Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,092 เข้าสู่พายุทราย
ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรไม่ได้มีความเชื่อมั่นในการเผชิญหน้า
กับเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ แม้ว่าเกาะวิญญาณสัญจรจะ
แข็งแกร่ง แต่ถ้าศัตรูร่วมมือกันก็ยิ่งทำให้รับมือลำบาก ในช่วงหลายปีที่
ผ่านมา เกาะวิญญาณสัญจรได้รับความทุกข์ทรมานจากการต่อสู้ในแดน
เร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย นอกจากนี้ ยังมีศิษย์จำนวนไม่มากใน
เหมืองภูเขาสีม่วง ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาโดยเฉลี่ยแล้วถือว่าต่ำ
ดังนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของศัตรู มันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะคิดถึง
การถอยกลับและหากำลังสนับสนุน
สำหรับศิษย์หลายคน พวกเขาอยากจะให้หลินหมิงคิดผิด และถูกทุก
คนหัวเราะดีกว่าเผชิญหน้ากับศัตรู
ศิษย์ที่พูดก่อนหน้านี้รู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับการเย้ยหยันของหลินหมิง
ศิษย์คนอื่นๆเองก็ยังสับสนกับสิ่งที่เขาได้พูดเป็นนัยเช่นนี้ แม้กระทั่งเย่
ฉุ่ยถงก็ยังขมวดคิ้วเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลินหมิงเอาหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกจากแหวนมิติ และปลดปล่อยออ
ร่าออกมาด้วย ในเหมืองที่มืดมิด ทุกคนเห็นได้ชัดว่าเส้นสายฟ้าสีม่วง
จางๆสาดประกายอยู่ในดวงตาของหลินหมิง มันทำให้ทุกคนรู้สึก
หวาดหวั่น
“ตำแหน่งของเราเป็นความลับและยังมีพายุทรายสีแดงพัดอยู่ด้าน
นอก ถ้าเจ้าเป็นหัวหน้าหน่วยของขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวท
เจ้าจะเลือกออกมาในสภาพอากาศเช่นนี้ และค้นหาเส้นทางของศัตรูใน
สถานการณ์ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ไกลเกินกว่าห้าไมล์ข้างหน้า?”
คำพูดของหลินหมิงทำให้ศิษย์ทั้งหมดตกใจ จริงๆแล้วการทำเหมือง
ในสภาพอากาศนี้เป็นเรื่องยากลำบากอยู่แล้ว จึงมิต้องกล่าวถึงการมอง
หาศัตรูที่จะต่อสู้ และสิ่งที่เหลือเชื่อมากก็คือ ตำแหน่งของพวกเขาได้ถูก
ค้นพบอย่างฉับพลัน ไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องบังเอิญได้
“เจ้า… เจ้าพูดสิ่งใดกัน?”
“ข้ากำลังพูดอันใดน่ะหรือ? ง่ายๆ…” หลินหมิงยักไหล่ของเขาและ
กวัดแกว่งหอก “ข้าเชื่อว่าเราถูกทรยศ”
“อะไรกัน!?” เมื่อได้ฟังสิ่งนี้ ทุกคนต่างก็ตื่นตระหนก
“ใครจะทรยศเรา!?”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าคนทรยศเป็นศิษย์พี่ไป่? นั่น… นั่นเป็นไปไม่ได้!”
ดวงตาของศิษย์ที่พูดก่อนหน้านี้เบิกกว้างขึ้นดั่งจันทร์เต็มดวง เขาไม่ใช่คน
โง่เขลา หลินหมิงได้หยุดเขาจากการส่งข้อความไปยังหน่วยหลัก และจาก
สิ่งที่เขาพูดมาก่อนหน้าแล้ว มันก็เห็นได้ชัดว่าเขากำลังหมายถึงไป่หมิงอวี้!
“เหตุใดศิษย์พี่ไป่จึงจะทรยศเรา!? อย่าพูดเรื่องไร้สาระ!”
“ใช่แล้ว มันมีประโยชน์อะไรที่จะทรยศต่อเรา? เพราะนั่นจะลดพลัง
ในการต่อสู้ของเกาะวิญญาณสัญจรลง!”
เมื่อมีคนชี้ให้เห็นว่าหลินหมิงกำลังสงสัยไป่หมิงอวี้ว่าเป็นคนทรยศ
คนอื่นๆก็เริ่มตกใจ!
ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าไป่หมิงอวี้ได้ทรยศต่อพวกเขา ไม่ใช่ว่าพวก
เขาเชื่อในจริยธรรมของไป่หมิงอวี้ แต่เขาเป็นแสงแห่งความหวังสุดท้ายใน
สถานการณ์เช่นนี้ ถ้าไป่หมิงอวี้ได้ละทิ้งพวกเขาอย่างแท้จริงแล้ว พวกเขา
ก็จะติดอยู่ในสถานการณ์ร้ายแรง!
ในแง่ของความแข็งแกร่ง นอกเหนือจากเย่ฉุ่ยถง หลินหมิงก็น่าจะพอ
หนีไปได้ ศิษย์คนอื่นๆมีพลังต่อสู้ที่จำกัด ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่
พวกเขาจะถูกทรยศโดยไป่หมิงอวี้เท่านั้น แต่พวกเขายังต้องเจอกับการ
คุกคามของกองกำลังพันธมิตร จากขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูก
เวทด้วย นั่นหมายความว่า โอกาสรอดมีไม่มาก!
ไม่มีใครยินดีที่จะตัดความหวังของตัวเองออก ดังนั้น ภายใต้จิตสำนึก
มันจึงไม่มีใครยินดีที่จะเชื่อว่าการคาดเดาของหลินหมิงเป็นความจริง
ในเวลานี้ หลินหมิงไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะใส่ใจศิษย์เหล่านี้ เขาพูด
อย่างเย็นชาว่า “ศัตรูอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึง 80 ไมล์แล้ว ในพายุทราย
ความเร็วของพวกเขาจะช้าลงเล็กน้อย แต่พวกเขาควรจะยังคงมาถึงเรา
ในเวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วธูป ถ้าพวกเขาจัดการซุ่มโจมตีที่นี่ เราก็จะเป็น
เหมือนเต่าในกระดอง ถ้าพวกเจ้าต้องการที่จะอยู่ก็ตามใจ แต่ข้าจะไม่เข้า
ร่วมกับพวกเจ้า”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวเช่นนี้ ศิษย์ขั้นเทพสมุทรช่วงต้นก็เต็มไปด้วย
แรงกดดันอย่างมาก
“พวกเราจะทำอย่างไรดี? เราจะส่งคำขอความช่วยเหลือไปหรือไม่?”
“ข้าไม่รู้เช่นกัน ข้ายังไม่เชื่อว่าศิษย์พี่ไป่ได้ทรยศต่อเรา แม้ว่าคำพูด
ของหลินหมิงจะสมเหตุสมผล แต่ศิษย์พี่ไป่ก็อยู่ในเกาะวิญญาณสัญจรมา
หลายปีแล้ว และเขายังเป็นศิษย์สายตรงอีกด้วย สำหรับหลินหมิงเขาเพิ่ง
มาถึง และเขาไม่ใช่ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรของเรา ถ้าเป็นเจ้า เจ้า
จะเชื่อหลินหมิงหรือศิษย์พี่ไป่?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าจะบอกว่าหลินหมิงเป็นคนทรยศ
พวกเราหรือ?”
“ข้าไม่ได้จะพูดเช่นนั้น”
“เจ้ากำลังกังวลอันใด? บางทีศัตรูอาจไม่ได้มาเลย เจ้าไม่ฟังสิ่งที่
หลินหมิงพูดตอนนี้หรือ? เขากล่าวว่าศัตรูอยู่ห่าง 80 ไมล์! อะไรคือ 80
ไมล์ในพายุทรายสีแดงนี้? แม้ว่าหลินหมิงจะมีวิธีการตรวจจับแบบลับๆ
แต่ก็อาจไม่แม่นยำในช่วงดังกล่าวได้ เขาอาจจะผิด”
ศิษย์หลายเริ่มตื่นตระหนกเหมือนมดโดนน้ำร้อน พวกเขาคุยกันถึง
สถานการณ์ด้วยกระแสเสียงปราณแท้ แม้ว่าพวกเขาจะพูดคุยกันเป็น
จำนวนมาก แต่ก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจด้วยกระแสเสียงปราณแท้
ศิษย์บางคนได้เอาคำสั่งวิญญาณสัญจรออกมา และเตรียมพร้อมที่จะ
ส่งคำขอความช่วยเหลือ
แต่ในเวลานี้ แสงสีน้ำเงินจู่ๆก็แวบขึ้นและคำสั่งวิญญาณสัญจรถูกดึง
ออกจากมือของศิษย์ที่กำลังจะส่งออกไป
“ศิษย์พี่หญิงเย่…” ศิษย์คนนั้นจ้องไปยังเย่ฉุ่ยถงและกลืนน้ำลาย มี
ความสับสนทั่วใบหน้า
“อย่าส่งมันไป!” เย่ฉุ่ยถงกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึมขณะที่เก็บคำสั่ง
วิญญาณสัญจรไป นางนึกถึงคำพูดของไป่หมิงอวี้ในสภาผู้อาวุโส เขา
ต้องการจะทำหลินหมิงเกิดความยุ่งยากอย่างชัดเจน แต่นางไม่เคยคิดเลย
ว่าไป่หมิงอวี้จะบ้ามากพอที่จะทรยศต่อนิกายของตัวเอง และร่วมมือกับ
ขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวท และกระทั่งส่งนางและศิษย์คน
อื่นๆมาตายที่นี่!
ขณะที่นางคิดย้อนกลับไปว่าเขาแบ่งทุกคนอย่างไร เย่ฉุ่ยถงก็ยิ่ง
มั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับการคาดเดาของนางเอง “ไม่น่าแปลกใจที่เขาจงใจ
เก็บข้าไว้ที่หน่วยหลัก มันเป็นเพราะเขาคิดว่าข้ายังคงใช้งานได้บ้าง แต่
ผู้ใต้บังคับบัญชาของข้ามีกำจัด เขาจึงส่งคนเหล่านี้มาที่นี่ในเวลาเดียวกัน
เพื่อไม่ให้มีข้อสงสัยใดๆกับเขา ไป่หมิงอวี้ เจ้ามันเหี้ยมโหดเกินไป!”
เมื่อความคิดเหล่านี้แล่นผ่านจิตใจของเย่ฉุ่ยถง นางก็ไม่ได้พูดออกมา
ดังๆ นางเพียงแต่เผชิญหน้ากับศิษย์คนอื่นอย่างสงบและพูดว่า “เราจะไป
กับหลินหมิง”
“ศิษย์พี่หญิงเย่ ท่านเองก็สงสัยว่าศิษย์พี่ไป่ได้ทรยศต่อเราหรือ?”
ศิษย์ผู้นั้นถามอย่างตกตะลึง ไม่ว่าจะมาจากอารมณ์หรือเพราะเป็นแสง
แห่งความหวังครั้งสุดท้าย ก็ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าตนจะถูกทรยศจากคน
ที่พวกเขาให้ความเคารพ
“หยุดพ่นเรื่องไร้สาระ ถ้าเจ้าไม่ต้องการที่จะตาย!” เสียงของเย่ฉุ่ยถ
งกลายเป็นเคร่งขรึมขึ้น ดวงตาที่งดงามของนางสาดประกายด้วยจิต
สังหารที่เย็นยะเยือก!
หลังจากถูกทรยศโดยไป่หมิงอวี้ เย่ฉุ่ยถงก็ไม่ได้สูญเสียความเยือก
เย็น และไม่บ่นเกี่ยวกับไป่หมิงอวี้ว่าสามารถทรยศต่อนางหรือนิกายได้
อย่างไร กลับกัน นางมีความมุ่งมั่นและจิตสังหารที่หนาแน่นอย่างมาก
หลินหมิงเหลือบมองไปยังเย่ฉุ่ยถง ซึ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย โดย
ไม่กล่าวสิ่งใด เขาก็รีบวิ่งไปยังทางออกของเหมือง
“ทุกคนฟัง! ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั้งหมด ให้เข้าไปในแหวนมิติ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญของข้า!”
เย่ฉุ่ยถงได้ออกคำสั่งแก่ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ในการต่อสู้ที่
ดุเดือด เหล่าศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เหล่านี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นเด็ก
ทารกที่ไม่สามารถป้องกันตัวได้ การให้พวกเขาทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติ
ของนาง เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการปกป้องพวกเขา แต่ถ้านางเสียชีวิตและ
แหวนมิติถูกทำลายหมด พวกเขาทั้งหมดก็จะถูกขับออกมา ด้วยเพียงการ
บ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ พวกเขาก็แทบจะไม่สามารถทนต่อการ
สลายตัวของพายุมิติได้ และพวกเขาก็จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
ในขณะที่เผชิญกับกองกำลังของเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ
ในเวลานั้น ชะตากรรมของพวกเขาก็จะสามารถจินตนาการได้ หลังจากที่
ทั้งสามฝ่ายได้ต่อสู้ มันจะไม่มีความเมตตาใดๆ ไม่มีใครยอมให้เหล่าศิษย์
ของศัตรูกลับไปที่นิกายของตนและเติบโตได้อย่างอิสระ
ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เข้าไปในแหวนมิติของเย่ฉุ่ยถง พวกเขา
เต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างมาก พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลง
โชคชะตา พวกเขาจึงต้องยอมรับคำตัดสินของคนที่แข็งแกร่งกว่าตน
เท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ต้องต่อสู้หลังจากเข้าสู่แหวนมิติ แต่ความจริงก็
คือ นี่เป็นความทรมานที่ยิ่งใหญ่และการทดสอบที่ยากลำบากเกี่ยวกับ
ความคิดของพวกเขา พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นข้างนอกและทำได้
เพียงแค่รอ
“ศิษย์น้องหลิน…เจ้าวางแผนจะทำอะไร…?”
คนที่ถามคำถามนี้ก็คือเสี่ยวฉุ่ยจวิ้น ในเวลานี้ สีหน้าที่ปกติของนาง
กลายเป็นขาวซีด ศิษย์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ถูกทอดทิ้งเท่านั้น แต่ยังจะโดน
ล้อมรอบไปด้วยเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ แรงกดดันต่อ
พวกเขามีมากเกินไป
“เราจะออกไปจากที่นี่ก่อน มันไม่ควรเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยง
สัมผัสรับรู้ของพวกเขาในพายุทรายสีแดงนี้” ในความเป็นจริง ด้วยสัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ของมู่เชียนเสวีย พวกเขาสามารถยืมทรายสีแดงนี้เป็นโล่เพื่อ
หลีกเลี่ยงได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้จะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เหตุผลที่หลินหมิงได้
เดินทางมายังแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายก็เพื่อต้องการฆ่า
เสริมความเข้าใจกฎของตัวเองจากความเร่าร้อนของสงคราม และทำให้
การบ่มเพาะมั่นคงยิ่งขึ้น ถ้าเขาเพียงแค่เล่นซ่อนหากับศัตรู มันก็จะไม่มี
ความหมายอะไรในการมาที่นี่
หลังจากที่ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เข้าไปในแหวนมิติแล้ว มันก็มี
คนอีกเพียง 12 คนที่อยู่ข้างนอก
ขณะที่พวกเขามาถึงทางเข้าของหลุมเหมือง พายุทรายสีแดงที่
รุนแรงก็พัดมาทางพวกเขา ฉากนี้ดูเหมือนเป็นวันสิ้นโลก
ทรายสีแดงได้พัดผ่านในอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง ทุกคน
สามารถได้ยินเสียงระเบิดขณะที่มันตัดผ่านอากาศได้อย่างชัดเจน
เสียงของทรายมหาศาลระเบิดผ่านอากาศเป็นเหมือนใบมีดนับไม่
ถ้วนที่ตัดผ่านน้ำแข็งหนา
“ทุกคน เก็บสัมผัสรับรู้ของตนไว้! และเพียงส่งมันเข้าสู่ร่างกายของ
ข้า”
หลินหมิงได้ออกคำสั่งผ่านกระแสเสียงปราณแท้ หากคนเหล่านี้ทำ
การตรวจสอบสภาพแวดล้อม มันจะถูกตรวจจับได้ง่ายโดยศัตรู แม้ว่าศัตรู
จะไม่มีความสามารถเช่นมู่เชียนเสวีย แต่ก็ยังคงเป็นไปได้ที่พวกเขาจะ
สามารถตรวจสอบสัมผัสศักดิ์สิทธิ์พบได้
“นี่…” เหล่าศิษย์มองหน้ากัน ลังเลที่จะทำ ในพายุทรายสัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ขยายไปได้เพียงไม่กี่ไมล์ แต่ถ้าพวกเขาพึ่งพาเพียงดวงตาแล้ว
พวกเขาก็จะไม่สามารถมองเห็นได้มากกว่า 10 ฟุต มันเหมือนการเดิน
หลับตา หลินหมิงจะเป็นคนนำทางพวกเขาไป แม้ว่าเขาจะนำไปยังเขต
อันตราย พวกเขาก็จะไม่สามารถตรวจพบได้
“ทำมัน!” เย่ฉุ่ยถงตะโกนออกมาอย่างเย็นชา ศิษย์ทุกคนเชื่อฟัง
“ตามข้ามา!” หลินหมิงไม่ใส่ใจมากนัก เพราะเขาเป็นคนนอก มันจึง
เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะไม่ไว้วางใจ แต่เขาก็ต้องประหลาดใจที่เย่ฉุ่ยถง
ไว้วางใจในตัวเขาอย่างมาก
หลินหมิงพุ่งเข้าไปในทรายแดงที่ไร้ขีดจำกัด เม็ดทรายนับไม่ถ้วน
ปะทะกับปราณแท้ปกป้องร่างของเขาก่อนที่จะกระจายออกไป
สำหรับศิษย์สายตรงนั้น มันไม่ยากที่จะผ่านพายุทรายแดงนี้ ดังนั้น
จึงสามารถติดตามหลินหมิงไปได้อย่างง่ายดาย
เป็นเช่นนี้ พวกเขาตามหลินหมิงผ่านพายุทรายแดง เปลี่ยนทิศทาง
ครั้งแล้วครั้งเล่า
เส้นทางดังกล่าวทำให้พวกเขางงงวยและเต็มไปด้วยความสงสัย แต่
หลังจากมาถึงตอนนี้ ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือการพึ่งพาหลินหมิง