Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 123 ทักษะทั้ง 3 ประเภท
ในความเป็นจริงแล้ว นักจารึกเองก็เป็นนักอาคมประเภทหนึ่ง และ
จารึกอาคมก็เป็นอาคมประเภทหนึ่งด้วยเช่นกัน เพียงแต่จารึกอาคมนั้น
ไม่จำเป็นต้องใช้พลังปราณที่มากมายมหาศาลในการสร้างขึ้นมา
เหมือนกับอาคม ถ้าจะสร้างอาคมเล็กๆขึ้นมากล่ะก็ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ใน
ระดับปราณฟ้า
หลินหมิงตรวจสอบความทรงจะเกี่ยวกับอาคมในหัวของเขา มันมี
ความซับซ้อนและเป็นอาคมที่ยิ่งใหญ่ ต่อให้เข้ามีระดับปราณปล้ายฟ้าก็
ยังไม่แน่ว่าจะสามารถสร้างอาคมเหล่านั้นขึ้นมาได้หรือไม่
“กว่าข้าจะมีคุณสมบัติพอ ข้าไม่รู้เลยว่าว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปี”
หลินหมิงส่ายหัว และเลิกให้ความสนใจความทรงจำเหล่านั้น ในมิติของ
ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ มีเศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณอยู่นับไม่ถ้วน จะให้มันมี
ประโยชน์ต่อเขาทุกดวงก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก
แต่หลินหมิงก็ยังแอบเสียดาย และกลับไปอ่านความทรงจำอื่นๆจาก
เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณนั่นต่อ โชคดีที่มันก็ยังพอจะมีเคล็ดบ่มเพาะอยู่
บ้าง
“ประกาศิตแก่นแท้แห่งอัคคี” จำเป็นต้องมีพละกำลังสูงระดับ
เดียวกับเทพ และความทรงจำไม่ครบสมบูรณ์
’มวลหมู่ดาราทลายจันทรา’ เป็นวิชาระดับสูงเกินไป ข้าคงไม่มี
ปัญญาฝึกมันได้หรอก
‘มังกรคำรามสนั่นโลกา’ วิชานี้ก็เป็นวิชาระดับสูงที่ข้าไม่มีทางที่จะ
เรียนรู้มันได้
หลินหมิงยังคงไล่ดูความทรงจำที่เขาได้รับมาต่อไป วิชาทั้งหลายทั้ง
มวลล้วนเป็นวิชาระดับสูง อย่างน้อยก็คงต้องเป็นระดับปราณฟ้าก็ถึงจะมี
โอกาสเล็กน้อยที่จะฝึกมันได้สำเร็จ
“นี่ก็…” หลินหมิงตื่นเต้น ‘เทพทรราชคลั่ง’ งั้นเหรอ?!”
“มันคืออะไรกันแน่?!” หลินหมิงตรวจสอบมันซักครู่ และก็พบว่ามัน
ยังสมบูรณ์ดี และยังเป็นวิชาที่ไม่ได้ระดับสูงเหมือนกับวิชาอื่นๆ
เคล็ดบ่มเพาะที่นำมาฝึกฝนนั้นมีอยู่ 3 ประเภท
ประเภทที่หนึ่งคือ ขั้นตอนการฝึกฝน ใช้สำหรับเหล่านักสู้ที่จะเพิ่ม
ปริมาณพลังปราณและเพิ่มระดับการฝึกฝนของตนเองให้ไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น
สิ่งนี้เป็นพื้นฐานของทุกๆอย่าง และก็เป็นประเภทที่ยากที่สุดด้วย
ประเภทที่สองคือ ทักษะการต่อสู้ เป็นพวกพื้นฐานการต่อสู้ การใช้
อาวุธ หรือกระบวนท่าต่างๆ ทักษะการต่อสู้จะทำให้นักสู้มีการประยุกต์
การต่อสู้ได้หลากหลายรูปแบบ
ประเภทที่สามคือ ทักษะการเคลื่อนไหว เป็นพวกทักษะที่จะทำงาน
ผสานกับพลังปราณ เพื่อเคลื่อนย้ายร่างกาย ช่วยให้ได้เปรียบในการเข้า
ปะทะหรือหลบหลีกการโจมตีของศัตรู
แต่หลินหมิงรู้สึกว่า ‘เทพทรราชคลั่ง’ นั้นไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่ของทั้ง
3ประเภทนั้น
ถึงความทรงจำอื่นๆจะไม่ได้มีค่าอะไรเลย แต่ดูเหมือนว่าวิชา ‘เทพ
ทรราชคลั่ง’ นี้จะมีค่ามากทีเดียว
หลินหมิงตรวจสอบ ‘เทพทรราชคลั่ง’ ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุด
เขาก็พบว่าวิชานี้แบ่งออกเป็น 6 ขั้น ในแต่ละขั้นจะเพิ่มพละกำลังและ
ขีดจำกัดของพลังปราณอย่างละ50% หากฝึกไปจนถึงขั้นที่6 พละกำลัง
และพลังปราณก็จะสูงขึ้นอีก3เท่า
“แม้ ‘เทพทรราชคลั่ง’ จะไม่ได้ถูกจัดอยู่ใน3ประเภทนั้น แต่หากข้า
ฝึกมันสำเร็จได้ซักขั้นหนึ่ง พละกำลังและพลังปราณของข้าก็จะเพิ่มสูงขึ้น
ถึง 50% มันสามารถทำให้เขาเอาชนะจูเอี๋ยนได้ง่ายๆเลย”
“ถ้าหากสำเร็จ ‘เทพทรราชคลั่ง’ แล้ว วิชาอื่นๆเองก็จะทรงพลังมาก
ขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะพลังปราณของข้าเพิ่มมากขึ้น”
ขณะที่เขากำลังพิจารณาวิชานี้อยู่ เขาก็บังเอิญไปเห็นอีกวิชาหนึ่งใน
ความทรงจำของเขา
“วิชาทักษะการเคลื่อนไหวระดับสูง ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม”
นี่เป็นวิชาในอดีตกาล เมื่อนานมาแล้วเกิดศึกระหว่าง ครุฑทองคำ
และ มังกรแก่นแท้ การต่อสู้ของพวกเขากินเวลายาวนานอย่างไม่สิ้นสุด
จนในที่สุดครุฑทองคำก็เกิดความเบื่อหน่ายที่จะต่อสู้ และหายตัวไปอย่าง
ไร้ร่องรอย
วิชาที่ทำให้ครุฑทองคำหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก็คือ ‘ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม” ในความทรงจำมีวิธีการฝึกฝนวิชานี้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน
แรกเริ่ม ไปทีละขั้นๆจนถึงขั้นที่8 แต่วิชานี้มีทั้งหมด12ขั้น หากฝึกมันไป
ถึงขั้นสูงๆแล้ว จะสามารถเข้าสู่มิติเพื่อเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ใดก็ได้ใน
ระยะเป็นหมื่นลี้ในชั่วพริบตา
หลินหมิงรู้ว่าวิชาที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ ‘เทพทรราชคลั่ง แต่เป็นวิชานี้
ต่างหาก
แต่ถึงวิชานี้จะมีเนื้อหาอยู่เพียงแค่8ใน12ขั้น แต่มันก็เป็น8ขั้นแรก
หลินหมิงจึงไม่ได้รู้สึกเสียดาย เขาคงจะได้เข้าไปในมิติลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
เพื่อรับความทรงจำวิชาใหม่ๆมาก่อนที่จะฝึกมันจนถึงขั้นที่8อย่างแน่นอน
หรือเขาอาจจะได้รับความทรงจำขั้นที่9-12ของวิชานี้มาก็เป็นได้
หลังจากที่พบวิชานี้แล้ว หลินหมิงยังไม่หยุดค้นหาวิชาอื่นๆในความ
ทรงจำนั้นต่อ แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเท่าไร
แต่ในที่สุดเขาก็ได้พบกับวิชาที่ระดับไม่สูงมากเท่าไร เขาในตอนนี้ก็มี
โอกาสที่จะฝึกมันได้สำเร็จ
วิชานั้นมีชื่อว่า ‘ทลายจุดชีพจร’ มันไม่ได้ฝึกฝนยากเท่าไร แต่พลัง
ของมันก็ไม่ได้สูงมากนัก
‘ทลายจุดชีพจร’ จะใช้เมื่อศัตรูใช้พลังปราณไปจนเกือบจะหมดแล้ว
และอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ผู้ใช้‘ทลายจุดชีพจร’จะส่งพลังปราณเข้าไปใน
ร่างของศัตรู หากพลังปราณของผู้ถูกจู่โจมด้วยวิชานี้มีน้อยกว่าพลังปราณ
ของผู้ใช้วิชานี้ ผู้ที่ถูกจู่โจมวิชานี้ก็จะสูญเสียพลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมด
ไป
มันดูไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีพลังใกล้เคียงกันซัก
เท่าไร มันเป็นวิชาที่เหมาะจะใช้จัดการกับศัตรูที่อ่อนแอกว่า
แต่มันมีจุดเด่นตรงที่ว่าสามารถทำลายจุดชีพจรได้ ซึ่งความเสียหาย
นี้เป็นความเสียหายที่รุนแรงและรักษาได้ยากอย่างยิ่ง หากจะรักษาก็คง
ต้องใช้ยาโอสถระดับสูงที่มีอยู่ในแดนเทวะเท่านั้น
หลังจากที่ฝึกฝนไปถึงจุดสูงสูงของขั้นที่5แล้ว ชีพจรจะค่อยๆเปิด
ออก พลังปราณจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ทำให้พลังปราณ
สามารถไหลผ่านรูขุมขนและโคจรได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก และในที่สุดก็
จะสามารถทะลวงไปยังขั้นต่อไปได้ ขั้นนั้นเรียกว่าขั้นผสานชีพจร
ถ้าหากชีพจรเสียหาย ก็จะไม่สามารถเปิดออกและทะลวงเข้าสู่ขั้น
ผสานชีพจรได้อีกตลอดชีวิต นอกจากนี้พลังปราณและระดับการฝึกฝนก็
จะค่อยๆเสื่อมสภาพลงที่ละนิดๆอีกด้วย
และแม้จะเป็นระดับปราณฟ้าแล้ว แต่หากถูกจู่โจมด้วย ‘ทลายจุด
ชีพจร’ ในขณะที่อ่อนแอ มีพลังปราณเหลืออยู่น้อยกว่าผู้ใช้ ‘ทลายจุดชีพ
จร’ ก็จะทำให้จุดชีพจรเสียหาย พลังปราณทั้งหมดจะสูญสลายไป ระดับ
การฝึกฝนจะตกลงไปอยู่ขั้นที่5และค่อยๆเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ
เช่นเดียวกัน
‘ทลายจุดชีพจร’ ถือเป็นวิชาที่ร้ายแรงยิ่งนัก
วิชานี้เน้นไปที่การทำลายจุดชีพจรของศัตรูอย่างโหดเหี้ยม ผู้ที่โดน
ทำลายจุดชีพจรจะสูญเสียการฝึกฝนเกือบทั้งหมดไป สำหรับนักสู้ที่ถูก
ทำลายจุดชีพจรแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น
น่าเสียดายที่วิชาแบบนี้ไม่สามารถนำไปใช้ในการต่อสู่สาธารณะได้
มันถือเป็นวิชาต้องห้ามอย่างหนึ่ง
ตอนนี้วิชาที่น่าสนใจทั้งหมดในความทรงจำที่พึ่งจะได้รับมาก็คือ
เทพทรราชคลั่ง , ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม และ ทลายจุดชีพจร
“ข้ามีเวลาอีก4เดือนก่อนที่จะต้องต่อสู้กับซางกวนยู่ ใน4เดือนนี้ ข้า
ต้องฝึกจารึกร่างกายให้สำเร็จ และทำสมาธิโคจรพลังปราณในสภาวะ
เจตจำนงนักสู้เพื่อทะลวงเข้าสู่การฝึกฝนขั้นที่4ให้ได้”
“สำหรับวิชาที่น่าสนใจทั้ง3ในความทรงจำนั้น วิชาที่ข้าควรจะฝึก
ก่อนก็คือ ‘เทพทรราชคลั่ง’ และ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ เพราะ
‘ทลายจุดชีพรจร’ ไม่สามารถใช้ในการประลองได้ มันเป็นวิชาต้องห้าม
หากยังฝึกฝนอยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้อยู่ ฝึกมันไปก็เสียเวลาเปล่า”
“เหลือเวลาอีกแค่ 4 เดือนเองสินะ ทำไมมันช่างน้อยเสียเหลือเกิน”
“ข้าจะต้องขึ้นเป็น 10 อันดับแรกให้ได้ใน3เดือน ล้มซางกวนยู่ใน4
เดือน ล้มต้ากู่ใน5เดือน และล้มหลิงเซ็นใน6เดือน อย่างแรกข้าต้องขึ้น
เป็น10อันดับแรกให้ได้เสียก่อน เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะได้รับหอกระดับ
มนุษย์ ขั้นกลาง เมื่อเขาได้หอกระดับมนุษย์มาแล้ว เขาก็มีโอกาสชนะซาง
กวนยู่มากขึ้น”
หอกทะลวงสายรุ้งที่หลินหมิงใช้อยู่ตอนนี้ยังไม่จัดว่าเป็นระดับมนุษย์
ขั้นต่ำด้วยซ้ำ มันเป็นแค่หอกระดับกึ่งมนุษย์ขั้นต่ำ เพลาถือเป็นอาวุธ
ระดับสูง และปลายหอกเป็นอาวุธระดับมนุษย์ขั้นต่ำ และเพลานี้แม้จะมี
ความแข็งแกร่งและยืดหยุนสูง แต่มันก็ไม่สามารถส่งผ่านพลังปราณได้
มันถือเป็นข้อเสียที่ร้ายแรงของหอกทะลวงสายรุ้ง