Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 126 การเคลื่อนไหวของซางกวนยู่
หลินหมิงยิ้มรับคำชมเชยและส่ายหัว “ศิษย์พี่เลี่ยวชมข้าเกินไปเเล้ว
ที่ข้าเอาชนะจูเอี๋ยนได้ก็เพราะความพยายาม ข้าไม่ได้เป็นอัจฉริยะอะไร
หรอก ว่าแต่หลานอวิ๋นเยว่ล่ะ นางออกจากตระกูลจู้ไปพร้อมกับจู
เอี๋ยนหรือไม่?”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับหลานอวิ๋นเยว่เเล้ว แต่
หลินหมิงก็ยังถามออกไป จูเอี๋ยนอาจจะบ้าคลั่งจนระบายความโกรธของ
มันใส่หลานอวิ๋นเยว่ก็ได้
เลี่ยวเหวินหยวนยิ้มและกล่าว “ศิษย์น้องหลินไม่ต้องเป็นหวง หลา
นอวิ๋นเยว่ยังสบายดีอยู่ แม้ว่านางลาออกจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ไปแล้ว แต่
นางก็ยังอยู่ในอาณาจักรลิขิตฟ้า องค์รัชทายาทได้ส่งคนไปคุ้มครองนางอยู่
ห่างๆ”
“อะไรนะ? หลานอวิ๋นเยว่ลาออกจากสำนัก?! ” หลินหมิงตะลึง
เล็กน้อย
เลี่ยวเหวินหยวนกล่าว “นั่นเป็นทั้งหมดที่ข้ารู้ วันนี้ข้าจะช่วยคุ้มครอง
เจ้าเอง ไว้ใจข้าได้เลย ”
“ขอบใจท่านมาก ศิษย์พี่เลี่ยว ”
“ไม่ต้องเกรงใจ มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
จากนั้นหลินหมิงก็มุ่งหน้าไปยังสมาคมจารึก เขาจะต้องพยายามใน
ส่วนของเขาเองด้วย จะเอาแต่พึ่งพาให้องค์รัชทายาทหาวัตถุดิบมาให้
อย่างเดียวก็ไม่สมควรซักเท่าไร
“ถ้าหากข้าสามารถวาดอาคมที่นักสู้ระดับปราณฟ้าต้องการได้ล่ะก็
ข้าอาจจะไว้วานให้พวกเขาช่วยหาวัตถุดิบหายากเหล่านั้นมาให้ข้าเป็น
การแลกเปลี่ยน วิธีนี้อาจจะสามารถทำให้ข้าได้หาวัตถุดิบหายากเหล่านั้น
ได้ในเวลาอันสั้น…”
นี่คือแผนการของหลินหมิง ในตอนนี้อาคมจารึกของเขามี
ประสิทธิภาพสูงพอจะดึงดูดนักสู้ระดับปราณฟ้าแล้ว แต่มันก็อาจจะเป็น
การกระทำที่โจ่งแจ้งเกินไปหน่อย
…
…
…
ณ สมาคมจารึก
“ท่านหลิน!” หวังยู้ฮานกล่าวทักทายเมื่อหลินหมิงมาถึง นางรอเขามา
ซักพักแล้ว
” ข้าต้องขอโทษด้วยที่ข้ามาไม่ตรงเวลา” สาเหตุที่ทำให้เขามาสายก็
เพราะการเข้าไปยังมิติของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ มันสูบพลังงานของเขาไป
เยอะมาก ทำให้เขาเหนื่อยล้าและตื่นสายกว่าปกติ
“มีลูกค้ามารอพวกเราแล้ว” หวังยู้ฮานกล่าว และชี้ไปยังห้องโถง
หลินหมิงมองเข้าไปในห้องโถง เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง มี
ลูกค้ามารออยู่เกือบ10คน ทั้งๆที่ปกติแล้วจะมีลูกค้ามารอเพียง 2-3 คน
เท่านั้น
เมื่อวันก่อน หลินหมิงได้แสดงความสามารถที่เหนือชั้นเอาไว้ เขา
สามารถทำลายอาคมที่ชำรุดโดยไม่ทำให้อุปกรณ์เสียหายและวาดอาคม
ใหม่ที่เหนือกว่าขึ้นมาแทน ในอาณาจักรแห่งนี้มีนักจารึกไม่กี่คนเท่านั้นที่
สามารถทำเช่นนี้ได้
แม้ว่าหวังหวนจี่ก็สามารถทำเช่นกัน แต่ค่าธรรมเนียมในการจารึก
ของเขาสูงขนาดไหนก็เป็นที่รู้ๆกันดี หากไม่ใช่เหล่าขุนนางชั้นสูงที่มั่งคั่ง
ร่ำรวยก็คงไม่มีปัญญาที่จะจ่าย
แต่ค่าธรรมเนียมในการจารึกของหลินหมิงไม่ได้สูงมากเท่าไหร และ
ฝีมือของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับปรมาจารย์นักจารึกเก่งๆเลย ทำให้มีลูกค้า
หลายคนต้องการให้เขาจารึกอุปกรณ์ให้
“ข้าได้ยินมาว่ายอดฝีมือด้านการจารึกคนนั้นยังเป็นแค่เด็กหนุ่มอยู่
เลย มันเป็นเรื่องจริงหรือป่าวนะ” ลูกค้าคนหนึ่งพูดขึ้นมา วันนี้เขานำ
เกราะระดับมนุษย์ขั้นกลางมาด้วย แม้ว่าเขาจะได้รับเกราะนั้นมาครึ่งปี
แล้ว แต่เขาก็ไม่เห็นว่ามีอาคมอะไรที่คู่ควรจะจารึกลงบนเกราะของเขา
เลย
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ เขาได้ยินว่ามีนักจารึกคนใหม่เข้ามาทำงานที่
สมาคมจารึก และเขาคนนั้นยังสามารถวาดอาคม ‘ปราการหิมะเยือก
แข็ง’ ได้อีกด้วย หลังจากที่สลักอาคมนั่นลงบนเกราะ เกราะทั้งตัวจะ
กลายเป็นสีฟ้า และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ เขาจึงได้มารอ
นักจารึกคนนั้นตั้งแต่รุ่งสาง เพื่อที่จะได้จารึกเป็นคนแรกๆ เพราะใน
ชิ้นงานแรกๆนั้นนักจารึกจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด และสามารถวาด
อาคมที่มีประสิทธิภาพและโอกาสสำเร็จที่สูงที่สุดด้วย
“ข้าได้เห็นกับตาแล้วว่านักจารึกคนนั้นเป็นแค่เด็กหนุ่มจริงๆ”
“ข้าล่ะไม่อย่างจะเชื่อเลย การจารึกกลายเป็นเรื่องที่ศึกษาเรียนรู้กัน
ได้ง่ายๆแล้วรึ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเขาต้องเก่งกว่าหวังหวนจี่เป็นแน่ ”
“เดี่ยวนี้พวกเด็กๆช่างมีพรสวรรค์ที่สูงส่งกันเสียเหลือเกิน ไม่นานมา
นี้ก็มีหลายท่านจอมพลฉิน ฉินซิงเซวียน ตอนนี้ก็หลินหมิง พวกเขาเป็น
ยอดนักจารึกที่มีฝีมือเยี่ยมยอม จริงสิ ข้าลืมไปเสียสนิทเลย เด็กหนุ่ม
หลินหมิงคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันนะ ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อของเขา
มาก่อน? ”
“เขาน่าจะไม่ใช่คนจากอาณาจักรลิขิตฟ้าของเราหรอก เขาน่าจะมา
จากอาณาจักรอื่นที่มีฝีมือในด้านการจารึก สำหรับอาณาจักรเหล่านั้น
การที่เด็กจะเกิดมามีพรสวรรค์ด้านวิญญาณระดับ5ก็เป็นแค่เรื่อง
ธรรมดา” ชายชราที่ดูมีความรู้พูดพร้อมกับลูบเคราของเขา
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน หญิงสาวที่คอยต้อนรับลูกค้าก็เดินเข้า
มาและประกาศว่า ท่านนักจารึกหลินหมิงได้มาถึงแล้ว การจารึกเริ่มจะ
ขึ้น ณ บัดนี้”
…
…
…
ณ สมาคมพันธมิตรหอการค้า แห่งเมืองลิขิตฟ้า
ในห้องโถงอันหรูหรา ซางกวนยู่กำลังนอนอยู่บนเตียง ในมือของเขา
ถือชามที่ถูกเคลือบด้วยทองคำ ในชามของใบนั้นมีของเหลวสีขาว
ของเหลวสีขาวนั้นก็คือนม มันไม่ใช่นมวัวหรือนมแพะ มันคือนมจาก
เต้าของหญิงสาว
ในคฤหาสน์ขุนนางชั้นสูง จะมีหญิงแม่นมอยู่ ซึ่งหญิงแม่นมเหล่านี้จะ
คั้นนมจากเต้าของตนไว้สำหรับเหล่าขุนนาง แน่นอนว่านมจากเต้าของ
มนุษย์นั้นมีคุณค่าทางสารอาหารสูงกว่านมใดใดในโลก มันจึงเป็นเรื่อง
ธรรมดาที่จะมีหญิงแม่นมมาคอยรับใช้ในคฤหาสน์ขุนนาง
ตามธรรมชาติ การที่มนุษย์จะมีน้ำนมนั้น ก็ต้องมีบุตรเสียก่อน
สำหรับหญิงแม่นมเหล่านี้ลูกของพวกนางก็คงเสียชีวิตไปแล้ว พวกนางจึง
มาเป็นหญิงแม่นมเพื่อหารายได้และช่วยแบ่งเบาภาระของตระกูล
เขาว่ากันว่า หญิงที่มีสะโพกใหญ่จะให้กำเนิดบุตรง่าย ซางกวนยู่ชอบ
น้ำนมจากหญิงประเภทนี้เป็นพิเศษ ดังนั้น สำหรับหญิงแม่นมของเขา
พวกนางจะต้องเป็นหญิงงามที่อายุประมาณ20ปี พวกนางมีสเน่ห์เย้ายวน
ใจ แน่นอนว่าพวกนางไม่มีทางได้เป็นแค่หญิงแม่นมหรอก พวกนางยัง
ต้องเป็นนางสนมของเขาด้วย
สมาคมพันธมิตรหอการค้ามีอิทธิพลยิ่งใหญ่มาก บางตระกูลถึงกับ
เสนอนางสนมเข้ามาให้เองเพื่อเอาใจซางกวนยู่ ว่าที่ผู้นำสมาคมพันธมิตร
หอการค้าในอาณาจักรลิขิตฟ้าคนต่อไป
ในบางครั้ง ซางกวนยู่ก็มีความต้องการมาก หากเป็นหญิงงามที่เขา
ถูกใจแล้วล่ะก็ แม้ว่าพวกนางจะมีสามีแล้ว แต่เขาก็ไม่สนใจ เขาจะต้อง
เอาพวกนางมาเป็นนางสนมให้ได้
“เจอนางหรือยัง?” ซางกวนยู่ถามอย่างเบื่อหน่าย เขาวางชาม
ทองคำลงอย่างช้าๆ
“นายท่าน พวกเราเจอนางแล้ว” นักสู้คนหนึ่งกล่าว เขามีอายุ
ประมาณ 40 ปีและมีการฝึกฝนขั้นที่ 3
“งั้นก็ไปกันได้แล้ว” ซางกวนยู่กล่าวพร้อมกับเลียริมฝีปาก แววตา
ของเขาดูดุร้ายมาก
“แต่นายท่าน คือว่า…” ชายคนนั้นลังเล
“อะไร! เจ้ากลัวไอ้สวะหลินหมิงงั้นรึ?!”
“นายท่าน หลินหมิงถูกเลือกให้เป็นศิษย์หลัก ในอนาคตเขาอาจได้
เป็นถึงเจ้าสำนักหรือฑูตของอาณาจักร พวกเราไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
…”
“แกจะพอให้ข้าปล่อยให้ไอสวะนั่นเหยียบหัวเล่นอยู่อย่างนี้รึ เจ้าจะ
อยู่ข้างมันสินะ?!” ซางกวนยู่ตวาดดังลั่น
ชายกลางคนรีบกล่าว “นายท่าน ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“หึ ในเมื่อเจ้าสำนักต้องการให้มันมาท้าทายข้า ก็เป็นไปไม่ได้หรอก
ที่ข้าจะอยู่ร่วมกับมันอย่างเป็นสุข เจ้าสำนักคงจะวางแผนให้มันเหยียบข้า
เป็นบันไดขึ้นไปสินะ ฝันไปเถอะ”
เป็นเพราะหลินหมิงได้แย่งความโดดเด่นไปจากซางกวนยู่ ทำให้เขา
ไม่พอใจเอามากๆ และการที่หลินหมิงต้องการจะล้มเขาให้ได้ใน4เดือน
ทำให้เขายิ่งดูแย่ในสายตาชาวเมืองขึ้นไปอีก หากเขาแพ้มันจริงๆคนจะ
อับอายน่าดู
แต่เรื่องแบบนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้หรอก ซางกวนยู่มั่นใจอย่างยิ่ง
ว่าในสี่เดือนนี้เ หลินหมิงไม่มีทางเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน แต่เขาก็ยัง
รู้สึกว่าในซักวันหนึ่งหลินหมิงต้องเหนือกว่าเขาเป็นแน่ ต่อให้การต่อสู้ใน
ครั้งนี้เขาจะเอาชนะหลินหมิงได้ แต่ในวันหนึ่งหลินหมิงก็จะเหนือกว่าเขา
อย่างนั้นหรือ? หากวันหนึ่งเขาพ่ายแพ้หลินหมิง มันคงจะกลายเป็นจุด
ด่างพร้อยในจิตใจที่ไม่มีวันลบออกไปได้!
นั้นคือสิ่งที่ซางกวนยู่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด เขาจะต้องทำลาย
การฝึกฝนระยะยาวของหลินหมิง ไม่ว่าจะอีกนานเท่าไร เขาก็จะต้อง
เหนือกว่ามัน