Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 101 การต่อสู้ชี้ชะตา
การที่หลินหมิงรับการโจมตีของเขาไว้ได้ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย
แม้ว่ามันจะปราศจากพลังปราณที่ช่วยเสริมความรุนแรง แต่การจู่โจมครั้ง
นี้ก็เต็มไปด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา
ฮ่องซีรู้อยู่แล้วว่าหลินหมิงมีพละกำลังที่สูงมาก แต่ก็ไม่น่ามาก
พอที่จะรับการโจมตีอย่างเต็มกำลังของเขาได้ นี่มันปีศาจชัดๆ
ถึงแม้เขาจะยังรู้สึกแปลกใจอยู่ แต่การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ได้
ชะลอลงเลย เขาจู่โจมใส่หลินหมิงอีกครั้ง
ปึง!
ขณะที่เกิดเสียง เห็นได้ชัดว่าหอกทะลวงสายรุ้งเกิดการโค้งงอ
เล็กน้อยจากแรงในการปะทะ
เท้าของหลินหมิงจมลงไปบนพื้นดิน เขาพยายามดันการโจมตีกลับไป
ด้วยพละกำลังทั้งหมด แต่ฮ่องซีก็กระโดดขึ้น และตวัดหอกไปยังคอของ
หลินหมิง
หอกนั้นถูกพุ่งมาด้วยความเร็วสูง ด้วยการรับการจู่โจมอันหนักหน่วง
ของฮ่องซีถึงสองครั้ง ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยอย่างมาก เขาคงจะไม่สามารถ
ที่จะรับมือการโจมตีที่สามของฮ่องซีได้ หอกของฮ่องซีต้องทะลุผ่านคอ
ของเขาเป็นแน่
ในจังหวะนั้นเอง หลินหมิงก็รู้สึกถึงแรงลมกระแทกเข้ามาที่คอ หอก
ของฮ่องซีหยุดลงห่างจากคอของเขาไปเพียงแค่ครึ่งนิ้ว
แม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อ
ถึงจะรู้อยู่แก่ใจดีกว่าฮ่องซีจะไม่ทำร้ายเขาอย่างแน่นอน แต่การที่
หอกของเขาพุ่งเขามาใกล้ชิดถึงเพียงนี้ก็ทำให้เขารู้สึกหวาดเสียวจนแทบ
จะหยุดหายใจไม่ได้
เพียงแค่สามกระบวนท่า ก็สามารถจัดการกับหลินหมิงได้แล้ว
ขณะที่ฮ่องซีชักหอกกลับ เขาก็พูดขึ้นมา “หลินหมิง ถึงข้าจะยับยั้ง
พลังปราณเอาไว้ แต่ข้าก็ไม่ได้ยับยั้งฝีมือและพละกำลังของข้าเอาไว้ การ
ที่เจ้าสามารถรับการจู่โจมของข้าได้ถึง2ครั้ง แสดงว่าเจ้าจะต้องมี
พละกำลังมากกว่า5000จินแล้วสินะ”
“5300” หลินหมิงตอบอย่างตรงไปตรงมา
“5300 จิน” ฮ่องซีชะงัก “พละกำลังที่มากขนาดนั้น เหมาะสมแล้ว
ที่เจ้าจะเลือกหอกเป็นอาวุธ แต่ข้าก็เห็นจุดอ่อนหนึ่งของเจ้า สิ่งนั้นก็คือ
การถ่ายเทแรง”
การถ่ายเทแรง ?!
“ตอนที่เจ้าสู้กับซางฉาง เจ้าได้ใช้ท่า ‘สะพานเหล็กกั้นแม่น้ำ’ และ
‘มังกรวารีทะยานห้วงสมุทร’ เพื่อทำลาย ท่า ‘ผ่าอาทิตย์อัสดง’ ของซาง
ฉาง ท่าที่เจ้าใช้เหล่านั้นจะต้องใช้การถ่ายเทแรงให้เหมาะสม หาก
สามารถทำการถ่ายเทแรงได้อย่างสมบูรณ์เจ้าจะสามารถใช้ท่าพวกนั้นได้
อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จะให้ข้าพูดง่ายๆก็คือเจ้ายังออกกระบวนท่าได้
ช้าอยู่ไงล่ะ”
“จูเอี๋ยนใช้ดาบ และเขายังสามารถใช้มันได้เสมือนเป็นอวัยวะส่วน
หนึ่งของร่างกาย ดาบของเขาทั้งรุนแรงและว่องไว หากเจ้าเร็วไม่พอเจ้าก็
จะแพ้ในท้ายที่สุด”
ฮ่องซีที่เป็นถึงอาจารย์แห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ เจ้าสังเกตเห็นจุดอ่อน
ของหลินหมิงได้อย่างรวดเร็ว
ต่อให้มีกระบวนท่าที่ล้ำเลิศเพียงใด แต่หากไม่สามารถใช้มันได้
ทันท่วงทีก็ไร้ความหมาย
หลินหมิงได้แต่พยักหน้าหงึกๆ
ฮ่องซีพูดต่อ “การเคลื่อนไหวแต่จะท่วงท่าจะต้องสอดคล้องกัน ไม่ใช่
คิดแต่จะให้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดจัดการกับคู้ต่อสู้ ทุกกระบวนท่ามี
ข้อดีข้อเสียในตัวเอง เราจำเป็นที่จะต้องสะสมพลังเอาไว้ ใช้กระบวนท่าที่
เหมาะสมที่สุด และค่อยระเบิดพลังเพื่อเผด็จศึกคู่ต่อสู่ในเวลาที่
เหมาะสม”
“เจ้าแค่ต้องฝึกฝน ฝึกฝนให้มากขึ้น การถ่ายเทแรงของเจ้าก็จะดีขึ้น
เองโดยธรรมชาติ นอกจากเวลาที่เจ้ากินและนอนแล้ว จงใช้เวลาที่เหลือ
ในการฝึกฝน”
….
หลินหมิงเอาแต่ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้ฮ่องซีจะพูดเอาไว้เช่นนั้น
แต่เขาก็ไม่คิดว่าหลินหมิงจะทำเช่นนั้นจริงๆ
หลินหมิงฝึกฝนราวกับกว่าตัวเองเป็นเครื่องจักร ความอดทนของเขา
ไม่ธรรมดาจริงๆ
พลังปราณของเขานั้นมากกว่าคนอื่นมากนัก และก็ดูเหมือนว่าจะ
เพิ่มสูงขึ้นอีกอย่างไม่สิ้นสุด
แม้แต่ความสามารถของฉินซิงเซวียนก็ยังไม่น่าสนใจเท่า
ความสามารถของหลินหมิง
เขาสามารถต่อสู้ได้นานถึง 8 ชั่วโมง ด้วยการหายใจเพียงครั้งเดียว
เจ้าเด็กคนนี้… ปอดของมันทำด้วยอะไรกันแน่
“อาจารย์ฮ่อง เรามาเริ่มกันอีกครั้งเถอะ” ถึงหลินหมิงจะเหนื่อยเอา
มากๆ แต่แววตาของเขาก็ยังแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะต่อสู้ออกมาให้
เห็น ในตอนนี้หลินหมิงสามารถรับมือฮ่องซีได้ถึงสิบกระบวนท่าแล้ว
ฮ่องซีเป็นถึงนักสู้ขั้นผสานชีพจรเลยนะ แม้ว่าเขาจะลดระดับพลัง
ปราณลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกับหลินหมิง แต่พละกำลังและความเร็ว
ของเขาก็ไม่ได้ลดลง
ด้วยการสู้กับฮ่องซีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาเข้าใจถึงความสำคัญของ
การเก็บเรี่ยวแรงเอาไว้ เมื่อก่อนเขาจะต่อสู้โดยทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดที่
มีออกไป แต่ในตอนนี้เขาเข้าใจถึงการใช้มันให้เกิดประโยชน์และ
ประสิทธิภาพสูดสุด
“ยอดเยี่ยม เข้ามาอีกรอบสิ” การต่อสู้กับหลินหมิงที่มีพัฒนาการที่
สูงขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็วทำให้ฮ่องซีรู้สึกเร่าร้อน แม้ว่าหลินหมิงจะ
อ่อนแอกว่าเขา แต่เขาก็สู้กับหลินหมิงด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
…
เป็นเวลากว่าสิบวันแล้วที่เขาฝึกฝนด้วยการต่อสู้กับฮ่องซี ในเวลานี้
เขาสามารถรับมือกับฮ่องซีได้เกิน20กระบวนท่า หอกของเขาก็มีความ
รุนแรงและความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น แม้แต่ความแม่นยำก็เพิ่มขึ้นด้วย
เช่นกัน
ในขณะที่หลินหมิงได้ฝึกฝนโดยการต่อสู้กับฮ่องซี ทักษะการ
เคลื่อนไหวของเขาเองก็พัฒนาขึ้นมาก หลินหมิงสามารถที่จะไล่ตามการ
เคลื่อนไหวของฮ่องซีได้แล้วในวันนี้
เปรี้ยง!!
หลังจากที่รับมือการจู่โจมจากฮ่องซีมาถึง 20 กระบวนท่า หลินหมิง
ก็ได้ตวัดหอกสวนกลับไปบ้างด้วยแรงที่เก็บสะสมเอาไว้
“ดี” ฮ่องซีกล่าว พร้อมกับตั้งรับการโจมตีจากหลินหมิง ถึงเขาจะ
สามารถรับมันเอาไว้ได้ แต่ก็ทำให้เท้าของเขาทรุดลงไปไม่น้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงหาโอกาสสวนกลับการโจมตีของฮ่องซีได้
ช่องว่างระหว่างขั้นที่3กับขั้นที่6นั้นไม่ใช่น้อยๆเลย การที่เขาจะทำได้
เพียงรับการจู่โจมจากฮ่องซีโดยที่ไม่มีโอกาสโจมตีกลับไปได้ก็ไม่ใช่เรื่อง
แปลก แต่ในเวลานี้เขาสามารถหาโอกาสในการสวนกลับได้แล้ว
“หลินหมิง ไม่ว่าเจ้าจะเก่งขึ้นซักเท่าไร ข้าก็จะไม่แปลกใจในตัวเจ้า
อีกแล้ว” ฮ่องซีพูดเหมือนกับว่าตกละลึงในพัฒนาการของหลินหมิงจนชิน
แล้ว เขาเก็บหอกขึ้นไปพาดไว้บนหลังและยิ้มออกมา “นี่มันก็สิบวันแล้ว
สินะ หากข้าไม่ใช้พลังปราณในขั้นผสานชีพจรของข้า ข้าก็คงจัดการเจ้า
ไม่ได้แล้วล่ะ”
ถึงฮ่องซีจะกล่าวชมเขาแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีใจเลย เขารู้ดีว่า
หากฮ่องซีใช้พลังปราณที่แท้จริง ฮ่องซีจะแข็งแกร่งเพียงใด ไม่มีทางที่เขา
จะรับมือได้ถึงสามกระบวนท่าอย่างแน่นอน
หลินหมิงตอบกลับไปด้วยความเคารพ “ข้ายังห่างไกลจากท่านอีก
มาก ถ้าหากท่านเอาจริงแล้วล่ะก็ แม้จะเพียงหนึ่งกระบวนท่าของท่าน
ข้าก็คงไม่อาจตั้งรับมันเอาไว้ได้”
“เฮ้ เจ้าสามารถหาโอกาสโจมตีข้ากลับมาได้แล้ว มันแสดงว่าฝีมือ
ของเจ้าพัฒนาขึ้นอย่างมาก เจ้ายังไม่พอใจหรือย่างไร”
เมื่อได้ยินฮ่องซีพูดเช่นนั้น หลินหมิงก็ยิ้มออกมา พลังของเขายังต่ำ
เกินไป ยิ่งการฝึกฝนในขั้นที่สูงขึ้นไป ความยากก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นด้วย
ฮ่องซีพูด “พรุ่งนี้ก็ถึงวันที่เจ้าจะต้องต่อสู้กับจูเอี๋ยนแล้ว วันนี้พอแต่
เพียงเท่านี้เถอะ จงไปพักผ่อนซะ เจ้าต้องพร้อมที่จะต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ หาก
เจ้าแพ้มา ข้าไม่ให้อภัยเจ้าแน่”
หลินหมิงหัวเราะออกมา “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ข้าจะมีความ
พร้อมที่จะต่อสู้กับจูเอี๋ยนได้มากถึงขนาดนี้”
“ฮ่าๆ เจ้าเรียนรู้ได้ไวมาก ในเวลานี้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว”
หลินหมิงมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่สาม ส่วนจูเอี๋ยนมีการ
ฝึกฝนในขั้นที่สี่
ถึงแม้การฝึกฝนของเขาจะห่างกันเพียงครึ่งขั้น แต่มันก็เป็นช่องว่างที่
ใหญ่มากทีเดียว นี่ยังไม่นับประสบการณ์ในการต่อสู้ของจูเอี๋ยนที่มากกว่า
เขาอีกหลายปี
จูเอี๋ยนเป็นศัตรูที่น่าหวาดกลัวจริงๆ!
เวลาผ่านไปเร็วมาก วันนี้ก็เป็นวันที่64แล้วที่หลินหมิงได้ฝึกฝนใน
สำนักแห่งนี้ นี่เป็นวันที่หลินหมิงจะได้ต่อสู้กับจูเอี๋ยน ในสนามประของ
ของสำนักเจ็ดแก่นแท้
ในบางสถานที่ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ก็มีการจำกัดบุคคลที่จะสามารถ
เข้าไปได้ หากไม่ใช่ศิษย์ในสำนักแล้ว ก็มีเพียงแค่พวกขุนนางและเชื้อพระ
วงศ์เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้ผ่านเข้าไป สนามประลองในครั้งนี้ก็เช่นกัน
ในวันนี้สนามประลองแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งศิษย์ของสำนักเจ็ด
แก่นแท้และเหล่าขุนนางของอาณาจักรลิขิตฟ้า พวกเขาต่างต้องการที่จะ
ชมการต่อสู้ระหว่างหลินหมิงกับจูเอี๋ยนด้วยสายตาของตนเอง