Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 110 การแต่งตั้งจากสำนักเจ็ดแก่นแท้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 110 การแต่งตั้งจากสำนักเจ็ดแก่นแท้
ในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ ฉินซิงเซวียนมาในชุดผ้าไหมที่งดงามอย่างยิ่ง
ชุดของนางมีสีขาวดูเรียบง่าย มันเป็นชุดแบบไม่มีแขน จึงเผยให้เห็นไหล่
ที่ขาวนวลของนาง ด้านหลังของชุดถูกปักเป็นรูปดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิอย่าง
ปราณีตงดงาม
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงได้เห็นนางในชุดที่งดงามเช่นนี้ ในครั้งแรก
เขาพบนางที่ห้องโถงของแผนกพิณ นางก็ใส่ชุดแบบหนึ่ง วันนี้เขาพบนาง
ที่งานเลี้ยงฉลอง นางก็ใส่ชุดอีกแบบหนึ่ง เขาอย่างเห็นนางในตอนที่นาง
ฝึกฝนการต่อสู้จริงๆ ตอนที่นางใส่ชุดที่พร้อมจะต่อสู้นางจะงดงามเพียงใด
การมาเยือนของฉินซิงเซวียน ได้ดึงดูดสายตาของทุกคนเอาไว้ ไม่
เว้นแม้แต่หลินหมิง
แม้จะเป็นหนุ่มๆลูกขุนนางชั้นสูงก็ยังมองนางตาไม่กระพริบ แต่ก็
เป็นที่รู้กันดีว่า ในงานเลี้ยงแห่งนี้คงไม่มีชายคนใดที่คู่ควรกับนาง
“ท่านอาจารย์” หยางหลินเดินเข้าไปกล่าวทักทาย
“ฮ่าๆ ขอโทษทีๆ ข้าอาจจะมาสายไปซักเล็กน้อย ” มู่อี้ยิ้มแห้งๆ
“โอ้..นั่น สหายหลิน เราได้พบกันอีกแล้ว”
“ท่านมู่อี้…” หลินหมิงเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มของหญิงสาวที่รุม
ล้อมเขาอยู่ ไม่มีหญิงสาวคนได้กล้าเดินตามเขามาในตอนนี้
มู่อี้มองไปยังกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้นและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ามา
ขัดจังหวะของเจ้าแล้วสินะ ฮ่าๆ”
“อย่าล้อข้าเล่นสิ” หลินหมิงกล่าว
“ฮ่าๆ ถึงจะมีกฎว่า หนุ่มสาวจะแต่งงานกันได้เมื่อมีอายุไม่น้อยกว่า
18ปีบริบูรณ์ แต่เดี๋ยวนี้คนอายุ16-17ปีก็กลายเป็นพ่อคนแม่คนไปเสีย
แล้ว เจ้าก็อายุเกือบจะ16ปีแล้วนี่ คิดเรื่องเหล่านั้นไว้หรือยังล่ะ?”
“เรื่องพวกนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของข้าหรอก” ตั้งแต่ถูกหลานอวิ๋นเยว่
ทำร้ายจิตใจของเขาในครั้งนั้น หลินหมิงก็ไม่คิดจะให้ความสำคัญในเรื่อง
ความรักอีกเลย และสนใจแต่การฝึกฝนการต่อสู้
ในเวลานั้นเอง ฉินซิงเซวียนก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “คำพูดของเจ้าไม่ได้
ตรงกับใจเอาเสียเลย ข้าจำได้ว่าเจ้าใช้เวลาในการผ่านด่านแห่งความฝัน
อยู่นานทีเดียว กว่าเจ้าจะดึงสติกลับออกมาจากแม่นางหวานใจของเจ้าได้
คงจะใช้เวลานานพอดูเลยสินะ ข้าล่ะอยากรู้จริงๆแม่นางผู้นั้นเป็นใครกัน
แน่?”
เมื่อได้ฟังคำพูดของนาง หลินหมิงก็หน้าแดงขึ้นมา
“ฮ่าๆ อย่าแกล้งน้องหลินสิซิงเซวียน หลินหมิง เจ้ารู้สินะว่าหลังจบ
งานเลี้ยงแล้ว องค์รัชทายาทอยากจะพูดคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว”
“อ๋อ ได้อยู่แล้ว” หลินหมิงไม่ปฏิเสธ เขารู้อยู่แล้วว่าองค์รัชทายาท
คงไม่ได้เชิญเขามาเพื่อกินดื่มเฉยๆแน่
การที่หลินหมิงพูดคุยกับฉินซิงเซวียนและมู่อี้อย่างสนิทสนมเช่นนั้น
ทำให้เหล่าหญิงสาวมากมายเป็นต้องหดหู่และเสียความมั่นใจในตัวเองไป
แม้แต่กับมู่หลงซีที่เป็นถึงลูกขุนนางชั้นสูงก็ตาม
ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงประกาศอย่างยิ่งใหญ่ดังขั้นมา “ท่านประมุข
แห่งวังหลวง ผู้อาวุโสหวัง ได้เสด็จมาถึงแล้ว”
“ผู้อาวุโสหวัง?!” เมื่อได้ยินเช่นนั้นองค์รัชทายาทก็ชะงัก เขาไม่เคย
ออกไปนอกเขตของวังหลวงเลยเว้นเสียแต่ว่าจะมีเป็นรับสั่งที่สำคัญจาก
กษัตริย์
หรือว่าท่านพ่อต้องการให้มอบยศให้กับหลินหมิง
ขณะที่หยางหลินกำลังสงสัยอยู่ ผู้อาวุโสหวังก็เดินเข้ามา เขามีการ
ฝึกฝนถึงจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรแล้ว
นอกจากเขาจะมียศที่ทรงเกียรติในวังหลวงแล้ว เขาก็ยังเป็นหนึ่งใน
ผู้ดูแลสำนักเจ็ดแก่นแท้อีกด้วย
ผู้อาวุโสหวังมองไปยังหลินหมิง “เจ้าช่างโชคดีเสียจริงๆ ข้าต้องขอ
แสดงความยินดีด้วย เมื่อท่านเจ้าสำนักได้ฟังเรื่องราวของเจ้า ท่านก็ได้
แต่งตั้งให้เจ้าเป็นศิษย์พิเศษ ทว่าท่านนั้นไม่ได้อยู่ที่สำนัก ท่านจึงฝากให้
ข้ามาทำหน้าที่แทน เจ้าจะตอบรับการแต่งตั้งจากท่านเจ้าสำนักหรือไม่?”
เมื่อได้ฟังคำพูดจากผู้อาวุโสหวัง ทุกๆคนในงานเป็นต้องผงะ
การเป็นศิษย์พิเศษนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งอยู่ พวกเขามีโอกาสได้
เป็นเจ้าสำนักใดสำนักหนึ่งของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ในอนาคต เป็นที่รู้กันดี
ว่าอำนาจของเจ้าสำนักที่ดูแลสำนักต่อสู้ในอาณาจักรต่างๆให้กับหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้นั้นสูงกว่ากษัตร์มากมายเพียงใด
แต่การจะได้เป็นศิษย์พิเศษนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แม้แต่อันดับหนึ่ง
ของสำนักเจ็ดแก่นแท้อย่างหลิงเซ็นก็ยังไม่ได้ถูกแต่งให้เป็นศิษย์พิเศษ
แล้วหลินหมิงที่มีอันดับต่ำกว่าหลิงเซ็นจะเป็นศิษย์พิเศษได้อย่างไร
ทุกคนต่างสงสัยในคำถามข้อนี้
หลินหมิงตอบ “ข้าขอตอบรับการแต่งตั้งจากท่านเจ้าสำนัก”
หากหลินหมิงคิดที่จะอุทิศตนให้กับการฝึกฝน เขาจะต้องไม่ปฏิเสธ
โอกาสนี้เป็นแน่ การได้เป็นศิษย์พิเศษจะได้รับยาโอสถ และ ทรัพยากรที่
สำคัญในการฝึกฝนอื่นๆ แน่นอนว่ารวมไปถึงหินพลังปราณระดับสูงๆกับ
เวลาที่ได้ถึงฝนในเจ็ดสถานที่ฝึกฝนด้วย และการจะทะลวงจากขั้นปราณ
ต้นฟ้าไปยังขั้นปราณปลายฟ้า จำเป็นต้องมี ‘ยาเบิกทางสวรรค์’ แน่นอน
ว่ามันไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง
“เจ้าได้เลือกทางที่ถูกต้องแล้ว” ผู้อาวุโสยิ้ม “การทดสอบของศิษย์
พิเศษได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ เจ้าจะผ่านการทดสอบก็ต่อเมื่อ เจ้ามีการ
ฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่4ก่อนที่จะอายุครบ16ปี หรือมีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นที่5ก่อนที่จะอายุครบ18ปี เมื่อเจ้าทำได้สำเร็จเจ้าก็จะ
กลายเป็นศิษย์พิเศษ”
“และหากเจ้าสามารถไต่อันดับเป็น10อันดับแรกของสำนักเจ็ดแก่น
แท้ได้ในอีก3เดือนข้างหน้านี้ เจ้าจะได้รับหอกระดับมนุษย์ ขั้นกลาง
‘หอกอ่อนปราณคลั่ง’ ”
“ถ้าเจ้าล้ม ซางกวนยู่ ได้ภายใน 4 เดือนต่อจากนี้ เจ้าจะได้รับเห็น
หลินจืออายุ500ปี 1ชิ้น เป็นรางวัล”
“ถ้าเจ้าล้ม ต้ากู่ ได้ภายใน 5 เดือนต่อจากนี้ เจ้าจะได้รับ ยาเม็ด
ปาฏิหาริย์สีคราม 1เม็ด เป็นรางวัล”
“ถ้าเจ้าล้ม หลิงเซ็น ได้ภายใน 6 เดือนต่อจากนี้ เจ้าจะได้รับ ยาน้ำ
ผสานกายจิต 1ขวด เป็นรางวัล”
“เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดสินะหลินหมิง” ผู้อาวุโสม้วนกระดาษเก็บและ
กล่าวถาม
“หอกระดับมนุษย์ขั้นกลาง ‘หอกอ่อนปราณคลั่ง’ ,เห็ดหลินจือห้า
ร้อยปี,ยาเม็ดปาฏิหาริย์สีคราม และยาน้ำผสานกายจิต!”
ถึงจะรู้ว่าสำนักเจ็ดแก่นแท้เก่าแก่และมีทรัพยากรล้ำค่าอยู่มากมาย
แต่เมื่อได้ยินชื่อของสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เขาอดตื่นเต้นไม่ได้
หอกระดับมนุษย์อันนั้น มันอาจจะไม่ได้มีค่ามากมายอะไรกับสำนัก
เจ็ดแก่นแท้ แต่หากในอาณาจักรนี้ราคาของมันประเมินออกมาเป็น
ตัวเลขไม่ได้หรอก มันเป็นถึงหอกระดับมนุษย์!
หากเป็นพวกดาบก็คงจะมีราคาประมาณ 10000-20000 เหรียญ
ทอง แต่กับหอกแล้วมันมีขนาดใหญ่กว่า ใช้วัตถุดิบในการสร้างมากกว่า
ราคาของมันจึงมากกว่าดาบหลายเท่าตัว แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ต่อให้มี
เงินมากขนาดไหน ก็ใช้ว่ามันจะหาซื้อได้ง่ายๆ
อาวุธจำพวกหอกและธนูจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น และยากแก่การ
สร้าง ถ้าหากความยืดหยุ่นไม่สูงพอราคาของมันก็จะตกลงไปอย่างมาก
สำหรับหอกระดับมนุษย์อย่าง ‘หอกอ่อนปราณคลั่ง’ มูลค่าของมัน
จะถูกประเมินออกมาสูงเพียงใดก็ไม่อาจจะจินตนาการได้
เห็ดหลินจืออายุ500ปีนั่นอีก เห็ดหลินจือส่วนใหญ่จะมีอายุเพียง300
ปี และหากไม่เก็บมันมาใช้ในช่วงเวลานี้มันก็จะตาย มีโอกาสน้อยยิ่งนักที่
มันจะมีอายุยืนยาวไปได้ถึง400ปี เพียงเห็นหลินจืออายุ400ปีก็ถือเป็นสิ่ง
ที่หากยากอย่างยิ่งแล้ว เห็ดหลินจืออายุ500ปีนั้นจึงเป็นสิ่งล้ำค่าสิ่งหนึ่งใน
โลก มันคงมีอยู่ในโลกเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น มันสามารถทำให้กล้ามเนื้อและ
เลือดผสานกันเป็นหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์ พละกำลังจะเพิ่มพูนขึ้นอย่าง
มหาศาล
มันคือโอสถที่ใครหลายๆคนต่างก็ใฝ่ฝันว่าจะได้มาครอบครอง
ส่วนยาเม็ดปาฏิหาริย์สีครามและยาน้ำผสานกายจิต ไม่มีใครบอกได้
ว่ามันมีคุณสมบัติอย่างไร แต่เมื่อมันเป็นรางวัลที่อยู่เหนือกว่าหอกระดับ
มนุษย์และเห็ดหลินจือห้าร้อยปี มันต้องล้ำค่ามากกว่าอยู่แล้ว
แต่ว่า..ก็ไม่มีใครอิจฉาหลินหมิงเลย เพราะเงื่อนไขที่จะได้ของราววัล
มานั้นสูงเกินเอื้อมจริงๆ
ไต่อันดับให้ถึง10อันดับแรกภายในสามเดือนรึ?
เอาชนะซางกวนยู่ภายในสี่เดือนรึ?
เอาชนะต้ากู่ภายในห้าเดือนรึ?
เอาชนะหลินเซ็นภายในหกเดือนรึ?
เมื่อเห็นเงื่อนไขการที่จะได้รับรางวัล หลายๆคนต่างก็มืดแปดด้าน
หลินหมิงพึ่งจะเข้ามาในสำนักเจ็ดแก่นแท้ได้แค่2เดือน หมายความว่าเข้า
จะต้องไต่อันดับไปให้ถึงอันดับที่10ทั้งๆที่เข้าสำนักมาได้เพียง5เดือนอย่าง
นั้นรึ บ้าไปแล้ว!
แล้วยิ่งมีอันดับที่สูงขึ้น การที่จะไต่อันดับให้สูงขึ้นอีกก็ยิ่งยากขึ้นไป
อีก
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งซางกวนอยู่และต้ากู่ ก็มีการฝึกฝนถึงขั้นที่5เข้าไป
แล้ว ไม่มีทางที่จะเอาชนะพวกเขาได้ง่ายๆหรอก
แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือหลิงเซ็น เขาเชี่ยวชาญการต่อสู้ในทุกรูปแบบ
การที่หลินหมิงจะล้มเขาในอีกครึ่งปีนั้นไม่มีทางเป็นไปได้
พวกเขาทั้งสามล้วนไม่ใช่คนธรรมดา แม้หลินหมิงจะเข้าถึงเจตจำนง
นักสู้ได้ แต่หลิงเซ็นเองก็เข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้เช่นกัน และเขายังเข้าถึง
เจตจำนงนักสู้ได้ก่อนหลินหมิงเป็นเวลานานแล้วอีกด้วย