Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 130 ผลึกแห่งดวงดาวชิ้นหนึ่ง
ณ สมาคมจารึก
เมื่อมู่หรงซีเห็นหวังยู้ฮาน นางก็วิ่งเข้าไปหาหวังยู้ฮานในทันที
“หวังยู้ฮาน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงข้าบ้างหรือป่าว” มู่หรงชี
กล่าวทักทาย
“อ้าว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไป๋จิ้งอวิ๋นก็มาด้วยหรอ”
หวังยู้ฮาน มู่หรงชี และไป๋จิ้งอวิ๋น พวกนางทั้งสามคนอยู่ในวัย
เดียวกัน และยังมีฐานะพอๆกันดัวย พวกนางรู้จักกันมานานแล้ว
พวกนางเคยเล่นอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นไป๋จิ้งอวิ๋นกับมู่หรงชี
ก็เข้าไปฝึกฝนการต่อสู้ที่สำนักเจ็ดแก่นแท้ แต่หวังยู้ฮานไม่ชอบความ
รุนแรง และนางก็หลงไหลในการจารึก นางจึงไม่ได้สมัครเข้าสำนักเจ็ด
แก่นแท้
ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าวถาม “ยู้ฮาน วันนี้เจ้าไม่ต้องฝึกวิชาจารึกกับท่านปู่
หรือ? ข้าได้ข่าวว่ามีหนุ่มนักจารึกคนใหม่มาทำงานที่นี้ วันนี้เขาจะมาหรือ
ป่าว?”
หวังยู้ฮานพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ใครต่อใครที่มายังสมาคมจารึกต่างก็รู้จัก
หลินหมิงในนามนักจารึกนอกสังกัดคนใหม่ ไม่มีใครได้รู้ชื่อของเขาเลย ไม่
แปลกใจเลยที่พวกนางทั้งสองจะไม่รู้ว่านักจารึกคนนั้นคือหลินหมิง นักสู้
ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่มาจากสำนักต่อสู้เดียวกันกับพวกนาง
หวังยู้ฮานยิ้ม “เขาอยู่ข้างในห้อง ข้าเป็นผู้ช่วยของเขาเองแหละ ชั้น
มีหน้าที่ต้องรับแขกและเตรียมอุปกรณ์ให้เขา”
“ว้าว เขาคนนั้นรับสาวสวยอย่างเจ้ามาเป็นผู้ช่วยซะด้วย ชั้นต้องไป
ดูหน้าพ่อหนุ่มนั่นด้วยตาของตัวเองซะหน่อยแล้ว” มู่หรงชีกล่าวด้วย
ความตื่นเต้น
หวังยู่ฮานกล่าว “ข้าได้เรียนรู้อะไรจากเขาหลายอย่างเลย พวกนางก็
อยากเจอเขาเหมือนกันสินะ”
“ฮ่าๆ แน่นอน” มู่หรงชีกล่าว
จากนั้นไป๋จิ้งอวิ๋นก็พูดขึ้น “ข้ามาที่นี่ก็เพราะอยากจะพบกับนักจารึก
นอกสังกัดที่มาใหม่คนนั้น”
เมื่อกล่าวจบ นางก็หยิบดาบระดับมนุษย์ ขั้นกลาง ของนางออกมา
“ข้าต้องการสลักอาคมธาตุน้ำในดาบระดับมนุษย์ของข้า เขาพอจะมีเวลา
ว่างมั้ย?”
หวังยู้ฮานหัวเราะ “แน่นอน เขาว่างอยู่แล้ว เขากำลังพักอยู่เลย ข้า
จะพาพวกเจ้าไปเอง”
ในตอนนี้หลินหมิงกำลังหลับตาและเข้าสู้สภาวะเจตจำนงนักสู้เพื่อ
ฟื้นฟูพลังปราณให้กลับมาอยู่ พลังปราณของเขายังฟื้นคืนกลับมาไม่เต็มที่
เขาสัมผัสได้ว่าหวังยู้ฮานพาผู้หญิงอีก2คนตามมาด้วย เขาจึงกล่าวขึ้นมา
“ให้พวกนางเขียนอาคมที่ต้องการทิ้งไว้พร้อมกับวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่จะ
จารึก จากนั้นก็ให้พวกนางกลับไปได้แล้ว บอกพวกนางว่าหลังจากงาน
เสร็จแล้วจะติดต่อไป อย่าให้ใครเข้ามารบกวนการฟื้นฟูพลังปราณของ
ข้า”
หลินหมิงพูดออกไป แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงของหวังยู้ฮานตอบกลับมา
เขาลืมตาขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาเขาก็พบกับมู่หรงซีและไป๋จิ้งอวิ๋นที่กำลังจ้องมาที่
เขา หวังยู้ฮานเองก็กำลังยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
“พวกนาง..คือ” หลินหมิงจำพวกนางสองคนได้ พวกนางคือสองสาว
งามแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้
“เจ้า… เจ้านะรึที่เป็นนักจารึกนอกสังกัดคนใหม่?!” มู่หรงซีถามด้วย
ความงุนงง นางจ้องหลินหมิงและทำตาโต
“ใช่แล้ว เป็นข้าเอง” หลินหมิงตอบ ตอนนี้มีเขามีชื่อเสียงและ
อิทธิพลมากพอแล้ว เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องปิดบังอีกแล้ว
“เจ้า…!” มู่หรงซียังยอมรับความจริงไม่ได้ นางไม่ยอมรับหรอกว่านัก
จารึกนอกสังกัดที่มีฝีมือยอดเยี่ยมคนนั้นคือหลินหมิง
โอ้สวรรค์! นี่เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?!
แม้แต่ศิษย์พี่หญิงก็ยังนับถือทักษะในการต่อสู้ของเขา และเขายังมี
เจตจำนงนักสู้อีก ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความมุ่งมั่นเหมือนกับคนบ้าอีก
ด้วย แล้วเขาคนนั้นยังจะเป็นยอดนักจารึกอีกงั้นหรอ?!
“อ๊ายย! ไม่จริง นี่มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง!”
“นี่ต้องเป็นแผนการณ์ของเจ้า หวังยู้ฮาน เจ้าว่าแผนแกล้งพวกเรา
ใช่มั้ย ข้าขอยอมรับเลยว่าแผนการณ์ของเจ้าทำให้ข้าตะลึงเป็นอย่าง
มาก” มู่หรงซีกล่าว นางยอมรับไม่ได้จริงๆที่ยอดฝีมือนักจารึกคนนั้นคือ
หลินหมิง
หวังยู้ฮานหัวเราะ “ต่อให้ข้าอยากจะแกล้งพวกเจ้าจริงๆ แต่เจ้าคิด
ว่าคนอย่างหลินหมิงจะยอมเล่นด้วยอย่างนั้นหรือ? ”
มู่หรงซีขยี้ตา มันเหมือนกับว่ามีเด็กอายุ10ขวบเดินมาบอกว่ามีเงิน
เป็นล้านเหรียญทอง ใครจะไปเชื่อกัน?!
แต่สำหรับไป๋จิ้งอวิ๋นนางยอมรับได้แล้วว่าหลินหมิงคือนักจารึกคนนั้น
นางยิ้มและกล่าว “นักจารึกคนใหม่คนนั้นก็คือศิษย์น้องหลินนี่เอง ตลอด
มาข้าประเมินความสามารถของเจ้าผิดไปจริงๆ นอกจากเจ้ามีเป็นนักสู้ที่
เก่งกาจแล้วยังเป็นปรมาจารย์ด้านการจารึกด้วยสินะ”
“ข้าไม่กล้าเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์หรอก ข้าทำได้เพียงแต่วาด
อาคมจารึกง่ายๆเท่านั้น”
“ฮ่าๆ…” ไป๋จิ้งอวิ๋นหัวเราะอย่างพูดไม่ออก นางได้ยินว่านักจารึกคน
ใหม่คนนั้นสามารถวาดอาคม ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’ ขึ้นมาจารึกลงบน
เกราะได้ นั่นเป็นแค่อาคมจารึกง่ายๆที่ไหนกันล่ะ?!
“แล้วพวกนางสองคนมีธุระอะไรถึงได้มาที่นี่?” หลินหมิงกล่าวถาม
เขามีเวลาในการฝึกฝนจารึกน้อยอยู่แล้ว เขาไม่อยากเสียเวลาไปกับการ
สนทนาไร้สาระ
“อ่อ.. ข้าอยากจะให้เจ้าช่วย..” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าวพร้อมกับหยิบดาบ
ระดับมนุษย์ของนางออกมาให้หลินหมิง
ดาบเล่มนี้ยาวกว่า3ก้าว มันสะท้อนแสงแวววับดั่งเกล็ดหิมะ รูปร่าง
กระชับใช้คล่องมือ ตรงกลางตัวดาบมีอักขระสลักเอาไว้ว่า ‘วารีสีฟ้าใส’
“เป็นดาบที่ดี” หลินหมิงกล่าวชมและส่งพลังวิญญาณเข้าไป เขา
พบว่าดาบเล่มนี้มีโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก มันจะต้องเป็น
อุปกรณ์ระดับมนุษย์ขั้นกลางอย่างแน่นอน
ไป๋จิ้งอวิ๋นพูดขึ้นมา “ศิษย์น้องหลิน ข้าอยากให้เจ้าสลักอาคมธาตุน้ำ
หรือน้ำแข็งลงบนดาบเล่มนี้ ข้าต้องการประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นประมาณ
36%”
“ธาตุน้ำหรือน้ำแข็ง ประสิทธิภาพ 36% ยังต้องการอะไรอีกไหม? ”
“ไม่.. ไม่มีแล้ว” ไป๋จิ้งอวิ๋นตกใจเล็กน้อย ที่นางพูดไปนางคิดว่าเป็น
ขีดจำกัดสูงสุดของการเพิ่มประสิทธิภาพให้อุปกรณ์แล้วเสียอีก แต่หาก
ลองฟังจากน้ำเสียงของหลินหมิงแล้ว เหมือนว่าที่นางพูดไปเป็นเรื่องง่ายๆ
สำหรับเขา นางจึงตัดสินใจที่จะกล่าวต่อ “ถ้าหากน้องหลินสามารถทำได้
ดีกว่านั้น ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก”
หลินหมิงมองไปยังวัตถุดิบมากมายที่กองอยู่บนโต๊ะของเขา ถึง
วัตถุดิบของเหลือจากการจารึกครั้งก่อนๆพวกนั้นจะมีราคาแพง แต่มันก็
ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา มันทำได้แค่ขายเป็นเงินหรือแลกเป็นคะแนน
จารึกเท่านั้น หากวัตถุดิบที่เข้าต้องการไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง
และคะแนนจารึก วัตถุดิบที่เหลืออยู่เหล่านั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลินหมิงก็พูดขึ้น “ผลึกแห่งดวงดาวชิ้นหนึ่ง! หาก
ศิษย์พี่หญิงหามาให้ข้าได้ ข้าจะสลักอาคาจารึกที่ท่านต้องการให้โดยใช้
วัตถุดิบของข้าเองทั้งหมด ข้ารับรองว่าท่านต้องพอใจอย่างมากเป็นแน่”
“ผลึกแห่งดวงดาว1ชิ้น!” ไป๋จิ้งอวิ๋นถึงกับพูดไม่ออก แต่มู่หรงซีกลับ
อุทานออกมา
“เจ้า.. ทำไมเจ้าถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนั้น ผลึกแห่งดวงดาวมันมี
ราคาพื้นฐานชิ้นละ 15000 เหรียญทองเลยนะ และมันยังหายากอีกด้วย
ถ้าหากมันเหลืออยู่น้อยหรือขลาดแคลน เขาอาจจะซื้อขายมันในราคาที่
มากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยก็ได้ 15000เหรียญทองยังไม่พอที่จะซื้อมันซักชิ้น
หรอก”
หลินหมิงกล่าวขึ้น “พลังปราณของข้าแข็งแกร่งขึ้นมาก ทักษะใน
ด้านการจารึกก็ก้าวหน้าขึ้นมาก แต่อาคมที่คู่ควรกับดาบระดับมนุษย์ก็ใช่
ว่าจะวาดขึ้นมาได้ง่ายๆ ทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดสูงมาก วัตถุดิบที่
ใช้ในการจารึกแต่ล่ะครั้งก็มีมูลค่ากว่า7000เหรียญทองแล้ว หากมัน
ผิดพลาดขึ้นมาข้าก็จะเป็นคนหาวัตถุดิบชุดใหม่มาเอง และจารึกใหม่อีก
ครั้งจนกว่าการจารึกจะสำเร็จ ข้อเสนอของข้ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก
ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่กล้าเสนอออกมาหรอก”
“อืม..” ไป๋จิ้งอวิ๋นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกัดฟันพูดออกมา “ก็ได้ ท่าน
ลุงของข้าจะหามันมาให้เอง ข้ายอมรับข้อเสนอของเจ้า”
ไป๋จิ้งอวิ๋นมีฐานะในตระกูลค่อนข้างสูง หากนางต้องการตระกูลของ
นางต้องช่วยเหลืออย่างแน่นอน แม้ว่าเงินกว่า 15000 เหรียญทองอาจจะ
ดูมากเกินไป แต่หากแค่ครั้งเดียวก็อาจจะพอเป็นไปได้อยู่
“ขอขอบใจศิษย์พี่จิ้งอวิ๋นอย่างมาก” หลินหมิงเขียนราบชื่อวัตถุดิบ
มากมายแล้วยื่นให้หวังยู้ฮาน
“วัตถุดิบเหล่านี้หักเอาจากคะแนนจารึกและเงินของข้าได้เลย”
หลินหมิงกล่าวขณะที่ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้หวังยู้ฮาน
แม้ว่าตามกฏแล้วลูกค้าจะต้องนำวัตถุดิบมาเอง แต่นี่ถือเป็นเรื่อง
ส่วนตัวของหลินหมิง
หวังยู้ฮานอ่านรายชื่อวัตถุดิบจำนวนมหาศาลนั่นและก็ต้องตกตะลึง
วัตถุดิบแต่ละอย่างราคาสูงมากทั้งนั้น แม้ว่าจะใช้คะแนนจารึกในการลด
ราคาแล้ว แต่ราคาของมันรวมๆแล้วก็ยังสูงเกือบ7000เหรียญทอง หาก
ไม่มีคะแนนจารึก ราคาของมันคงสูงกว่านี้อย่างน้อย2เท่าเป็นแน่
หลังจากที่หวังยู้ฮานไปรวบรวมวัตถุดิบทั้งหมดมาครบแล้ว หลินหมิง
ก็ยังไม่ได้เริ่มวาดอาคม แต่เขาหยิบหินพลังปราณออกมาและนั่งสมาธิเพื่อ
เข้าสู่สภาเจตจำนงนักสู้ เขาใช้เวลานั่งสมาธิว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูพลัง
ปราณให้กลับมาเต็มเปี่ยม
หลังจากนั้นหลินหมิงก็เริ่มวาดอักขระขึ้นมา อาคมที่เขาจะวาดใน
ครั้งนี้ก็คือ ‘ผลึกหิมะเยือกแข็ง’ แบบเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่แบบย่อที่
ลดทอนคุณสมบัติลงมาเพื่อประหยัดวัตถุดิบและพลังปราณ เหมือนอาคม
‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’ ที่เขาวาดในวันนั้น