ท่าเดียวก็สามารถสังหารมัมมี่ไปถึง 1 ในสี่ของห้องได้แล้ว
“ไพร์คยกยิ้มขึ้นทักษะบางอย่างของเขาถูกกระตุ้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งต่อสู้นานมากเท่าไหร่ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้นราวกับอสูรที่คิดแต่ฆ่าฟันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนรามและแอเรียลนั้น…..
“อืม….ช่างเป็นชาที้รสชาติดีจริง ๆ ว่าแต่รามได้ชานี้มาจากไหนงั้นรึ” แอเรียลกล่าวถาม
“ความลับน่ะ” รามยิ้มให้พร้อมยกสาเกรินใส่จอกก่อนจะยกดื่มอย่างสบาย ๆ รวมถึงกับแกล้มของรามและขนมหวานของแอเรียลสำหรับพักผ่อน?ของทั้งสองปล่อยให้ไพร์คจัดการเหล่ามัมมี่คนเดียว…..
======
** เอ่อ….ก็ตามนั้นแหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจอกันตอนหน้าครับผม