Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 131 การฟื้นคือแห่งเฆมหมอกและวายุ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 131 การฟื้นคือแห่งเฆมหมอกและวายุ
อาคม ‘ผลึกหิมะเยือกแข็ง’ นั้นวาดขึ้นมาได้ยากกว่าอาคม
‘ปราการหิมาเยือกแข็ง’ เสียอีก แม้ว่าฝีมือการจารึกของหลินหมิงจะ
ก้าวหน้าขึ้นมาหลายขั้น แต่ก็ยังมีโอกาสที่เขาจะวาดอาคมนี้ล้มเหลวอยู่
“นำผลึกน้ำแข็ง 1 ชิ้นผสมเข้ากับน้ำ 1 แก้วแล้วกรองออกมา….”
หลินหมิงบอกวิธีการเตรียมวัตถุดิบกับหวังยู้ฮาน
หลังจากที่หลินหมิงและหวังยู้ฮานทำงานร่วมกันมาหลายวัน พวก
เขาสองคนก็เริ่มรู้ใจกันมากขึ้น ทำให้การจารึกดำเนินไปอย่างลื่นไหลไม่
ติดขัด
ขณะที่มือของหวังยู้ฮานกำลังจัดเตรียมวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว
หลินหมิงก็โคจรพลังของกฏแห่งวิญญาณ ‘ครอบงำวิญญาณ’ และเริ่ม
วาดอักขระขึ้นมา
อักขระปรากฏขึ้นมาในอากาศ มันทอแสงสว่างไสวราวกับดวงจันทร์
หวังยู้ฮานใจเต้นระรัว นางมองไปยังหลินหมิง ใบหน้าของนาง
กลายเป็นสีแดง นางชอบเวลาที่หลินหมิงทำหน้าตาจริงจัง นางอยากจะ
มองดูเขาอยู่ใกล้ๆเช่นนี้ทุกวัน
เวลาค่อยๆผ่านล่วงเลยไป ดวงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า ความสว่าง
ในห้องเริ่มจะมืดสลัวขึ้นเรื่อยๆในทุกขณะ หลินหมิงวาดอักขระไปกว่า
150 อักขระแล้ว อักขระเหล่านั้นกลายเป็นเหมือนเศษผลึกหิมะเล็กๆที่
ค่อยๆซ้อนทับและผสานตัวเข้าด้วยกัน
นี่เป็นภาพการจารึกที่ไม่เคยมีให้เห็นในอาณาจักรลิขิตฟ้ามาก่อน
แม้แต่มู่หรงซีที่ไม่เคยสนใจอักขระพวกนั้น ยังต้องจ้องมองความ
สวยงามของมันจนตาไม่กระพริบ
หลังจากเวลาผ่านไปอีก15นาที หลินหมิงก็ถึงขีดจำกัดของตัวเอง
แล้ว เขากัดฟันฝืนวาดอักขระตัวสุดท้ายขึ้นมาอย่างยากลำบาก และใน
ที่สุดอักขระทั้งหมดที่เขาวาดขึ้นมาก็ผสานรวมกันเป็นหนึ่ง ก่อนจะสลัก
ลงไปบนดาบระดับมนุษย์เล่มนั้น
หลินหมิงยกดาบที่สลักอาคมจารึกลงไปแล้วมาคืนให้ไป๋จิ้งอวิ๋น ตัว
ดาบมีอักขระอาคมสลักเอาไว้ มันมีสีฟ้าใสราวกับหิมะ
อักขระอาคมบนดาบ ค่อยๆแผ่รัศมีสีฟ้าใสออกมารอบๆ ในชั่วครู่
รัศมีสีฟ้าใสนั้นก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งดาบ เกิดเป็นชั้นน้ำแข็งบางๆปกคลุม
ตัวดาบสีฟ้าเอาไว้ มันดูดกลืนอากาศร้อนภายในห้อง และแผ่ความเย็น
ออกมาแทนที่
มู่หรงซีมองไปยังดาบสีฟ้าใสเล่มนั้น แววตาของนางเป็นประกาย
“นิ…นี่มัน!” ไป๋จิ้งอวิ๋นอ้ำอึ้งอยู่ในลำคอ นางกลืนน้ำลาย และมองไป
ยังดาบที่ทอแสงสีฟ้าใสเล่มนั้น
หลังจากที่หลินหมิงนั่งพักมาชั่วครู่ เขาก็กลับมาหยิบดาบและใส่พลัง
ปราณเข้าไป เขาใช้มันฟาดฟันไปในอากาศอย่างรวดเร็ว เกิดประกายแสง
สีฟ้าออกมาให้เห็นแวบหนึ่ง แล้วก็หายไป
ทันใดนั้นเอง แท่นหินที่อยู่ห่างออกไปด้านหน้าก็ถูกผ่าออกเป็น2ซีก
และในพริบตาก็ปรากฏน้ำแข็งขึ้นมาบริเวณรอยแยกที่มันถูกผ่าออกจาก
กัน ทำให้หินทั้งสองซีกนั้นยังคงเชื่อมติดกันอยู่ด้วยน้ำแข็งตรงกลาง
“ทักษะของอาคมจารึก!!” หวังยู้ฮานอุทานออกมา
ทักษะของอาคมจารึก คือกระบวนท่าพิเศษที่อาคมจารึกสร้างขึ้น ผู้
ที่ใช้อุปกรณ์ที่มีอาคมจารึกนั้นสลักอยู่จะสามารถใช้กระบวนท่านั้นได้
ในอาณาจักรลิขิตฟ้า ผู้ที่พอจะสามารถวาดอาคมจารึกที่มีทักษะใน
ตัวเองได้นั้น ได้หายสาบสูญมานานมากแล้ว แม้แต่ในอาณาจักรโดยรอบ
ก็ยังไม่มีนักจารึกคนได้สามารถวาดมันขึ้นมาได้ ต่อให้เป็นอาณาจักรฮั่ว
หลัวที่ยิ่งใหญ่ ก็ยังมีนักจารึกที่วาดมันได้เพียงแค่หยิบมือ
สำหรับหวังยู้ฮานแล้ว ทักษะของอาคมจารึกคือสิ่งที่นางไม่เคยเห็น
มาก่อน นางจึงตื่นเต้นอย่างมากเมื่อได้เห็นมันเป็นครั้งแรก
ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วหลินหมิงเคยวาด ‘อาคมล้มล้าง’ ขึ้นมา นั้น
ก็ถือเป็น อาคมจารึกที่มีทักษะเช่นเดียวกัน เมื่อผู้ใช้อาวุธใส่พลังปราณเข้า
ไปในอาวุธที่มีอาคมนั้นสลักเอาไว้ มันก็จะปะทุพลังที่รุนแรงออกมา
สำหรับฟาดฟันในระยะใกล้
ในตอนนั้นไท้เฟิงได้เชื่อมั่นในอาคมจารึกนี้และเอาชนะศัตรูที่
แข็งแกร่งลงได้ สาเหตุที่เขาชนะศึกในครั้งนั้นก็เป็นเพราะอาคมของ
หลินหมิง ทำให้มู่อี้ที่ชมการประลองอยู่สืบสาวมาถึงผู้ที่จารึกมันขึ้นมา
และให้ความช่วยเหลือกับนักจารึกคนนั้น ซึ่งก็คือหลินหมิง
แต่ทักษะ ‘จู่โจมหนักหน่วงชั่วพริบตา’ ของ ‘อาคมล้มล้าง’ ก็เป็น
แค่วิชาระดับมนุษย์ชั้นต่ำเท่านั้น
เหตุผลที่ ‘จู่โจมหนักหน่วงชั่วพริบตา’ ช่วยให้เขาชนะได้ก็เพราะไท้
เฟิงอาศัยอยู่ที่กองทัพตั้งแต่เด็กๆ และฐานะทางบ้านก็ยากจน เขาจึงไม่มี
โอกาสได้เรียนรู้ทักษะต่อสู้ดีดีมาก่อน สำหรับคนยากจนอย่างเขา แค่
ทักษะระดับมนุษย์ขั้นต่ำก็มีค่าเกินว่าอะไรจะเทียบได้แล้ว
นี่เป็นสาเหตุให้มู่อี้ซื้อจารึกนั่นจากหลินหมิงในราคาแผ่นละ 3000
เหรียญทอง ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงมากเลย แต่สำหรับคนในตระกูลขุนนาง
อย่างไป๋จิ้งอวิ๋นและมู่หรงซี พวกนางไม่ต้องการวิชาระดับมนุษย์ชั้นต่ำ
แบบนั้นหรอก
“ทักษะวิชานั่นมีชื่อว่าอะไร?” หวังยู้ฮานกล่าวถาม
“มันคือวิชา ‘ผ่าน้ำแข็งเย็นยะเยือก’ หากใส่พลังปราณเข้าไปในดาบ
มันก็จะเกิดพลังแห่งความหนาวเย็นขึ้นมา” หลินหมิงพูดขณะที่ส่งดาบให้
ไป๋จิ้งอวิ๋น
ไป๋จิ้งอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะรับดาบเล่มนั้นมา เมื่อ
นางสัมผัสกับดาบ นางก็รู้สึกเย็นไปทั้งแขน
นางใส่พลังปราณเข้าไปตรวจสอบดาบของนาง
“ประสิทธิภาพ 40% !!” นางอึ้งจนพูดไปออก ในอาณาจักรแห่งนี้
เท่าที่รู้ก็มีแค่หวังหวนจี่ที่พอจะเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึงขนาดนี้ แต่หวัง
หวนจี่ไม่สามารถสร้างทักษะแห่งอาคจารึกขึ้นมาด้วยได้อย่างแน่นอน
นางใส่พลังปราณเข้าไปในอักขระของหลินหมิงที่สลักอยู่บนดาบ นาง
รู้สึกได้ในทันทีว่ามีความเย็นแผ่ออกมาจากดาบอย่างรุนแรง มันหนาวเย็น
ขึ้นเรื่อยๆจนน่ากลัว และในที่สุดมันก็เริ่มสั่นเหมือนพลังจะระเบิดออกมา
หากนางตวัดดาบของนางในตอนนี้ ห้องเล็กๆห้องนี้ได้ถูกผ่านครึ่ง
และปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างแน่นอน
“วิชา ‘ผ่าน้ำแข็งเย็นยะเยือก’ เป็นวิชาระดับมนุษย์ ชั้นกลาง ขั้นที่2
มันเหนือกว่าวิชาระดับมนุษย์ชั้นกลางทั่วๆไป” หลินหมิงกล่าว แม้ว่าไป๋จิ้
งอวิ๋นจะไม่ได้สะบัดดาบเพื่อทดสอบพลังของมัน แต่นางก็รู้ผลลัพธ์ดีอยู่
แล้ว
แม้แต่หวังยู้ฮานก็ยังตกใจ มันเป็นวิชาระดับสูงที่สุดของอาณาจักร
แห่งนี้เลยก็ว่าได้
แม้แต่ศิษย์ในห้องสวรรค์ ก็ยังไม่มีสิทธ์ที่เลือกวิชาระดับมนุษย์ ชั้น
กลาง ขั้นที่2 ของสำนักไปฝึกฝนได้ วิชาที่เหล่าศิษย์จะเลือกไปฝึกฝนได้ก็
จะขึ้นอยู่กับอันดับของพวกเขา
ไป๋จิ้งอวิ๋นมีอันดับที่ 22 วิชาที่นางสามาเลือกมาได้ก็ย่อมมีระดับที่สูง
อยู่แล้ว แต่วิชาเหล่านั้นก็ยังด้อยกว่า ‘ผ่าน้ำแข็งเย็นยะเยือก’ อยู่ดี
ถ้าหากเรื่องการจารึกของหลินหมิงในครั้งนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เขา
จะต้องโด่งดังไปทั่วอาณาจักร แม้แต่นักสู้ขั้นผสานชีพจร และนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าก็ยังต้องมาเยี่ยมชมผลงานของเขา
หวังยู้ฮานประเมินราคาของอาคมที่หลินหมิงสลักลงไปในดาบไว้
ประมาณ 30000 เหรียญทอง
หากรวมกับดาบระดับมนุษย์ชั้นกลางที่ราคาประมาณ 20000
เหรียญทองแล้ว ราคาของดาบที่สลักอาคมเอาไว้แล้วเล่มนั้นจะต้องอยู่ที่
ประมาณ 50,000 เหรียญทอง มันเป็นราคาที่แพงมากเลยทีเดียว
แม้ว่าการวาดอาคมจารึกเมื่อครู่จะกินพลังปราณไปมากมหาศาล แต่
ก็ดูเหมือนว่าหลินหมิงยังสามารถจะวาดจารึกต่อได้อีก
หากหลินหมิงจารึกอาคมที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ เขาสามารถหาเงิน
จากลูกค้าได้ถึง 1.2 ล้านเหรียญทองในแต่ละเดือนเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่หลินหมิงต้องการไม่ใช่เงิน แต่เป็นวัตถุดิบหายาก มีหลายสิ่ง
หลายอย่างที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง เขาจึงวางแผนว่าจะวาด
อาคมจารึกเพื่อแลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบหายากเหล่านั้น แต่ก็คงคาดหวัง
อะไรไม่ได้มากเท่าไร เหล่าขุนนางที่มาเป็นลูกค้าของเขาคงมีไม่กี่คนหรอก
ที่จะหาวัตถุดิบหายากเหล่านั้นมาได้
…….
เรื่องราวการจารึกในครั้งนี้ได้กลายเป็นข่าวแพร่กระจายไปทั่ว
อาณาจักร
ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น 40% พร้อมด้วยทักษะของอาคมจารึก วิชา
ระดับมนุษย์ ชั้นสูง ขั้นที่2 อุปกรณ์ที่เขาสลักอาคมจารึกลงไปจะ
กลายเป็นอภิมหาสมบัติไปในทันที แม้แต่หวังหวนจี่ ประทานสมาคม
จารึกก็ยังไม่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ เพราะในอาณาจักรแห่งนี้ ทักษะ
ของอาคมจารึกได้สูญหายไปนานแล้ว