Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 108 ห้องจัดเลี้ยงที่หรูหรา
“หลินหมิงที่อายุเพียง15ปี ยังแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ หากในอนาคต
เขาคิดที่จะช่วยเหลือเราล่ะก็ เราอาจจะได้ครอบครองบัลลังค์ก็เป็นได้”
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว หยางหลินก็คิดต่อไปอีกกว่า ด้วยการพัฒนาการที่
รวดเร็วขนาดนี้ ในอนาคตหลินหมิงจะต้องเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่าง
แน่นอน และแม้เขาจะเป็นศัตรูกับองค์ชายสิบและตระกูลจู้ แต่ด้วยการ
ปกป้องจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ไม่มีทางที่ใครจะมาทำร้ายเขาได้
“นี่ก็นานมากแล้วสินะ ที่พวกเราไม่ได้พบกัน ท่านองค์รัชทายาท”
เมื่อจอมพลจากแดนใต้เห็นหยางหลินเขาก็กล่าวทักทาย แม้เขาจะมีสิทธิ์
ที่จะไม่ตอบรับคำเชิญขององค์รัชทายาท แต่ยศจอมพลของเขาก็ต่ำกว่า
ขุนนาง ยศขุนนางก็ต่ำกว่าองค์ชาย ยศองค์ชายก็ต่ำกว่าองค์รัชทายาท
พูดง่ายๆก็คือเขามียศต่ำว่าหยางหลินหลายขั้นทีเดียว
หยางหลินก้าวเข้าไปหาอย่างเป็นกันเอง “ไม่จำเป็นต้องมากพิธีกับ
ข้าหรอก ท่านเองก็เป็นถึงนักสู้ขั้นผสานชีพจร เชิญท่านจอมพลสำราญ
กับงานเลี้ยงให้เต็มที่ เพียงการมาเยือนของท่านก็ทำให้ข้าเป็นสุขใจแล้ว”
“ฮ่าๆ ถึงงานในกองทัพของข้าวุ่นวายเพียงไร แต่ข้าก็นิ่งเฉยต่อคำ
เชิญของท่านมิได้หรอก” จอมพลจากแดนใต้กล่าว
“หัวหน้าราชองค์รักษ์แห่งทิศตะวันออก ท่านแม่ทัพหวังได้มาถึง
แล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงประกาศ แววตาของหยางหลินก็เบิกกว้างขึ้นมา
หัวหน้าราชองค์รักษ์?!
แม่ทัพหวังกาน งั้นหรือ?!
หยางหลินประหลาดใจมาก มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าการ
มาเยือนของจอมพลจากแดนใต้เสียอีก เพราะเขาไม่ได้ส่งจดหมายเชิญไป
เหตุใดเขาถึงมาในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้
แม้ยศของหยางกานจะไม่ได้สูงมากนักในด้านการเมือง แต่หากเป็น
ด้านการทหารแล้ว ยศของเขาแทบจะเป็นยศที่สูงส่งที่สุดแล้ว เขาเป็นถึง
หัวหน้าราชองค์รักษ์ทางทิศตะวันออก
ตั้งแต่อดีตกาล ราชวังทุกแห่งจะถูกคุ้มครองโดยราชองค์รักษ์ ราช
องค์รักษ์จะแบ่งออกเป็น4กอง เพื่อแบ่งหน้าที่ในการปกป้องประราชวัง
ทั้งสี่ทิศ ต่างกองต่างอยู่ไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องถึงกัน
หวังกานเป็นหัวหน้าราชองค์รักษ์ทางทิศตะวันออก เขารู้ดีว่า
ตำแหน่งของเขาในตอนนี้เป็นอย่างไร เขาจะต้องคานอำนาจกับราชองค์
รักษ์อีก3กองที่เหลืออย่างรอบคอบ
ยศของเขามันเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงบัลลังค์อยู่ไม่น้อย มันต่างจาก
ยศของจอมพลอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าองค์รัชทายาทจะไม่ได้ครองบัลลังค์
จอมพลก็ยังคงเป็นจอมพลอยู่วันยังค่ำ แตกต่างกับองค์รักษ์อย่างเขา หาก
องค์ชายสิบได้ครองบัลลังค์และไม่พอใจเขาขึ้นมา องค์ชายสิบผู้เป็น
กษัตรย์มีอำนาจปลดประจำการและไล่เขาออกไปได้
“หวังกานมางั้นเหรอ ต่อให้เขาอยากพบหลินหมิง เขาก็ไม่น่ายอม
เสียเวลามา…” จู่ๆหยางหลินก็นึกขึ้นมาได้ ลูกของเขาหวังยี่เกามีเรื่อง
ทะเลาะกับหลินหมิงกันเมื่อหลายเดือนก่อน
ในตอนนั้นหลินหมิงยังไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรนัก เขาจึงไม่ได้ใส่ใจ แต่
ในตอนนี้เรื่องเหล่านั้นอาจจะทำให้เขาเป็นกังวลไม่น้อย
ในตอนนี้ หวังกานรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมากที่ลูกของเขาไปมี
เรื่องกับหลินหมิง
ด้วยความแข็งแกร่งและพัฒนาการของหลินหมิง ในอนาคตอย่าง
น้อยๆเขาก็ต้องเป็นระดับจอมพลอย่างแน่นอน หรืออาจเหนือว่านั้นด้วย
ซ้ำ
ในตอนนั้นหากหลินหมิงคิดจะกำจัดใครซักคน มันคงจะง่ายกว่าพลิก
ฝ่ามือเสียอีก
แล้วเขาจะไม่กลัวได้อย่างไร มันทำให้เขานอนไม่หลับมาหลายคืน
แล้ว แต่การที่หลินหมิงฝึกฝนอยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้ ทำให้เขาไม่มีโอกาส
ที่จะติดต่อกับหลินหมิงเลย แม้แต่ขุนนางระดับสูงก็ยังไม่สามารถทำได้
สำหรับหวังยี่เกา ในตอนแรกเขาก็แพ้ให้กับหลินหมิง และเสีย
ทรัพย์สินจากการเดิมพันไปไม่น้อย เขาจึงถูกลงโทษโดยการกักขังเป็น
เวลา2เดือน แม้แต่อาหารอร่อยๆเขาก็ไม่มีโอกาสได้กิน หญิงสาวก็ไม่มี
โอกาสได้สัมผัส เขาได้แต่รอวันที่จะพ้นโทษและออกมาแก้แค้นหลินหมิง
จากนั้นเขาก็กลับมาแก้แค้นหลินหมิงอีกครั้ง ในครั้งนี้นอกจากเขาจะ
เจ็บตัวแล้ว ยังทำชื่อเสียงของตระกูลเสื่อมเสียอีก หวังกานจึงกักขังหวัง
ยานเฟิงอีก6เดือน แต่ในระหว่างนี้หวังยี่เกาก็ตั้งใจฝึกฝนการต่อสู้ และผล
ขอมันก็น่าพอใจ เขาจึงได้รับการลดโทษและปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนด
ชื่อของหลินหมิงคงจะกลายเป็นฝันร้ายสำหรับหวังยี่เกาไปอีกนาน
เขาคงไม่อยากเจอหน้าหลินหมิงอีกแม้แต่ครั้งเดียว
หวังกานได้เฆี่ยนตีหวังยี่เกาอย่างหนัก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เขากลายเป็นคน
ดี ในวันนี้หวังกานต้องการอธิบายให้หลินหมิงเข้าใจว่า ทั้งหมดที่หวังยี่เกา
ทำลงไปก็เพียงเพราะเขาต้องการชัยชนะ ถึงมันอาจจะดูรุนแรงเกินไปบ้าง
แต่เขาของหวังให้หลินหมิงยกโทษให้ลูกของเขา
“คารวะท่านองค์รัชทายาท ข้ามาโดยมิได้รับเชิญ ต้องขออภัยอย่าง
ยิ่ง” หวังกานคำนับอย่างสุภาพ
“ฮ่าๆ ท่านสุภาพเกินไปแล้ว การที่ท่านมาการเลี้ยงของข้า ข้าก็ดีใจ
ท่านไม่จำเป็นต้องขออภัยข้าหรอก เชิญดื่มด่ำกับงานเลี้ยงให้สบายเถิด”
แม้ว่าหยางหลินจะรู้ถึงสาเหตุที่หวังกานมางานเลี้ยงของเขา แต่เขาก็ไม่
คิดที่จะพูดถึงมัน
“ขอบพระคุณมาก ฝ่าบาท”
ขณะที่เวลาผ่านไป ผู้คนก็ทยอยเข้ามาในงานเลี้ยงขององค์รัชทายาท
ก็อย่างไม่ขาดสาย
“ศิษย์พี่ ท่านก็มาด้วยหรือ” มู่หลงซีเห็นไป๋จิ้งอวิ๋นในงานเลี้ยงจึง
กล่าวทักทาย
“ศิษย์น้องมู่หลง ข้าก็ไม่คิดเลยว่า เจ้ากับตระกูลเจ้าก็จะมางานเลี้ยง
ในครั้งนี้ด้วย”
มู่หลงซีและไป๋จิ้งอวิ๋น พวกนางคือความภาคภูมิใจของสำนักเจ็ดแก่น
แท้ มู่หลงซีมีอายุ17ปีและเป็นอันดับที่28 ไป๋จิ้งอวิ๋นมีอายุ18ปีและเป็น
อันดับที่22 การที่พวกนางสองคนอยู่คู่กัน สามารถดึงดูดทุกสายตาของ
เหล่าบุรุษได้อย่างง่ายดาย
“ข้าจำได้ว่า โม่หลินหลงไม่ค่อยมางานเลี้ยงขององค์รัชทายาทมิใช่
หรือ?” ไป๋จิ้งอวิ๋นพูดขึ้น “หรือว่าเจ้ามาหาหนุ่มๆ?”
“ศิษย์พี่ก็… อย่างล้อข้าสิ พวกผู้ชายแถวนี้ไม่เห็นมีใครน่าสนใจเลย”
มีชายหนุ่มไม่กี่คนเท่านั้นในอาณาจักรแห่งนี้ที่จะคู่ควรกับสาวงาม
จากตระกูลขุนนางอย่างนาง อย่างน้อยก็ต้องระดับซางกวนยู่ เขามีฝีมือที่
เก่งกาจและมีธุรกิจการค้าที่ร่ำรวย แต่ก็นะชื่อเสียงในด้านความเจ้าชู้ของ
เขาเป็นที่รู้จักกันดี ไม่มีใครรู้ว่าเขาผ่านผู้หญิงมากี่คนแล้ว สำหรับองค์รัช
ทายาทและองค์ชายเมฆมายา พวกเขาเองก็มีภรรยาอยู่แล้ว ด้วยความ
ภาคภูมิใจในตัวเองของมู่หลงซี นางไม่ยอมเป็นนางสนมอย่างแน่นอน ยิ่ง
ไปกว่านั้นหากยังไม่แน่ใจว่าบัลลังค์จะตกเป็นของฝ่ายใด หัวหน้าโม่หลิน
หลงไม่มีทางให้ลูกสาวของเขาให้ใครแน่
“ฮ่าๆ เจ้าก็รู้นี่ว่าข้าหมายถึงใครอยู่ ข้าหมายถึงหลิ…” ไป๋จิ้งอวิ๋นบัง
พูดไม่ทันจบก็มีเสียงประกาศดังออกมา “ท่านหลินหมิงจากห้องสวรรค์
แห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ได้มาถึงแล้ว”