Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 8 วางแผนชีวิต
รามนั่งรถมาถึงหน้าโรงเรียนก็ต้องรู้สึกแปลกใจเพราะไม่ว่าทั้งชายและหญิงต่างมองมาที่เขาพร้อมกับโดยมิได้นัดหมาย มันทำให้รามอดขมวดคิ้วไม่ได้ “สวัสดีครับอาจารญ์ชำนาญ” รามยกมือไหว้ครูที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ครูชำนาญนั้นเป็นครูสอนดนตรีไทยและคุ้นหน้าคุ้นตารามพอสมควร “อืมสวัสดี ว่าแต่นายอรรถพล ไปสักมางั้นหรอ” อาจารย์ชำนาญกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจเพราะเด็นในโรงเรียนนี้ส่วนใหญ่ที่สักกันมักจะเป็นลูกของเหล่าผู้มีอิทธิพลซะส่วนใหญ่ แต่เด็กตรงหน้าเขามันไม่ใช่เพราะเป็นเด็นทุนและเรียนดีพอสมควร
รามที่ได้ยินคำถามของอาจารย์ก็มองดูที่แขนของตัวเองก็พบว่ามันมีเส้นลายสีดำโผล่ออกมาจากเสื้อแขนสั้นของเขา “แหะ ๆ ครับผมขอตัวก่อนนะครับอาจารย์” ว่าแล้วรามก็รีบเข้าโรงเรียนไปทันที ก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำและถอดเสื้อออกเพื่อดูรอยสักของเขา และรามก็พบว่าตรงลายตวัดที่เป็นเส้นยาวคล้ายหางของเต่ามันดันไปหมุนวนพันรอบแขนของเขา
‘ชิบหายเอ้ย! ทำไมรอยสักอยู่ดี ๆ มันใหญ่ขึ้นได้วะ!’ รามพยายามหาคำตอบว่าทำไมแต่ก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ‘เห้อ~ คงต้องรอถามลุงอย่างเดียวซินะ ตอนนี้เข้าห้องก่อนดีกว่าเรา’ ว่าแล้วรามก็แต่งตัวพร้อมออกจากห้องน้ำทันที
“ราม…” เสียงของหญิงที่รามไม่อยากเจอมากที่สุดซึ่งมันเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ เพราะยังไงซะทั้งสองก็ต้องเรียนห้องเดียวกันอยู่แล้ว น้ำตาลเรียกชื่อของรามทันทีที่รามก้าวเข้ามาในห้องเรียน รามปลายตามองหญิงสาวก่อนจะเลิกสนใจแล้วหันมานั่งทบทวนการบ้ายที่ทำเสร็จไป
“แผลที่มือหายดีแล้วใช่มั้ย” น้ำตาลพยายามพูดคุยกับรามแต่ก็ได้คำตอบเพียงว่า “อืม” จากรามเท่านั้น น้ำตาลกำมือแน่นก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองเพื่อรอเวลาเรียน
“โย่! เป็นไงบ้างวะ” การินเดินเข้ามาในห้องก็ตรงไปทักทายรามทันที
“ก็ดีว่ะ แผลที่มือใกล้หายแล้วพอดีได้ยาดี” รามกล่าวโกหกออกไปพร้อมทั้งขอโทษเพื่อนเขาในใจ
“ไม่ไหวอย่าฝืนนะเว้ย อาจารย์อนันต์ไม่ว่าอะไรหรอกก็เกิดเรื่องแบบนั้นทั้งทีนิ” การินไม่พูดปล่าวพร้อมปลายตาไปมองน้ำตาลที่กำลังนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนของเธออยู่
“เรื่องนั้นมันจบไปแล้ว กูทำใจได้เร็วจะตายไปมึงก็น่าจะรู้” รามปิดสมุดก่อนจะหันไปยิ้มและกล่าวกับการินออกไป
“หืม?” การินจับแขนซ้ายของรามขึ้นมาก่อนจะถกแขนเสื้อของรามขึ้น “เห้ย ๆ มึงทำอะไรวะไอ้การิน” รามที่ถูกจู่โจมไม่ทันตั้งตัวก็โวยวายออกไป
การินมองเส้นสีดำที่พันรอบแขนของรามก่อนจะหันไปหารามด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ไอ้รามมึงสักหรอ” การินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่คาดคั้น
“อะเอ่อ….เห้อ~ ไอ้การิน ไม่ใช่ว่ากูไม่อยากบอกนะแต่ไว้กูพร้อมเมื่อไหร่กูจะบอก” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพราะถึงแม้จะโกหกไปการินก็ต้องรู้ดีว่ารามนั้นโกหก เพราะเมื่อวานนั้นรอยสังนี้มันยังไม่มี แต่พอวันนี้มันกลับมีซะงั้น
“ได้” การินเองก็ไม่คาดคั้นรามต่อก่อนจะวางกระเป๋าและนั่งที่โต๊ะข้าง ๆ ราม เสี่ยงกริ่งเริ่มเรียนดังขึ้นนั่นแสดงว่าได้เวลาเรียนแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีเข้าแถวหน้าเสาธงเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ แต่จะเปิดเพลงชาติในเวลา 8.00 น. ตรงและไม่ว่านักเรียนจะอยู่ตรงส่วนไหนก็ต้องยืนตรงเพื่อเคารพยกเว้นคนที่เข้าห้องน้ำอยู่อะนะ พร้อมกับที่ทุกคนเข้าห้องเรียนในเวลา 08.30 น. ซึ่งเป็นเวลาในการเริ่มเรียนคาบแรก
การเรียนของรามก็ยังคงเต็มไปด้วยความรู้ที่อัดแน่นเช่นเดิมแต่ที่น่าแปลกก็คือรามนั้นสามารถจดจำมันได้ทั้งหมด!มันทำให้รามอดแปลกใจไม่ได้ พอถึงเวลาพักเที่ยงรามรีบลงไปกินข้าวทันทีเพราะเขาต้องไปพิสูจน์อะไรบางอย่าง “ไอ้รามกินช้า ๆ หน่อยเว้ย! เดี๋ยวก็ติดคาตายห่ากันพอดี แล้วก็บ่ายครึ่งเตะบอลกันนะโว้ย” การินที่เห็นการกินของรามก็กล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วงเพื่อนของเขา
“ไม่ว่ะกูมีเรื่องที่ต้องพิสูจน์นิดหน่อย” รามดื่มน้ำเสร็จก่อนจะกล่าวปฏิเสธการินออกไป
“ตามใจแล้วกัน”การินถอนหายใจออกมาพร้อมยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าจัดการอาหารตรงหน้าต่อ
ทั้งสองคนแยกจากกันทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จโดยรามนั้นตรงไปยังหอสมุดของโรงเรียนเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างส่วนการินนั้นไปยังห้องดนตรีเพื่อซ้อมฝีมือเล็กน้อย
รามเดินเข้าไปในหอสมุดกลิ่นของกระดาษที่ผ่านเวลามาเนิ่นนานกระทบเข้าจมูกของรามแน่นอนว่ากระดาษนั้นทำมาจากไม้ซึ่งรามที่มีพลังเวทย์พฤกษาอยู่ในร่างนั้นย่อมรู้สึกสบายใจอยู่แล้ว หอสมุดนี้เปรียบเสมือนสถานที่สงบเงียบที่สุดแล้วสำหรับโรงเรียนแห่งนี้แต่ใช่ว่าจะไม่มีมุมบันเทิงนะเพราะตรงกลางหอสมุดนั้นมีแกรนด์เปียโนสีขาวบริสุทธิ์ตั้งไว้อยู่เพื่อรอให้บุคคลที่สนใจเข้าไปเล่นมัน
รามเดินไปยังคอมพิวเตอร์ก่อนจะเซิร์จหาสิ่งที่เขาต้องการนั่นคือ หนังสือหมวดคหกรรม,ภาษา,ศิลปะการต่อสู้,คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ หลังจากที่เขาได้ที่ตั้งของหมวดหนังสือมาแล้วเขาก็เริ่มเดินหาทันทีโดยหมวดแรกคือคหกรรม เพราะมันเป็นแผนแรกที่เขาต้องการเปลี่ยนชีวิตของเขาและพ่อ รามเดินไปที่ชั้นก่อนจะหยิบหนังสือพื้นฐานศาสตร์การทำอาหาร แน่นอนว่าการจะทำอาหารออกมาได้ต้องคำนึงถึงโภชนาการรวมเป็นอย่างแรกและก็เป็นอย่างที่รามคิด เพราะทันทีที่เขาอ่านจบเท่านั้น
[ยินดีด้วย Passive Skill – ทักษะการทำอาหาร ได้ถูกยกระดับเป็นทักษะการทำอาหารเริ่มต้น กรุณาตรวจสอบภารกิจย่อยเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การยกระดับของสกิลในระดับต่อไป]
========