Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 109 การคลุมถุงชนจากเบื้องสูง
เมื่อได้ยินเสียงประกาศว่าหลินหมิงได้มาถึงแล้ว แขกทุกคนในงาน
ต่างก็มุ่งหน้าไปให้การต้อนกับผู้มาเยือนคนนี้
หลินหมิงมาพร้อมกับผู้รับใช้อีก2คน เขาเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แม้การ
แต่งกายของเขาจะดูดีกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังห่างไกลกับคำว่าหรูหรา
หลินหมิงยังไม่เคยถูกเชิญมางานเลี้ยงเช่นนี้มาก่อน นี่เป็นงานเลี้ยง
ครั้งแรกในชีวิตของเขา
แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงศิษย์คนหนึ่งจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ แต่ก็ไม่มี
ใครกล้าคิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาออกมาลอยๆ ทุกคนต่างพร้อมใจกันเรียก
เขาว่า ‘ท่านหลินหมิง’
“นั่น… ท่านลินหมิง นอกจากเขาจะหล่อแล้ว เขายังแข็งแกร่งมาก
อีกด้วย”
“เขาพึ่งจะมีอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น แต่กลับสามารถเข้าร่วมห้องสวรรค์
ได้ และหากข้าฟังมาไม่ผิด เขาเป็น30อันดับแรกของสำนักเจ็ดแก่นแท้อีก
ด้วย”
“น้องหลิน ยินดีต้อนรับ” ก่อนที่หลินหมิงจะทันได้พูดอะไร องค์รัช
ทายาทก็เดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง
“น้องหลิน ไม่จำเป็นต้องมากพิธีอะไร เดี๋ยวข้าจะแนะนำคนอื่นๆให้
เจ้าได้รู้จัก”หยางหลินกล่าว แขกในงานส่วนใหญ่ก็มางานเลี้ยงเพื่อพบกับ
หลินหมิง แน่นอนว่าคนแรกที่หยางหลินจะแนะนำให้หลินหมิงรู้จักก็คือ
จอมพลจากแดนใต้
“น้องหลิน ผู้นี่คือจอมพลจากแดนใต้ จอมพลวู่ เขามีการฝึกฝนใน
ขั้นผสานชีพจร”
หลินหมิงทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“ฮ่าๆ ไม่จำเป็นหรอก ขนาดท่านองค์รัชทายาทยังเป็นกันเองกับเจ้า
เช่นนี้ ข้าจะรับการเคารพจากเจ้าได้อย่างไรหัน และข้าเองก็เคยฝึกฝนใน
สำนักเจ็ดแก่นแท้เหมือนกับเจ้า นี่ข้าก็จบออกมากว่า40ปีแล้ว เวลาช่าง
ผ่านไปเร็วเสียจริง ”
“ศิษย์น้องหลิน แม้เจ้าจะพึ่งอายุได้15ปี แต่กลับมีชื่อเสียงไปทั่ว
อาณาจักร ในอนาคตเจ้าจะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน”
“ท่านจอมพล กล่าวชมข้าเกินไปแล้ว ข้ายังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก”
“ฮ่าๆ เจ้านี่ช่างถ่อมตัวเสียเหลือเกิน เจ้าได้เข้าร่วมกับห้องสวรรค์
แล้วสินะ ในห้องสวรรค์จะมีภารกิจจากกองทัพให้หากเจ้าสนใจที่จะทำ
เจ้าอาจจะได้มาอยู่ในกองทัพของข้าก็เป็นได้ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า
เจ้าจะต้องได้รับความดีความชอบอย่างมากแน่นอน”
หลินหมิงก็เคยได้ยินมาเช่นกัน ศิษย์บางคนไปทำภารกิจทางทหาร
นอกจากพวกเขาจะได้รับทรัพยากรจากสำนักแล้ว ยังได้รับรางวัลจาก
กองทัพด้วย ให้มีความดีความชอบโดดเด่นอาจจะได้รับการเลื่อนยศทาง
ทหารอีกด้วย
แต่หลินหมิงไม่สนใจยศหรือเงินทองที่กองทัพจะมอบให้หรอก
ทรัพยากรที่สำนักเจ็ดแก่นแท้มอบให้ต่างหากที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหิน
พลังปราญ,ยาโอสถล้ำค่าต่างๆ หรือ เวลาที่ได้ฝึกฝนในเจ็ดสถานที่ฝึกฝน
ของสำนัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อได้ด้วยเงินทอง
“จอมพลวู่เองก็อยากให้ข้าเข้าร่วมกองทัพของเขาสินะ มันก็น่าสนใจ
ดี นอกจากจะเป็นการหาประสบการณ์แล้ว ยังได้รับสิ่งตอบแทนอีก”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินหิมงก็ตอบไปว่า “ขอบใจมาก ท่านจอมพลวู่
หากมีภารกิจที่เหมาะสมเมื่อไหร ข้าจะไปหาท่านในทันที”
“ฮ่าๆ ให้มันได้อย่างนี้สิ ข้ารู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนใหม่เลยแฮะ เรา
มาดื่มกันซะหน่อยดีกว่า”
…
ขณะที่หลินหมิงพูดคุยกับจอมพลวู่อยู่ ไป๋จิ้งอวิ๋นกับมู่หลงซีก็คุยกัน
อยู่ห่างๆ
“เขาอาจจะสนใจเจ้าก็ได้นะ…” ไป๋จิ้งอวิ๋นมองไปทางหลินหมิง
“หือ ศิษย์พี่ อย่างพูดอะไรไร้สาระน่า” มู่หลงซีเขินอาย “เขาอ่อน
กว่าข้าตั้ง2ปี จะเป็นไปได้อย่างไร”
ไป๋จิ้งอวิ๋นยิ้ม “เจ้าก็สนใจในตัวเขาใช่มั้ยล่ะ?”
มู่หลงซีทำหน้าบึ้ง “ข้าไม่ได้หมายความอย่างงั้นซะหน่อย ข้าจะโกรธ
แล้วนะ”
“ฮ่าๆ ถ้าเจ้าไม่ได้คิดที่จะมุ่งมั่นใช้เวลาทั้งชีวิตฝึกฝนให้ถึงขั้นปราณ
ปลายฟ้าอย่างฉินซิงเซวียน ซักวันเจ้าก็ต้องแต่งงาน หญิงสาวอย่างพวก
เราหน่ะ ไม่ได้งดงามเป็นที่หมายปองของเหล่าชายหนุ่มตลอดไปหรอกนะ
อีกซัก10ปีข้างหน้า ก็คงไม่มีใครมองเราด้วยความลุ่มหลงอีกแล้วล่ะ”
“ฝึกฝนให้ถึงขั้นปราณปลายฟ้างั้นเหรอ?” มู่หลงซีไม่อยากจะเชื่อ
สำหรับคนทั่วๆไปแล้ว ไม่มีทางที่จะเข้าสู่ระดับปราณฟ้าได้ มันเป็นความ
ฝันที่ไกลเกินเอื้อม สำหรับนางมันก็คงเป็นไปไม่ได้
แต่กับฉินซิงเซวียนนั้นต่างออกไป นางมีพรสวรรค์ถึงระดับที่หก
สำหรับนางมันอาจจะเป็นจริงก็ได้
“หลินหมิงเองก็เช่นกัน เขาก็มีโอกาสที่จะไปถึงระดับปราณฟ้าได้”
“แม้หลินหมิงจะมีพรสวรรค์ต่ำกว่าฉินซิงเซวียนหลายระดับ แต่
หลินหมิงก็มีส่วนที่ลึกลับอยู่ มันยากที่จะบอกว่าเขากับฉินซิงเซวียนใคร
จะเหนือกว่ากัน หลินหมิงอาจจะเหนือกว่าในด้านความสามารถในการ
ต่อสู้ และฉินซิงเซวียนคงจะเหนือกว่าในด้านระดับการฝึกฝน ในนาคต
หลินหมิงก็คงจะได้เป็นจอมพล”
“จอมพลอย่างงั้นหรอ?!” มู่หลงซีคิดต่อด้วยความสนใจ ยศนั่นสูงส่ง
เกือบจะเทียบเท่ากับกษัตรย์เลยนะ อย่างเช่นจอมพลฉินเซี่ยว เขาคือ
บุคคลที่เป็นตำนาน แม้แต่นางก็ยังนับถือเขา
ไป๋จิ้งอวิ๋นยิ้มออกมา “ศิษย์น้อง ตอนนี้ก็คงมีคนหมายปองหลินหมิ
งอยู่ไม่น้อย หากเจ้ายังช้าอยู่ เจ้าอาจจะไม่มีโอกาศอีกแล้วก็ได้นะ”
มู่หลงซีมองไปดูรอบๆ ที่ไป๋จิ้งอวิ๋นพูดมาไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย มี
สาวงามแวะเวียนไปทักทายและอ่อยให้หลินหมิงอยู่ไม่ขาดสาย
“ท่านหลินหมิง ข้าได้ยินมาว่าหอกของท่านหนักถึง 800 จิน จริงๆ
หรือ?” สาวงามนางหนึ่งถามเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
หญิงสาวเหล่านั้นไม่ได้มีจิตคิดมุ่งร้ายใดใด พวกนางมีอายุ15-17ปี
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นความตั้งใจของวงศ์ตระกูลเสียมากกว่าที่ต้องการให้พวก
นางมาตีสนิทกับหลินหมิง
“820 จิน” หลินหมิงตอบ
“ว้าว น่าเหลือเชื่อ ขอให้ข้าได้ดูมือของท่านหน่อยได้มั้ย?”
“ฮะ..” หลินหมิงชะงักเล็กน้อย
“ข้าเป็นนักพยากรหนะ” หญิงสาวคนนั้นส่งสายตาที่อ่อนหวาน
มายังหลินหมิง “ให้ข้าได้ดูลายมือของท่านหน่อยสิ”
“เอ่อ..”
หลินหมิงกำลังคิดหาคำพูดที่เหมาะสมในการปฏิเสธนางอยู่ แต่
เหมือนว่านางจะไม่ได้รอฟังคำตอบจากเขา นางคว้ามือของหลินหมิงไป
ในทันทีที่นางพูดจบ มือของนางนั้นให้ความรู้สึกที่น่าสัมผัส และยังอ่อน
นุ่มอีกด้วย
…
“ไม่ค่อยเนียนเลยนะ นางนั่น” ไป๋จิ้งอวิ๋นยิ้มแห้งๆ
ไป๋จิ้งอวิ๋นรู้ดีว่ามู่หลงซีไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นอย่างเด็ดขาด แต่นาง
ก็ยังผลักให้มู่หลงซีทำอะไรซักอย่าง “ศิษย์น้อง หากเจ้ายังไม่เริ่มทำอะไร
ซักอย่างเสียตั้งแต่ตอนนี้ นางผู้หญิงพวกนั้นอาจจะแย่งหลินหมิงไป
เสียก่อนนะ”
“แล้วทำไมท่านพี่ไม่ไปเองล่ะ” มู่หลงซีทำหน้ามุ่ย
“ข้าหรอ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หน้าของไป๋จิ้งอวิ๋นก็เริ่มจะมีสีแดง
อ่อนๆขึ้นมาช่วยครู่ ก่อนจะกลายเป็นใบหน้าที่โศกเศร้า และนางก็พูด
ออกมา “งานแต่งงานของข้า ข้าตัดสินเองไม่ได้เหมือนเจ้าหรอกนะ”
สำหรับไป๋จิ้งอวิ๋นแล้ว หุบเขาเจ็ดแก่นแท้จะเป็นผู้ที่จะตัดสินว่านาง
ต้องแต่งงานกับใคร แม้แต่องค์ชายหรืองค์รัชทายาท ก็ไม่อาจเข้ามาก้าว
ก่ายได้
มู่หลงซีรู้สึกว่าไป๋จิ้งอวิ๋นคงไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น นางจึงไม่พูดอะไร
ต่อ จากนั้นก็มีเสียงประกาศดังขึ้นมา “อาจารย์ขององค์รัชทายาท ท่านมู่
อี้และท่านหญิงฉิน ได้มาถึงแล้ว”
ฉินซิงเซวียนมากับมู่อี้งั้นสินะ…
หลินหมิงชะงักเล็กน้อย เขาไม่ได้เห็นโฉมหน้าของนางมานานแล้ว
ล่าสุดก็คือตอนที่เห็นนางในสภาพเปลือยเปล่า จากการทดสอบด่านความ
ฝันเมื่อสองเดือนก่อน
จากการทดสอบในด่านแห่งความฝัน มันสามารถยืนยันได้ว่า หลินห
มิงมีใจให้นาง…