Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 133 ขุดหลุมฝังศพตัวเอง
“การฝึกฝนขั้นที่ 5 อย่างนั้นรึ?” หลินหมิงกล่าว เขาสามารถรับรู้ถึง
การฝึกฝนของซางกวนยู่ได้
ในห้องสวรรค์แห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ มีศิษย์ที่ฝึกฝนไปถึงขั้นที่ 5 อยู่
เพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งก็คือ ต้ากู่ กับ ซางกวนยู่ แต่จริงๆแล้วพลังของพวก
เขาทั้งสองเหนือกว่านักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ทั่วๆไปเสียอีก
“โอ้ ศิษย์น้องหลิน ช่างบังเอิญจริงๆ” หลังจากที่ซางกวนยู่เห็น
หลินหมิง เขาก็เก็บพัดแล้วเดินเข้ามาหาหลินหมิงด้วยรอยยิ้ม
หลินหมิงยิ้มแล้วตอบ “แสดงละครได้เก่งดีนี่ เก่งกว่าจูเอี๋ยนเสียอีก”
จูเอี๋ยนเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนง่ายและตรงไปตรงมา แต่ซางกวน
ยู่นี่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้น ทั้งๆที่พึ่งจะบุกไปหาหลานอวิ๋นเยว่มา
ช่างหน้าด้านเสียจริง
“ข้าไม่อยากจะเชื่อ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” ซางกวนยู่นั่งลง
ข้างหน้าหลินหมิง “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศิษย์น้องหลินจะเป็นถึงปรม
จารย์จารึก เด็กอายุ15ปี สามารถศึกษาการจารึกได้แตกฉานขนาดนี้เลย
อย่างนั้นหรือ? ”
หลังจากที่ซางกวนยู่รู้ว่า หลินหมิงเป็นถึงนักจารึกนอกสังกัดแห่ง
สมาคมจารึก เขาก็ตกใจอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าหลินหมิงจะมี
ความสามารถในด้านการจารึกด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ตั้งตัวเป็นศัตรู
ของหลินหมิงไปแล้ว คนอย่างเขาไม่มีทางถอยเด็ดขาด
หลินหมิงเงียบและไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เมื่อหวังยู้ฮานเห็นหน้า
ซางกวนยู่แล้วก็โมโหขึ้นมาทันที นางเกลียดผู้ชายอยู่2ประเภท คือ พวก
เสือผู้หญิงและพวกป่าเถื่อน ซึ่งซางกวนยู่ก็มีสิ่งที่นางเกลียดครบทั้ง2ข้อ
“ซางกวนยู่ สมาคมจารึกของข้าจะไม่ขอต้อนรับเจ้า เจ้าจงกลับ
ออกไปเดี๋ยวนี้”
การที่หวังยู้ฮานเป็นหญิงจากตระกูลขุนนางชั้นสูง คำพูดของนางจึง
ต้องรักษามารยาท ไม่เช่นนั้นนางคงจะด่าซางกวนยู่ไปแล้ว แต่ซางกวนยู่
ก็ไม่ได้สนใจคำพูดของนาง เขาไม่เคยคิดจะโกรธหญิงงามคนใดเลย
โดยเฉพาะหญิงงามที่เขายังไม่ได้สนุกด้วย
ซางกวนยู่มองไปที่หวังยู้ฮาน แล้วยิ้มให้ก่อนจะกล่าว “หวังยู้ฮาน
เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน ข้าชอบคำพูดตรงไปตรงมาของเจ้ามาก ถ้าเจ้าไม่
รังเกียจ ข้าอยากจะเชิญเจ้ามากินเลี้ยงที่คฤหาสน์ของข้าซักครั้ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังยู้ฮานก็โกรธเลือดขึ้นหน้า นอกจากเขาจังไม่ฟัง
คำพูดของนางแล้ว เขายังพูดยอกย้อนนางกลับมาอีก
หลินหมิงพูดขึ้นอย่างใจ “ศิษย์พี่ซาง หากศิษย์พี่ไม่ได้มีธุระที่นี่ ก็ช่วย
กลับไปเถอะ หลังจากนี้อีก4เดือน เราจะได้พบกันบนลานประลองอย่าง
แน่นอน ตอนนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่ อย่ามารบกวนการทำงานของข้า”
“ศิษย์น้องหลิน ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังรวบรวมวัตถุดิบอยู่ แล้ว
ตอนนี้ข้าก็มีมันอยู่ด้วย…” ขณะที่เขาพูด เขาก็หยิบขวดแก้วเล็กๆออกมา
จากแหวนมิติ ในขวดแก้วใบนั้นมีของเหลวสีดำทมิฬ
“เลือดปีศาจระดับ 5 งั้นรึ?” หลินหมิงชะงักเล็กน้อย เขาตามหามัน
มานานแล้ว มันไม่ใช้วัตถุดิบที่จะหาได้ง่ายๆเลย
“ศิษย์น้องหลินช่างมีสายตาที่เฉียบคมยิ่งนัก ใช่แล้ว มันคือเลือด
ปีศาจระดับ 5 ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อให้ศิษย์น้องหลินวาดจารึกอาคมให้ข้า
ยังไงละ…” เมื่อกล่าวจบซางกวนยู่ก็ดึงดาบออกมาจากแหวนมิติแล้วยื่น
ให้หลินหมิง ดาบเล่มนั้นยาว 3 ก้าวกับอีก 3 นิ้ว ปลายดาบเป็นสีฟ้าดู
คล้ายผลึกน้ำแข็ง
หลินหมิงใส่พลังเข้าไปตรวจสอบโคร่งสร้างของดาบ และทันทีที่เขา
รับรู้ เขาก็ต้องตกใจ “ดาบระดับมนุษย์ ชั้นสูง”
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นดาบระดับมนุษย์ชั้นสูง ผู้ที่จะดึง
พลังของดาบระดับนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ต้องเป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
เท่านั้น แน่นอนว่าในหาซื้อไม่ได้ในอาณาจักรแห่งนี้อีกด้วย
“สมแล้วที่เป็นปรมจารย์ด้านการจารึก นี่คือดาบระดับมนุษย์ ชั้นสูง
ข้าก็หวังให้มันมีอาคมที่คู่ควรกับระดับของมัน ข้าต้องการประสิทธิภาพ
50% และมีทักษะวิชาของอาคมจารึกด้วย ถ้าหากศิษย์น้องหลินสามารถ
ทำให้ข้าได้ นอกจากเลือกปีศาจระดับ 5 ขวดนี้จะกลายเป็นของเจ้าแล้ว
สมาคมพันธมิตรของข้าจะช่วยศิษย์น้องหลินตามหาวัตถุดิบหายากที่ศิษย์
น้องหลินยังขาดเหลือยู่ทั้งหมดให้อีกด้วย”
“ประสิทธิภาพ 50% งั้นรึ ข้าทำไม่ได้หรอก”
“แม้ว่าเจ้าจะทำไม่ได้ แต่อาจารย์ของเจ้าคงจะทำได้อยู่แล้วไม่ใช่รึ
วัตถุดิบหายากที่เจ้าต้องการก็จะนำไปให้ท่านอาจารย์ของเจ้าอยู่แล้ว
หากท่านอาจารย์ของเจ้ายอมทำให้ข้า ข้าจะจ่ายให้อย่างงามเลย” ซาง
กวนยู่พูดพร้อมโบกพัดในมือ
หลินหมิงเข้าใจจุดประสงค์ของซางกวนยู่ขึ้นมาในทันที เขามาเพื่อ
พบอาจารย์ของหลินหมิง
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะมีความมุ่งมั่นเพียงใด ก็ไม่มีทางที่จะ
ฝึกฝนการจารึกและเข้าอย่างลึกลึ้งเช่นนี้ ซางกวนยู่จึงสันนิษฐานว่า
หลินหมิงจะต้องมีปรมาอาจารย์ผู้เก่งกาจในด้านการจารึกคอยสั่งสอนอยู่
เบื้องหลัง
หลินหมิงกล่าว “ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวลเรื่องวัตถุดิบที่ข้ายังขาดอยู่หรอก
ซักวันข้าก็ต้องหาพวกมันมาได้ และท่านอาจารย์ของข้าก็ใช่ว่าจะอยู่เป็น
หลักแห่ง เขาเป็นพวกออกพเนจรไปทั่ว ไม่มีทางที่จะหาเขาเจอได้อย่าง
แน่นอน”
“โอ้ เป็นเช่นนั้นเองรึ” ซางกวนยู่เดาว่าปรมาจารย์ของหลินหมิง
น่าจะมีการฝึกฝนขั้นปราณต้นฟ้า เช่นเดียวกับมู่อี้และหวังหวนจี่ เพียงแค่
ฝีมือด้านการจารึกของเขาเหนือกว่าหวังหวนจี่เท่านั้นเอง
เพราะไม่มีทางที่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าจะพเนจรมาสั่งสอนเด็กจาก
อาณาจักรเล็กๆแห่งนี้
ต่อให้เป็นคนจากนิกายระดับ3 แต่ก็สู้อำนาจของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ไม่ได้
สมาคมพันธมิตรหอการค้าเองก็มีอำนาจและอิทธิพลไม่น้อย พวกเขา
ไม่เกรงกลัวนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าแค่คนเดียวอย่างแน่นอน
ซางกวนยู่ได้ตรวจสอบประวัติของหลินหมิงมาแล้ว หลินหมิงอยู่
อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด และเคยมาพยายามขายแผ่นจารึกที่ หอร้อย
สมบัติ ซึ่งหอร้อยสมบัติก็เป็นสาขาหนึ่งของสมาคมพันธมิตรหอการค้า
เช่นกัน
แม้ว่าซางกวนยู่จะเป็นคนบ้าๆบอๆ แต่เขาก็เป็นคนฉลาด จากการ
พูดคุยลองเชิงหลินหมิงเมื่อครู่ และหลักฐานต่างๆ ทำให้ซางกวนยู่มั่นใจ
กว่าหลินหมิงไม่ได้มีปรมาจารย์อยู่เบื้องหลัง หลินหมิงเพียงแค่ได้รับ
ความรู้มาจากต่างดินแดนที่เจริญกว่าอาณาจักรแห่งนี้ ด้วยสาเหตุอะไร
ซักอย่าง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็ยิ้มออกมา และซ่อนความชั่วร้ายเอาไว้ในใจ
เขาจะดำเนินแผนการณ์เดิมต่อไป ซึ่งก็คือทำลายจิตวิญญาณของหลินห
มิง
“ฮ่าๆ ช่างน่าเสียดาย ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้พบกับท่าน
ปรมาจารย์ผู้เก่งกาจคนนั้น ศิษย์น้องหลิน ข้าได้นำเลือดปีศาจระดับ5
มาถึงที่นี้แล้ว และข้าก็ไม่คิดที่จะเอามันกลับไป ข้าต้องการให้ศิษย์น้อง
หลินสลักอาคมที่เพิ่มประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้บนดาบเล่มนี้
รวมถึงใส่ทักษะของอาคมจารึกลงไปด้วย”
“ถ้าหากเจาะจงธาตุและทักษะของจารึก ข้าคงจะเพิ่มประสิทธิภาพ
ได้ประมาณ 41% แต่หากไม่เจาะจงข้าจะเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 43%”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังยู้ฮานก็พูดขึ้นอย่างหัวเสีย “ท่านหลิน อย่าไป
ช่วยมันเลย มันจะใช้อาคมของท่านมาทำร้ายท่านในอนาคตนะ”
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องหลินกลัวที่จะช่วยข้าอย่างงั้นหรือ ยังไงซะข้าก็มี
สมาคมพันธมิตรหอการค้าที่สามารถติดต่อกับอาณาจักรฮั่วหลัวได้ ที่แห่ง
นั้นมีนักจารึกที่เพิ่มประสิทธิภาพได้ประมาณ40% อยู่เต็มไปหมด แม้ว่า
ข้าจะต้องเสียเงินมากขึ้นและอาจจะไม่ได้ทักษะของอาคมจารึกมา แต่
ประสิทธิภาพของมันก็ไม่ได้ต่างกัน”
หลินหมิงยิ้มและกล่าว “ศิษย์พี่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มาก ตั้งแต่
ข้าตัดสินใจที่จะสู้กับศิษย์พี่ซาง ข้าตั้งใจที่จะเอาชนะศิษย์พี่ในสภาพที่
สมบูรณ์ที่สุดอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีความจำเป็นอะไรที่ข้าจะปฏิเสธงานของ
ท่าน” หลินหมิงคิดจะวาดอาคมให้ซางกวนยู่อยู่แล้ว เขารู้อยู่แก่นใจดีกว่า
เลือดปีศาจระดับ5นั้นหายากขนาดไหน หากเขาพลาดโอกาสนี้ไป เขาก็ไม่
รู้จะไปหามันจากที่ไหนแล้ว
แน่นอนว่าอาคมที่เขาจะวาดให้กับซางกวนยู่ จะทำให้ซางกวนยู่
แข็งแกร่งขึ้นไปอีก แต่หากเขามีวัตถุดิบมากพอจะจารึกร่างกายได้สำเร็จ
มันมีพลังสูงกว่าอาคมที่เขาวาดให้ซางกวนยู่อย่างแน่นอน และก็เป็นจริง
อย่างที่ซางกวนยู่กล่าว ต่อให้เขาไม่วาดอาคมให้ ซางกวนยู่ก็ให้คนใน
อาณาจักรฮั่วหลัววาดให้ได้อยู่แล้ว แล้วนักจารึกในอาณาจักรนั้น ก็อยู่ใน
ระดับเดียวกันหรือเหนือกว่าหวังหวนจี่ทั้งนั้น ประสิทธิภาพ40% ไม่ใช่
เรื่องยากอะไร
ซางกวนยู่คงไม่รู้ว่าเลือดปีศาจระดับ5นั่นจะเพิ่มพลังให้เขาได้มาก
ขนาดไหน เมื่อถึงวันประลองมันจะต้องตกใจแน่ๆ
“ฮ่าๆ งั้นข้าก็คงต้องรบกวนศิษย์น้องหลินเสียแล้ว” ซางกวนยู่กล่าว
เดิมทีเขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะตอบตกลง เขาหวังจะให้หลินหมิงปฏิเสธ
เพื่อสร้างรอยด่างพร้อยเล็กๆขึ้นในจิตวิญญาณของตัวเอง
แต่ถึงยังไงการที่ดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงของเขาจะได้รับการสลัก
อาคมจากหลินหมิงมันก็เป็นเรื่องที่ดี แม้จะเป็นหอกทะลวงสายรุ้งที่ถูก
สร้างจากเหล็กเหนียวทมิฬ ดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงที่เพิ่มประสิทธิภาพ
จากอาคมเข้าไป ก็สามารถตัดหอกนั่นได้ง่ายๆ
หากหลินหมิงไม่มีหอกนั่นแล้ว มันก็ต้องพ่ายอย่างน่าอับอาย
ซางกวนยู่กล่าว “ข้าเอาแบบไม่เจาะจง และประสิทธิภาพ 43% แต่
ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าศิษย์น้องหลินจะไม่แอบใส่สิ่งแปลกปลอมที่ส่งผล
ร้ายลงไปในดาบของข้า”
หลินหมิงกระแอมเบาๆ “ท่านสามารถใช้อำนาจของสมาคม
พันธมิตรหอการค้าตรวจสอบได้อยู่แล้วมิใช่หรือ แม้ว่าพวกเขาจะวาด
อาคมขึ้นมาไม่ได้ แต่พวกเขาก็มีความสามารถที่จะตรวจสอบคุณสมบัติ
ของอาคมได้ และยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่คิดจะทำอะไรสกปรกหรอก มันก็แค่
ดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงเล่มหนึ่ง”
“ก็ดี งั้นข้าจะรอตรงนี้”
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น หวังยู้ฮานก็ได้แต่ถอนหายใจ พลังของซาง
กวนยู่นั้นน่ากลัวขนาดไหนก็รู้กันดีอยู่แล้ว แล้วนี่เขายังจะมีดาบระดับ
มนุษย์ชั้นสูงที่หลินหมิงจะสลักอาคมจารึกให้อีกอย่างนั้นหรือ การที่
หลินหมิงช่วยเหลือซางกวนยู่ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังศพตัวเองเลย