Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 9 คหกรรม
รามหันซ้ายหัวขวาก่อนจะลองกดเข้าไปอ่านรายละเอียดภารกิจย่อยที่หน้าจอสีฟ้าได้เขียนเอาไว้
[ภารกิจยกระดับทักษะการทำอาหารขั้นต้น–>ขั้นกลาง]
– ทักษะการทำอาหารไทยขั้นต้น [×]
– ทักษะการทำอาหารญี่ปุ่นขั้นต้น [×]
– ทักษะการทำอาหารอิตาเลียนขั้นต้น [×]
– ทักษะการทำอาหารฝรั่งเศสขั้นต้น [×]
– ทักษะการทำอาหารเกาหลีขั้นต้น [×]
– ทักษะการทำอาหารจีนขั้นต้น [×]
– ทักษะการทำขนมหวานขั้นต้น [×]
[✓ = ภารกิจสำเร็จ, × = ภารกิจยังไม่สำเร็จ]
รามที่เห็นภารกิจย่อยที่เขาต้องทำก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะมันคล้ายกับเกม ๆ หนึ่งที่เขาเคยเล่น มันเป็นเกมที่ต้องเก็บชิ้นส่วนเพื่อมาผสมเป็นไอเทมเซ็ตต่าง ๆ ‘แบบนี้ก็น่าสนุกละซิ’ รามคิดในใจพร้อมยกยิ้มขึ้นมาดวงตาของเขาจ้องมองไปยังหนังสือการทำอาหารที่เขายกมาเพื่อจะอ่านมันแน่นอนว่ารามไม่ปล่อยเวลาให้เสียปล่าวเขาเริ่มอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่ง เล่มแล้วเล่มเล่าถูกจดจำได้ในพริบตา และแล้วรามก็อ่านหนังสือที่เขาหยิบมาจนหมด
[ยินดีด้วย Passive Skill – ทักษะการทำอาหารระดับต้น ได้ถูกยกระดับเป็นทักษะการทำอาหารระดับกลาง กรุณาตรวจสอบภารกิจย่อยเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การยกระดับของสกิลในระดับต่อไป]
หน้าจอสีฟ้าใสเด้งขึ้นมาต่อหน้าของราม ในตอนนี้รามนั้นเดาได้แล้วว่าในการยกระดับทักษะ Passive Skill ต่าง ๆ แล้วนั่นนอกจากการอ่านหนังสือแล้วก็ยังมีอีกแนวทางหนึ่งคือการฝึกฝนหรือการลงมือทำด้วยตัวเอง ‘งั้นไปห้องคหกรรมดีกว่า’ รามคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็ยกหนังสือไปวางไว้ที่ชั้นสำหรับหนังสือที่อ่านเสร็จแล้ว หลังจากนั้นรามจึงเดินออกจากหอสมุดทันที ก่อนจะเดินไปยังอาคารคหกรรมที่อยู่ใกล้ ๆ กับหอสมุด
“สวัสดีครับอาจารย์ ผมอยากขอใช้ห้องคหกรรมหน่อยน่ะครับ” รามเดินไปที่เคาน์เตอร์ก่อนจะกล่าวสวัสดีและบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกไป
“สวัสดีจ่ะ อาจารย์ขอบัตรนักศึกษาษาด้วยนะ ว่าแต่นักเรียนได้เตรียมวัตถุดิบมารึปล่าว” อาจารย์สาวที่นั่งอยู่กล่าวถามรามออกไป
“เอ่อ…คือผมไม่ได้เตรียมวัตถุมาน่ะครับ แหะ ๆ ” รามกล่าวพร้อมเกาหัวและหัวเราะแห้ง ๆ พร้อมกับยื่นบัตรนักเรียนของตัวเองให้อาจารย์ที่นั่งอยู่
“อืม…ไม่เป็นไรจ่ะ ถ้าไม่มีวัตถุดิบมาเองงั้นคงต้องลงเรียนวิชาคหกรรมเพิ่มเอานะ ว่าแต่นักเรียนจะลงเรียนด้วยเลยมั้ย” อาจารย์กล่าวถามรามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
‘อืม…ลงเรียนงั้นหรอจะว่าไปวันพุธในช่วงก่อนเที่ยงก็เป็นคาบว่างนี่น่า’ รามลองคำนวนเวลาที่เขาต้องเรียนแล้วก็พบว่ามีคาบว่างในวันพุธตั้งแต่เวลา 11.00-12.00 น.เมื่อรามคิดได้ดังนั้นเขาก็กล่าวตอบตกลงไปในทันที อาจารย์ทำการลงทะเบียนให้กับรามก่อนจะกล่าวรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นักเรียนต้องเตรียมมาด้วยตัวเองซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาแน่นอนสำหรับรามในตอนนี้เพราะเขามีเงินในบัญชีสี่ล้านกว่าบาท
“เรียบร้อยแล้วนะ อ่ะนี่บัตรแสกนเข้าเรียน จะผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับการทำอาหารของตัวเธอเองนะจ๊ะ” อาจารย์กล่าวออกไปด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวผมมาเรียนนะครับ” รามไหว้ของคุณก่อนจะเดินออกจากอาคารคหกรรมไป รามมองดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลาเกือบบ่ายสามแล้วรามจึงเดินขึ้นห้องเพื่อเตรียมตัวเข้าชมรม แม้ว่าเขาจะบาทเจ็บที่มือ(ถึงจะหายแล้วก็เถอะนะ)แต่ขาของเขาไม่ได้บาดเจ็บนี่น่า
เมื่อรามเดินมาถึงห้องเรียนก็เจอกับการินที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่เป็นชุดบาสอยู่รวมถึงเพื่อผู้ชายคนอื่น ๆ ในห้องที่เตรียมเข้าชมรมกีฬา “อ่าวว่าไงไหวมั้ยวันนี้” การินถอดเสื้อพาดบ่าไว้ก่อนจะกล่าวถามรามออกไป
“เห้อ~ มือเจ็บแต่ขาไม่ได้เจ็บซักหน่อยแถมตอนนี้ก็ไม่ได้เจ็บมากแล้วน่าจะพอซ้อมไหวอยู่” รามพูดพร้อมกำแบมือซ้ายของเขาให้การินดู
“เอ้าเสื้อเอ็งเพื่อน” การินโยนเสื้อบาสให้กับรามก่อนที่ตัวของเขาจะสวมเสื้อเบอร์ของตนเองเช่นกัน รามรับเสื้อด้วยมือขวาก่อนจะยกยิ้มขึ้น “จัดไป” ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อนักเรียนออกเช่นกันโดยลืมไปว่า
“โว้ย! รอยสักเท่ห์ว่ะไอ้รามสักร้านไหนวะ” เพื่อนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อในห้องหันไปเห็นร่างกายของรามที่มันดูดีขึ้นอย่างผิดแปลก รวมถึงรอยสักรูปเต่าที่มันดูน่าเกรงขามมากกว่าน่ารัก
“เอ่อ….แถวอ่อนนุชน่ะ” รามกล่าวโกหกออกไปถ้าเขาบอกว่ามันเป็นตราผนึกอสูรพันธะสัญญาคงมีคนหาว่าเขาปั้นน้ำเป็นตัวแน่ ๆ
รามรีบเปลี่ยนเสื้อของเขาแล้วรีบไปที่ยิมบาสพร้อมการินทันที”เห้อ~ ไอ้พวกนั้นน่ากลัวชิบหาย” รามกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่าย
“เออ ก็เด็กเรียนอย่างมึงดันสักลายนี่หน่าแถมลายโคตรสวย ถ้ากูไม่สนิทกับมึงมาตั้งแต่เด็กนะกูคงเชื่อแล้วว่ามึงไปสักมา” การินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ติดขบขันส่วนรามที่ได้ยินก็รู้สึกผิดที่เขาปิดบังเรื่องนี้กับเพื่อนสนิทของเขา
“กูขอเวลาหน่อยแล้วกูจะเล่าทุกอย่างให้มึงฟังไอ้การิน” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เศร้า ๆ
“เออ กูไม่ซีเรียสหรอกไว้พร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกกูก็ได้ไอ้ราม ไปซ้อมกับเถอะ” การินตัดบทก่อนจะเดินเข้ายิมไปส่วนรามเองก็ได้แต่มองตามเพื่อนของเขาไปก่อนที่เขาจะเดินตามเข้าไปในยิม