Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 122 ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เลย คนที่จะแอบลักลอบเข้ามา
ทำลายอาคมโดยที่ไม่ให้เขารู้ตัวอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นปราณปลายฟ้า
มันเป็นนักฆ่าที่จูเอี๋ยนหรือองค์ชายสิบส่งมาสังหารเขาอย่างนั้นหรือ? แต่
ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็คงตายไปนานแล้ว คงจะไม่ใช่เรื่องอะไรพวกนั้นหรอก
ไม่ว่จะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เขาจึงไปนอน
วันนี้เขาฝืนใช้พลังไปมาก เขาแทบจะหลับเป็นตายเลยทีเดียว
…
หลินหมิงลืมตาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในมิติที่มืดมิด มีเศษเสี้ยวแห่ง
จิตวิญญาณลอยโคจรอยู่กระจัดกระจายเต็มไปหมด มันเป็นจุดเล็กๆที่
เรืองแสงออกมา เหมือนกับว่าเขากำลังอยู่กลางจักรวาลที่มีหมู่ดาวเรื่อง
แสงเล็กๆนับไม่ถ้วนโคจรอยู่รอบๆ
นี่มัน..มิติในลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงตกใจอย่างมาก เขากลับมาที่นี่ได้อย่างไร?!
หลังจากที่เขาได้เข้ามาในที่แห่งนี้ในค่ำคืนแรกที่ได้พบกับลูกบาศก์
ศักดิ์สิทธิ์ ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ก็เข้าไปอยู่ในร่างของเขา จากนั้นมันก็เงียบ
หายไปนานแสนนาน แล้วทำไมถึงเป็นวันนี้ล่ะ?!
หลินหมิงมองไปยังเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณที่ลอยอยู่เต็มไปหมดราว
กับดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
เพราะหนึ่งในเศษเสี้ยวจิตวิญญาณเหล่านั้น ที่ทำให้เขาได้รับความ
ทรงจำจากแดนเทวะ และทำให้เขาได้มีวันนี้ ถ้าหากปราศจากเศษเสี้ยว
จิตวิญญาณเหล่านี้ ต่อเขามีเจตจำนงนักสู้และฝึกฝนอย่างหนักก็ทำได้
เพียงไปตันอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร ไม่สามารถทะลวงไประดับ
ปราณฟ้าได้
เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณเหล่านี้มีความทรงจำของเหล่านักสู้จาก
แดนเทวะเก็บเอาไว้ ความทรงจำของนักสู้หนึ่งคนจะแตกออกเป็นหลายๆ
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณ เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณเหล่านี้เป็นสมบัติที่ล้ำค่า
อย่างยิ่ง แต่หากไม่ระวังให้ดีก็อาจถูกมันกลืนกินจิตวิญญาณไปได้เช่นกัน
“เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณเหล่านี้ไร้ซึ่งจิตสำนึก มันเป็นแค่เศษเสี้ยว
แห่งจิตวิญญาณที่ยังไม่สูญสลายไป”
วิญญาณของมนุษย์แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือความทรงจำ
และอีกส่วนหนึ่งคือจิตสำนึก ถ้าจิตสำนึกซึ่งแสดงความเป็นตัวตนของแต่
ละบุคคลถูกทำลายหายไปแล้ว ก็จะเหลือแต่ความทรงจำบริสุทธ์ของพวก
เขา
หลินหมิงมองไปยังเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณเหล่านั้นอย่างใจเย็น แต่
จู่ๆเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณก็กลายเป็นสีแดง พวกมันเปล่งแสงสีแดง
ออกมาแทน
นี่คือ…
สีของเลือดอย่างนั้นหรือ?!
ทันใดนั้นหลินหมิงก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าอาคมเลือดที่อยู่บนเกราะ มัน
อยู่ตำแหน่งเดียวกับที่ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ได้ฝังลงมาหลับไหลอยู่ในร่างของ
เขา
หรือว่า?!…
อาคมเลือดนั่นถูกลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ดูดกลืนเข้าไป!
เจ้าลูกบาศก์นรกนี่ มันดูดกลืนอาคมเลือดอันมีค่าของเขาไป…
หรือว่า นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้เข้ามาในมิติแห่งนี้อีกครั้ง?!
การค้นพบนี้ทำให้หลินหมิงรู้สึกดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เขาดี
ใจที่รู้วิธีใช้งานลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ และก็เสียใจที่มันไม่ใช้วัตถุที่เป็นมิตรซัก
เท่าไรนัก แม้มันจะให้ประโยชน์แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งที่มีค่าเช่นกัน
แต่ตอนนี้เขาไม่มีโอกาสตัดสินใจอะไรอีกแล้ว อาคมเลือดนั่นก็ถูก
ลูกบาศก์ดูดกลืนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาทำได้เพียงเอาเศษเสี้ยวแห่ง
จิตวิญญาณที่มีความทรงจำที่มีค่ากลับไปเป็นการแลกเปลี่ยน
และการดูดซับเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณนั้นก็อันตรายมากด้วย
หลินหมิงยืนอยู่ท่ามกลางเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณนับไม่ถ้วย เขา
ควรจะเลือกอันไหนดี?!
มันไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงโชคเลย…
หลินหมิงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณแต่ละอันมี
ความทรงจำอะไรอยู่บ้าง บางเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณก็มีความทรงจำที่
เป็นประโยชน์ต่อเขา บางเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณก็มีความทรงจำที่ไม่
เป็นประโยชน์เอาเสียเลย
“ดวงนี้สว่างเกินไป ข้าคงจะไม่สามารถดูดกลืนมันได้ ข้าต่างหากที่
จะถูกมันกลืนกิน”
“ดวงนี้เล็กเกินไป ครั้งก่อนที่ข้ายังอ่อนแออยู่ข้าก็เลือกดวงที่มีขนาด
เท่านี้ ครั้งนี้เลือกดวงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นบ้างคงจะดีกว่า”
“ทำไมดวงนี้มีสีแดงเข้มกว่าดวงอื่นๆ มันให้ความรู้สึกที่น่ากลัวน่า
หวาดหวั่น มันคงจะเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่ชั่วร้าย ข้าไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง
กับมัน”
“ดวงนี้มีสีทองปะบนอยู่กับสีแดง มันจะมีความทรงจำแบบไหนกัน
แน่?”
เมื่อต้องเลือกสิ่งที่สำคัญขนาดนี้ แม้แต่หลินหมิงก็ยังไม่สามารถ
ตัดสินใจได้
“ถ้าจะให้เลือกแค่ดวงเดียวล่ะก็…” หลินหมิงมองไปยังเศษเสี้ยวแห่ง
จิตวิญญาณขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่ว มันไม่ได้สว่างซักเท่าไร น่าจะเป็น
ตัวเลือกที่เหมาะสมต่อการทดสอบอะไรบางอย่าง
เขาเอื้อมมือไปใกล้ๆมันอย่างระมัดระวัง และส่งพลังวิญญาณของเขา
เข้าไปเพื่อที่จะตรวจสอบมัน
หลินหมิงพยายามใช้พลังของ ‘ครอบงำวิญญาณ’ เพื่อส่งพลัง
วิญญาณเข้าไปตรวจสอบความทรงจำของเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณดวง
นั้น
หลินหมิงคิดว่าหากเขาได้รู้ว่าข้างในเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณแต่ละ
ดวงมีความทรงจำอะไรอยู่ แม้เขาจะรับรู้ได้เพียงส่วนเล็กๆ แต่มันก็ดีกว่า
การที่เขาจะเลือกมันไปแบบสุ่มๆ เขาจะตรวจสอบพวกมันแต่ละดวง
ก่อนที่จะเลือกดวงที่เป็นประโยชน์ที่สุดและดูดซับมันเข้าไป
แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก้เกิดขึ้น แม้ว่าหลินหมิงจะยังไม่ได้สัมผัสกับ
เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณดวงนั้น แต่มันได้แตกสลายกลายเป็นละออง
ระยิบระยับและผสานเข้าไปกับพลังวิญญาณของเขา
เขาได้เลือกเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณดวงนี้แล้วหรือ?!
ไม่จริง!
“ไอ้บ้าเอ๊ย…”
ทันใดนั้นการดูดซับเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณก็ได้เริ่มขึ้น เขารู้สึก
เหมือนว่ามีมีดหลายพันเล่มทิ่งแทงไปยังหัวสมองของเขาอย่างไม่มีทีท่าว่า
จะหยุดลง เขาเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนสายตาพร่ามัว
“แม้พลังของข้าในตอนนี้จะแกร่งกว่าครั้งก่อนมาก แต่ความเจ็บปวด
นี้ก็ยังรุนแรงเกินบรรยาย”
นี่มันเป็นแค่เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณดวงเล็กๆไม่ใช่หรือ? มันใหญ่
กว่าดวงที่เขาดูดกลืนไปในครั้งแรกแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง
แต่ความรุนแรงของมันรุนแรงกว่าดวงก่อนที่เขาได้ดูดซับเขาไปถึง10
เท่า
ในหัวของหลินหมิงในตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมด ความเจ็บปวดที่แสน
ทรมานเกิดขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด
หลินหมิงรู้ดีว่าหากเขาทนรับมันไม่ไหว นั่นก็หมายถึงความตายของ
เขาเอง แต่หากเขาผ่านมันไม่ได้ ความทรงจำที่มีค่าในเศษเสี้ยวแห่งจิต
วิญญาณนั้นก็จะตกเป็นของเขา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเศษเสี้ยวแห่งจิต
วิญญาณที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพียงนิดเดียวจะมีความรุนแรงที่ทวีคูณขึ้นถึง
ขนาดนี้ หากเขาบังเอิญไปเลือกดดวงที่ใหญ่กว่านี้เขาก็คงตายไปแล้ว
หลินหมิงกัดฟันและอดทนคงสติอันเลือนลางของเขาเอาไว้อย่างสุด
ความสามารถ
“ในครั้งแรกที่ข้าดูดกลืนเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณ ข้าไม่มีพลังของ
‘ครอบงำวิญญาณ’ ด้วยซ้ำ ข้าอาศัยเพียงพลังใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ในตอนนี้ข้ามีพลังของ ‘ครอบงำวิญญาณ’ แล้ว แม้ความรุนแรงของมัน
จะมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะผ่านมันไปไม่ได้”
อ๊ากกก…
ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาราวกับพายุ และในเวลาต่อมามันก็ค่อยๆ
สงบลง ตอนนี้ร่างกายของหลินหมิงเปียกโชกไปด้วยเหงื่อที่เย็นเฉียบ
ในตอนนี้เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณถูกหลินหมิงดูดกลืนมาได้สำเร็จ
แล้ว
…
หลินหมิงตื่นขึ้นมาในห้องนอน เขาโล่งอกโล่งใจอย่างมากที่ยังรอดมา
ได้
“การสร้างอาคม , รูปแบบของอาคม , แผนภาพอาคม ความทรงจำ
เหล่านี้เป็นของนักอาคมอย่างนั้นสินะ”
ตอนนี้หลินหมิงรู้สึกว่าอย่างจะร้องไห้ออกมาเป็นเลือด ทำไมเขาถึง
ได้โชคร้ายถึงขนาดนี้ เขาได้ความทรงจำของนักอาคมมา ซึ่งมันไม่ได้มี
ประโยชน์ต่อเขาเลย
แต่พลังของนักอาคมนั้นก็ถือว่ายิ่งใหญ่มาก
หนึ่งในเจ็ดผู้ก่อตั้งหุบเขาเห็นแก่นแท้ก็เป็นนักอาคม
อาคมในพระมหาเจดีวิจิตรบรรจง อาคมด่านแห่งความฝันบนแท่น
หยกกลางทะเลสาบมรกต อาคมหมื่นอสูรสังหาร รวมไปถึงอาคมสถานที่
ฝึกฝนทั้งเจ็ดของสำนักเจ็ดแก่นแท้ สิ่งเหล่านี้เป็นฝีมือของนักอาคมทั้งสิ้น
การจะสร้างมันขึ้นมาต้องใช้พลังปราณมหาศาล แต่ละอาคมเหล่านี้มี
มูลค่าไม่ต่ำกว่า10ล้านเหรียญทอง
แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะสร้างพวกมันในตอนนี้
อาคมในสำนักเจ็ดแก่นแท้เหล่านั้นถูกสร้างโดยหนึ่งในเจ็ดผู้ก่อตั้งหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ และผู้ช่วยของเขาอีกหลายคน คนพวกนั้นล้วนมีขั้นปราณ
ปลายฟ้าทั้งสิ้น แต่ละคนต้องทุ่มเทพลังปราณมหาศาลเพื่อร่วมกันสร้าง
อาคมขึ้นมาซักแห่งหนึ่ง
ถึงหลินหมิงจะรู้สึกท้อแท้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ แม้ในตอนนี้มันจะ
ไม่ได้มีประโยชน์ต่อเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคต
มันจะไร้ประโยชน์เสมอไป