Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 127 วิธีการน่ารังเกียจ
หลังจากที่ได้ฝึกฝน ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ จิตวิญญาณของซางกวน
ยู่ก็แกร่งกล้าและเปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่น ความมุ่งมันที่จะถึงฝนวิชาที่
ทรงพลังนี้ให้ถึงขั้นที่7ตอนที่ยังเป็นหนุ่มอยู่
หากเขาสำเร็จถึงขั้นนั้นแล้ว เขาจะสามารถเป็นหนุ่มไปได้อีกถึง100
ปี เขาจะมีเวลาได้สนุกกับผู้หญิงมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งหญิงงามในวันนี้
และหญิงงามในอีก100ไปข้างหน้า ทุกๆคนต้องเป็นของเขา เขาจะสร้าง
หอนางโลมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักร จะต้องมีหญิงงามซัก3000คน
สำหรับเขาในแต่ละวัน เพียงแค่ได้คิดเช่นนั้น จิตใจของซางกวนยู่ก็เต็มไป
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ
แต่การจะฝึกฝน ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ให้ถึงขั้นที่ 7 นั้นมันไม่ใช่
เรื่องง่ายๆเลย
เขาเริ่มฝึกวิชานี้มาซักพักหนึ่งแล้ว ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ใน
อนาคตเขาก็จะมีสาวงามอยู่รอบกายเต็มไปหมด แต่ถ้าในอีก4เดือนนี้เขา
พ่ายแพ้ให้กับหลินหมิงล่ะก็ ความฝันที่จะมีสาวงามอยู่เต็มหอนางโลม
เช่นนั้นคงไม่มีวันเป็นจริง
ดังนั้นเขาจึงต้องการเอาชนะหลินหมิงให้ได้อย่างสมบูรณ์ในการ
ประลองนี้ เขาจะทำลายชีวิตของมัน เขาจะแย่งชิงทุกอย่างของมันมา ทั้ง
ชื่อเสียง เกียรติยศ รวมไปถึงผู้หญิงของมันด้วย
ชายข้ารับใช่กล่าว “นายท่าน หากท่านตัดสินใจที่จะทำเช่นนั้น จะ
เป็นการยั่วโมโหหลินหมิง และเขาจะไม่ใช่แค่คู่ต่อสู้ของท่านเท่านั้น เขา
ยังจะกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตของท่านด้วย
“หึ.. คิดว่าคนอย่างข้าต้องไปกลัวไอ้สวะนั่นด้วยรึ?!”
“แต่…”
“ไม่มีแต่!! หลินหมิงมันมีอำนาจมากขึ้นก็จริง ในเวลานี้แม้แต่องค์
ชายสิบก็ยังไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับมันเลย แต่คนอย่างข้าไม่กลัวไอ้สวะนั้น
หรอก เมื่อมันกล้าคิดที่จะท้าทายคนอย่างข้า ข้านี่ล่ะที่จะเป็นคนสั่งสอน
มันเอง”
“นายท่าน…”ชายข้ารับใช้กล่าวอย่างเป็นกังวล
“อะไรอีก! ไอ้สวะนั่นมันมีอะไรที่ข้าต้องเกรงกลัวรึไง?”
ชายข้ารับใช้เงียบและคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา
“ความมุ่งมั่นในการฝึกฝน เจตจำนงนักสู้ และจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง”
“นั่นมันก็จริงอยู่ พื้นฐานที่สำคัญที่สุดก็คือจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง แต่
หากข้าบดขยี้จิตวิญญาณของมันซะ ทำให้มันได้รู้จักความโหดร้ายทารุณ
ในการต่อสู้ มันก็เกิดรอยด้างพร้อยขึ้นในจิตวิญญาณ ซึ่งจะทำให้เจตจำนง
นักสู้ของมันถูกทำลายไป แล้วมันก็จะกลายเป็นแค่ไอ้นักสู้สวะที่มี
พรสวรรค์ระดับสามธรรมดาๆคนหนึ่ง”
“แต่เขาถูกปกป้องโดยสำนักเจ็ดแก่นแท้ การกระทำที่โจ้งแจ้งเช่นนั้น
คงเป็นไปไม่ได้”
“ก่อนที่มันจะพัฒนาไปมากกว่านี้ ข้าจะต้องจัดการดับอนาคตที่เจิด
จรัสของมันเสียตั้งแต่ตอนนี้”
ซางกวนยู่ยิ้มอย่างชั่วร้าย โดยไม่ฟังคำเตือนอันไร้สาระจากชายข้า
รับใช้ของเขาเลยแม้แต่น้อย
ซางกวนยู่นั้นเป็นคนดื้อรั้นมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เหตุใดเขาจะต้อง
ไปฟังคำเตือนของข้ารับใช้ด้วย
การฝึกวิชาก็มีผลต่อจิตวิญญาณเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ‘สมาธิแห่ง
พุทธ’ ก็จะทำให้จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ‘กระดูกทองคำดั่งพระเจ้า’ ก็จะทำ
ให้พลังปราณและเลือดถูกเติมเต็มให้บริสุทธิ์ แต่ ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’
จะทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแกร่ง พร้อมสัญชาตญาณที่ดุร้ายราวกับ
สัตว์ป่า
“นายท่าน พวกเราควรจะปรึกษานายเหนือหัวก่อ…”
“เจ้าว่ายังไงนะ?!” ซางกวนยู่ตวาลลั่นพร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรง
ในเวลานี้หากใครเอ่ยคำพูดไม่เข้าหูเขาล่ะก็ ได้หัวหลุดจากบ่าแน่
ชายข้ารับใช้หน้าถอดสีในทันที เขารีบกล่าว “ข้าน้อยสมควรตาย
โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย”
“ที่เจ้าต้องทำคือเป็นข้ารับใช้ที่เชื่อฟังข้า” ซางกวนยู่คลายจิตสังหาร
ที่แผ่ออกมา นายเหนือหัวที่ข้ารับใช้กล่าวหมายถึงพ่อของเขา แน่นอนว่า
พ่อของซางกวนยู่เองก็คงไม่เห็นชอบด้วยแน่ๆ สำหรับพ่อของเขาอนาคต
ของสมาคมพันธมิตรหอการค้าสำคัญกว่าซางกวนยู่เสียอีก
สมาคมพันธมิตรหอการค้าจะยิ่งใหญ่และมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อพวกเขา
เป็นกลาง และทำธุรกิจซื้อขายกับทุกๆฝ่าย หากเอนเอียงไปอยู่ฝ่ายใดฝ่าย
หนึ่งแล้ว ก็จะเกิดความเสี่ยงต่างๆตามมา พ่อของเขาไม่ยอมเสี่ยงไปมี
เรื่องกับฝ่ายไหนหรอก โดยเฉพาะคนที่กำลังมีชื่อเสียงอย่างหลินหมิง
แต่สำหรับซางกวนยู่ ไม่ว่าสมาคมพันธมิตรหอการค้าจะยิ่งใหญ่
ขนาดไหน มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับเขาซักเท่าไร เขามีความสามารถใน
การต่อสู้ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว สมาคมพันธมิตรหอการค้าก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น
สำหรับเขา
เหล่านักสู้ที่เป็นอัจฉริยะจะมีความมั่นใจในตนเอง หลินหมิงและซาง
กวนยู่ก็เช่นกัน พวกเขาจะเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าตัวของเขาเองจะต้อง
เหนือกว่า หากไม่เชื่อเช่นนั้นแล้วก็จะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของตนเอง
…
ณ ชานเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เมืองลิขิตฟ้า
นี่แห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งมีคฤหาสน์ขุนนางตั้งอยู่มากที่สุด แม้ว่า
คฤหาสน์แต่ละหลังจะถูกสร้างมานานแสนนานแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ดูเก่าไป
ตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย
ท่ามกลางคฤหาสน์มากมายของเหล่าขุนนาง เคยมีร้านค้าร้านหนึ่ง
ถูกประกาศขายเอาไว้อยู่
หลังจากที่ถูกซื้อไป เจ้าของคนใหม่ก็เข้ามาบูรณะให้ร้านค้าแห่งนั้น
กลับมาสวมงาม เจ้าจองร้านคนใหม่ตกแต่งร้านค้าด้วยพันธุ์ไม้พฤกษา ให้
ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ
ในตอนนี้ทางเข้าของร้านค้าแห่งนั้นมีหญิงสาวยืนอยู่คนหนึ่ง นาง
เป็นหญิงที่งดงามมากคนหนึ่งเลยทีเดียว
หญิงคนนี้ดูอ่อนโยนและอ่อนแอ แต่ถึงกระนั้นนางก็มีทักษะการต่อสู้
อยู่บ้าง
นางคือหลานอวิ๋นเยว่ เป็นเพราะสัญญาหมั้นของนางถูกทำลาย การ
หมายหมั้นของนางจึงถูกยกเลิก นางจึงเดินทางออกจากสำนักเจ็ดแก่นแท้
อย่างไร้จุดหมาย นางละอายเกินกว่าจะกลับไปพบพ่อแม่ที่บ้าน นางไม่
ต้องการถูกชามเมืองในเมืองใบหม่อนสีเขียวดูถูก นางจึงคิดที่จะอาศัยอยู่
ในเมืองลิขิตฟ้า
ดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะขายเครื่องประดับบางส่วนของนางเพื่อ
เปิดร้านผ้าไหมเล็กๆแห่งนี้ขึ้นมา
ชาวบ้านและเหล่าขุนนางต่างก็ชอบหญิงสาวคนนี้และมาอุดหนุน
กิจการของนางอยู่บ่อยๆ นางจะใส่ชุดสีฟ้าเป็นประจำ นางมักจะยุ่งอยู่กับ
งานที่ร้านตลอดทั้งวัน การทำงานของนางก็ดูคล่องแคล้วพริ่วไหวน่ามอง
และนางก็ยังมีฝีมือในการอาหารอีกด้วย หากไม่ได้สัมผัสมือของนางด้วย
ตัวเองก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่า หญิงสาวที่ทำงานหนักตลอดทั้งวันจะมีมือ
ที่นุ้มนิ่มและอ่อนโยนอย่างกับปุยนุ้นเช่นนี้
หลังจากที่รู้ว่านางนั้นอยู่ตัวคนเดียว ชาวบ้านแถวๆนั้นก็เห็นอกเห็น
ใจนางอย่างมาก พวกเขาพยายามถามไถ่ถึงทุกข์สุขของนาง และบางคนก็
พยายามทำตัวเป็นพ่อสื่อแม่สื่อหาหนุ่มๆมาให้นาง เพื่อที่นางจะได้มีคน
คอยดูแล แต่หลานอวิ๋นเยว่ก็ยิ้มแห้งๆแล้วปฏิเสธทุกครั้งไป
…….
“นายท่าน พวกเรามาถึงแล้ว” ชายข้ารับใช้กล่าว
“ว้าว เป็นร้านที่สวยงามมากทีเดียว” ซางกวนยู่กล่าวพร้อมกับเก็บ
พัดในมือ เขายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
การจะทำลายจิตวิญญาณของนักสู้ซักคน ก็ต้องทำลายสิ่งที่สำคัญต่อ
จิตใจของนักสู้คนนั้น และในสายตาของซางกวนยู่สิ่งที่สำคัญต่อจิตใจของ
หลินหมิงก็คือหลานอวิ๋นเยว่
ในตอนนี้หลินหมิงเข้าไปทดสอบในด้านแห่งความปรารถนา สิ่งที่
ด่านแห่งความปรารถนาเลือกมาเพื่อหลอกล่อให้หลินหมิงเสียตัวตนของ
ตัวเองไป จะต้องเป็นหลานอวิ๋นเยว่อย่างแน่นอน
แม้ว่าหลานอวิ๋นเยว่จะหมั้นกับจูเอี๋ยนไปแล้ว แต่ซางกวนยู่เชื่อว่า
นางยังมีผลต่อจิตวิญญาณของหลินหมิงอยู่
ถ้าหากเขาลักพาตัวหลานยุนเยีนไปเป็นนางสนม หลินหมิงจะรู้สึก
ยังไงนะ? เขาอย่างจะรู้เหลือเกิน
ในการประลอง แม้ว่าหลินหมิงจะแพ้ แต่มันก็คงไม่ได้ส่งผลต่อจิต
วิญญาณของเขาซักเท่าไร คนอย่างหลินหมิงก็คงจะกลับไปฝึกฝนอย่างมุ่ง
มันเพื่อที่จะกลับมาเอาชนะเขาให้ได้ในอนาคต
แต่ในเรื่องความรักมันต่างออกไป ซางกวนยู่เชื่อว่า แม้หลานอวิ๋นเยว่
จะเคยทรยศหลินหมิง แต่นางก็ยังคงอยู่ในหัวใจของหลินหมิงอยู่ มันเป็น
เหมือนรอยด่างพร้อยที่ไม่มีวันลบออก ต่อให้หลินหมิงเอาชนะเขาได้ รอย
ด่างพร้อยในจิตวิญญาณที่หลานอวิ๋นเยว่ทรยศหลินหมิงก็ไม่ได้จางหายไป
หากมีรอยด่างพร้อยในจิตใจมากขึ้น การฝึกฝนการต่อสู้ก็จะพัฒนา
ช้าลง หรืออาจถึงขั้นที่ไม่สามารถพัฒนาต่อได้เลย อยู่ที่ว่ารอยด่างพร้อย
ในจิตวิญญาณนั้นส่งผลต่อจิตใจของเขาแค่ไหน
ก็จริงอยู่ว่าสำนักเจ็ดแก่นแท้จะคุ้มครองหลินหมิง แต่พวกเขาไม่ได้
คุ้มครองหลานอวิ๋นเยว่ด้วยซะหน่อย นางลาออกจากสำนักมาแล้ว หาก
หลินหมิงรู้ว่าเขาลักพาตัวหลานอวิ๋นเยว่ไปทำไม่ดีไม่ร้าย เขาจะบ้าคลั่ง
ขนาดไหนกันนะ?!
ถ้าหากหลินหมิงถูกความโกรธเข้าครอบงำถึงขั้นที่มาหาเขาที่หน้า
ประตูบ้านจะเป็นเรื่องที่ดีมากเลย เขาจะได้จัดการมันให้จบๆไป
ถึงจะรอไปอีก 4 เดือนผลของการต่อสู้มันก็ไม่ได้ต่างกัน เพราะเขา
สำเร็จวิชา‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ขั้นแรกแล้ว ความแข็งแกร่งของเขา
เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ นี่คือสิ่งที่หลินหมิงและคนอื่นๆไม่เคยรู้มา
ก่อน
ซางกวนยู้วางแผนเอาไว้ว่าในวันประลอง เขาจะใช้คำพูดยั่วยุให้
หลินหมิงคลั่งและพุ่งเขามาหาเขา ซึ่งมันเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้ใช้วิชา
‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ สวนกลับให้หลินหมิงบางตายภายในหนึ่ง
กระบวนท่า มันจะได้ไม่ต้องมาสร้างปัญหาให้เข้าในอนาคตอีก
มันอาจจะต้องพักรักษาตัวซักครึ่งไปและก็คงจะถูกปลดออกจากการ
เป็นศิษย์หลักอย่างแน่นอน
และเมื่อหลินหมิงไม่ได้เป็นศิษย์หลักก็ไม่ได้มีอะไรให้ต้องเกรงใจอีก
แล้ว มันจะไม่มีโอกาสได้มาอยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป