Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,014 หลินหมิงออกโรง
“นางห่างเพียงแค่ 4 คนก็จะสังหารครบ 600 ผู้ใดกล่าวว่า
ความสามารถในการต่อสู้ของเหยียนเยว่เอ่อร์อ่อนด้อยกัน?”
“แน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่เช่นนั้น นางเป็นอัจฉริยะที่มีสายเลือดฟีนิกซ์
โบราณสมบูรณ์ แม้แต่ด้านที่เลวร้ายที่สุดของนางก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่เราจะ
สามารถตามทัน ถ้านางพยายามอย่างหนัก นางก็สามารถเป็นผู้มี
พรสวรรค์ยอดเยี่ยมของดาวจิตวิญญาณเพลิงในรอบพันปีได้ ถ้านาง
สามารถใช้ช่วงเวลาต่อไปนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้จริง
ของนางได้ นางก็จะสามารถสังหารได้ 600 คนและบางทีอาจจะถึง 600
กว่าคน”
“อืม… แต่นั่นเป็นขีดจำกัดของนาง ข้อกำหนดในการได้รับปราณ
โลหิตฟีนิกซ์คือการเสร็จสิ้นการสังหารหนึ่งพันคน สังหารหนึ่งพันคนที่นั่น
… มันก็เป็นแค่เรื่องตลก”
เหล่าศิษย์ทุกคนรู้สึกเสียใจต่อเหยียนเยว่เอ่อร์ นางเป็นคนที่
แข็งแกร่งมากแล้ว แต่นางก็ไม่อาจได้รับปราณโลหิตฟีนิกซ์ ความสามารถ
ของนางก็ห่างไกลที่จะทำได้สำเร็จ
ฉู่หงอวิ๋นรู้สึกผิดหวัง แม้ว่าผลการดำเนินงานของเหยียนเยว่เอ่อร์จะ
เป็นที่ยอดเยี่ยม และนางคาดหวังหลังจากที่ได้เห็นผลลัพธ์นี้ด้วยสายตา
ของตัวเอง นางไม่รู้สึกอันใดนอกจากความสิ้นหวังอย่างใหญ่หลวง นางไม่
สามารถแสร้งยิ้มได้อีกต่อไป เพื่อที่จะสังหารอีก 400 คน… นั่นมันก็ราว
กับเป็นไปไม่ได้!
ค่ายกลมายาเทพสงครามแตกต่างจาก 18 นรกแห่งเปลวเพลิง ใน
18 นรกแห่งเปลวเพลิง ตราบใดที่สามารถก้าวหน้าในกฎ มันก็สามารถไป
ได้ลึก แต่ศัตรูที่อยู่ในค่ายกลมายาเทพสงครามถูกสร้างขึ้นตามอายุของผู้
เข้าไป ถ้ามีความก้าวหน้าไปได้อีกระดับ รูปแบบค่ายกลก็จะส่งศัตรูใน
ระดับต่อไปออกมาเช่นกัน
“596 คน มันดีกว่าสิ่งที่ข้าคิดไว้ จินเจี้ยน เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร เจ้า
ยังยืนยันในการตัดสินก่อนหน้านี้หรือไม่?”
ราชันเซียงหูมองไปยังราชทูตจินเจี้ยน ราชทูตจินเจี้ยนยิ้มและพูดว่า
“แน่นอน เจ้าต้องการเดิมพันใช่หรือไม่? เอาเป็นว่าถึงคราวหลินหมิงบ้าง
เป็นอย่างไร?”
“ฮ่าๆ มันไม่จำเป็นต้องเดิมพัน ถ้าหลินหมิงสามารถสังหารได้ 600
คนแล้ว เช่นนั้นข้าจะไม่บังคับแผนกของเจ้าเพื่อส่งมอบโลหิตหัวใจฟีนิกซ์
3 หยดมาให้เลย แผนกกิจการฝ่ายในของข้าจะมอบรางวัลให้กับเขาเอง”
ราชันเซียงหูกล่าวอย่างราบเรียบ การจัดหาทรัพยากรให้แก่ศิษย์ที่มี
พรสวรรค์เป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่ของนางตั้งแต่เริ่มต้น
“ดี” ราชทูตจินเจี้ยนหัวเราะ และมีสีหน้าล้อเล่นบนใบหน้าของเขา
เขาหันมาหาหลินหมิงและพูดว่า “หลินหมิง เจ้าอยากจะเข้าไปในค่ายกล
มายาเทพสงครามและได้รับรางวัลหรือไม่? เซียงหูผู้งดงามได้กล่าวว่า
ตราบเท่าที่เจ้าสามารถสังหารได้ 600 คนแล้ว นางจะให้รางวัลเจ้าด้วย 3
หยดโลหิตหัวใจฟีนิกซ์! นั่นคือโลหิตหัวใจฟีนิกซ์! นอกจากนี้ ข้าเองก็ยังจะ
มอบสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดที่ใกล้เคียงสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
เทวะให้เจ้าด้วย”
คำกล่าวของราชทูตจินเจี้ยนทำให้บรรดานักสู้ที่นี่ดวงตาเบิกกว้าง
ทุกคนเริ่มมีความตื่นเต้นเร้าใจ
หลินหมิงกำลังจะไปยังค่ายกลมายาเทพสงคราม! ในวันนี้มันช่างเร้า
ใจทุกคนยิ่งนัก!
เดิมทีหลินหมิงได้เข้าฌานผ่านหินกลียุคมาตลอดทั้งปีก่อนที่จะ
ออกมา ดังนั้นคนอื่นๆจึงสนุกกับเขาเล็กน้อยเพราะเหตุนั้น และยังได้มี
การวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างรุนแรงลับๆ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ ในแง่ของพลัง
การต่อสู้ มันไม่มีผู้ใดกล้ากังขา!
ด้วยเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 เขาสามารถเอาชนะเก้าวิบัติสวรรค์
ชั้นสี่ได้ ความสำเร็จนั้นเพียงพอที่จะทำให้ใครบางจากกองบัญชาการต้อง
ตกใจ
แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อว่าหลินหมิงจะสามารถทำได้ดีใน 18 นรกแห่ง
เปลวเพลิง แต่พวกเขาต้องยอมรับว่าเขามีคุณสมบัติที่จะต่อสู้กับเหยียน
เยว่เอ่อร์ในค่ายกลมายาเทพสงครามได้!
“หลินหมิงกำลังจะเข้าสู่ค่ายกลมายาเทพสงครามแล้ว ข้าสงสัยว่าเขา
สามารถไปได้ไกลแค่ไหน? เขาจะสามารถสังหารคนได้กี่คน? ข้าไม่คิดว่า
ผลลัพธ์ของเขาจะด้อยยิ่งกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์!”
“นั่นอาจจะไม่เป็นความจริง” ความเข้าใจในกฎของเหยียนเยว่เอ่อร์
เป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวเกินไป และความก้าวหน้าของนางในปีที่ผ่านมา
ก็ยังรวดเร็วมากอีกด้วย สำหรับหลินหมิงเขาได้เข้าฌานผ่านหินกลียุคในปี
ที่แล้ว และเสียเวลาที่มีค่าทั้งหมดไป แม้ว่าเขาจะเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับ
กฎแห่งความโกลาหลซึ่งเป็นเพียงส่วนสรุปโดยย่อของกฎก็ตาม พวกมัน
ไม่จำเป็นต้องใช้กับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจริง”
“ข้ายังคิดว่าผลลัพธ์ของเหยียนเยว่เอ่อร์จะดีกว่า ไม่ว่าอย่างไร นางก็
มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณ แต่ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะด้อยกว่า แต่เขาก็คงจะ
ไม่ด้อยกว่าเท่าไร”
เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ทุกคนต่างกระตือรือร้นอย่างยิ่ง พวกเขารอคอย
หลินหมิงให้รีบเข้าไปยังค่ายกลมายาเทพสงคราม เพื่อที่พวกเขาจะได้เห็น
ว่าเขาจะเทียบกับเหยียนเยว่เอ่อร์ได้เพียงใด!
ที่ด้านข้าง ฉู่หงอวิ๋นขดริมฝีปากของนางและพูดว่า “เขากำลังจะเข้าสู่
ค่ายกลมายาเทพสงคราม ในค่ายกลมายาเทพสงคราม เขาก็พอจะเทียบ
กับเยว่เอ่อร์ได้บ้าง และในแง่ของความเข้าใจในกฎที่แท้จริงนั้น เราก็รู้ๆ
กันอยู่ ยิ่งผู้หนึ่งมีความเข้าใจกฎมากเท่าใด ความสำเร็จในอนาคตก็จะยิ่ง
มากขึ้นเท่านั้น สำหรับการมีพลังในการต่อสู้ที่พิเศษนั้น นั่นไม่ได้
หมายความว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่ดีได้เสมอไป”
เสียงของฉู่หงอวิ๋นไม่ดังมาก แต่ทุกคนที่นี่ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญ
เพราะฉะนั้นพวกเขาย่อมได้ยินเสียงนางอย่างชัดเจน ซุนไป่ซิงกระตุก
เคราของตนด้วยความโกรธอย่างมาก แต่เขาก็ยังหาคำที่จะลบล้างคำ
กล่าวเหล่านี้ไม่ได้ หลินหมิงตัดสินใจในการเข้าฌานผ่านหินกลียุคตลอด
ทั้งปีเองจึงทำให้เขาไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้
ทุกคนหันไปยังหลินหมิง รอให้เขาเข้าไปในค่ายกลมายาเทพสงคราม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปทำให้พวกเขางงงวย
หลินหมิงยิ้มและพูดว่า “ท่านราชทูตทั้งสอง ศิษย์ผู้นี้มีเรื่องที่ต้องการ
จะกล่าวกับพวกท่าน ข้าสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่?”
“โอ้? มันคือสิ่งใด? พูดสิ่งที่เจ้าต้องการได้เลย!” ราชันเซียงหูมองไป
ยังหลินหมิง ในความเห็นของนาง ศิษย์เช่นหลินหมิงเป็นคนที่เลือดร้อน
และชอบโอ้อวดกับผู้อื่น ด้วยโอกาสอันยิ่งใหญ่วางอยู่ตรงหน้า เขาก็ควร
รีบวิ่งเข้าไปข้างใน แต่นางไม่คิดว่าเขาจะยิ้มและเปลี่ยนหัวข้อด้วยภาษาที่
สุภาพเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามีความหมายลึกซึ้งในการทำเช่นนั้น
“ศิษย์ผู้นี้เคยได้ยินมาว่าท่านราชทูตทั้งสองได้วางข้อกำหนดสำหรับ
การได้รับหนึ่งหยดปราณโลหิตฟีนิกซ์ นั่นคือการเข้าสู่ระดับที่ 7 ของนรก
แห่งเปลวเพลิงและพร้อมทั้งเสร็จสิ้นการสังหารหนึ่งพันคนภายในค่ายกล
มายาเทพสงคราม มันเป็นความจริงหรือไม่?”
“ก็ใช่ แต่ข้อกำหนดนี้ไม่ได้กำหนดโดยเรา แต่ถูกส่งมาจาก
กองบัญชาการ แล้วมีเรื่องอันใด?”
“อืม… ศิษย์ผู้นี้ปรารถนาที่จะถามว่าถ้าข้าสามารถบรรลุข้อกำหนดนี้
ได้แล้ว ข้าก็จะได้รับปราณโลหิตฟีนิกซ์หรือไม่?”
เสียงของหลินหมิงดูเชื่องช้าและไม่รีบร้อน แต่เต็มไปด้วยพลังและ
ปราณแท้ ขณะที่เขากล่าว เสียงของเขากระจายไปทั่วฝูงชน เป็น
เวลานานที่ทุกคนตะลึงอย่างเงียบงัน!
ซุนไป่ซิงและเสี่ยวเส้าไป่อ้าปากค้าง ไม่สามารถที่จะคิดออกว่าจะ
แสดงสีหน้าเช่นไร
ดวงตาของเหยียนเยว่เอ่อร์เบิกกว้าง หลังจากที่ผ่านค่ายกลมายาเทพ
สงครามมาด้วยตัวเอง ถึงแม้นางจะไม่ได้หวังว่าจะได้รับปราณโลหิต
ฟีนิกซ์ แต่หลินหมิงกลับได้ถามคำถามเช่นนี้ออกมา เขาวางแผนจะทำสิ่ง
ใดกันแน่?
สำหรับฉู่หงอวิ๋น หลังจากที่ตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ นางได้มองไปยังหลินห
มิงด้วยความเมตตาราวกับกำลังมองดูผู้ที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน
นางหัวเราะและพูดว่า “ศิษย์หลานชายหลิน เจ้าถามสิ่งใดกัน! เจ้าต้องการ
ปราณโลหิตฟีนิกซ์เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงไม่ตอบ เขาไม่มีความสนใจในฉู่หงอวิ๋น เขาจ้องมองไปยัง
ราชันเซียงหูและราชทูตจินเจี้ยน ความคิดของเขามุ่งเน้นไปที่การได้รับ
ปราณโลหิตฟีนิกซ์
ฉู่หงอวิ๋นคิ้วขมวด นางไม่พอใจอย่างมากกับการที่รุ่นเยาว์เมินเฉยต่อ
นางเช่นนี้ นางต้องการที่จะเข้าไปตบตีเขาเพื่อสอนบทเรียน แต่ใน
สถานการณ์เช่นนี้ ต่อหน้าราชทูตทั้งสองคนแล้ว นางก็ไม่สามารถทำอะไร
เช่นนั้นได้
ราชทูตจินเจี้ยนมองอย่างลึกซึ่งไปยังหลินหมิง คำพูดของหลินหมิง
ทำให้เขาตกใจอย่างยิ่ง “เจ้ากำลังบอกว่าเจ้าต้องการที่จะได้รับข้อกำหนด
เหล่านี้บ้างใช่หรือไม่?”
“ขอรับ!”
“ฮ่าๆๆๆๆ!” ราชันเซียงหูเริ่มหัวเราะด้วยเสียงที่สดใสเหมือนระฆัง
“นี่สินะที่เขาว่าเรียกลูกวัวไม่กลัวเสือ เนื่องจากนี่คือข้อกำหนดที่ส่งมาโดย
กองบัญชาการแล้ว แน่นอนว่ามันเป็นที่ยอมรับได้ ถ้าเจ้าสามารถบรรลุ
ข้อกำหนดได้ หนึ่งหยดปราณโลหิตฟีนิกซ์จะเป็นของเจ้า! อย่างไรก็ตาม…
เจ้ารู้แค่ว่าข้อกำหนดดังกล่าวยากเย็นเพียงใดหรือไม่?”
คำพูดของราชันเซียงหูทำให้เหล่านักสู้โดยรอบเริ่มพูดคุยกัน หรือว่า
หลินหมิงไม่รู้จริงๆว่าข้อกำหนดนี้ยากเย็นเพียงไร?
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินหมิงก็ไม่ค่อยมีความเข้าใจในด่านทดสอบ
หล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณ เขามาที่ดาวจิตวิญญาณเพลิงในช่วงเวลาสั้นๆ
ก่อนที่จะปิดด่านยาวในหอคอยสลัก เขากระทั่งยังไม่เคยไปถึงระดับที่ 3
เขาจึงไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหน ส่วนเรื่องค่ายกลมายาเทพสงคราม เขายิ่งไม่
เคยเข้าไปเลย มันเป็นไปได้หรือไม่ที่หลินหมิงกำลังสร้างเรื่องตลก?
หากหลินหมิงทำได้ในระดับดีเขาก็จะไม่เสียหายใดๆ แต่ถ้าผลลัพธ์
เลวร้ายเกินไป มันก็จะเป็นการอับอายอย่างมาก
ซุนไป่ซิงรู้สึกว่าฝ่ามือของเขาเปียกโชก หลินหมิงกำลังพยายามทำสิ่ง
ใดกันแน่? หลินหมิงเลือกที่จะเข้าฌานผ่านหินกลียุค และตอนนี้ที่เขา
กำลังทำบางอย่าง ซุนไป่ซิงก็ไม่แน่ใจว่าหัวใจของเขาจะสามารถทนต่อ
เรื่องทั้งหมดนี้ได้หรือไม่ ในโอกาสที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เมื่อหลินหมิงต้องเสีย
หน้า ไม่เพียงแต่จะหมายความว่าเขาจะเสียใบหน้า แต่ตำหนักฟีนิกซ์กู่
กังวานก็อาจเสียหน้าด้วย
“หลินหมิง เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่?” ซุนไป่ซิงกล่าวด้วย
กระแสเสียงปราณแท้อย่างโกรธเกรี้ยว
หลินหมิงสงบอย่างผิดปกติในขณะที่เขาตอบว่า “ข้าเพียงแค่อยาก
ลองดู ผู้อาวุโสซุน จงวางใจเถิด”
“หลินหมิง ข้อกำหนดนี้มีเวลาหนึ่งปีก่อนที่ด่านทดสอบหล่อหลอม
ฟีนิกซ์โบราณจะสิ้นสุดลง เจ้าต้องการที่จะลองตอนนี้แทนที่จะเป็นอีก
หนึ่งปีนับจากนี้เช่นนั้นหรือ?” แม้แต่ราชทูตจินเจี้ยนผู้ซึ่งได้สนับสนุน
หลินหมิงก็ยังไม่เชื่อว่าเขาจะประสบความสำเร็จในตอนนี้ได้ เขาคิดว่า
หลินหมิงไม่รู้ว่ามันยากลำบากมากเพียงใด
“ตอนนี้เลย!” หลินหมิงกล่าวออกมาเสียงดัง ถ้าเขาได้รับปราณ
โลหิตฟีนิกซ์โดยเร็ว นั่นจะเป็นประโยชน์มากกว่าในอีกหนึ่งปีให้หลัง
“ฮ่าๆ! ดี เช่นนั้นก็เข้าไปยังค่ายกลมายาเทพสงครามได้!” ราชทูตจิน
เจี้ยนชี้ไปทางค่ายกลมายาเทพสงคราม เขาคาดว่าผลลัพธ์ของหลินหมิง
ในการต่อสู้นี้จะไม่เลวร้ายนัก แม้ว่าเขาจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายใน
การสังหารหนึ่งพันคนได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงจะไม่น่าเกลียดมากนัก
แต่หลินหมิงส่ายหัวและกล่าวว่า “ท่านราชทูต ศิษย์ผู้นี้ประสงค์จะ
เริ่มต้นที่ 18 นรกแห่งเปลวเพลิงก่อน”
หลินหมิงได้เลือก 18 นรกแห่งเปลวเพลิงอย่างมีเหตุผล ในปีที่ผ่าน
มา เขาได้เข้าใจเสี้ยวกฎมากเกินไป เสี้ยวกฎเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในร่างกาย
และความคิดของเขา เขาต้องการที่จะตรวจสอบกฎเหล่านี้ภายใน 18
นรกแห่งเปลวเพลิงและเชี่ยวชาญในพวกมัน
มีเพียงวิธีนี้ที่เขาจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก จากนั้น ผลลัพธ์ของเขาใน
ค่ายกลมายาเทพสงครามก็จะดีขึ้นด้วย!
แต่คำพูดของหลินหมิงทำให้นักสู้จ้องมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง
และอ้าปากค้าง
สิ่งที่หลินหมิงต้องการเริ่มเป็นอันดับแรกไม่ใช่ค่ายกลมายาเทพ
สงคราม แต่เป็น 18 นรกแห่งเปลวเพลิงก่อน!
ในความเห็นของพวกเขา หลินหมิงเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ส่วนความ
เข้าใจในกฎนั้น มันไม่มีผู้ใดคิดว่าเขาจะเชี่ยวชาญ อย่างดีที่สุด
ความสามารถของเขาในกฎก็สามารถเปรียบเทียบกับคนเช่น ฮั่วหยางกวง
ได้เท่านั้น
มันจะดีกว่าสำหรับเขาที่จะพยายามต่อสู้ในค่ายกลมายาเทพสงคราม
ก่อน ถ้าเขาไม่ได้ล้มเหลวมากเกินไปแล้ว มันไม่มีใครจะพูดถึงเขาว่าไม่
บรรลุข้อกำหนดและก็จะไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ 18 นรกแห่งเปลวเพลิง
แต่ตอนนี้ หลินหมิงต้องการเข้าสู่ 18 นรกแห่งเปลวเพลิงก่อน ถ้า
เรื่องนี้เกิดขึ้น ความอ่อนแอของเขาในด้านความเข้าใจกฎก็จะถูกเปิดเผย
ในเวลานั้น ถ้าเขาไม่สามารถไปถึงระดับที่ 4 ได้แล้ว เช่นนั้นมันก็จะไม่ใช่
ว่าเป็นการเสียหน้าอย่างใหญ่หลวงหรอกหรือ?
ฉู่หงอวิ๋นยังรู้สึกว่าหลินหมิงนั้นบ้าไปแล้ว ถ้าเด็กคนนี้อยากจะขี้
ออกมาและเอามันทาทั่วใบหน้าของตัวเองแล้ว ผู้ใดจะหยุดเขาได้?
“เขาขังตัวเองอยู่ในหอคอยสลักตลอดทั้งปี ต่อหน้าหินกลียุคที่เป็น
เหมือนทวยเทพเหล่านั้น เขาสามารถเข้าใจมันได้ด้วยหรือ?” ฉู่หงอวิ๋นค
รุ่นคิด ราชทูตจินเจี้ยนได้ให้ทางออกแก่เขา แต่เขากลับเลือกที่จะปฏิเสธ
มันและยืนยันในความมั่นใจของตัวเอง เขาจะไม่รู้ว่า 18 นรกแห่งเปลว
เพลิงยากลำบากเพียงใดเลยหรือ? เขาไร้เดียงสาพอที่จะคิดว่าตนเอง
สามารถเข้าสู่ระดับที่ 6 หรือ 7 ได้?”
ขณะที่ฉู่หงอวิ๋นกำลังครุ่นคิด หลินหมิงก็ได้กลายเป็นลำแสงที่พุ่งไป
ทาง 18 นรกแห่งเปลวเพลิง แล้ว
ในเวลานี้ จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของ 18 นรกแห่งเปลวเพลิงได้
สร้างภาพฉายแสงของหลินหมิงในขณะที่เขาพุ่งลึกลงไปขึ้นมา
หลินหมิงเป็นเหมือนดาวตกที่พุ่งลงมาด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์!
ระดับที่ 1!
ระดับที่ 2!
ระดับที่ 3!
ไม่มีอะไรที่สามารถขัดขวางเขาได้!