Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 125 การฝึกฝนสุดพิสดาร
ศิษย์พี่ผู้คุมคนนั้นรู้สึกมึนงงไปหมด มีสัตว์อสูรหรือปีศาจอยู่ภายใน
อุโมงค์มหาวายุอย่างนั้นหรือ?!
ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้! ตั้งแต่อุโมงค์มหาวายุถูกเปิดใช้งานก็ไม่เคย
เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อน ไม่มีทางที่จะมีปีศาจอยู่ในอุโมงค์ได้ หรือว่า
เขาเลือกระดับความยากให้หลินหมิงผิด แต่เมื่อเขาหันกลับไปดู มันก็เป็น
แค่ความยากระดับ7เท่านั้น
แล้วเหตุใดศิษย์น้องหลิน ถึงได้มีบาดแผลและรอยช้ำเต็มตัวเช่นนี้
สภาพของเขาดูแย่มาก
หรือว่าศิษย์น้องหลินโคจรพลังปราณเพื่อต้านทานแรงลมผิดพลาด
ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ศิษย์น้องหลินมีพลังปราณมหาศาลและควบคุมมัน
ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีทางที่เขาจะผิดพลาดในเรื่องนี้
หลินหมิงกล่าว “ศิษย์พี่ ช่วยลดระดับความยากของอุโมงค์มหาวายุ
เป็นระดับ6ให้ข้าทีสิ”
ที่ความยากระดับ7นั้น มีลมพัดเข้ามาแรงเกินไป หลินหมิงรู้สึกถึง
ธรรมชาติของลมได้เพียงเล็กน้อยร่างของเขาก็ถูกพัดเข้าไปชนผนังอุโมงค์
เสียแล้ว เขาต้องการเวลาที่จะสัมผัสถึงธรรมชาติของลมมากกว่านี้
“เจ้ายังจะลดระดับความยากลงอีกรึ?! ก็แล้วแต่เจ้าเถอะ” ศิษย์พี่
เริ่มสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มอีก
หลินหมิงเข้าไปในมิติอุโมงค์มหาวายุ เขารู้สึกว่าสามารถสัมผัสถึง
แก่นแท้ของลมได้มากขึ้น
หลังจากเวลาผ่านไป8ชั่วโมง หลินหมิงก็ถูกแรงลมพัดไปชนผนังถ้ำ
อีกนับหมื่นครั้ง ถ้าไม่มียาโอสถช่วยสมานแผลคงจะแย่แน่ๆ
ตอนนี้ร่างกายของหลินหมิงไม่มีจุดไหนที่ไม่พกช้ำ เมื่อเขาออกมา
จากอุโมงค์ ศิษย์พี่ผู้คุมก็งงไปหมด
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าเข้าไปทำอะไรข้างในนั้นกันแน่” ผู้คุมถามอด
ไม่ได้
“ก็แค่ฝึกฝนเท่านั้นเอง” หลินหมิงตอบ แล้วก็เดินจากไปในทันที
ศิษย์ที่รอเข้าฝึกฝนในอุโมงค์มหาวายุกล่าวถาม “ศิษย์น้องหลินที่
ศิษย์พี่พูดถึงคือใครรึ แม้แต่หลินหวู่ก็ไม่น่าจะบาดเจ็บที่ความยากระดับ6
ได้นี่”
ศิษย์พี่ผู้คุมหันไปตอบ “ศิษย์น้องหลินหมิง”
“หลินหมิงรึ? บ้าไปแล้ว ถ้าหลินหมิงฝึกที่ความยากระดับ6แล้ว
บาดเจ็บได้ขนาดนั้น ข้าขอฝึกที่ปากทางเข้าอุโมงค์ก็พอแล้ว ฮ่าๆ” เขาพูด
ประชด
“เจ้าอยากจะฝึกที่ไหนมันก็เรื่องของเจ้า หากเจ้าไม่เสียดายเวลาที่จะ
ได้ฝึกฝนในอุโมงค์มหาวายุ เจ้าจะวิ่งตามไปดูชายคนนั้นก็ได้” ศิษย์พี่ผู้คุม
ตอบผ่านๆไปอย่างขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง
…
หลังจากที่หลินหมิงกลับมาแล้ว เขาก็เตรียมสมุนไพรไว้มากมาย
เตรียมบ่ออาบน้ำ และลงไปแช่ในบ่อสมุนไพร เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง
บาดแผลทั่วร่างของเขาก็เริ่มสมานตัว และในเช้าวันรุ่งขึ้น บาดแผล
ทั้งหมดก็หายไป
สมุนไพรที่เขาใช้เป็นสมุนไพรราคาแพง มันมีราคาสูงถึง 7000
เหรียญทอง มันมากพอจะให้คนธรรมดาใช้ในการฝึกฝนการต่อสู้ได้ถึง7ปี
เลยทีเดียว เมื่อต้องเสียค่ายาสมุนไหรที่แพงขนาดนั้นทำให้หลินหมิงถอน
หายใจออกมา ต่อให้มีความมุ่งมั่นและพยายามฝึกฝนการต่อสู้ขนาดไหน
แต่หากไม่มีเงินทอง มันก็เป็นได้แค่ความพยายามที่ไม่ได้มีค่าอะไร
เมื่อวานเขาฝึกฝนอย่างบ้าระห่ำทำให้ร่างกายบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
นานถึง8ชั่วโมง เขาเริ่มที่จะเข้าใจส่วนเล็กๆของธาตุลมแล้ว มันไม่ใช่สิ่งที่
จะเข้าถึงได้ง่ายๆเลย
สำหรับวิชา ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ หลินหมิงไม่คิดว่ามันจะ
สามารถฝึกฝนให้สำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้นอยู่แล้ว
วันนี้หลินหมิงไม่ได้ไปที่อุโมงค์มหาวายุ เขาต้องการเวลาให้ร่างกาย
ได้ปรับสมดุลหลังจากบาดแผลสมานตัวก่อน
เขาจึงส่งกระแสปราณไปบอกหวังยู้ฮานว่า ในวันนี้เขาจะไปที่สมาคม
จารึก
…
ไม่กี่วันก่อน ตระกูลจู้ได้ประกาศว่าจูเอี๋ยนได้ทำผิดกฏร้ายแรงของ
วงศ์ตระกูล และตระกูลจู้ได้ขับไล่จูเอี๋ยนออกจากตระกูลแล้ว องค์ชายสิบ
ก็ปลดจูเอี๋ยนออกจากการเป็นข้ารับใช้ของเขาด้วยเช่นกัน
ใครๆก็รู้ดีว่าจูเอี๋ยนกับหลินหมิงมีความแค้นต่อกันอยู่ และบางคนยัง
รู้อีกว่าสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้พวกเขาบาดหมางกันก็คือหญิงสาวงามนาง
หนึ่ง นามว่าหลานอวิ๋นเยว่
ตามแหล่งข่าว ความขัดแย้นระหว่างจูเอี๋ยนกับหลินหมิงเกิดจาก
เรื่องเล็กๆอย่างการแย่งผู้หญิงคนหนึ่ง และเริ่มที่จะบานปลายขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุดถึงขั้นที่ทำให้จูเอี๋ยนถูกขับไล่ออกจากตระกูล
หลายๆคนคิดว่าตระกูลจู้และองค์ชายสิบทำเช่นนั้นเพื่อแสดงความ
เป็นมิตรที่ดีต่อหลินหมิง แต่มันไม่รุนแรงเกินไปหน่อยหรือ?!
ในตอนนี้หลินหมิงก็สนิทกับองค์รัชทายาทแล้ว การที่องค์ชายสิบไล่จู
เอี๋ยนออกไป ก็หมายไม้ได้หมายความว่าจะทำให้หลินหมิงไปอยู่ฝ่ายเขา
ได้ และในตอนนี้องค์ชายสิบก็ไม่มีจูเอี๋ยนคอยช่วยเหลือแล้ว นี่มันเป็น
เรื่องที่องค์ชายสิบมีแต่เสียประโยชน์ชัดๆ
เขามีเหตุผลอะไรกันแน่นะ?!
หลังจากที่หลินหมิงได้รู้ข่าว เขาก็รู้สึกแปลกใจ องค์ชายสิบแค่
ต้องการแสดงความเป็นมิตรที่ดีต่อเขาเท่านั้นจริงๆหรือ? มันจำเป็นต้อง
ทำถึงขนาดนั้นด้วยหรือ?
“จูเอี๋ยนถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้วสินะ มันจะต้องกลับมาล้าง
แค้นอย่างแน่นอน ข้าคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น แต่ข้าไม่กลัวมันหรอก ข้า
คงต้องบอกให้ครอบครัวของข้าที่อยู่เมืองใบหม่อนสีเขียวดูแลตัวเองดีดี”
“น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้ฆ่ามันซะตั้งแต่อยู่บนลานประลอง มันกลายมา
เป็นตัวปัญหาเสียแล้ว”
ถึงหลินหมิงจะไม่ได้โกรธแค้นที่หวังยี่เกาและหวังยานเฟิงมาหาเรื่อง
เขา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนที่มีเมตตาต่อศัตรูทุกคน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินหมิงก็ส่งกระแสปราณติดต่อไปยังทางตระกูล
ของเขา และบอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
…
ช่วงบ่ายของวันนี้ หลินหมิงเดินทางไปยังสมาคมจารึก เขานัดหวังยู้
ฮานเอาไว้แล้ว
ขณะที่เดินไปตามถนน หลินหมิงก็พบกับชายคนหนึ่ง หลินหมิงรู้จัก
ชายคนนั้น ชายคนนั้นมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรและทำงานให้กับองค์รัช
ทายาท ชายคนนั้นมีชื่อว่า เลี่ยวเหวินหยวน หลินหมึงเดินเข้าไปหาเขา
องค์รัชทายาทได้ช่วยเลี่ยวเหวินหยวนออกจากงานเก่าที่ยากลำบาก
และให้ความเมตตาต่อเขา เลี่ยวเหวินหยวนจึงจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อ
องค์รัชทายาท เขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อช่วยเหลือองค์รัชทายาทชิงบัลลังค์
“ท่านหลิน” เลี่ยวหวินหยวนโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“ศิษย์พี่เลี่ยว ท่านสุภาพเกินไปแล้ว ข้าต่างหากที่ต้องคำนับท่าน”
หลินหมิงคำนับกลับ
หลินหมิงไม่แปลกใจเลยที่พบเลี่ยวเหวินหยวนที่นี่ เพราะเขาสัมผัส
ได้ว่ามียอดฝีมือมากมายแอบติดตามอยู่รอบๆตัวเขา ทว่าพวกเขา
เหล่านั้นไม่ได้มีจิตสังหารเลยแม้แต่น้อย ซึ่งหมายความว่าพวกเขาถูกองค์
รัชทายาทส่งมาปกป้องหลินหมิงอย่างลับๆ
ตอนนี้มีโอกาสสูงที่หลินหมิงจะถูกลอบสังหาร เพราะเขาได้ออกมา
จากสำนักเจ็ดแก่นแท้และกำลังมุ่งหน้าไปยังสมาคมจารึก องค์รัชทายาทรู้
ว่าหลินหมิงจะเดินทางไปยังสมาคมจารึกในวันนี้ เขาจึงส่งยอดฝีมือของ
ตนเองมาปกป้องหลินหมิง
“ฮ่าๆ ข้าไม่คิดว่าท่านหลินจะรู้จักชื่อของข้า ถ้าหากท่านไม่ว่าอะไร
ข้าอยากจะขอเรียกท่านว่าศิษย์น้องหลินได้หรือไม่?”
หลินหมิงยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าเองก็ไม่ได้ชอบให้ใครเรียกว่าท่าน
หลินหรอก”
“ฮ่าๆ ข้ามาเพื่อรางงานข่าวให้ท่านได้รับทราบ ข้าไม่รู้ว่าท่านรู้ข่าวนี้
แล้วหรือยัง จูเอี๋ยนถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้ว” เลี่ยวเหวินหยวนส่ง
กระแสปราณมาบอกหลินหมิง
“อืม ข้ารู้แล้ว” หลินหมิงพยักหน้า
“เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้”
“ข้าสงสัยว่า ทำไมตระกูลจู้ถึงทำขนาดนั้น?”
“ทั้งหมดก็เพราะศิษย์น้องหลินถูกเลือกให้เป็นศิษย์หลัก ในอนาคต
เจ้าอาจได้เป็นถึงเจ้าสำนักหรือฑูตของอาณาจักร เมื่อถึงวันนั้นอำนาจ
ของท่านจะอยู่เหนือเหล่าองค์ชายและกษัตริย์เสียอีก ตระกูลจู้ตัดสินใจที่
จะหลีกเลี่ยงการเป็นศัครูกับท่านและขับไล่จูเอี๋ยนออกไป จูเอี๋ยนไม่ได้
เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลจู้อีกแล้ว”
“อ่อ จริงสิ ศิษย์น้องหลิน เรื่องวัตถุดิบหายากที่เจ้าต้องการ องค์รัช
ทายาทกำลังหาพวกมันให้เจ้าอยู่ มันเป็นวัตถุดิบที่ไม่มีในอาณาจักรแห่งนี้
แต่องค์รัชทายาทก็ส่งคนออกไปหาแล้ว อาณาจักรฮั่วหลัวนั้นมีวัตถุดิบ
แทบทุกชนิดจากทุกมุมโลก วัตถุดิบที่เจ้าต้องการองค์รัชทายาทจะต้องหา
มาได้อย่างแน่นอน แต่อาจจะต้องใช้เวลาซักพักหนึ่ง ส่วนเรื่องคฤหาสน์ที่
ศิษย์น้องหลินต้องการจะคืนให้ท่านองค์รัชทายาท ท่านองค์รัชทายาท
บอกว่าท่านได้มอบให้กับศิษย์น้องหลินไปแล้ว จะให้ท่านรับคืนได้
อย่างไร”
ฮั่วหลัวเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ถูกปกครองโดยหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ด้านกำลังทหารเหนือกว่าอาณาจักรลิขิตฟ้าหลายเท่า ด้านการค้าก็มี
ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกว้างขวาง วัตถุดิบหายากแทบทุกชนิดบนโลกมีอยู่ใน
อาณาจักรแห่งนี้
หลินหมิงพูดอย่างสุขใจ “ฝากขอบใจท่านองค์รัชทายาทด้วย ข้า
หลินหมิง จะไม่ลืมพระคุณของท่านองค์รัชทายาทเลย”
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องหลินสุภาพเกินไปแล้ว ศิษย์น้องหลินมีชื่อเสียงเป็นที่
รู้จักไปทั่วอาณาจักร นอกจากจะมีฝีมือในการต่อสู้ที่น่าอัศจรรย์แล้ว ยังมี
ความรู้ความเข้าใจในด้านการจารึกอย่างลึกซึ้งอีก เหล่าอัจฉริยะใน
อาณาจักรแห่งนี้ไม่อาจเทียบเจ้าได้เลยซักคน”