Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,471 ศัตรูเก่า
สิ่งที่หลินหมิงใสใจมากที่สุดคือวิธีที่ชายหนุ่มภูติเทพตกตาย แม้แต่
หลังจากค้นหาในความทรงจำของตนเอง เขาก็ไม่สามารถนึกถึงพืชร้าย
ใดๆที่สามารถฆ่าอัจฉริยะขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ในวิธีที่แปลกและเงียบงัน
ซึ่งไม่การตุ้นการตระหนักรู้ได้ทันทีเช่นนี้
เจ้าอ้วนโจวส่ายหัว “ข้าไม่รู้ มีโอกาส 90% ที่สันเขาสุสานเทพนี้เป็น
สนามพลังเต๋าที่ถูกทิ้งไว้โดยตัวตนระดับสูงในอดีต สนามพลังเต๋านี้
เกือบจะกลายเป็นโลกในตัวของมันเอง นอกจากนั้นมันยังคงอยู่มาเป็น
พันล้านหรือแม้กระทั่งหมื่นล้านปี เจ้ารู้หรือไม่ว่าช่วงเวลาอันยาวนานนี้
คือแนวคิดเช่นใด ดาวเคราะห์สามารถให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติใน
เวลาหลายพันล้านปี และทำให้สิ่งมีชีวิตผ่านวัฏสงสารมานับครั้งไม่ถ้วน
ดังนั้นจึงมิต้องกล่าวถึงสนามพลังเต๋าเช่นนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สัน
เขาสุสานเทพได้รวบรวม สนามพลัง เขตแดนและปรากฏการณ์อื่นๆของ
พลังลึกลับนับไม่ถ้วน มันไม่อาจนับได้ว่ามีผู้ทรงพลัง สัตว์อสูรดุร้ายและ
ปีศาจมากเพียงใดที่ตกตายลงตายที่นี่! โลกแปลกแยกนี้ได้พัฒนาไปสู่
สถานการณ์ที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ! ถ้าเจ้าเห็นพืช มันอาจจะไม่ใช่พืช
และถ้าเห็นบางสิ่งบางอย่างมีชีวิต มันอาจไม่ได้มีชีวิต ดังนั้นถ้าเจ้าถาม
คำถามกับข้า ข้าเองก็อาจจะไม่รู้เรื่องนี้!”
ในขณะที่เจ้าอ้วนโจวพูด หลินหมิงก็ตกใจอย่างหนัก ในความเป็น
จริง ไม่ต้องพูดถึงสถานที่เช่นสันเขาสุสานเทพซึ่งถุกปิดผนุกมานานหลาย
พันล้านปี แม้ว่าจะเป็นแมลงพิษบางชนิดที่ถูกผนึกไว้ในขวด พวกมันก็ยัง
จะกินกันและกันจนกลายพันธุ์
ปัจจุบัน สันเขาสุสานเทพเป็นเหมือนหม้อพิษขนาดใหญ่ ที่นี่ ผู้ทรง
พลังจำนวนนับไม่ถ้วนของเผ่าพันธุ์ต่างๆมาบรรจบกัน เช่นเดียวกับสัตว์
อสูรดุร้าย ภูติผี ปีศาจและสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ในช่วงเวลาหลายพันล้าน
ปีที่ผ่านมา สิ่งมีชีวิตเหล่านี้กลืนกินกันเองและพัฒนาไปตลอดเวลา มัน
ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับสิ่งชั่วร้ายที่จะถือกำเนิดออกมาจากความโกลาหล
ทั้งหมดนี้
แม้แต่กลุ่มหลินหมิง 12 คนก็ยังอาจถูกมองว่าเป็นแมลงพิษในหม้อ
เท่านั้น สำหรับชายหนุ่มภูติเทพที่ตกตาย เขาก็เป็นคนแรกที่กลายเป็นปุ๋ย
………
ในเวลานี้ ในปราการเทพทมิฬของเมืองมารฟ้า –
อิมป์ชราที่รับผิดชอบในการออกตราภารกิจได้เอนกายลงบนเก้าอี้
ขาทั้งสองของเขากำลังพาดอยู่บนม้านั่งขณะที่มีสีหน้าพอใจอย่างมาก
เขาได้พักผ่อนสบายใจในช่วงบ่ายวันนี้ จากนั้นในเวลานี้ ดวงตาของ
เขาเบิกกว้าง และทันใดนั้นเขาก็เอาขาลงจากเก้าอี้ ยืนตัวตรง ไม่ไกล
เกินไป เขาจะได้เห็นนักสู้ภูติเทพสามคนกำลังเดินเข้าหาเขา
ในบรรดานักสู้ภูติเทพสามคนนี้ มีชายชราคนหนึ่งที่มีระดับการบ่ม
เพาะซึ่งเขาไม่อาจหยั่ง อีกสองคนมีรากฐานที่มั่นคงด้วยพลังโลหิตชีวิตที่
สดใส; เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น
คนเช่นนี้น่าจะมาจากภูมิหลังที่ยอดเยี่ยม และคนประเภทนี้ชอบจะ
ฟุ่มเฟือยในการกระทำของพวกเขา ยิ่งกว่านั้น เมื่อดูจากลักษณะของคน
เหล่านี้ มันก็ชัดเจนว่าพวกเขาเพิ่งมายังเมืองมารฟ้า บางทีพวกเขา
พยายามหาข้อมูลบางอย่างจากเขา ถ้าเป็นเช่นนั้น มันจะเป็นโอกาสที่ดีที่
จะได้รับรายได้พิเศษอีก
“แขกหลายท่าน พวกท่านมาที่นี่เพื่อค้นหาภารกิจหรือไม่?”
อิมป์ชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเขามีรอยย่น
“ไม่ ข้าต้องการถามเจ้าบางอย่าง ไม่กี่วันที่ผ่านมา มันมีนักสู้ขั้นผัน
แปรศักดิ์สิทธิ์ที่ยอมรับภารกิจที่ยากยิ่งหรือไม่?”
คนที่ถามคำถามนี้คือองค์ชายจักรพรรดิน่าฉี ในวันที่ผ่านมานี้ น่าฉี
และผู้อาวุโสโจวได้ค้นหาหลินหมิงในเมืองมารฟ้า แต่ก็ยังไม่สามารถหา
เบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางของเขาได้
น่าฉีเชื่อว่าหลินหมิงไม่ได้หยุดที่เมืองมารฟ้านาน และไปต่อในแดน
เร้นร้างไพศาล หรือหลินหมิงอาจยอมรับภารกิจบางอย่างในเมืองมารฟ้า
และกำลังทำภารกิจให้สำเร็จ น่าฉีเชื่อว่าหลังมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็น
เช่นนั้น
ถ้าหลินหมิงเลือกภารกิจแล้ว แน่นอนว่าเขาจะต้องเลือกภารกิจที่
ยากที่สุด ซึ่งจะเกินขีดจำกัดของขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป ถ้าเป็นเช่นนั้น
เจ้าหน้าที่ของปราการเทพทมิฬจะต้องมีความประทับใจอย่างลึกซึ้งต่อ
บุคคลนี้ น่าฉีเชื่อว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาหลินหมิง
“นี่…” อิมป์ชรากรอกตาและถูมือ“ทุกวันจะมีผู้คนเข้ามารับภารกิจ
มากมาย มันยากสำหรับข้าที่จะระลึกถึงลักษณะเฉพาะ…”
ก่อนที่การพูดจะจบลง หนึ่งในสมุนของน่าฉีก็โยนแผ่นหยกที่เต็มไป
ด้วยรูนพลังงานต้นกำเนิดให้เขา ดวงตาของอิมป์ชราเปล่งประกายและ
เขาเก็บแผ่นหยกไปอย่างเงียบๆ เขากล่าวว่า “อ่า ตอนนี้ข้าคิดออกแล้ว
หลายวันก่อน มันมีนักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่ยอมรับภารกิจที่ยากมาก –
ด้านทดสอบหล่อหลอมที่สันเขาสุสานเทพ!”
“พวกเขามีลักษณะอย่างไร?”
“มีผู้ชายสองคนและผู้หญิงหนึ่งคน ชายสองคนดูธรรมดา ไม่มีอะไร
พิเศษเลย ผู้หญิงคนนั้นงดงาม แต่ไม่ใช่งดงามจนน่าทึ่ง”
น่าฉีและผู้อาวุโสโจวมองหน้ากัน ผู้อาวุโสโจวพยักหน้าและพูดพร้อม
กับใช้กระแสเสียง “อาจเป็นพวกเขา พวกเขาสามารถใช้ทักษะ
เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ สำหรับผู้หญิงคนนั้น นางอาจจะเป็นเสี่ยวหมัว
เซียน…”
“เสี่ยวหมัวเซียน… ฮึ! น่าฉีเค้นเสียงเย็นชา เขายังตระหนักดีถึง
ข้อตกลงระหว่างเผ่าพันธุ์ภูติเทพและเผ่าอสูรของแดนเทวะ บุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาลจะแต่งงานกับเสี่ยวหมัวเซียนเพื่อเสริมสร้างสถานะ
ของพวกเขาในฐานะพันธมิตร แต่ตอนนี้ เสี่ยวหมัวเซียนกลับเดินทาง
อย่างใกล้ชิดกับหลินหมิง
แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างน่าฉีและบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลจะ
ไม่กลมกลืนกัน และการแข่งขันของพวกเขาอาจถูกอธิบายว่าเป็นเหมือน
น้ำกับไฟ แต่น่าฉียังไม่ต้องการเห็นภรรยาของบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลมีชู้กับมนุษย์
“เจ้ารู้อะไรอีกบ้าง?”
น่าฉีมองดูอิมป์ชรา อิมป์ชราถูมือทั้งสองเข้าด้วยกันสีหน้าหม่นหมอง
“ให้มันกับเขา”
สมุนของน่าฉีหยิบรูนพลังงานต้นกำเนิดออกมาอีกใบ ดวงตาอิมป์
ชราตาสว่างขึ้นด้วยความดีใจ “ใช่แล้ว ข้าจำได้แล้ว! ฮ่าฮ่า สามคนที่ท่าน
กำลังมองหามุ่งหน้าไปทางตะวันตกเพื่อค้นหาเจ้าอ้วนโจวให้เป็นผู้นำทาง
เจ้าอ้วนโจวผู้นี้นำพาผู้คนไปที่สันเขาสุสานเทพโดยเฉพาะ เขาเป็นชายที่
ดมกลิ่นเพื่อผลกำไรเสมอ หากไม่มีอุบัติเหตุ พวกเขาควรจะออกไปนาน
แล้ว!
“ผู้คนมากมายตกตายในสันเขาสุสานเทพตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่
ผู้นำทางที่กล้าเดินทางผ่าน สันเขาสุสานเทพตลอดทั้งปีย่อมมีความเข้าใจ
ในเส้นทางที่ปลอดภัยและทางเข้าของสันเขาสุสานเทพ หากท่านมองหา
ผู้นำทางอื่น ท่านอาจแซงพวกเขาบนเส้นทางได้”
“โอ้? มีบางอย่างเช่นนั้น… ข้าจะหาผู้นำทางได้จากที่ใด?”
“ฮ่าฮ่า ข้อมูลนี้ฟรี ในเมืองทางตะวันออก มีพี่น้องคู่หนึ่งที่ชื่อแมงมุม
แดงและแมงมุมดำ พวกเขามีทักษะหมอผี ทักษะการติดตามและวิชาลับ
คำสาป จากบรรดาผู้นำทางทั้งหมด ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นสูง
ที่สุด แต่ราคาก็สูงที่สุดเช่นกัน มันจะดีที่สุดถ้าท่านจะมองหาพวกเขา ใน
สันเขาสุสานเทพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้นำทางที่มีความรู้
ไม่เช่นนั้นหากท่านสุ่มเดินผ่านดินแดนที่รกร้างว่างเปล่า ท่านจะต้องตาย
โดยที่ไม่รู้ตัว”
“แมงมุมแดงและแมงมุมดำ? ข้าเข้าใจแล้ว”
หลังจากได้รับข้อมูลนี้แล้ว น่าฉีก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย เขาได้รับการยืนยัน
ไม่มากก็น้อยว่าหลินหมิงเข้ามาในสันเขาสุสานเทพ
ถึงเวลาแล้วที่การตามล่าจะเริ่มต้นขึ้น
“ผู้อาวุโสโจว คนที่ข้าขอให้ท่านติดต่อเมื่อสองสามวันก่อน พวกเขา
มาถึงแล้วหรือไม่?”
“พวกเขาใกล้มาถึงแล้ว อันที่จริง แม้จะไม่มีบุคคลนั้นมาร่วมกับเรา
แต่เราก็ยังสามารถฆ่าเจ้าสารเลวนั่นได้อย่างง่ายดาย”
“แต่จะดีกว่าถ้าบุคคลนั้นช่วยเรา แม้แต่สิงโตก็ยังต้องใช้กำลังอย่าง
เต็มที่เพื่อจับกระต่าย แม้ว่าหลินหมิงจะมีการบ่มเพาะในขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็มีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่บนร่างกาย และชีวิตของเขายากที่
จะบดขยี้ ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสโจวจะอยู่ในขั้นราชันพิภพและยังมีสองผู้อาวุโส
กึ่งราชันพิภพที่นี่ด้วย แต่ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าเราจะสามารถฆ่า
หลินหมิงหลังจากพบเขา หากบุคคลนั้นมา โอกาสในการประสบ
ความสำเร็จของเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 99% ยิ่งกว่านั้น บุคคลนั้นยังมีความ
ขุ่นเคืองกับหลินหมิงอยู่แล้ว แม้ว่าเราจะไม่บอกเขาก็ตาม แต่เขาก็จะทำ
ทุกอย่างด้วยอำนาจตนเองเพื่อไล่ล่าหลินหมิง! เขาควรจะขอบคุณพวกเรา
ที่ให้โอกาสนี้”
ในขณะที่น่าฉีพูด ผู้อาวุโสโจวก็ยิ้มอย่างแผ่วเบา “ท่านกล่าวได้
ถูกต้อง เนื่องจากมีผู้ช่วยฟรี เราก็อาจใช้ประโยชน์จากเขาเช่นกัน เราไป
ค้นหาผู้นำทางก่อนดีกว่า”
สองชั่วโมงต่อมา กลุ่มของน่าฉีพบแมงมุมแดงและแมงมุมดำที่อิมป์
ชราพูดถึง
นี่เป็นพี่น้องที่เรียกกันว่าแมงมุมแดงและแมงมุมดำ พี่ชายถูกเรียกว่า
แมงมุมดำและน้องชายถูกเรียกว่าแมงมุมแดง ทั้งคู่มีการบ่มเพาะในขั้น
ผู้ปกครองเทวะและมาจากเผ่าอิมป์ พี่น้องสองคนนั้นตัวเตี้ย และร่างของ
พวกเขาถูกห่อหุ้มด้วยชุดคลุมสีดำและสีแดง ผิวของพวกเขามันวาวและ
ดำ เบ้าตาลึกจนน่ากลัว
เพียงแค่จากออร่าของพวกเขาเพียงอย่างเดียว มันก็สามารถบอกได้
ว่าทั้งสองคนนี้เป็นนักสู้ที่น่าทึ่งในระดับของพวกเขา
น่าฉีและกลุ่มของเขาจ่ายรูนพลังงานต้นกำเนิดที่เพียงพอให้พี่น้อง
แมงมุมและจะนำพวกเขาไปที่สันเขาสุสานเทพเพียงกลุ่มเดียวและไม่มี
กลุ่มอื่นไปด้วย
ครึ่งวันต่อมา ทุกคนรวมตัวกันที่ประตูเมือง อย่างไรก็ตาม ไม่มีใคร
รีบออกไปราวกับว่าพวกเขากำลังรออะไรอยู่
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ผู้อาวุโสโจวเงยหน้าขึ้นมองขอบฟ้า เขา
ยิ้มและพูดว่า “เขามาที่นี่แล้ว!”
เมื่อเสียงของผู้อาวุโสโจวจบลง มิติที่ห่างกันไม่ไกลนักก็ถูกฉีกออก
ดาบคมฉีกออกจากมิติ ตัดมันเหมือนกระดาษ หลังจากนั้น นักสู้ร่างสูงใน
ชุดดำก็เดินออกจากมิติ
คนผู้นี้หน้าตาหล่อและสง่างาม เขามีรูปร่างหน้าตาเล็ก และนัยน์ตา
ของเขาเป็นสีแดง ร่างกายของเขาแผ่พลังงานปีศาจมืดมิด
หลังจากตัวตนของเทียนหมิงจื่อในฐานะสายลับถูกเปิดเผยโดย
หลินหมิง เขาก้ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมทิ้งแดนศักดิ์สิทธิ์ของตน
และหนีไปยังสวรรค์สันนิบาตภูติเทพซึ่งเขาสามารถพึ่งพาภูติเทพได้อย่าง
เต็มที่ มิเช่นนั้น ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะไม่ปล่อยเขาไปแน่
รากฐานที่เขาใช้เวลาสร้างหลายหมื่นปีถูกทำลายลงในพริบตา
ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากการไล่ล่าไปสู่ทวีปนภารินไหล เขาจึงสูญเสียมือของ
ตนไป การบ่มเพาะมือใหม่นี้จะทำให้เขาต้องล่าช้าในการทะลวงเข้าสู่ขั้น
ราชันสวรรค์ในอนาคต
บางทีมันอาจเป็นคำสาปที่สามารถทำให้เขาไม่สามารถทะลวงพลังได้
อีกครั้งในช่วงชีวิตเลย
หากมิใช่เพราะหลินหมิงแล้ว เทียนหมิงจื่อก็จะสามารถปกปิดตัวตน
ได้อย่างราบรื่นจนกระทั่งเกิดการระบาดของสงคราม ใช้ความเฉลียว
ฉลาดทุกประเภทเพื่อค้นหาผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ความเป็นปฏิปักษ์ต่อเขากับหลินหมิงนั้นสามารถอธิบายได้ว่าไม่อาจ
อยู่ร่วมโลก
“ดี! ปราชญ์เทียนหมิงจื่อ ท่านควรมีความเข้าใจสถานการณ์
โดยประมาณแล้ว ภารกิจของท่านในครั้งนี้คือการทำงานร่วมกับเราเพื่อ
ฆ่าหลินหมิง หากมีโอกาส เช่นนั้นข้าก็อยากจะต่อสู้กับเขาคนเดียว แต่ถ้า
ไม่มี ก็ให้ฆ่าเขาเสียก่อนเพื่อกำจัดปัญหาในอนาคต! หลังจากเรื่องนี้เสร็จ
สิ้น ข้าจะเตรียมของขวัญมากมายไว้สำหรับปราชญ์เทียนหมิงจื่อ!”
“แม้ว่าท่านจะไม่ให้ขอสิ่งใดแก่ข้าก็ตาม แต่ข้าก็ยังจะทำทุกอย่าง
ตามอำนาจที่ข้ามีเพื่อทำลายเขา”
สีหน้าของเทียนหมิงจื่อสงบและเสียงของเขาเย็นยะเยือก แต่หัวใจ
ของเขาโกรธด้วยอารมณ์ เขาไม่ได้เปิดเผยความลับของดาวเคราะห์นภา
รินไหลต่อทุกคน ข้อสรุปของเขาก็คือ ความแข็งแกร่งและชื่อเสียงของ
หลินหมิงนั้นเกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์นภารินไหล หลังจากที่เขากลับมา
จากดาวเคราะห์นภารินไหล ทุกปีที่ผ่านมา เขาก็ได้ค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่
เขาสามารถทำได้ในประวัติศาสตร์ และในที่สุดเขาก็สามารถรวบรวม
ความคิดของสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นได้
ไม่ว่าเขาจะเดาถูกหรือไม่ก็ตาม เทียนหมิงจื่อก็ยืนยันว่าโชคของดาว
เคราะห์นภารินไหลได้ถูกครอบครองโดยหลินหมิงอย่างแน่นอน
หากเขาสามารถฆ่าหลินหมิงได้ เขาก็จะได้ความลับเหล่านี้มาเอง ใน
เวลานั้น ไม่เพียงแต่เขาจะชดเชยความสูญเสียทั้งหมดที่เกิดจากการ
สูญเสียมือเท่านั้น แต่เขายังจะสามารถได้รับประโยชน์อย่างมากจนจะทำ
ให้เขาฝ่าฟันไปสู่ขั้นราชันสวรรค์ได้!