Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,939 การกระจายการบ่มเพาะ
หลังจากติดตามจูเอี๋ยนไปยังจุดหมายปลายทางของเขาแล้ว หลินห
มิงก็จากไป
ในโลกอันกว้างใหญ่ จูเอี๋ยนอาจเป็นปุถุชนที่ไม่มีใครรู้จัก แต่
เนื่องจากวงจรแห่งกรรมที่ไม่รู้จักและไม่อาจคาดเดาได้ เขาจึงปรากฏตัว
สองครั้งในชีวิตของหลินหมิงและทั้งสองครั้งต่างเป็นเมื่อตอนหลินหมิง
มาถึงจุดต่ำสุดของเขา…
หัวใจของหลินหมิงเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียง
เพราะจูเอี๋ยน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เขาเห็น สิ่งที่เขาได้ยิน สิ่งที่เขารู้สึก ทุก
สิ่งเหล่านี้สลักไว้ในใจของหลินหมิง เปลี่ยนอารมณ์และทัศนะของเขาต่อ
ชีวิต
เขาไม่ได้แสวงหาการพลิกผันโชคชะตา แต่เขาปรารถนาที่จะมีชีวิต
โดยปราศจากความเสียใจ…
หลินหมิงไม่ได้ท่องไปรอบๆอีกแล้ว เขาคาดว่าตนเองจะเหลือชีวิต
30-40 ปีเท่านั้น
เขาไม่ต้องการตายไปอย่างเงียบๆ
ในวันสุดท้ายของชีวิต เขาจะพยายามต่อสู้ครั้งสุดท้าย!
…..
ในวันนี้ หลินหมิงมาถึงเนินเขาที่แห้งแล้งซึ่งห่างไกลจากความศิวิไลซ์
เขาใช้ดัชนีดั่งหอกแล้วตัดออกไป
เมื่อเกิดการระเบิดเสียงดัง มันมีถ้ำลึกถูกตัดเปิดเข้าไปในเนินเขา
หลินหมิงตัดสินใจว่าจากนี้ไปจนถึงจุดจบ เขาจะปิดด่านลึก
บางทีอาจมีโอกาส แม้ว่าโอกาสนี้จะเข้าหาศูนย์ แต่เขาก็ยังพยายาม
อย่างเต็มที่
หากในที่สุดเขายังคงต้องตาย เช่นนั้นในไม่กี่ปีสุดท้ายของชีวิต เขา
จะออกจากเนินเขาที่แห้งแล้งนี้และไปยังสถานที่สุดท้าย – อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง
เขาจะไปยังนั่นและพบบิดามารดาของตนอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น เขาก็
ตายได้
หลินหมิงเดินเข้าไปในถ้ำแล้วผนึกทางเข้า
หลังจากตัดสินใจเดินไปตามเส้นทางสุดท้ายนี้ หัวใจของเขาก็เต็มไป
ด้วยความมุ่งมั่น
และเส้นทางสายนี้ มันเป็นวิธีเดียวที่หลินหมิงคิดถึงการบ่มเพาะ
ยิ่งกว่านั้น ราคาของการบ่มเพาะนี้จะเจ็บปวดอย่างไม่ลดละ มันจะ
ทำให้ความแข็งแกร่งของหลินหมิงตกลงอย่างไม่เคยมีมาก่อน และมันจะ
ช่วยลดอายุขัยอันน้อยนิดที่เขายังมีด้วย
ชีวิต 30-40 ปีที่เขาเหลืออยู่จะลดลงเหลือเพียง 10-20 ปี และนี่อาจ
เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางแห่งความตาย!
ถึงกระนั้น หลินหมิงก็ต้องเสี่ยงชีวิตอย่างสิ้นหวัง
ร่องรอยของพลังแห่งเทพเจ้าแปรปรวนภายในร่างกายของหลินหมิง
เนื่องจากเพลิงแห่งวิญญาณที่อ่อนแอของเขา หลินหมิงไม่สามารถจัดการ
กับพลังงานจำนวนมหาศาลที่กักเก็บไว้ในโลกภายในของตนได้อีกต่อไป
พลังงานนี้ได้กลายเป็นภาระแก่เขาแทน
แต่ถ้าเขาจะค่อยๆสลายพลังงานเหล่านี้ไปอย่างช้าๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่
เขาสามารถทำได้
ทุกครั้ง หลินหมิงสามารถเคลื่อนพันส่วนของพลังงานในโลกภายใน
ของเขา เขาดึงพลังงานนี้เข้าสู่เส้นชีพจรและปล่อยให้มันกระจายออกไป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือ… กระจายการบ่มเพาะของเขา!
เนื่องจากวิญญาณอ่อนแอ หลินหมิงไม่สามารถทนต่อพลังการบ่ม
เพาะของเขาได้อีกต่อไป ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็จะบังคับให้การบ่มเพาะตก
ลงจนกว่าจะถึงระดับที่พลังวิญญาณสามารถทนได้!
นี่เป็นการตัดสินใจที่บ้าคลั่ง! การแพร่กระจายของการบ่มเพาะนั้น
เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมากและเพลิงแห่งชีวิตของหลินหมิงก็จะ
เลือนหายไปราวกับเทียนในพายุ!
รูขุมขนของหลินหมิงเปิดกว้างทั้งหมด ในขณะพลังงานต้นกำเนิดหนี
ออกจากร่างกาย คิ้วของเขาก็กดเข้าหาด้วยกัน ความเจ็บปวดพองขึ้น
ภายในร่างกาย
ถึงกระนั้น ใบหน้าของหลินหมิงก็แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและ
หนักแน่นกว่าโลหะ ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมีความดื้อรั้นที่จะยอม
จำนนต่อชะตากรรมที่สวรรค์ได้เตรียมไว้ให้!
เมื่อแหล่งพลังงานของเขาหลบหนีไป สิ่งนี้ส่งผลต่อพลังงานปราณ
ของหลินหมิง
แม้ว่าวิญญาณของหลินหมิงจะอ่อนแอและเพลิงแห่งชีวิตของเขา
เกือบจะมอดดับ แต่ร่างกายของเขาก็ยังทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อ
พลังงานปราณและโลหิตของเขาได้รับผลกระทบ รูขุมขนทั่วร่างกายของ
เขาจะก็เริ่มปล่อยกระแสไอโลหิตจางๆ
ผสมกับพลังแห่งเทพเจ้า กลั่นตัวเป็นชั้นหมอกโลหิตรอบตัวเขา
ในเวลาเดียวกัน ระดับการบ่มเพาะของหลินหมิงก็เริ่มตกต่ำอย่าง
ต่อเนื่อง
จากขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ไปสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ และจากขั้นผัน
แปรศักดิ์สิทธิ์สู่ขั้นเทพสมุทร… ไปจนถึงขั้นทำลายชีวิต…
ความเร็วในการตกของระดับการบ่มเพาะนี้น่าตกใจ!
หากนักสู้ต้องกระจายการบ่มเพาะเช่นนี้ นั่นก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัว
ตาย!
ร่างกายของหลินหมิงทรงพลังโดยแท้ เมื่อโลหิตของเขาไหลออกมา
ร่างกายของเขาก็ผลิตมันออกมามากขึ้นเรื่อยๆ หมอกโลหิตไหลออกจากรู
ขุมขนของเขา กระจัดกระจายไปอย่างไร้สิ้นสุด
ไอละอองโลหิตนี้ย้อมพื้น ผนังและเพดานเป็นสีแดง
ในไม่ช้า ทั้งถ้ำของหลินหมิงก็ได้ถูกย้อมด้วยโลหิตแดงฉาน
โลหิตสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหน้าของหลินหมิงซีดขาว แต่เขาก็กัด
ฟันและทำต่อไป
เขาต้องการที่จะกระจายกันทุกอย่างในลมหายใจเดียว ทำลายตัวเอง
แล้วผุดยืนมาใหม่จากซากปรักหักพัง!
ในเวลานี้ การบ่มเพาะของหลินหมิงได้ตกลงไปสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้แล้ว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนเกินจะจดจำ และฟันของเขากรีดเสียง
ขณะที่กัดแน่น
จากนั้นโ ลกภายในของหลินหมิงก็สั่นและเริ่มแตกเปิดอย่างฉับพลัน
…
นักสู้หลอมรวมแก่นแท้นั้นไม่มีโลกภายใน สิ่งที่พวกเขามีก็คือ
ตันเถียน
โลกภายในเป็นสิ่งที่เริ่มเปิดขึ้นเมื่อนักสู้มาถึงขั้นเทพสมุทร และเมื่อ
พวกเขากลายเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ โลกภายในของพวกเขาจะ
กลายเป็นพิภพขนาดเล็ก แต่เมื่อการบ่มเพาะของหลินหมิงตกลง โลก
ภายในของเขาก็จะไม่เปลี่ยนเป็นตันเถียน กลับกัน มันเริ่มพังทลายด้วย
ตัวเอง
นี่เป็นการโจมตีที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับหลินหมิง เขาทรุดตัวไปข้างหน้า
และผลักแขนยันกับพื้นดิน ข้อมือของเขาฝังลึกลงไปในหิน
เขาเริ่มที่จะขยอก เกือบจะอาเจียน โลหิตของเขาเหือดแห้งไปแล้ว
ความเจ็บปวดที่มากล้นนี้เป็นสิ่งที่หลินหมิงต้องทน เขากัดฟันและไม่ส่ง
เสียงแม้แต่น้อย
ในหัวใจของเขา วิญญาณที่ไม่ยอมสิ้นหวังนั้นกำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิต
รอด!
และในเวลานี้ บางสิ่งที่คุ้มค่าที่จะปลื้มปีติก็เกิดขึ้นกะทันหัน
นั่นคือ ในขณะที่การบ่มเพาะของเขาตกสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ พลัง
วิญญาณเล็กน้อยที่เหลืออยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาก็เริ่มหลอม
รวมเข้ากับพลังงานในโลกภายใน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การบ่มเพาะของหลินหมิงในที่สุดก็มาถึงความเท่า
เทียมกันกับพลังวิญญาณแล้ว
เขาสามารถฝึกฝนได้เหมือนนักสู้ทั่วไป
เขาสามารถฝึกฝนวิญญาณอีกครั้ง บ่มเพาะให้ก้าวไปข้างหน้าทีละ
ก้าว ไต่ขึ้นไปข้างบน…
อย่างไรก็ตาม… มีบางสิ่งที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย
เขาแก่แล้ว
เพลิงแห่งชีวิตและเพลิงแห่งจิตวิญญาณของนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ของผู้เยาว์มีขนาดเล็กและอ่อนแอ แต่พวกมันก็สามารถเติบโตได้
สำหรับเพลิงแห่งชีวิตและเพลิงแห่งวิญญาณของหลินหมิงถูกเอาไป ทำให้
หลินหมิงเปรียบได้กับผู้ที่มาถึงพลบค่ำของชีวิต
เขาเหลืออายุน้อยกว่า 20 ปี นี่เป็นสิ่งเดียวกับคนชราในบั่นปลาย
ชีวิต
แม้ว่ารูปลักษณ์ของหลินหมิงนั้นจะยังเป็นเด็กอยู่ แต่ดวงตาของเขาก็
ดูขุ่นมัวและมืดมน และทั้งหมดนี้เป็นเพราะร่างกายอันทรงพลังของเขา
ยังคงสนับสนุนเขาต่อไป
หากเขาไม่ได้ดูดซับโลหิตสัตว์อสูรเทวะและโลหิตอาชูร่าไปมากนัก
หลินหมิงก็เกรงว่าเขาจะกลายเป็นเหมือนชายชราที่กำลังจะตาย
คนแก่ที่มีชีวิตเหลือ 20 ปีและต้องเพิ่มการบ่มเพาะอย่างน้อยขั้น
ผู้ปกครองเทวะ สิง่นี้มีความเป็นไปได้ด้วยหรือ?
หลินหมิงไม่รู้ แต่เขาจะเดินหน้าต่อไปอย่างสิ้นหวัง
ไม่ว่าเขาจะสามารถเพิ่มการบ่มเพาะได้หรือไม่ก็ตาม เขาก็จะยังคง
พยายามบ่มเพาะให้ดีที่สุดโดยไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย
มากกว่าหนึ่งครั้งที่เขายืนหยัดกับตัวเองว่าเขาจะเป็นผีเสื้อราตรีที่บิน
เข้าสู่กองเพลิง
เขาเคยพูดกับหลานอวิ๋นเยว่ พูดกับเซิ่งเหม่ยและได้พูดกับตัวเอง –
“แม้ว่าข้าจะเป็นผีเสื้อกลางคืนที่ตัวเล็กและอ่อนแอ ข้าจะยังเดินเข้า
ไปในกองเพลิงโดยไม่ลังเล ข้าจะต่อสู้กับโชคชะตาเพื่อโอกาสเพียงหนึ่งใน
ล้านที่ข้าจะได้สัมผัสกับวัฏสงสารของตนเองและเกิดใหม่ดั่งฟีนิกซ์…”
แต่คำสาบานนั้นไม่เคยถูกทดสอบในลักษณะที่น่าสลดใจและ
โหดร้ายเช่นวันนี้ซึ่งเขาถูกวางไว้ในกับดักแห่งความตายที่สิ้นหวัง!
หลินหมิงรู้ว่ามีความหวังเล็กน้อยเพียงใดในเส้นทางนี้ แต่ถ้าเขาบ่ม
เพาะแล้ว อย่างน้อยเขาก็มีความหวังที่จะพลิกผันทุกสิ่ง
ถ้าเขายอมแพ้ นั่นจะเป็นเพียงการรอความตาย