Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 82 กลับสู่อารากอน
[แก้จากฟิลอส–>ฟิรอส นะครับ]
สิ้นเสียงของไพร์ค ฟิรอสก็รีบคุกเข่าโคกหัวของของมันทันที “นายท่าน! ได้โปรดกลับคืนสู่บัลลังก์ด้วยเถิดขอรับ!!”
“เหอะ! ข้าสั่งให้พวกเจ้าทั้งสิบคอยสอดส่องดูแลแล้วไม่ก่อเรื่องอะไรให้ข้าปวดหัว แต่นี่พวกเจ้ากลับขัดคำสั่งของข้า!” ไพร์คกล่าวพร้อมบีบคอของฟิรอส ดวงตาของไพร์คเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต
“อ๊อก! นะ..นายท่านได้โปรดให้อะโอกาส” ฟิรอสที่ในตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก
“โอกาส!! เจ้ากล้ากล่าวมาได้! ข้าคงห่างหายจากบัลลังก์ไปนานจนพวกเจ้าลืมแล้วงั้นรึว่าข้าเป็นยังไง!”ไพร์คตวาดลั่นผืนทรายกระจายตัวออกจากจุดที่ไพร์คยืนอยู่
รามที่เห็นว่าหากปล่อยไว้แบบนี้คงมีหลายคนเดือดร้อนแน่ ๆ รามเดินเข้าไปแตะไหล่ของอีกฝ่ายก่อนจะกล่าวออกไปอย่างสบาย ๆ “ใจเย็นก่อนสหาย หากเจ้าลงมืออะไรตอนนี้รับรองได้ว่าได้มีเรื่องน่าปวดหัวตามมาไม่จบไม่สิ้นแน่ ๆ ”
ปัง! ไพร์คสะบัดมือข้างที่จับคอของฟิรอสเองไว้ทิ้งทำให้ร่างของฟิรอสกระเด็นไปกระแทกทรายแต่ด้วยความรุนแรงนั้นทำให้เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“หากสหายของข้าไม่เตือนสติข้าเจ้าคงได้ตายไปแล้ว!!” ไพร์คหันไปมองฟิรอสที่นอนเลือดอาบอยู่บนทรายด้วยแววตาที่เย็นชา
“ข้าขอขอบพระคุณในความเมตตาในครั้งนี้ขอรับ” ฟิรอสกระอักเลือดออกมาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว
“กลับไปซะ! แล้วบอกเจ้าพวกนั้นด้วยเตรียมคำแก้ตัวให้ดี หากข้ากลับไปแล้วไม่ได้รับคำตอบที่มีเหตุผลพอข้าก็ไม่สามารถละเว้นได้กับการกระทำที่ขัดคำสั่งของข้า!”
“รับคำสั่งขอรับ” ฟิรอสคุกเข่าลงทำความเคารพไพร์คก่อนจะหายไปในรอยแยกมิติ เมื่อฟิรอสหายไปแล้วไพร์คก็สลายแรงกดดันไปทั้งหมดพร้อมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
“น่า~ ใจเย็น ๆ สหายกลับกันเถอะ พรุ่งนี้พวกเราต้องกลับไปยังเมืองหลวงอารากอน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที” รามตบไหล่ของไพร์คที่เหม่อมองไปยังบนฟ้า
“อ่าห์ ขอโทษทีที่ทำให้เจ้าต้องมาเห็นด้านหนึ่งของข้า ข้าขอให้เจ้าเก็บเรื่องราวในครั้งนี้เป็นความลับได้หรือไม่”
“สหาย หากข้าเอ๋ยเรียกใครว่าเป็นสหายของข้าแล้วจงไว้ใจได้ว่าข้านั้นจะไม่ทรยศต่อคน ๆ นั้นเด็ดขาด!”รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ
“ขอบใจมาก กลับกันเถอะ” ไพร์คกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขก่อนที่ทั้งสองจะพากับกลับเข้าเมืองเพื่อหาโรงแรมพักผ่อน…
เช้าต่อมา รามและไพร์คต่างไปยืนรอแอเรียลที่หน้าคฤหาสน์เจ้าเมือง ไม่นานร่างของแอเรียลก็เดินออกมาหาพวกรามที่ยืนรออยู่ “รอนานไหม?” แอเรียลกล่าวถาม
“พวกข้าพึ่งมาถึงเช่นกัน” ไพร์คกล่าว
“อืม ๆ พวกนายกินข้าวมารึยัง” แอเรียลกล่าวถามต่อ
“กินมาจากโรงแรมแล้ว แต่รสชาติมันไม่ขาด ๆ เกิน ๆ เลยกินได้ไม่มากแต่ก็พออยู่ได้” รามกล่าวตอบ
“งั้นเดินทางกลับกันเถอะ ว่าแต่แอเรียล คัดลอกวิธีการผ่านดันเจี้ยนชูรีม่าไว้แล้วใช่หรือไม่?” ไพร์คกล่าวถามแอเรียลออกไป
“อืม ๆ คัดลอกไว้แล้วรวมถึงภาพการต่อสู้ของบอสทุกชั้นด้วยรวมถึงบอสลับชั้นที่ 101 ที่ต้องใช้วิธีพิเศษในการเปิด แต่ว่านะก็คงอีกนานนั่นแหละที่จะสามารถลงไปเก็บเกี่ยวชั้นล่าง ๆ ได้ ใครจะเหมือนพวกนายละสัตว์ประหลาดชัด ๆ ” แอเรียลชูหินคริสตัลสีฟ้าก่อนจะยักไหล่ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ จะเดินทางกลับแล้วงั้นรึหลานข้า?” เสียงของชายชราดังขึ้นพร้อมทั้งร่างในชุดสีน้ำตาลที่อยู่ในชุดลำลองแบบไม่เป็นทางการก้าวเดินมายังกลุ่มของราม
“คุณปู่!!” แอเรียลเมื่อเห็นร่างของชายชราก็รีบเข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที
“โตขึ้นเยอะจริง ๆ นะหลานข้าว่าแต่เมื่อไหร่เจ้าจะแต่งงานละหึ?” ชายชรากล่าวกับแอเรียลด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
“คุณปู่!!” แอเรียลหน้าแดงจัดก่อนจะหันหนีจากปู่ของตนเองด้วยท่าทางงอน ๆ สร้างเสียงหัวเราะให้ชายชราเป็นอย่างยิ่ง
“….”ไพร์คและรามยืนเงียบไปทันที เพราะพวกเขาไม่คิดว่าชายดังกล่าวจะเป็นปู่ของแอเรียล ความจริงพวกเขาก็น่าจะเอะใจตั้งแต่บอกว่ามาบ้านลูกชายที่เป็นเจ้าเมืองแล้ว!
“ข้าว่าเจ้าต้องทำคะแนนหน่อยแล้วละว่ะไพร์ค” รามตบไหล่ไพร์คก่อนจะกระซิบข้าง ๆ หูของอีกฝ่าย
“โอ้? พวกเจ้านั่นเอง” ชายชราหันมาเห็นพวกรามก็ทักออกมาด้วยความแปลกใจ
“อ่ะ! คุณปู่นี่คือปาร์ตี้ที่หนูอยู่ค่ะ คนที่สะพายดาบยักษ์อยู่ด้านหลังชื่อว่าไพร์ค ส่วนคนที่ผมสีดำตาสีแดงชื่อว่ารามค่ะ พวกเราพึ่งเคลียร์ดันเจี้ยนชูรีม่าเสร็จกำลังจะเดินทางกลับเมืองหลวงอารากอนค่ะคุณปู่”
ชายชราดังกล่าวหรี่ตามองรามและไพร์มด้วยแววตาที่แปลกประหลาดรามกับจะพิจารณาอะไรบางอย่าง “งั้นรึ? น่าเสียดายจริง ๆ ไว้ปู่จะไปเยี่ยมเยือนเจ้าที่อารากอนนะหลายรัก”
‘ส่วนพวกเจ้าดูแลหลานข้าให้ดีละ’ ชายชรากล่าวกับพวกรามและไพร์คด้วยกะแสจิต
‘โหย~ ปู่ด้วยถามท่านจอมมารของเรานี่ หึหึ ขนาดลงดันเจี้ยนนะยังประคบประหงมแอดรียลอย่างดี ส่วนผมก็แค่เบ้กำจัดอสูรไม่ให้ขัดควาสุขของทั้งสองก็แค่นั้นเอง’ รามส่งกะแสจิตตอบกลับชายชรา
ชายชราที่ได้ยินก็คิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนจะหันไปจ้องไพร์คด้วยแววตาที่ข่มขู่ ส่วนไพร์คก็รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เมื่อเจอสายตาของชายชรา ส่วนคนต้นเรื่องนั้นได้แต่ลอบหัวเราะดังลั่นในใจดมื่อได้แกล้งสหายของตนเอง อะไรนะทำไมไม่ส่งเสริมสหายงั้นหรอ? หมั่นใส่ไง
แอเรียลได้แต่มองบรรยากาศด้วยความงุนงงว่ามีเรื่องอะไรกันรึปล่าว ก่อนที่บรรยากาศจะตรึงเครียดไปมากกว่านี้แอเรียลเองก็กล่าวลาปู่ของตนทันที เมื่อกล่าวลาอรียบร้อยแล้วชายชราก็หายไปจากตรงนั้นทันที
ส่วนพวกของรามนั้นก็ตรงไปยังลานจอดสัตว์อสูรที่จอดอินทรีย์วายุไว้ เมื่อมาถึงอินทรีย์วายุของรามและแอเรียลก็รีบมาเข้ามาคลอเคลียด้วยความคิดถึงทันที ส่วนของไพร์คนั้น…..
“โว้ย! ไอ้นกบ้าอย่าทำเมินข้านะเฟ้ย!” อินทรีย์วายุปลายตามองไพร์คเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าไปอีกทาง รามที่เห็นแบบนั้นก็อดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ใครจะคาดคิดละจอมมารผู้น่าเกรงกลัวสำหรับเหล่าปีศาจและอสูรระดับสูงกลับต้องหัวเสียกับอินทรีย์วายุแค่ตัวเดียว
ไพร์คถึงกับคิ้วกระตุกพร้อมทั้งคิดในใจ ‘ไอ้เจ้านี่ไม่เกรงกลัวข้าเลยรึไง!’
“เอาละ ๆ ไป ๆ ออกเดินทางกันดีกว่า” รามเดินไปจ่ายค่าเช่าลานจอดเป็นเงิน 100 เหรียญทอง ซึ่งความจริงมันไม่ถึงหรอกมันแค่ 70 เหรียญทองเองส่วนที่เหลือรามจึงให้เป็นทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ
รามกระโดดขึ้นขี่หลังของเซริวก่อนจะให้เซริวบินขึ้นเป็นตัวแรกแล้วตามด้วยตัวที่แอเรียลนั่งและไพร์คเป็นตัวปิดท้าย ในการเดินทางกลับนั้นพวกของรามก็ใช้เส้นทางเดิมในการเดินทางกลับการมาเมืองทาทารัสในครั้งนี้สิ่งที่รามได้กลับมานั้นถือว่ามีค่ามหาศาลมาก ทั้งอัญมณีและไอเทมที่มีประโยชน์มากมายถือว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มจริง ๆ
======
** ขออภัยที่หายไปนานครับใกล้สงกรานต์แล้วที่ทำงานเลยยุ่งมากเป็นพิเศษ แล้วพอตกเย็นก็ต้องไปเคลียอ่านนิยายที่ซื้อมาจากงานหนังสือเดี๋ยวพวกมันน้อยใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วก็ประมาณ 90-100 จะเป็นบทสรุปของโลกแพนตาเซียแล้วนะครับ โลกต่อไปจะเป็นอะไรนั้นเดี๋ยวจะมีตอนให้โหวดกัน 1 คน 1 เสียงนะครับ เจอกันตอนหน้าครับผม