Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 674 เปิดลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 674 เปิดลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5
เมื่อเขาได้เข้าไปในหุบเขาฟ้าฟาดครั้งแรก ด้วยความบังเอิญล้วนๆ
หลินหมิงได้พบกับมู่เชียนหยี่ ในขณะที่นางกำลังต่อสู้กับมังกรวารีสายฟ้า
หลังจากนั้นเมื่อมู่เชียนหยี่ได้รับบาดเจ็บและประสบปัญหา หลินหมิงได้
ช่วยให้นางฟื้นตัวขึ้นภายในถ้ำไร้นาม ด้วยสถานะต่ำต้อยของเขาในอดีต
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลูกจักรกับลูกสาวที่น่าภาคภูมิแห่งสวรรค์ 3 วัน
ต่อมา มู่เชียนหยี่ได้จากไปโดยเหลือไว้เพียงข้อความเท่านั้น สุดท้าย มู่ฉิ
งหงก็ได้ไปเยือนหุบเขาเจ็ดแก่นแท้และได้สังเกตการณ์หลินหมิงใน
ระหว่างการประลองชุมนุมร่วมสำนัก จากนั้นในการฝึกอบรมนิกาย
หลินหมิงได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสวรรค์เพียงผู้เดียว
เท่านั้น…
ทั้งหมดนี้ดูราวกับเป็นเมื่อวาน
ในช่วงต้นของการเติบโตของหลินหมิง มู่เชียนหยี่และเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ได้ช่วยหลินหมิงหลายครั้ง
หุบเขาฟ้าฟาด ถ้ำไร้นาม เวลาสิบปี จุดนัดพบ…
หลินหมิงยื่นมือไปสัมผัสตัวอักษรเหล่านี้และกำหมัดแน่นอย่าง
เงียบๆ เดิมที 10 ปีนั้นเป็นคำสัญญาที่เขาได้ให้ไว้ แต่ตอนนี้เขากลับมา
ก่อน 7 ปี ในเมื่อเขากลับมาแล้ว เขาจะไม่ยอมให้สถานการณ์ในทะเลทาง
ใต้เป็นเช่นนี้อีกต่อไป
เขาไม่ยอมให้มู่เชียนหยี่และนักสู้ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องอยู่
อย่างผู้ลี้ภัยที่อพยพย้ายถิ่นฐาน!
“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ภายใน 3 เดือน ข้าจะไปพบเจ้า!”
หลินหมิงได้ให้สัตย์สาบานกับตนเองขณะที่เขาจ้องไปที่ถ้อยคำบนต้นอู๋ถง
10,000 ปี จากนั้น เขาก็นั่งลงข้างๆ
“หลินหมิง เจ้าทำอะไรอยู่?” มารเจิดจรัสถาม
“เปิดลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์”
“เจ้าล้อข้าเล่น? เจ้ากำลังจะเปิดมันที่นี่?”
“การเปิดลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงและภายในรูปแบบ
ค่ายกลของแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่นี้จะถือว่าปลอดภัย!” ขณะที่
หลินหมิงกล่าว เขาหยิบเอาปราณโลหิตของชายชราชุดดำออกจากแหวน
มิติของเขา
เมื่อหลินหมิงได้รับลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรก เขาได้เข้าไปยังมิติ
ภายในของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อเขานอนหลับ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาเปิด
ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
หลังจากนั้น หลินหมิงได้รับเกราะยืดหยุ่นซึ่งองค์รัชทายาทมอบ
ให้แก่เขา เกราะยืดหยุ่นถูกทำเครื่องหมายด้วยปราณโลหิตของ
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้า ปราณโลหิตนี้ถูกดูดกลืนโดยลูกบาศก์
ศักดิ์สิทธิ์; นั่นเป็นครั้งที่ 2
ครั้งที่ 2 คือเมื่อหลินหมิงได้ฆ่าโอวหยางปั่วเหยียน ด้วยปราณโลหิต
ของโอวหยางปั่วเหยียน เขาได้เปิดลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ส่วนครั้งที่ 4 หลินหมิงได้ใช้กฎการยับยั้งของของตำหนักจักรพรรดิ
เทพปีศาจและฆ่าผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ใช้ปราณโลหิตของเขา
เพื่อเปิดมันอีกครั้ง
และในตอนนี้ก็จะเป็นครั้งที่ 5!
จากขั้นปราณต้นฟ้าไปขั้นปราณปลายฟ้าไปขั้นหลอมรวมแก่นแท้
และตอนนี้ขั้นทำลายชีวิต!
หลินหมิงเริ่มคลายอาคมบนรังไหมจนเหลือเพียงก้อนโลหิตสีแดง
หลินหมิงยังไม่ได้ให้ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ดูดซับมันทันที กลับกัน เขาก็เข้าสู่
เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์และปรับความคิดของเขาจนกระทั่งเขาสงบ
เดั่งทะเลสาบ
จากนั้นหลินหมิงก็ถอดเสื้อผ้าออก เผยให้เห็นเครื่องหมายแปลกๆ
บนหน้าอกซ้าย เครื่องหมายนี้เป็นอักขระโบราณของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาก็ค่อยๆกดก้แนปราณโลหิตของชาย
ชราชุดดำลงไปในอก
หลังจากนั้น หลินหมิงรู้สึกถึงความร้อนที่หน้าอก นี่คือปราณโลหิตที่
กำลังถูกดูดกลืนโดยลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
หลังจากเงียบสงบเป็นเวลาหลายปี ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ได้ให้การ
ต้อนรับปราณโลหิตของผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตอย่างพึงพอใจ!
ซี่ ซี่ ซี่!
เมื่อปราณโลหิตถูกดูดซับ มันก็เหมือนกับยาพิษที่กระเด็นลงไปบน
พื้น ดูเหมือนว่าปราณโลหิตถูกกัดกร่อนอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดควันขึ้นมา
เล็กน้อย
หลินหมิงรู้สึกถึงภายในตัวเอง รับรู้ถึงความผันผวนของพลังงานจาก
ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ เขารู้สึกได้ว่าหลังจากลูกบาศก์แห่งพระเจ้ ดูดซับ
ปราณโลหิต มันก็ดูเหมือนจะเต้นตามจังหวะหัวใจของเขา
หลังจากที่ผ่านไป 10 ลมหายใจแล้ว หลินหมิงรู้สึกว่าทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขาสั่นสะท้าน ในวินาทีต่อมา จิตสำนึกทั้งหมดของเขาถูกดูด
เข้าไปในลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ ด้วยความรู้สึกมึนงง ก็เป็นอีก
ครั้งที่จิตใจของหลินหมิงเข้ามาในมิติสลัวของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ ในท้องฟ้ามืดและกว้างใหญ่ไร้
สิ้นสุด มีเศษเสี้ยววิญญาณนับไม่ถ้วนแวววับเหมือนดั่งดวงดาวที่ไร้สิ้นสุด
เศษเสี้ยววิญญาณเหล่านี้ลอยอยู่รอบๆหมอกหนา ในใจกลางของ
เศษเสี้ยววิญญาณเหล่านี้ มีทรงกลมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง
1 ก้าว มันค่อยๆเรืองแสงอย่างอ่อนโยน หลินหมิงสงสัยว่าทรงกลมนี้เป็น
เจ้านายคนก่อนหน้าของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญหญิงแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์
ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง
หลังจากที่เข้ามาในมิติของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง จิตใจของหลินห
มิงก็มีเสถียรภาพมากกว่าครั้งก่อนๆ ตอนนี้เขามีจิตวิญญาณต่อสู้และพลัง
เจตจำนงที่น่าเกรงขามกว่าที่เคยเป็น เขาจะสามารถจัดการกับเศษเสี้ยว
วิญญาณส่วนใหญ่เหล่านี้ได้ เว้นเสียแต่ว่าบางอันที่มีจิตสำนึกและ
เจตจำนง ถ้าเป็นเช่นนั้น การกลืนกินเศษเสี้ยววิญญาณเช่นนี้ก็อาจเป็น
อันตรายเพียงเล็กน้อย
หลินหมิงเชื่อมโยงความคิดของเขากับเศษเสี้ยววิญญาณหลายดวง
เนื่องจากพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของหลินหมิงตอนนี้ เขาจึงสามารถที่
จะรู้สึกถึงพลังที่เปล่งออกมาจากเศษเสี้ยววิญญาณเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
บางคนมีพลังงานที่อ่อนโยน บางคนถูกกดดุดันและบางคนก็ปล่อย
พลังงานชั่วร้ายออกมา
เศษชิ้นส่วนที่เล็กเกินไปถูกเมินเฉยโดยหลินหมิง เขามองหาเฉพาะ
อันที่กว้างอย่างน้อย 2 นิ้ว จากนั้นเขาก็เริ่มสัมผัสถึงความรู้สึกเหล่านี้ตาม
พลังงานที่ปล่อยออกมา มองหาเศษเสี้ยววิญญาณซึ่งอาจมีเคล็ดบ่มเพาะ
หรือทักษะอื่นๆที่เป็นประโยชน์
แต่มันมีเศษเสี้ยววิญญาณมากเกินไปในมิติของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
แม้กระทั่งหลังจากการค้นหาผ่านทางหลายๆอันแล้ว มันก็ยังยากที่หลินห
มิงก็รู้ว่าอันในมีค่าที่สุดสำหรับเขา
ในเวลานี้เสียงของ มารเจิดจรัสออกมาภายในจิตใจของหลินหมิง
“หลินหมิง นักบุญคนนี้จะช่วยเจ้าเลือกเอง ข้าสามารถรับประกันได้ว่ามัน
จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับเจ้า”
“โอ้? คิ้วของหลินหมิงตั้งขึ้นในทันที ถึงแม้มารเจิดจรัสมักจะโอ้อวด
อยู่บ่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสุนัขชราตัวนี้แท้จริงแล้วนั้นไม่ธรรมดาเป็น
อย่างยิ่ง
“มีประโยชน์สำหรับข้า? ข้าไม่สามารถหาเศษเสี้ยววิญญาณซึ่งจะเป็น
ประโยชน์สำหรับตนเองได้เลยในตอนนี้”
หลินหมิงไม่ขาดเคล็ดบ่มเพาะ นอกจากนี้เขายังได้เริ่มก้าวเข้าสู่
เส้นทางการผสมผสานทักษะต่อสู้ของตนเอง เขาหวังที่จะมองหาเคล็ดบ่ม
เพาะภายในลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอาจเป็นรากฐานสำหรับทักษะการ
ผสมผสานทักษะการต่อสู้ต่อไปได้ในอนาคต
“ฮ่าฮ่า เจ้าจะรู้เมื่อข้าบอก เศษเสี้ยววิญญาณสีทองซีดขนาดเท่าฝ่า
มือนั่นไง ให้ข้าเตือนเจ้าก่อน มันค่อนข้างเป็นไปได้ว่ามีชิ้นส่วนวิญญาณที่
เหลืออยู่ในเศษเสี้ยววิญญาณนั้น…”
ชิ้นส่วนวิญญาณที่เหลืออยู่… หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มันยากที่จะ
เดาได้ว่าขอบเขตใดที่คนเหล่านี้ไปถึงก่อนที่จะตกตาย ถึงแม้จะเป็นแค่
ชิ้นส่วนวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ แต่เขาก็ยังต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง
โดยการค่อยๆยื่นมือของเขาออกไป พลังงานที่ติดอยู่กับเศษเสี้ยว
วิญญาณสีทองซีดถูดดึงไปยังหลินหมิง หลินหมิงได้เชื่อมต่อความคิดของ
ตนเข้าไปในเศษเสี้ยววิญญาณ
เมื่อสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของเศษเสี้ยววิญญาณสีทองซีดนี้ หลินห
มิงรู้สึกมั่นใจว่าเขาจะสามารถต่อต้านมันได้
“มารเจิดจรัส มีสิ่งใดในนี้กันที่จะเป็นประโยชน์ต่อข้า?”
“ฮ่าฮ่า ถ้าเจ้าดูดซับเศษเสี้ยวความทรงจำนี้เจ้าก็จะรู้เอง เศษเสี้ยว
วิญญาณนี้ ถ้าข้าไม่ผิด ก็ควรเป็นคนรู้จักเก่าของจักรพรรดิปีศาจ; ข้าจำได้
เพราะมีเศษเสี้ยววิญญาณเหลืออยู่ภายใน ถ้าเจ้าดูดซับมันเจ้าจะมีการ
เก็บเกี่ยวอย่างมหาศาล” มารเจิดจรัสโอ้อวดอย่างยิ่ง
หลินหมิงก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม มารเจิดจรัสนั้นไม่มีเหตุผลที่จะ
โกหกเขา และแม้ว่าเขาจะทำ มันก็ไม่สำคัญ เขามีความมั่นใจว่าจะ
สามารถจัดการกับส่วนวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ภายในได้ แม้ว่าเคล็ดบ่ม
เพาะภายในจะไร้ประโยชน์ แต่ก็ยังสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงเพื่อให้หลินห
มิงสามารถศึกษาทักษะการต่อสู้ชั้นนำต่างๆและได้รับข้อมูลเชิงลึกจาก
พวกมัน
เอายื่นมือออกไปสัมผัสเศษเสี้ยววิญญาณ เศษเสี้ยววิญญาณ
กลายเป็นแสงสีขาวพุ่งยิงเข้าไปในร่างของหลินหมิงในทันที มันหายตัวไป
อย่างไร้ร่องรอย
เศษเสี้ยววิญญาณมีสัญชาตญาณตามธรรมชาติ ภายใต้การแนะนำ
ของสัญชาตญาณ มันก็จะเริ่มโจมตีทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง
เพื่อควบคุมมัน
เมื่อเศษเสี้ยววิญญาณเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง หอก
จิตวิญญาณต่อสู้หอกที่ลอยอยู่ในท้องฟ้าเริ่มกู่ร้องออกมา พุ่งไปปะทะ
โดยตรงกับเศษเสี้ยววิญญาณนั้น
เคล้งงงง!
ด้วยการปะทะกันอย่างรุนแรง เศษเสี้ยววิญญาณถูกกระทบด้วยหอก
จิตวิญญาณต่อสู้และลอยกระเด็นออกไป แสงของมันลดน้อยลงไปอย่าง
มากในตอนนี้
ในขณะเดียวกัน วังวนสีดำของเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารปรากฏ
ขึ้นภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณหลินหมิง กวาดพล่านไปข้างหน้าขณะที่
มันห้อมล้อมเศษเสี้ยววิญญาณ
หลินหมิงหลับตาลงและนั่งลงเข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
ในทันที เช่นนี้ เจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารและจิตวิญญาณต่อสู้เริ่มปะทะ
กันอย่างรุนแรงกับส่วนที่เป็นจิตวิญญาณภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
เขา!
จิตวิญญาณต่อสู้ถูกเรียกว่าเป็นสิ่งที่สามารถตัดผ่านได้ทุกสิ่ง แน่นอน
ว่านี่รวมถึงวิญญาณ ด้วยทุกการโจมตี เศษเสี้ยววิญญาณจะสั่นสะท้าน
อย่างรุนแรงทำให้ชิ้นส่วนวิญญาณที่เหลืออยู่ภายในค่อยๆจางหายไป
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดสงครามก็ได้สิ้นสุดลง
แม้ว่าหมินหมิงไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใดๆ แต่เขาก็ยังคงเหนื่อยล้า ทั่วร่าง
เปียกไปด้วยเหงื่อและหน้าซีด
หลังจากขจัดชิ้นส่วนวิญญาณที่เหลืออยู่ได้ ความทรงจำก็จมลงสู่
ทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง ในช่วงเวลานั้น ภาพและข้อมูลที่
วุ่นวายและซับซ้อนทั้งหมดเริ่มไหลเข้าสู่จิตใจของหลินหมิง ความทรงจำ
เหล่านี้มีจำนวนมากกว่าครั้งก่อนหน้าหลายเท่า! หลินหมิงสำลัก รู้สึกราว
กับว่าหัวของเขาจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
รูปภาพเริ่มแล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง
สงคราม, สนามรบ, ความตาย, เคล็ดบ่มเพาะ, ตำราหายาก, นิกาย
ทุกสิ่งทุกอย่างของฉากที่เล่นซ้ำภายในจิตใจของเขา แต่หลายเหล่านี้
ยังมีเปลวเพลิงพิโรธ อักขระลึกลับราวถึงโอสถที่ฉายแสงสีทอง
คนผู้นี้เคยเป็น… นักเล่นแร่แปรธาตุ?
หลินหมิงก็ตกตะลึงอย่างฉับพลัน
หลังจากสำรวจความทรงจำเหล่านี้แล้ว หลินหมิงพบว่าบุคคลนี้ไม่
เพียงแต่จะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังเป็น
ผู้เชี่ยวชาญจารึกอีกด้วย!
ทักษะการจารึกเป็นทักษะแรกที่หลินหมิงได้รับจากเศษเสี่ยว
วิญญาณชุดแรกๆที่เขาดูดซับจาก ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ ทักษะนี้ทรงพลัง
อย่างยิ่งภายในแดนเทวะ แต่โชคร้ายที่เศษเสี้ยววิญญาณที่หลินหมิงกลืน
เข้าไปนั้นเป็นเพียงแค่ขนาดของข้าวและมันก็จางหายไปมาก
มันเป็นทางเลือกที่เขาทำอะไรไม่ได้ ในเริ่มแรก หลินหมิงอยู่เพียงขั้ต้
นของกายผันแปร เพียงแค่ดูดซับเศษเสี้ยววิญญาณขนาดเท่าเมล็ดข้าวก็
เกือบทำให้เขาตกตายไปแล้ว
นี่ยังนำไปสู่ทักษะการจารึกที่หลินหมิงไม่ได้รับมาอย่างสมบูรณ์ ส่วน
ใหญ่แล้วพวกมันเป็นเพียงพื้นฐาน
ทักษะการจารึกถูกแบ่งออกเป็น จารึกวัตถุ จารึกโอสถ จารึกร่างกาย
และจารึกวิญญาณ มีทั้งหมด 4 ชนิดที่ต่างกัน แม้ว่าหลินหมิงได้เรียนรู้
เรื่องจารึกร่างกาย แต่ก็มีประโยชน์เฉพาะกับเขาในตอนที่อยู่ในขั้นกายผัน
แปร หลังจากที่ไปถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้หรือขั้นทำลายชีวิต การเพิ่ม
ความแข็งแกร่งด้วยอักขระจารึกนี้จะไม่สำคัญนัก
นอกจากนี้ เหตุผลที่หลินหมิงละเลยที่จะฝึกทักษะการจารึกก็
เพราะว่ามันต้องใช้เวลาฝึกฝนนานเกินไป เมื่อหลินหมิงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากเขาละเลยที่จะฝึกฝนทักษะการจารึก ในตอนนี้มันจึงไม่อาจที่จะ
ตามทันการเติบโตของเขาได้
ด้วยความสามารถในการใช้จารึกโอสถของหลินหมิง เขาสามารถเพิ่ม
ผลของโอสถเช่น โอสถเปิดทางสวรรค์หรือเศษผลึกหัวใจปีศาจเท่านั้น ถ้า
เขาต้องการที่จะจารึกมันใน รากมังกรนิพพานหรือกระดูกเทพปีศาจนั่นก็
เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถเข้าถึงการจารึกระดับนั้นได้
เพื่อที่จะฝึกทักษะการจารึกให้ไปถึงขอบเขตที่สูงขึ้น มันจำเป็นที่
จะต้องลงทุนทั้งเวลาและความพยายามอย่างยิ่ง แต่ก่อนหน้านี้ ทักษะ
การจารึกที่หลินหมิงได้รับไม่สมบูรณ์ ถ้าเขาพยายามที่จะไปถึงขอบเขตที่
สูงขึ้น เขาก็จะพบว่าตัวเองต้องประสบกับความยากลำบากอย่าง
เหลือเชื่อ
แต่ในตอนนี้เขาได้รับเศษเสี้ยววิญญาณชิ้นนี้มาแล้ว เขาก็จะสามารถ
เติมช่องว่างนี้ได้
“มารเจิดจรัส เจ้าต้องการให้ข้าเลือกทักษะการจารึกอีกครั้ง และไม่
เพียงแต่จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญจารึกแล้วและจากนั้นก็ให้ข้าใช้มันเป็น
พื้นฐานในการกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุต่อไป?”
“ฮ่าฮ่า ทักษะการจารึกส่วนใหญ่ใช้สำหรับเจ้าสร้างจารึกโอสถ ข้า
ต้องการให้เจ้ากลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเพื่อที่จะยกระดับการบ่มเพาะ
8 ประตูเร้นลับภายในและ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า ยิ่งระดับพลังที่เจ้า
ไปถึงสูงขึ้น ก็จะยิ่งยากที่เจ้าจะสามารถหาโอสถที่ต้องการสำหรับการ
ฝึกฝนจนเจ้าจะต้องตกใจ เจ้าได้รับรากมังกรนิพพานและโอสถศักดิ์สิทธิ์
ไร้นาม แต่อย่าคิดว่าเจ้าจะโชคดีเช่นนี้เสมอไป หากเจ้าไม่ได้เรียนรู้การ
เล่นแร่แปรธาตุ เจ้าหวังว่าผู้อื่นจะให้ความช่วยเหลือทั้งหมดที่เจ้า
ต้องการ? และเตาหลอมจักรวาลของเจ้าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการ
เล่นแร่แปรธาตุอยู่แล้ว!”