Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 106 ชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่ว
“ขอคารวะท่านองค์รัชทายาทและท่านมู่อี้” หลินหมิงทักทายด้วย
รอยยิ้ม
“ฮ่าๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอก ฝีมือของเจ้าก้าวหน้าขึ้นมากจริงๆ ซักวัน
เจ้าต้องเหนือว่าข้าอย่างแน่นอน” มูยี่กล่าวอย่างมีความสุข ตอนแรกเขา
คิดว่าเขาอาจจะประเมินความสามารถของหลินหมิงสูงเกินไป แต่
ในตอนนี้เขามั่นใจแล้วหลินหมิงมีความสูงอย่างที่เขาได้ประเมินเอาไว้
จริงๆ
“หลินหมิง ถ้าหากเจ้าไม่รังเกียจ ข้าอยากจะขอเชิญเจ้ามาที่วังของ
ข้า ข้าจะให้การต้อนรับเจ้าด้วยตนเอง” องค์รัชทายาทเชิญหลินหมิงอย่าง
อบอุ่น
หลินหมิงตอบ “ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าจำเป็นต้องพักฟื้นสภาพ
ร่างกายของข้าเสียก่อน หากข้าพักฟื้นจนหายดีเป็นปกติแล้ว ข้าจะไป
เยี่ยมท่านอย่างแน่นอน”
“อืม เช่นนั้นก็ได้ หากเจ้าต้องการมาที่วังของข้าเมื่อไหร ก็บอกข้าได้
ทุกเมื่อ”
…
องค์ชายสิบมองการสนทนาระหว่างหลินหมิงและองค์ชายสามอย่าง
หงุดหงิด สีหน้าของเขาเป็นกังวลมากขึ้น และมากขึ้น
ข้อความหนึ่งถูงสงผ่านพลังปราณมายังหูขององค์ชายสิบโดยตรง
“ฝ่าบาท หลินหมิงได้ตอบรับคำเชิญขององค์รัชทายาทแล้ว”
“ฮึ”
“ฝ่าบาท อาการบาดเจ็บของจูเอี๋ยนสาหัสมาก เราต้องนำเศษหินที่
ฝังอยู่ในร่างของเขาออกมา มิฉะนั้นอาจส่งผลร้ายต่อการฝึกฝนในอนาคต
ของเขา” หน่วยแพทย์กล่าว จูเอี๋ยนใช้พลังทั้งหมดที่มีในการต่อสู้ ซ้ำร้าย
วิชาที่เขาใช้ยังไม่สมบูรณ์และส่งผลเสียต่อร่างกายและการฝึกฝนในระยะ
ยาวของเขาอีก ต่อให้เป็นยาที่ดีที่สุดในอาณาจักรก็ใช่ว่าจะสามารถรักษา
ให้เขากลับมาปกติดีเหมือนเดิมได้
องค์ชายสิบกล่าว “ไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งนั้นในการรักษาเขาหรอกนะ”
เขาได้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่า การปะทะกันครั้งนี้จะต้องมีฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บสาหัส เขาจึงได้เตรียมยาโอสถที่มีค่ามหาศาลติดมาด้วย
มันมีชื่อว่าศิลาหยาดน้ำนมพันปี พบได้ในถ้ำหินพันปี แม้จะรู้แหล่งที่อยู่
ของมัน แต่การจะได้มันมานั้นยากยิ่ง มันมีค่ามากถึง 10000 เหรียญทอง
ยาโอสถชนิดนี้นอกจากจะสามารถเยียวยาอาการบาดเจ็บร้ายแรงให้
หายเป็นปกติแล้ว ยังช่วยเร่งพัฒนาการในการฝึกฝนของผู้ใช้มันได้อีกด้วย
องค์ชายสิบวางแผนไว้ว่าจะใช้มันเพื่อช่วยเหลือหลินหมิง และเป็น
หนทางที่จะทำให้หลินหมิงมาอยู่ฝ่ายเขา ด้วยบุญคุณของการช่วยชีวิต
หากหลินหมิงยังมีศักดิ์ศรีของการเป็นนักสู้อยู่ เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธคำ
เชิญจากองค์ชายสิบได้อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้คนที่ต้องการมันกลับเป็นจูเอี๋ยน แม้จูเอี๋ยนจะเกี่ยวโยงกับ
เขาทางสายเลือด แต่เขารู้ดีว่าการที่จูเอี๋ยนรับใช้เขาอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ใช่
เพราะอะไรอื่นนอกจากผลประโยชน์
แต่ตอนนี้จูเอี๋ยนก็บาดเจ็บหนัก และหลินหมิงก็ได้แสดงความ
แข็งแกร่งอย่างเหนือชั้นออกมาให้เห็น ทำให้องค์ชายสิบรู้สึกปวดใจอย่าง
มาก เขาไม่รู้จริงๆว่าควรจะจัดการกับหลินหมิงอย่างไร
การจะลอบสังหารหลินหมิง แม้แต่องค์ชายอย่างเขาก็ยังไม่กล้าคิดที่
จะทำ เป็นที่รู้กันดีว่าแม้แต่กษัตย์แห่งอาณาจักรที่มีอำนาจเหนือองค์ชาย
ทั้งปวง ยังเกรงกลัวต่อหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่อยู่เบื้องหลังสำนักเจ็ดแก่นแท้
แค่องค์ชายอย่างเขาไม่กล้าคิดที่จะเข้าไปก้าวก่าย
เขาไม่เคยต้องการที่จะเป็นศัตรูกลับหลินหมิงเลยแม้แต่น้อย เขาแค่
ต้องการบัลลังค์ ซึ่งหากหลินหมิงอยู่ฝ่ายองค์รัชทายาท การแย่งชิงบัลลังค์
ของเขาจะต้องเกิดปัญหาแน่
เป็นที่รู้กันดีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างหลินหมิงและจูเอี๋ยนเลวร้าย
เพียงใด หากเขาช่วยรักษาจูเอี๋ยนก็หมายถึงอยู่ข้างจูเอี๋ยน และจะเป็น
ศัตรูกลับหลินหมิงไปโดยปริยาย
นั้นคือสิ่งที่เขาไม่ต้องการมากที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้นการที่หลินหมิงเข้าร่วมกับองค์รัชทายาท จะต้องส่งผล
กระทบไปถึงนักสู้คนอื่นๆด้วยเป็นแน่ อาจจะส่งผลเลวร้ายถึงขั้นที่มียอด
ฝีมืออีกมากมายไปเข้าร่วมกับองค์รัชทายาทเพื่อเป็นพันธมิตรกับหลินห
มิง
ถ้าหากเขาสามารถแลกไอ้ตัวปัญหาอย่างจูเอี๋ยนกับหลินหมิงได้ เขา
จะทำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ตอนนี้หลินหมิงได้เดินไปหาฮ่องซี คำแนะนำจากอาจารย์คนนี้มีเป็น
ส่วนสำคัญที่ทำให้เขาเอาชนะจูเอี๋ยนได้ หากปราศจากคำแนะนำจากฮ่อง
ซีแล้ว อาจจะเป็นหลินหมิงที่พ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้
“การต่อสู้ของเจ้ายอดเยี่ยมมาก” ฮ่องซีกล่าวชม
“ขอบใจท่านอาจารย์”
“ฮ่าๆ ไม่ใช่เพราะข้าหรอก ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะความมุ่งมั่นตั้งใจใน
การฝึกฝนของเจ้าต่างหาก วันนี้เจ้าก็เหนื่อยมามากแล้ว รีบกลับไปพักฟื้น
เถอะ”
“ขอรับท่านอาจารย์ ข้าขอตัวก่อน”
…
หลังจากที่หลินหมิงจากไป เหล่าฝูงชนที่มาดูการประลองในครั้งนี้ก็
ค่อยๆทยอยกันกลับ บางส่วนก็ยังคงพูดคุยกันถึงการต่อสู้ที่ผ่านมา เพียง
กระบวนท่าหอกพื้นฐานสามารถทลายเวทีให้ย่อยยับได้ขนาดนี้เลยรึ และ
ยังสามารถเอาชนะวิชาที่ทรงพลังอย่าง ‘ดอกบังเพลิงนรกโลกันต์’ ได้อีก
การต่อสู้ครั้งที่ทำให้เหล่าผู้ชมตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
หากตอนที่หลินหมิงมีการฝึกฝนขั้นที่3 เขาสามารถเอาชนะผู้ที่มีการ
ฝึกฝนขั้นพลังขั้นที่4ได้ พลังของเขาคงพอฟัดพอเหวี่ยงกับผู้ที่มีการฝึกฝน
ในขั้นที่5 หากเขามีการฝึกฝนในขั้นที่5 อะไรจะเกิดขึ้น ?!
และในตอนนี้เขาก็มีอายุเพียง 15 ปี และเข้ามาฝึกฝนในสำนักเจ็ด
แก่นแท้ได้เพียง2เดือนเศษๆเท่านั้น
เมื่อก่อน ใครต่อใครต่างก็คิดว่าชัยชนะและความสำเร็จของเขาเป็น
เพราะโชคเข้าข้าง แต่ในตอนนี้ว่าใครก็รู้ดีว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น หลินห
มิงเป็นยอดนักสู้ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
ก่อนที่เขาจะเข้ามาในสำนัก ก็มีอัฉริยะที่มีความสามารถเหลือเชื่ออยู่
คนหนึ่ง นางมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ระดับ6 นางก็คือฉินซิงเซวียน ไม่มีใคร
คาดคิดว่าจะมีคนที่จะโด่งดังกว่านางในเร็ววันเช่นนี้
ในขณะที่เหล่านักสู้ต่างก็ตื่นเต้นในความสามารถของหลินหมิง เหล่า
ขุนนางและผู้มีชื่อเสียงกลับคิดไปถึงผลการทบในเชิงการเมืองมากกว่า
แน่นอนว่าหลินหมิงจะกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงและโด่งดังไปทั่ว
และเขาจะต้องมีอิทธิพลต่อหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาจักรแห่งนี้
ผู้ที่ฝึกฝนไปเกือบจะถึงขั้นปราณฟ้าและมีความสามารถในการจารึก
สูงส่งอย่างมู่อี้ เขาได้เป็นถึงอาจารย์ขององค์รัชทายาท แม้แต่ต่อหน้า
กษัตริย์แห่งอาณาจักร เขาก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ กลับเป็นฝ่ายกษัตริย์
เองต่างหากที่ต้องแสดงความเคารพต่อเขา
หลินหมิงจะต้องกลายเป็นคนแบบนั้นในอนาคตอย่างแน่นอน ใคร
ต่อใครจึงพยายามหาทางที่จะเป็นมิตรกับเขา
…
ขณะที่ทุกคนกำลังออกจากลานประลอง ก็มีข่าวที่แพร่กระจาย
ออกไปอย่างรวดเร็วไปทั่วอาณาจักร โดยมีหัวข้อว่า “นักสู้ที่จะกลายเป็น
อันดับหนึ่งของอาณาจักรลิขิตฟ้า”
เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี แต่กลับอยู่ใน30อันดับแรกของห้องสวรรค์แห่ง
สำนักเจ็ดแก่นแท้
การฝึกฝนในขั้นที่3ของเขา เทียบได้กับการฝึกฝนของขั้นที่5
และยังมีข่าวลือว่าเขาสามารถเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้อีก
ตอนนี้หลินหมิงกลายเป็นต้นแบบของเหล่านักสู้คนอื่นๆ ทำให้คนที่
ไร้เงินทอง ไร้พรสวรรค์มีกำลังใจที่จะฝึกฝนให้ได้อย่างเขา
ณ เมืองใบหม่อนสีเขียว ทันทีที่ข่าวชัยชนะของหลินหมิงได้ยินไปถึง
ตระกูลหลิน คนทั้งตระกูลต่างก็ส่งเสียงเฮฮากันดังสนั่นไปทั่วเมือง
เป็นเรื่องที่ดีของตระกูลหลินที่มีบุคคลที่แข็งแกร่งเช่นนี้เกิดขึ้น
เช่นเดียวกับตระกูลฉินเมื่อนานมาแล้ว ฉินเซี่ยว จอมพลจากตระกูล
ฉิน แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่วีรกรรมการปกป้องอาณาจักร
ของเขาก็ยังตราตรึงอยู่ในภาพความทรงจำของชาวอาณาจักรทุกคน
จริงๆแล้ว เพียงการได้อันดับหนึ่งในการทดสอบเข้าสำนักของหลินห
มิง ก็สร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลได้เป็นอย่างมากแล้ว
แต่เมื่อเทียบกับชัยชนะที่หลินหมิงพึ่งจะได้รับมานี้ การที่เขาได้
อันดับหนึ่งในการทดสอบเข้าสำนักกลายเป็นเรื่องธรรมดาๆไปเลย
วีรกรรมของเขาจะอยู่ในความทรงจำของชาวอาณาจักรลิขิตฟ้าไปอีก
ยาวนาน
ตระกูลของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่ใช้กำเนิดวีรบุรุษขึ้นมา
ชัยชนะในครั้งนี้ ทำให้ตระกูลหลินที่ถูกตระกูลจู้กดขี่ข่มเหงมาตลอด
รู้สึกภูมิใจในตัวหลินหมิงเป็นอย่างมาก
ทั่วทั้งอาณาเขตของตระกูลหลิน ถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟอัน
วิจิตรงดงาม คนทั้งตระกูลกำลังเฉลิมฉลองกับชัยชนะในครั้งนี้ แม้แต่ข้า
รับใช้ของตระกูลก็ยังได้รับชุดผ้าไหมสีแดงหนึ่งชุด พร้อมกับเงินทองอีก
จำนวนหนึ่ง คนที่อยู่ในอาณาเขตของตระกูลหลินต่างเปี่ยมล้นไปด้วย
ความสุขกันถ้วนหน้า