Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 111 การคาดการณ์ของหวังกาน
ในเรื่องของเจตจำนงนักสู้หลิงเซ็นก็สามารถเข้าถึงได้ก่อนหลินหมิง
ในเรื่องของพรสวรรค์หลินหมิงก็มีพรสวรรค์ในระดับ3เท่านั้น แต่ห
ลิงเซ็นมีพรสวรรค์ถึงระดับ4 ยิ่งไปกว่านั้นหลิงเซ็นยังได้ฝึกฝนในสำนักเจ็ด
แก่นแท้มานานกว่าหลินหมิงถึง5ปีเต็ม ช่องว่างระหว่างพวกเขานั้นมี
ขนาดใหญ่มาก ต่อให้ในอีก6เดือนข้างหน้าหลิงเซ็นไม่ได้ฝึกฝนอะไรเพิ่ม
ก็ไม่มีทางที่หลินหมิงจะไล่ตามเขาได้ทันอยู่ดี
สำหรับเงื่อนไขในการเป็นศิษย์พิเศษของหลิงเซ็น เขาจะต้องมีการ
ฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่4ก่อนที่จะอายุครบ17ปี แต่กับเงื่อนไขของ
หลินหมิงเขาจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นก่อนที่จะอายุครบ16ปี เงื่อนไขในการ
เป็นศิษย์พิเศษของหลินหมิงยากลำบากกว่าของหลินเซ็นเสียอีก
อาจจะเป็นเพราะพรสวรรค์ที่ต่ำกว่าของหลินหมิง จึงทำให้สำนักเจ็ด
แก่นแท้ต้องบีบเขาด้วยเงื่อนไขที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
ในบรรดาภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา ภารกิจที่ยากที่สุดการก็การ
เอาชนะหลิงเซ็นให้ได้ ซึ่งเป็นเป็นภารกิจที่แทบจะไม่มีโอกาสให้เขาได้ทำ
สำเร็จได้เลย
“เอาชนะหลิงเซ็นให้ได้ภายในครึ่งปี เจ้าสำนักเจ็ดแก่นแท้คงคิดว่านี่
คือขีดจำกัดที่ข้าไม่อาจจะก้าวข้ามไปได้แล้วสินะ” หลินหมิงเข้าใจในเรื่อง
นั้นดี เขารู้อยู่แก่ใจดีว่าเขาไม่มีทางเอาชนะหลิงเซ็นได้ในระยะเวลาเพียง
แค่ครึ่งปีอย่างแน่นอน หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากยาโอสถล้ำค่าใน
ปริมาณที่มากมายมหาศาล
“เมื่อมีศิษย์คนใหม่สามารถเข้าสู่ห้องสวรรค์ได้ พวกเขาจะได้รับยา
โอสถจำนวนมาก แต่ยาโอสถเหล่านั้น ก็ไม่ได้เป็นยาที่เลิศหรูซักเท่าไร
พวกมันเป็นรองยาโอสถพญางูทองคำอยู่มากทีเดียว มันไม่มีทางเพียง
พอที่จะทำให้หลินหมิงมีโอกาสเอาชนะหลิงเซ็นเพิ่มขึ้นมาได้เลย แม้จะมี
ยาโอสถเหล่านั้น แต่โอกาสที่หลินหมิงจะเอาชนะหลิงเซ็นได้ในหกเดือนก็
ยังเป็นศูนย์อยู่ดี
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสหวังก็กล่าวขึ้นต่อ “ท่านเจ้าสำนัก จะมอบหินหลัง
ปราณ20ก้อนและระยะเวลาในการฝึกฝนในเจ็ดสถานที่ฝึกฝนของสำนัก
อีก 10 วันเต็มให้แก่เจ้าในแต่ละเดือน สิ่งเหล่านี้เป็นรางวัลจากท่าน ท่าน
คาดหวังในตัวเจ้าเอาไว้สูงมาก”
สิบวันเต็ม?!
“ศิษย์พี่จิ้งอวิ๋น ภารกิจพวกนั้นมันไม่ยากเกินไปรึ? จะให้หลินหมิง
เอาชนะหลิงเซ็นใน6เดือนเนี้ยนะ?! หลิงเซ็นอายุมากกว่าหลิงหมิงตั้ง5ปี
ภารกิจแบบนั้นมันไม่มีทางทำให้สำเร็จได้เลย!” มู่หลงซีกล่าวอย่าง
อารมณ์เสีย
“สิ่งเหล่านั้นเป็นภารกิจพิเศษ หากเขาแค่ต้องการเป็นศิษย์พิเศษ แค่
ฝึกฝนให้ถึงจุดสูงสุดของขั้นที่4ให้ได้ก่อนที่จะอายุครบ16ปีก็พอ ไม่จำเป็น
ที่จะต้องไปเอาชนะหลิงเซ็นก็ได้” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าว
มู่หลงซีเบ้ปาก “ที่ข้ากังวลก็คือ ถ้าหากเขาได้เป็นศิษย์พิเศษ เขาก็
จะอยู่ระดับเดียวกับฉินซิงเซวียนหน่ะสิ!!”
ไป๋จิ้งอวิ๋นเข้าใจที่มู่หลงซีกล่าวเป็นอย่างดี
องค์รัชทายาทกล่าว “ข้ารู้อยู่แล้วล่ะว่า หลินหมิงจะต้องได้เป็นศิษย์
พิเศษในซักวันหนึ่ง แต่ข้าก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วถึงขนาดนี้ ข้าคง
ต้องฉลองให้กับเจ้าเพิ่มอีกเสียแล้ว”
หยางหลินยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม พร้อมกับแขกคนอื่นๆที่ยกแก้วไวน์ขึ้น
ดื่มเพื่อเป็นการฉลองให้กับหลินหมิง
ในตอนนี้หลินหมิงก็มีชื่อเสียงมากขึ้นอีกแล้ว…
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะยังไม่ได้เป็นศิษย์พิเศษ แต่เขาก็ได้รับเลือกจาก
เจ้าสำนักแล้ว เขาจะต้องสามารถผ่านเงื่อนไขการเป็นเศษพิเศษได้อย่าง
แน่นอน และในอนาคตเขาอาจจะได้เป็นถึงเจ้าสำนัก ซึ่งมีอำนาจ
ครอบคลุมไปทั้งอาณาจักร
ในเวลานี้เอง ก็มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินมาตรงหน้าหลินหมิง เขาเอ่ย
คำพูดออกมา “ท่านหลิน”
“ท่านเป็นใคร?!” หลินหมิงไม่รู้จักชายผู้นั้นมาก่อนจริงถามกลับไป
“ข้ามีชื่อว่าหวังกาน เป็นหัวหน้าองค์รักษ์ทางทิศตะวันออก” เขาพูด
พร้อมกับโค้งคำนับ จริงๆแล้วด้วยฐานะของเขา ไม่จำเป็นที่จะต้องก้มหัว
ให้กับหลินหมิง
“ท่านหวังกาน หัวหน้าราชองค์รักษ์งั้นหรือ?!” เขาค่อนข้างแปลกใจ
ที่หวังกานมาหาเขาเช่นนี้ แต่จู่ๆหลินหมิงก็นึกถึงชื่อของหวังยี่เกาขึ้นมาได้
เพราะมันเอาแต่อวดเบ่งอำนาจของตระกูลของมัน ถ้าวันนั้นมูยี่ไม่ได้เข้า
มาช่วย เขาอาจจะต้องเข้าไปอยู่ในคุก และก็ไม่ได้ทดสอบเข้าสำนักเจ็ด
แก่นแท้อย่างแน่นอน
เขาไม่คิดว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาจะเป็นพ่อของหวังยี่เกา หากเขา
เป็นพ่อที่ดี ลูกของเขาก็คงไม่อันธพาลแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้หรอก
เมื่อคิดเช่นนั้น หลินหมิงก็ทำหน้าตึงเครียด “ข้ารู้จักลูกชายของท่าน
และข้ารู้จักความอันธพาลของลูกชายท่านเป็นอย่างดี ที่ท่านมาพบข้าใน
วันนี้ก็เพราะเรื่องของเขาสินะ มีคนเคยกล่าวไว้ว่า นิสัยของบุตรชายส่วน
ใหญ่ก็จะเป็นเช่นเดียวกับบิดาของพวกเขา ท่านหวังรู้หรือไม่ว่าลูกชาย
ของท่านเป็นคนที่ชั่วช้าเพียงใด”
หลินหมิงพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาตำหนิการอบรมสั่งสอนลูกชาย
ของหวังกานอย่างตรงไปตรงมา เดิมที่หวังการพร้อมจะสูญเสียทุกสิ่ง
เพื่อที่จะให้หลินหมิงให้อภัยลูกของเขา แต่เมื่อได้ฟังคำพูดที่บาดใจ
เหล่านั้น เขาถึงกับรู้สึกละอายใจ นอกจากหลินหมิงจะตำหนิลูกชายของ
เขาแล้ว มันยังดูเหมือนว่าหลินหมิงจะตำหนิตัวของเขาเองด้วย มันไม่ใช่
เรื่องที่สมควรนักที่ผู้มีอายุน้อยกว่าจะไปตำหนิผู้ที่มีอายุมากกว่า
แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่หยักหน้ายอมรับ “ท่านหลินพูดถูกแล้ว ข้าได้
ลงโทษโดยการกักบริเวณของเขาเป็นเวลาครึ่งปี และในตอนนี้…”
“ช่างมันเถอะ ที่ท่านมาในวันนี้ก็เพื่อขอให้ข้ายกโทษให้ลูกชายของ
ท่านใช่หรือไม่” หลินหมิงถามอย่างตรงไปตรงมา
แม้หลินหมิงกับหวังกานจะไม่ได้พูดเสียงดังซักเท่าไร แต่พวกที่มีการ
ฝึกฝนในระดับสูงๆก็ได้ยินการสนทนาของพกเขาอย่างชัดเจน ตอนนี้หวัง
กานรู้สึกละอายเป็นอย่างมาก
หวังกานกล่าวต่อ “ท่านหลิน ตอนนี้ข้ารู้ถึงการกระทำที่น่ารังเกียจ
ของลูกชายข้าแล้ว ข้าได้ลงโทษเขาอย่างหนักจนลุกขึ้นเดินไม่ได้หลาย
วัน”
“ท่านหลินก็เป็นดั่งมังกรในร่างมนุษย์ ลูกชายผู้โง่เง่าของข้าเป็นเพียง
สวะที่น่าสมเพช หากเป็นความประสงค์ของท่าน ข้าก็เต็มใจที่จะให้ท่าน
ได้ตัดสินลงโทษบุตรชายของข้าด้วยตัวท่านเอง เขาจะเป็นจะตายก็ขึ้นอยู่
กับท่านแล้ว แต่ในตอนนี้ข้าได้นำสิ่งของเล็กๆน้อยๆมามอบให้ท่าน ข้า
หวังว่าท่านจะรับมันเอาไว้”
“นี่คือหินหลังปราณ 60 ก้อน โปรดรับเอาไว้ด้วย”
ขณะที่หวังกานพูด หลินหมิงก็ฟังอย่างนิ่งๆ ถ้าหากเขาพูดกดดันหวัง
กานต่อ หวังกานก็คงต้องยอมให้เขาลงโทษหวังยี่เกาตามที่ได้พูดเอาไว้
อย่างแน่นอน
แต่หวังกานเองก็เป็นถึงหัวหน้าราชองค์รักษ์ การจะทำแบบนั้นก็มี
แต่จะเป็นการสร้างศัตรูในอนาคต แม้เขาจะลงโทษหวังยี่เกาได้ถึงขั้น
ประหารชีวิต แต่มันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นกับเขาเลย หินพลัง
ปราณเหล่านั้นต่างหากที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขา
“ก็ดี ข้าเองก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรลูกชายของท่านนักหรอก ข้าจะ
ขอรับเอาหินพลังปราณเหล่านั้นเอาไว้ และลืมเรื่องลูกชายของท่านไป”
หลินหมิงพูดอย่างตรงไปตรงมา มันก็ทำให้หวังกานประหลาดใจไม่
น้อย เขารู้อยู่แล้วว่าหินพลังปราณเหล่านั้นสำคัญต่อการฝึกฝนของหลินห
มิงอย่างมาก กว่าเขาจะรวบรวมมันมาได้มากมายขนาดนี้ แต่ก็ต้องแลก
ด้วยทรัพย์สินจำนวนมาก
ถึงมันจะเป็นเพียงแค่คำพูด แต่มันก็ทำให้หวังกานโล่งองโล่งใจขึ้นมา
ไม่น้อยเลย จากนั้นเขาก็กล่าวคำพูดออกมา “เขาว่ากันว่า หัวใจของท่าน
นั้นแข็งแกร่ง วันนี้ข้าได้มาเห็นพบกับตาแล้ว ท่านช่างน่าเลื่อมใส ขอบใจ
ที่ท่านมิได้ฉีกหน้าให้ข้าต้องเสียศักดิ์ศรี”
จากนั้นหวังกานก็อธิบายต่อไปว่า การที่หวังยี่เกาหลงผิดทำเช่นนั้น
ก็เป็นเพราะไปหลงเชื่อคำของจูเอี๋ยน เขาเองก็เสียใจที่เกิดเรื่องแบบนั้น
ขึ้น และจะอบรมสังสอนไม่ให้หวังยี่เกามีพฤติกรรมชั่วช้าเช่นนั้นอีก