Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 128 เลี่ยวเหวินหยวน
“ข้าจะพรากพรหมจรรย์ของหญิงที่มันรัก แล้วใช้ความสุขที่ได้ร่วม
รักกับหลานอวิ๋นเยว่มาเพิ่มพลังให้กับข้า ในการประลองหลินหมิงจะต้อง
พ่ายแพ้ให้กับข้า มันจะต้องบาดเจ็บบางตายถึงขั้นที่ต้องถูกปลดออกจาก
การเป็นศิษย์หลัก ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าเมื่อวันนั้นมาถึงไอ้สวะนั้นจะรู้สึก
ยังไง ฮ่าๆ”
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น ซางกวนยู่คิดว่าหลินหมิงจะต้อง
ดิ้นทุรนทุรายแน่ๆ ไม่มีทางที่เขาจะมีจิตวิญญาณที่เข็มแข็งหลงเหลืออยู่
จิตวิญญาณของมันจะต้องถูกทำร้ายจนสูญเสียเจตจำนงนักสู้ไป
ซางกวนยู่ลองจินตนาการว่าถ้าเขาเป็นหลินหมิงในวันนั้น เขาต้อง
คลั่งตายแน่ๆ
และเมื่อเป็นเช่นนั้นความแข็งแกร่งของมันก็จะเสื่อมถอยลง
ตั้งแต่อดีตกาล ก็มีอัจฉริยะมากมายที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่กลับ
ต้องมาทุกข์ทรมานหลังจากพ่ายแพ้และมีอาการบาดเจ็บสาหัส
“ไอ้สวะนั่นคิดว่าอนาคตของมันจะรุ่งโรจน์อย่างนั้นหรือ? หากไอ้
สวะนั่นไม่ได้มีเจตจำนงนักสู้มันก็เป็นแค่นักสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ3
กระจอกๆคนหนึ่งเท่านั้น รอให้ข้าพรากความบริสุทธ์ของหญิงที่มันรักไป
ก่อนเถอะ เจตจำนงนักสู้นั่นก็จะสูญสลายไปพร้อมกับจิตวิญญาณที่
เข้มแข็งของมันเอง”
เมื่อได้คิดถึงชะตากรรมของหลินหมิงแล้ว ซางกวนยู่ก็เป็นสุขอย่างยิ่ง
เขาหัวเราะอย่างเพลิดเพลินกับสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ ซางกวนยู่มองเข้าไป
หาหลานยุนเยี่ย นางกำลังทำงานอยู่ในร้านผ้าไหมเล็กๆ เขาไม่คิดจะรอให้
เสียเวลาและรีบบุกเข้าไปในทันที
“ยินดีต้องรับ ต้องการผ้าไหมประเภทไหนหรอ?” หลานอวิ๋นเยว่
กล่าวต้อนรับด้วยนำเสียงอันแสนหวาน แม้ว่านางกับซางกวนยู่จะฝึกฝนที่
สำนักเจ็ดแก่นแท้ในรุ่นเดียวกัน แต่นางกลับจำซางกวนยู่ไม่ได้เลย
เมื่อนางได้เห็นการแต่งกายของซางกวนยู่ นางก็รู้ในทันทีว่าพวกเขา
ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ไม่ต้องพูดถึงราคาของชุดที่ซางกวนยู่ใส่อยู่เลย เพียง
แค่จี้ที่อยู่ที่ข้อมือของเขาก็มีราคาสูงกว่า 5000 เหรียญทองแล้ว มันเป็นจี้
ชั้นเลิศราคาแพง ฐานะของชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
หลานอวิ๋นเยว่รู้ว่าชายสองคนนี้มาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ แต่นางไม่รู้
ว่าคนร่ำรวยอย่างพวกเขามาทำอะไรที่ร้านขายผ้าไหมเล็กๆของนาง ยิ่งไป
กว่านั้นผ้าไหมที่นางขายก็เป็นผ้าไหมสำหรับผู้หญิงอีกด้วย
หลานอวิ๋นเยว่รู้สึกกังวลใจแปลกๆ
ซางกวนยู่มองหลานอวิ๋นเยว่และยิ้มให้ เขาคิดในใจ “นางช่างงดงาม
เหลือเกิน แม้ว่านางจะแต่งกายด้วยชุดผ้าธรรมดาๆ แต่นางก็ยังงดงามดั่ง
เทพธิดา ไม่แปลกใจเลยที่ทั้งจูเอี๋ยนและหลินหมิงหลงไหลในตัวนาง และ
ตอนนี้นางก็ยังบริสุทธิ์อยู่ด้วย ข้าจะต้องพานางกลับไปที่คฤหาสน์ของข้า
ให้ได้ และ ข้าจะฝึก ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ กับนาง มันจะต้องสนุกแน่”
ในอาณาจักรลิขิตฟ้า มีกฏอยู่ว่าชายหญิงจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
ต่อกันไม่ได้จนกว่าจะได้แต่งงาน แต่กฏนี้ได้ยกเว้นนางสนมเอาไว้ เพราะ
คงจะไม่มีใครอยากแต่งงานกับพวกนางอยู่แล้ว
“เจ้าคือหลานอวิ๋นเยว่สินะ?” ซางกวนยู่กล่าวถาม
หลานอวิ๋นเยว่หวาดกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น พวกเขาตา
มาตามหานางอย่างนั้น?
นางพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว พวกท่านมีธุระอะไร?”
“ฮ่าๆ เพียงแค่ได้พบเจ้าครั้งแรกก็หัวใจของข้าก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา
ทันที เจ้านี่ช่างมีเสน่ห์น่าหลงไหลเสียจริงๆ”
หลานอวิ๋นเยว่ก้าวถอยหลังออกมา ความหวาดระแวงเพิ่มมากขึ้น
เรื่อยๆ
เมื่อซางกวนยู่เห็นนางก้าวถอยออกไป เขาก็รีบก้าวถอยออกมา
เช่นกัน เพื่อแสดงความเคารพจริงใจ “ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ข้าอาจจะ
ทำให้เจ้ากลัว แต่ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายใดใด ข้าแค่เสียใจที่ไม่ได้มาพบเจ้า
ให้เร็วกว่านี้ ข้าได้ยินว่าเจ้ายกเลิกงานแต่งไปแล้ว ข้าจึงได้รีบมาหาเจ้า”
หลานอวิ๋นเยว่เห็นซางกวนยู่ก้าวถอยหลังออกไป นางก็รู้สึกโล่งอก
โล่งใจขึ้นมาบ้าง “งานหมั้นไม่ได้ถูกยกเลิก แต่เป็นการหย่าร้างต่างหาก”
“ฮ่าๆ ข้ารู้มาว่าจูเอี๋ยนถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้ว เขาไม่คู่ควรกับ
เจ้าหรอก ข้าไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงได้มาเปิดร้านผ้าเล็กแห่งนี้ แต่ถ้าเจ้าไม่
รังเกียจ เจ้าจะมาที่คฤหาสน์ของข้าก็ได้ ข้ามีเครื่องประดับที่คู่ควรกับเจ้า
จะมอบให้เจ้าด้วย”
หลานอวิ๋นเยว่หัวใจเต้นแรง ซางกวนยู่เป็นบุรุษที่สุภาพ มั่งคั่งร่ำรวย
แล้วก็ให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองดี แต่นางก็ยังรู้สึกแปลกๆอยู่
นางเข้าใจฐานะของตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างดี นางเป็นถึงคนรักเก่า
ของหลินหมิง พวกหนุ่มๆลูกขุนนางจึงไม่คิดที่จะเข้ามายุ่งกับนาง
แม้ว่าหลานจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหลินหมิงอีกแล้ว แต่พวก
หนุ่มๆลูกขุนนางก็คงไม่กล้าหรอก เพราะการกระทำเช่นนั้นเหมือนเป็น
การดูถูกหลินหมิง
แต่ชายคนนี้กลับกล้าเข้ามาหานาง มีสองสาเหตุที่พอจะเป็นไปได้
อย่างแรกคือเขาบ้าไปแล้ว อย่างที่สองคือเขาเป็นศัตรูของหลินหมิง
เมื่อคิดเช่นนั้น หลานอวิ๋นเยว่ก็รู้สึกไม่ดี ไม่แน่ว่าเขาอาจจะใช้นาง
เป็นตัวประกันและขู่เข็ญให้หลินหมิงต้องทำอะไรที่ไม่ดี…
หลานอวิ๋นเยว่ไม่สามารถสัมผัสถึงระดับการฝึกฝนของชายคนนี้ได้
เขาต้องมีการฝึกฝนสูงกว่านางอย่างน้องหนึ่งขั้น และเขายังมีข้ารับใช้
ตามมาด้วยอีกคนด้วย ชายข้ารับใช้ของเขาเองก็มีการฝึกฝนในขั้นที่สาม
แม้ว่านางจะสัมผัสระดับการฝึกฝนของข้ารับใช้คนนั้นได้ แต่นางก็คงไม่มี
ทางที่จะสู้เขาได้
เมื่อซางกวนยู่เห็นนางเริ่มหวาดกลัว เขาก็ยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร
“ข้าได้ยินว่าเจ้าลาออกจากสำนักเจ็ดแก่นแท้มาแล้วหรือ? ด้วยพรสวรรค์
ของเจ้าในตอนนี้ เจ้าสามารถฝึกฝนให้ถึงขั้นผสานชีพจรได้ไม่ยาก เมื่อทำ
ได้เช่นนั้นเจ้าก็จะมีอายุยืนและยังสาวอยู่อีกหลายสิบปี เจ้าไม่ต้องการ
เช่นนั้นหรือ?”
ซางกวนยู่กระแอมเบาๆ ชายข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ส่งกล่องหยก
มาให้ ภายในนั้นมียาโอสถสองขวดอยู่ภายใน ซางกวนยู่เปิดมันออกอย่าง
ระมัดระวัง มันเป็นยาโอสถคุณภาพสูง
ซางกวนยู่ยิ้มและยื่นกล่องที่เปิดฝาเผยให้เห็นยาโอสภราคาแพงสอง
ขวดให้หลานอวิ๋นเยว่ “นี่คือยาเม็ดผสานวิญญาณระดับสูง มันเป็น
ของขวัญเล็กๆน้อยๆที่ข้าจะมอบให้กับเจ้าในตอนนี้ ในอนาคตหากเจ้ามา
อยู่กับข้า ข้าจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าต้องการ ด้วยฐานะที่ยิ่งใหญ่และ
ทรงอำนาจของข้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน” ซางกวนยู่รู้
อดีตของนางเป็นอย่างดี นางหย่าร้างกับจูเอี๋ยนไปแล้ว หนุ่มๆที่มีฐานะไม่
มีทางเลือกที่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่หย่าร้างกับผู้ชายมาแล้วอย่างนาง
และยาที่เขาจะมอบให้นางก็สามารถที่จะช่วยให้นางฝึกฝนไปถึงขั้นผสาน
ชีพจรได้ นางต้องไม่ปฏิเสธแน่ๆ
“ข้าขอขอบพระคุณท่านมาก แต่ข้าคงต้องขอปฏิเสธ ข้าไม่ได้
ต้องการที่จะฝึกฝนการต่อสู้อีกต่อไปแล้ว ข้าอยากมีชีวิตแบบคนธรรมดา
สามัญ” นางกล่าวตอบ ซางกวนยู่ไม่ยากจะเชื่อเลยว่านางจะกล้าปฏิเสธ
เขา
“โอ้ อย่างงั้นหรอกรึ” ซางกวนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาเริ่มแผ่ออร่า
ความชั่วร้ายออกมา ชายข้างหลังก็ก้าวไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อปิดทางหนีของ
หลานอวิ๋นเยว่
หลานอวิ๋นเยว่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่นางก็ยังรวบรวมความกล้า
ถามออกไป “พวกท่านต้องการอะไรกันแน่?”
ซางกวนยู่กล่าว “ก็ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ยอมไปกับข้าแต่โดยดี ข้าคิด
ว่าข้าอาจจะต้องเปลี่ยนใจเจ้าด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง”
เมื่อนางได้ยินคำพูดของเขา นางก็หน้าซีดขึ้นมาทันที เขาจะข่มขืน
นางและลักพาตัวนางไปอย่างนั้นหรือ? เขาไม่เกรงกลัวต่อหลินหมิงเลย
หรือยังไงกัน!
แม้นางจะรู้ว่านางไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหลินหมิงอีกแล้ว แต่ถ้าหาก
ใครคิดที่จะข่มขืนนาง หลินหมิงคงไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่
นางตัวสั่นจนเหงื่อเปียกโชกไปทั้งตัว นางพยายามที่จะมองหา
กรรไกรมาใช้เป็นอาวุธ
“นอกจากเจ้าจะงดงามมากแล้ว เจ้ายังไร้เดียงสาอีกด้วย ข้าอยากจะ
พาเจ้าขึ้นสวรรค์ซะจริงๆ” ซางกวนยู่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ซางกวนยู่พุ่งเข้าไปหานาง เขาโคจรพลังปราณเพื่อเสริมการ
เคลื่อนไหว แต่ในเวลานั้นเอง ก็ได้มีเสียงหัวเราะดังออกมา ชายคนหนึ่ง
ปรากฏตัวขึ้นมาหยุดการเคลื่อนไหวของเขาเอาไว้ ชายคนนั้นเข้ามาเพื่อ
ปกป้องหลานอวิ๋นเยว่
เลี่ยวเหวินหยวน! หนึ่งในองครักษ์ขององค์รัชทายาท!
ซางกวนยู่จำชายคนนี้ได้ เขามีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นผสาน
ชีพจร ต่อให้มีคนระดับซางกวนยู่อีกซัก5คนช่วยกันรุมก็ยังเอาชนะเขา
ไม่ได้
องค์รัชทายาทส่งเขามาปกป้องหลานอวิ๋นเยว่อย่างนั้นรึ?!
ไม่จริงน่า!
“ท่านเลี่ยว ช่างบังเอิญจริงๆ” ซางกวนยู่กล่าวขณะที่ประสานมือทำ
ความเคารพ
“ใช่แล้ว ช่างบังเอิญจริงๆ” เลี่ยวเหวินหยวนหล่าว “ท่านมาหาซื้อ
ผ้าไหมหรืออย่างไร?”
“นี่มันก็ย่างเข้าฤดูหนาวแล้ว ข้าก็คิดจะหาซื้อผ้าไหมดีดีไว้ซักผืน
หนึ่ง”
“ฮ่าๆ ข้าเองก็อยากจะหาซื้อผ้าไหมไว้สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะ
มาถึงนี้เช่นกัน ท่านซางมาจากตระกูลการค้าที่ยิ่งใหญ่ คงต้องมีความรู้ใน
เรื่องผ้าไหมเป็นอย่างดีแน่ ถ้าท่านช่วยข้าเลือกผ้าไหม้ซักผืนก็จะเป็นบุณ
คุณยิ่ง”
“ฮ่าๆ…” ซางกวนยู่ยิ้มเจื๋อนๆ “แค่เลือกซื้อผ้าไหม ท่านเลี่ยวสามา
รถทำเองได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้าหรอก ข้าหวังว่าท่านจะได้ผ้า
ไหมดีดีและไม่หนาวตายไปเสียก่อน ไว้พบกันใหม่”
หลังจากที่ซางกวนยู่กล่าวจบ เขาก็เก็บพัดของเขาและเดินจากไป
เมื่อได้ยินซางกวนยู่กล่าวเชิงคุกคามเช่นนั้น เลี่ยวเหวินหยวนก็ยิ้ม
ออกมาเหมือนไม่ได้ยิน เขามีการฝึกฝนในขั้นผสานชีพจร ไม่มีความ
จำเป็นต้องไปกลัวซางกวนยู่เลยแม้แต่น้อย และแม้ซางกวนยู่จะมีอำนาจ
ของพันธมิตรหอการค้า แต่เขาเองก็เป็นคนขององค์รัชทายาท อำนาจ
ของพันธมิตรหอการค้าไม่อาจเทียบกับอำนาจขององค์รัชทายาทได้