Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 116 วัตถุดิบมูลค่ามหาศาล
จารึกร่างกาย เป็นอาคมจารึกที่จะวาดลงบนร่างกาย มันสามารถ
เพิ่มความเร็วในการฝึกฝนการต่อสู้หรือความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้อย่าง
มาก ยิ่งการจารึกร่างกายสำเร็จเร็วแค่ไหน เขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น
เท่านั้น
ซึ่งจำนวนอักขระอาคมที่จะวาดลงไปบนร่างกายนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ
ระดับความสามารถของนักจารึกคนนั้น อย่างมากก็คงไม่เกิน 4-5 จารึก
หากต้องต่อสู้กับซางกวนยู่ภายใน4เดือน เขาจำเป็นต้องวาดจารึก
ร่างกายให้สำเร็จภายใน1เดือน เพื่อให้การฝึกฝนในอีก3เดือนที่เหลือ
ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว หากไม่สามารถทำได้สำเร็จภายใน1เดือน เขาก็
จะมีเวลาในการฝึกฝนลดลง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แย่มาก สู้เอาเวลาทั้งหมด4
เดือนไปฝึกฝนยังจะดีกว่าหากต้องเสียเวลาในการจารึกไปมากกว่า1เดือน
ถึงอย่างนั้นการวาดจารึกร่างกายให้สำเร็จภายในหนึ่งเดือนนั้นก็เป็น
เรื่องที่ยากอย่างยิ่ง
แม้หลินหมิงจะมีความทรงจำจากแดนเทวะอยู่ แต่การจะจารึก
ร่างกายให้สำเร็จได้นั้นก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนการจารึกและใช้วัตถุดิบ
หายากอีกหลายชนิด
การฝึกฝนจารึกร่างกายไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือวัตถุดิบต่างหาก แต่ละ
อย่างทั้งหายากและมีราคาแพงมาก มันแพงจนทำให้หลินหมิงรู้สึกเครียด
เลยทีเดียว
ในความทรงจำของเขา จารึกร่างกายที่ง่ายที่สุดมี2จารึกคือ
‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน และ ‘ตรา
ประทับยอดนักสู้’ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง
แต่ถึงมันจะเป็นจารึกร่างกายที่ง่ายที่สุด แต่มันก็ยังต้องใช้วัตถุดิบที่มี
ราคาสูงมากทีเดียว
แค่เลือดปีศาจระดับห้าหลอดหนึ่งก็มีมูลค่าถึง 300,000 เหรียญทอง
เข้าไปแล้ว แล้วเขายังต้องใช้เลือดนี่ถึง2หลอด
ในอาณาจักรลิขิตฟ้าไม่มีนักสู้คนใดเก่งพอจะไปสู้กับปีศาจระดับ5ได้
เลย นักสู้ขั้นผสานชีพจรก็เป็นได้แค่ขนมสำหรับพวกมันเท่านั้น อย่างน้อย
ก็ต้องเป็นขั้นปราณต้นฟ้าที่เกือบจะไปถึงขั้นปราณปลายฟ้าถึงจะสามารถ
จัดการกับมันได้
แน่นอนว่าวัตถุดิบเหล่านี้ถูกค้นหาโดยนักสู้จากดินแดนที่ยิ่งใหญ่กว่า
นี้ พวกเขาสามารถจัดการกับปีศาจระดับห้าได้ และส่งวัตถุดิบต่างๆที่ได้
จากมันมาขายในอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้
และยังมี ‘ผลึกแห่งดวงดาว’ อีก มันเป็นวัตถุที่ตกลงมาจากบนฟ้า
มันจะถูกบีบดัดด้วยความร้อนจนก่อรูปทรงขึ้นมาใหม่ ‘ผลึกแห่งดวงดาว’
หนัก1จินนั้น ซื้อขายกันที่ราคา 150,000 เหรียญทอง แน่นนอนว่าไม่มี
ทางที่เขาจะหามันได้เองตามธรรมชาติในอาณาจักรแห่งนี้
หลินหมิงต้องการเพียงสองสิ่งนี้เท่านั้น
ราคาที่หลินหมิงได้ประเมินเอาไว้ก่อนหน้านี้เป็นราคาต่ำที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้แล้ว หากมีคนต้องการมันเป็นจำนวนมาก ราคาของมันอาจ
เพิ่มขึ้นเป็น2-3เท่าก็ได้
แต่นั้นก็ถือว่าเป็นโชคดีแล้วที่หาซื้อมันได้ มีความเป็นไปได้ที่มันจะ
ขาดตลาดอย่างต่อเนื่องเป็นสิบๆปี
แน่นอนว่าหากหลินหมิงต้องการวัตถุดิบเหล่านั้น เขาก็ต้องไปยัง
สมาคมจารึก และเขายังต้องมีแต้มภารกิจเพื่อที่จะใช้ซื้อวัตถุดิบเหล่านั้น
อีกด้วย หากไม่มีแต้มภารกิจทางสมาคมก็จะไม่ขายวัตถุดิบให้ และการ
ซื้อขายครั้งก่อน เขาก็ใช้แต้มที่มีไปจนเกือบจะหมดแล้วด้วย
เรื่องวัตถุดิบเหล่านี้แหละที่เป็นปัญหาใหญ่ของเขา เขาอาจจะต้องไป
ของความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทมีเส้นสายใหญ่โต องค์รัชทายาทอาจจะสามารถช่วย
เขาได้ แต่ถึงจะเป็นองค์รัชทายาทก็ใช่ว่าจะหาวัตุดิบทั้งสองนั้นมาได้ง่ายๆ
เมื่อคิดเช่นนั้น หลินหมิงก็ได้แต่ส่ายหัว “ข้ายังไม่ได้ทดแทนบุญคุณ
ให้หยางหลินเลย ข้าจะมีหน้าไปขอร้องให้เขาช่วยเหลืออีกอย่างนั้นหรือ?
และต่อให้เป็นเขาก็ใช่ว่าจะหาวัตุดิบเหล่านั้นมาได้ง่ายๆ”
หลินหมิงรู้ดีว่าองค์รัชทายาทไม่ได้มั่งคั่งซักเท่าไร ถึงวังจะใหญ่โต
และจ้างคนเอาไว้หลายร้อย แต่ในวันที่องค์รัชทายาทจัดงานเลี้ยงให้
หลินหมิง องค์รัชทายาทคงใช้เงินไปไม่ต่ำกว่า300,000เหรียญทอง เขาไม่
อยากไปรบกวนองค์รัชทายาทอีก
และองค์รัชทายาทก็มอบสิ่งของมาให้เขามากมายแล้ว หินพลัง
ปราณ100กว่าก้อนนั้นก็มีมูลค่าเกือบ100,000เหรียญทอง เกราะทองม่วง
นั่นก็คงมีราคาประมาณ 300,000 เหรียญทอง
ทรัพย์สินขององค์รัชทายาทคงลดลงไปมากทีเดียว
“องค์รัชทายาทมอบทรัพสมบัติมาให้ข้ารวมๆแล้วไม่ต่ำกว่า300,000
เหรียญทอง เขาคงเหลือเงินทองอยู่ไม่มากเท่าไร แต่หากไม่ให้องค์รัช
ทายาทช่วงเหลือแล้ว ข้าอาจจะหาวัตถุดิบเหล่านั้นมาไม่ได้ก็เป็นได้ ถ้ามัน
หมดทางอื่นแล้วจริงๆ ข้าค่อยไปขอความช่วยเหลือจากองค์รัชทายาทก็
แล้วกัน”
“แต่วัตถุดิบที่ไม่มีในอาณาจักรแหง่นี้และหายากขนาดนั้น องค์รัช
ทายาทจะหามันมาได้จริงๆหรือ?!”
…
ณ สมาคมจารึก
หลินหมิงเข้าไปในสมาคมจารึก และพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง นางวาง
งานของนางลงก่อนจะเดินเข้ามาทักทายหลินหมิง
ตอนนี้คนทั้งอาณาจักรคงจะรู้จักเขากันหมดแล้ว นางคนนี้เองก็จำ
หลินหมิงได้ นางจำตอนที่หลินหมิงมาทดสอบจารึกในครั้งก่อนได้
“ท่านหลิน” หญิงคนนั้นยิ้ม
“เจ้าเองหรือ? ข้าอยากขอพบท่านประธานสมาคม” หลินหมิงพูด
เขาเองก็จำหญิงคนนี้ได้เหมือนกัน
“ตามข้ามา” นางรู้สึกตื่นเต้นมากที่หลินหมิงจำนางได้
“ขอโทษที่มารบกวน” เขากล่าว
“ยินดีที่ได้รับใช้” นางตอบก่อนจะเดินนำออกไป นางพาเขามายัง
ห้องฝึกจารึก ทุกๆวันเวลานี้ท่านประทานสมาคมจะอยู่ที่นี่ นี้เป็นเวลาที่
เขาจะถ่ายทอดวิชาให้หลานของเขา สำหรับตัวเขาเอง หวังหวนจี่ได้มาถึง
ทางตันแล้ว ต่อให้ฝึกฝนอย่างหนัก เขาก็ไม่สามารถพัฒนาการจารึกของ
เขาไปได้มากกว่านี้ เขาจึงใช้เวลาเพื่อถ่ายทอดวิชาทั้งหมดที่เขามีให้
หลานสาวของเขา
หญิงคนนั้นเดินนำหลินหมิงจนมาถึงหน้าประตูห้อง และเปิดประตู
ห้องออก นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่หลินหมิงได้มาที่นี่
ในเวลานี้ หวังหวนจี่กำลังนั่งอยู่บนแท่นหยก และชี้นิ้วไปที่หลานสาว
ของเขา หลานสาวของเขาอยู่ในชุดสีขาวดูเรียบร้อย มันเป็นชุดของ
สมาคมจารึกและมีรูปตราประทับของสมาคมอยู่ นางคือหวังยู้ฮาน
หลังจากที่ได้ยินเสียงประตูเปิดออก ท่านประทานสมาคมก็ใช้สายตา
เพ่งเล็งผู้มาเยือนอยู่ชั่วครู่ และอุทานออกมาอย่างตกใจ “ท่านหลินนี่?”
“ท่านประธาน” หลินหมิงยิ้มและโค้งคำนับ
“ท่านหลิน ไม่ค่อยมาเยี่ยมสมาคมของเราเลย นานมากแล้วที่ไม่ได้
เจอท่าน นอกจากท่านจะมีทักษะการจารึกเป็นเลิศแล้ว ในด้านการต่อสู้
ท่านก็เป็นเลิศไม่แพ้กัน ท่านอายุเพียงแค่15ปี ก็สามารถเอาชนะอันดับที่
32ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ได้แล้ว ในอนาคตท่านต้องยิ่งใหญ่แน่ๆ”
“ท่านประธาน กล่าวชมข้าเกินไปแล้ว” หลินหมิงกล่าว
หวังยู้ฮานหยุดงานวาดอักขระของนางและหันมามองหลินหมิง นาง
มีพรสวรรค์ในการต่อสู้ระดับสี่ และมีพรสวรรค์ด้านวิญญาณระดับห้า
พรสวรรค์ของนางเหนือกว่ามู่หรงซีกับไป๋จิ้งอวิ๋นเสียอีก ในแวดวงขุนนาง
นางก็เป็นที่หมายปองของเหล่าหนุ่มๆลูกขุนนางไม่แพ้มู่หรงซีเลยทีเดียว
แต่เมื่ออยู่ในสายตาของเหล่าบุรุษ นางกลับเขินอายและไม่กล้า
แสดงออก ทักษะการจารึกของนางก็ห่างจากหลินหมิงราวฟ้ากับเหว ไม่
ต้องพูดถึงในด้านการต่อสู้เลย แม้หวังยู้ฮานจะมีพรสวรรค์สูงถึงระดับสี่
แต่นางเอาแต่ฝึกฝนการจารึก ไม่ได้ฝึกฝนการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
นางได้ฝึกการจารึกตั้งแต่อายุ8ขวบ ฉินซิงเซวียนเองก็เริ่มฝึกการ
จารึกตอนอายุเท่านี้ ในด้านนี้นางมีฝีมือพอๆกับฉินซิงเซวียนเลยทีเดียว
แม้ว่าอายุของนางจะมากกว่าฉินซิงเซวียนอยู่เล็กน้อยก็ตาม
แต่หากจะเทียบนางกับหลินหมิงแล้วล่ะก็ ต่อให้นางเริ่มฝึกฝนการ
จารึกตั้งแต่อยู่ในท้องแม้ก็เทียบหลินหมิงไม่ได้อยู่ดี นอกจากนั้นหลินหมิง
สามารถใช้ ‘พระโพธิสัตว์เด็ดดอกบัว’ ได้อีก
“ท่านหลิน มาวันนี้ท่านต้องการสิ่งใดรึ?”
ขณะที่หวังหวนจี่ถาม หลินหมิงก็รู้สึกละอายเล็กน้อย เขาเป็นสมาชิก
นักจารึกของที่นี่ แต่เขากลับไม่ได้มาช่วยทำภารกิจอะไรเลย ในตอนนั้น
เมื่อเขาได้วัตถุดิบมา เขาก็หายตัวไปในทันที เหมือนกับว่าเขาเห็นที่นี่เป็น
เพียงแค่คลังวัตถุดิบเท่านั้น ถ้าหวังหวนจี่รู้ว่าหลินหมิงเห็นที่นี่เป็นเพียง
คลังวัตถุดิบเขาคงต้องแอบน้อยใจเป็นแน่