Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 115 ซางกวนยู่
“ไม่ใช่แบบนั้นขอรับ ที่แห่งนี้ก็หรูหราน่าอยู่และเป็นธรรมชาติดี ทว่า
ข้าเกรงว่าความหรูหราและความสะดวกสบายต่างๆเหล่านี้จะไม่เหมาะ
แก่การฝึกฝนการต่อสู้ของข้า ข้าอยากจะมุ่งมั่นฝึกฝนในสถานที่ที่เหมาะ
แก่การฝึกฝนอย่างสำนักเจ็ดแก่นแท้มากกว่า”
“น้องหลิน เจ้ามุ่งมั่นและแน่วแน่อย่างแท้จริง ในบางครั้งคนเราก็
ควรจะหาเวลามาพักผ่อนบ้าง แต่หากน้องหลินยืนยันเช่นนั้น ข้าจะให้คน
คุ้มกันไปส่งเจ้าถึงสำนักเจ็ดแก่นแท้”
เมื่อหลินหมิงจากไป สาวใช้ทั้งสี่คนก็รู้สึกโล่งอก แต่ก็แอบผิดหวังอยู่
ลึกๆ พวกนางทุกคนทำงานอย่างหนักแต่หลินหมิงก็ไม่คิดจะพักอยู่ที่นี่
แต่ถึงอย่างไรที่แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นของหลินหมิงแล้ว ดังนั้นพวกนาง
จะต้องคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา
…
“อะไรนะ? เขาจะสู้กับข้าในสี่เดือนงั้นเรอะ?!”
ในห้องโถงที่ถูกประดับตกแต่งอย่างหรูหรา มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่
อย่างสบายอารมณ์ ขณะนั้นก็มีเหล่าหญิงสาวคอยนวดขานวดหลังให้เขา
อยู่ และยังมีหญิงสาวอีกคนคอยป้อนผลไม้ให้เขาอีกด้วย
เขาผู้นี้คืออันดับสามแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ซางกวนยู่ นอกจากเขา
จะถูกเลือกให้เป็นศิษย์หลักแล้ว เขายังมีพรสวรรค์ในระดับที่5อีกต่างหาก
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังเป็นเด็กผู้มีฝีมือโดดเด่นที่ถูกเลี้ยงดูโดย สมาคม
พันธมิตรหอการค้า ในอนาคตเขาก็คงจะได้เป็น ประธานสมาคม อย่าง
แน่นอน
สมาคมพันธมิตรหอการค้า เป็นองค์กรใหญ่ที่เข้ามาลงทุนใน
อาณาจักรแห่งนี้ และในอีกหลายๆอาณาจักร พวกเขาอยู่มานานมากแล้ว
การมีอยู่ของพวกเขาเก่าแก่กว่าราชวงศ์กษัตริย์แห่งอาณาจักรลิขิตฟ้าเสีย
อีก
สำหรับพรสวรรค์ของซางกวนอยู่ พรสวรรค์ของเขาเป็นรองแค่ฉินซิง
เซวียนคนเดียวเท่านั้น น่าเสียดายที่ตัวของเขาเองไม่มีได้ความพิเศษ
เหมือนกับนักสู้คนอื่นๆ เขามาถึงจุดนี้ได้เพราะการฝึกฝนและยาโอสถล้ำ
ค่า ถึงระดับการฝึกฝนของเขาจะสูงกว่าแต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยัง
เป็นรองหลิงเซ็นกับต้ากู่อยู่เล็กน้อย
หลิงเซ็นมีเจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ ทำให้เขามีสัญชาตญาณแห่งนักฆ่า
ที่น่าเกรงขาม แม้ระดับการฝึกฝนของเขาจะไม่สูงเท่าไร แต่ความ
แข็งแกร่งของเขาเหนือชั้นกว่าผู้ใดในอาณาจักรแห่งนี้
ส่วนต้ากู่เองก็มีพละกำลังศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิด แม้ซางกวนยู่จะร่ำรวย
กว่า มียาโอสถที่มากกว่า มีประสิทธิภาพดีกว่าไว้ใช้ แต่ความแข็งแกร่ง
ของเขาก็ยังด้อยกว่าต้ากู่เล็กน้อยอยู่ดี
ในความเป็นจริงแล้ว จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของซางกวนยู่นั้นไม่ได้
แข็งแกร่งเหมือนคนอื่นๆ
เขามีปัญหาอย่างมากเมื่อต้องทดสอบกับด่านแห่งความฝัน ผลลัพธ์
ในด่านนี้ของเขาออกมาไม่น่าพอใจเท่าไรนัก ทั้งนี้ก็เพราะสมาคม
พันธมิตรหอการค้าเลี้ยงดูเขามาแบบหรูหรา ฟุ่มเฟือย
สมาคมพันธมิตรหอการค้าวางแผนที่จะส่งเขาไปยังฝ่ายการปกครอง
แห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ที่แห่งนั้นจะสอนแค่ศิษย์หลักเท่านั้น แม้แต่ศิษย์หลักก็ยังศึกษาได้แค่
วิชาระดับล่างๆ แต่ด้วยเส้นสายของสมาคมพันธมิตรหอการค้า ทำให้ฝ่าย
การปกครองแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้มาสอนวิชาระดับสูงให้ซางกวนยู่ ทำ
ให้ฝีมือของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด
สิ่งเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับการสอนจระเข้ว่ายน้ำ และยิ่งไปกว่านั้น
เมื่อเขาได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึกกับผู้หญิง พลังของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
ขึ้นเรื่อยๆ
เดิมทีในคืนนี้เขาวางแผนที่จะไปสนุกกับนางสนมซัก2-3คน แต่ข่าว
ที่ว่าหลินหมิงจะเอาชนะเขาให้ได้ภายใน4เดือนก็ได้ยินมาถึงหูของเขา ทำ
ให้เขาไม่พอใจซักเท่าไร
“ฮ่าๆ ผู้อาวุโสหวังเดินทางไปยังวังขององค์รัชทายาทและแต่งตั้งให้
หลินหมิงเป็นศิษย์หลัก”
เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา เขาอายุ20ปี ชื่อว่า โจวยู่ เขามาจาก
ตระกูลจอมยุทธที่แข็งแกร่ง เขาฝึกฝนอยู่ที่ฝ่ายการปกครองและเป็นศิษย์
หลักเช่นเดียวกับซางกวนอยู่
“เฮอะ ไอ้พวกผู้อาวุโสมันคิดจะใช้ข้าเป็นตัวลับคมให้หลินหมิง ก็ได้
ไอ้หลินหมิงนั่นก็ชักจะเหิมเกริมมากเกินไปแล้ว ไอ้สวะที่มีพรสวรรค์ระดัย
สาม คิดว่าจะเทียบกับเด็กอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ระดับห้าอย่างข้าได้รึไง
กัน”
แม้ซางกวนยู่จะมีความแข็งแกร่งเป็นรองหลิงเซ็นและต้ากู่อยู่
เล็กน้อย แต่พรสวรรค์ของเขาก็เหนือกว่าหลิงเซ็นและต้ากู่ พรสวรรค์ของ
เขาเป็นรองแค่ฉินซิงเซวียนคนเดียวเท่านั้น แต่ฉินซิงเซวียนก็เป็นผู้หญิง
เขาจึงไม่ได้อิฉจาในระดับพรสวรรค์ของนาง เพราะเขาคิดว่าเมื่อหญิงสาว
คนนั้นเป็นของเขา พรสวรรค์นั้นก็เป็นของเขา หากฉินซิงเซวียนไม่ได้
เลือกเขาก็ไม่มีทางที่นางจะสนใจผู้ชายคนใดในอาณาจักรนี้อีกแล้ว
แต่ช่วงหลังๆมานี้ หลินหมิงมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างไม่มีใครคาดฝัน ทำ
ให้ความโดดเด่นของซางกวนยู่ถูกบดบัง
แม้เขาจะเป็นถึงอันดับสามของสำนักเจ็ดแก่นแท้และเป็นคนที่มี
พรสวรรค์เป็นรองแค่ฉินซิงเซวียน แต่กลับไม่มีใครพูดถึงเขาเลย ไม่ว่าที่
ไหนก็คุยกันแต่เรื่องของหลินหมิง
แค่ได้ยินชื่อของหลินหมิงซางกวนยู่ก็อยากจะอวกออกมา แล้วมันยัง
จะเอาชนะเขาให้ได้ใน4เดือนอีกงั้นเรอะ มันคิดว่าเขาจะเป็นบันไดให้มัน
เหยียบขึ้นไปหรืออย่างไร
“เยี่ยมมาก ท่านเจ้าสำนัก ถึงขั้นกล้าใช้ตัวข้าเป็นบันไดให้มัน ข้าจะ
บดขยี้มันต่อหน้าท่านเอง ข้าสำเร็จวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ แล้ว ข้า
จะทำให้มันเห็นความต่างชั้นระหว่างสวะอย่างมันกับอัจฉริยะอย่างข้า”
ใบหน้าของซางกวนยู่ดูชั่วร้ายขึ้นมา มือข้างหนึ่งของเขาจับอยู่บน
หน้าอกสาวงามคนหนึ่ง อีกข้างหนึ่งก็โอบเอวและดึงร่างของสาวงามอีก
คนหนึ่งเข้ามา เขายิ้มอย่างมีความสุขขณะที่กำลังเปลื้องผ้าให้สาวงามทั้ง
สองทีละชิ้นๆ
เพราะความโมโหที่หลินหมิงกล้าท้าทายเขา เขาจึงต้องระบายมัน
ออกมา แน่นอนที่ระบายของเขาก็คือเรือนร่างของหญิงสาวเหล่านี้นี่
แหละ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจวยู่ก็ได้แต่ส่ายหัวและเดินจากไป
โจวยู่รู้จักซางกวนยู่มานานแล้ว เขาเข้าใจทิฐิในตัวซางกวนยู่เป็น
อย่างดี คนอย่างซางกวนยู่ไม่มีทางยอมเป็นบันไดของใครเด็ดขาด แต่ถึง
กระนั้น สำนักเจ็ดแก่นแท้ก็ยังวางแผนให้เขาเป็นบันไดให้หลินหมิงได้ก้าว
ข้ามไป หากหลินหมิงมีคุณสมบัติพอที่จะทำเช่นนั้น
โจวยู่รู้ดีว่า ถ้าหากซางกวนยู่เกลียดใครแล้ว เขาจะต้องขยี้คนที่เขา
เกลียดให้จมไปในดิน ฆ่าได้เป็นฆ่า เขาเป็นคนที่น่ากลัว
คนประเภทนี้ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งด้วยหรอก
“ซางกวนยู่อาจจะไปสั่งสอนหลินหมิงก่อนที่หลินหมิงจะมาท้าเขาสู้ก็
ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนสำหรับคนใจร้อนไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างซางกวนยู่”
…
ก่อนที่หลินหมิงจะกลับไปที่พักของเขาในสำนักเจ็ดแก่นแท้ ในเวลา
นี้ก็มืดค่ำแล้ว เขาเก็บเงินทองของมีค่าและหินพลังปราณทั้งหมดจาก
คฤหาสน์ที่หยางหลินมอบให้ใส่เข้าไปในแหวน แม้ว่าแหวนวงนี้จะมีความ
จุไม่จำกัดก็ตาม แต่หากมันได้รับความเสียหาย ก็จะไม่มีโอกาสได้นำ
สิ่งของที่อยู่ภายในเหล่านั้นออกมาใช้ได้อีก
ตอนนี้หลินหมิงมีหินหลังปราณรวมแล้วมากกว่า200ก้อนเสียอีก เขา
ได้มาจากคฤหาสน์ของหยางหลินส่วนหนึ่ง จากที่พ่อของหวังยี่เกามอบให้
ส่วนหนึ่ง และจากที่ได้เข้าร่วมห้องสวรรค์อีกส่วนหนึ่ง
ตอนนี้เขาคิดที่จะลองฝึกฝนจารึกร่างกายดู
การจารึกนั้นมีทั้งหมด4ประเภท เรียงจากง่ายไปยากได้ดังนี้ จารึก
อุปกรณ์ จารึกยาโอสถ จารึกร่างกาย และจารึกจิตวิญญาณ
ตอนนี้หลินหมิงสามารถจารึกยาโอสถได้แล้ว ต่อไปก็เป็นการจารึก
ร่างกาย
การจารึกร่างกายนั้นจำเป็นต้องให้หินพลังปราณจำนวนมหาศาล ซึ่ง
ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้มีหินพลังปราณมากมายเช่นนี้ แต่ในตอนนี้เขามี
พวกมันมากพอแล้ว และเขายังสำเร็จ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ขั้นที่สอง
และมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่3แล้วด้วย ตอนนี้เขาคิดว่าเขามี
คุณสมบัติพอที่จะวาดจารึกร่างกาย ขึ้นมาได้แล้ว