Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 136 การฝึกฝนขั้นที่ 4
“สัญลักษณ์จากการจารึกร่างกาย… ที่ข้าสามารถวาดมันได้สำเร็จก็
เพราะการฝืนขีดจำกัดร่างกายของข้า มันทำให้ข้าเหนื่อยล้าและหลับไป
เป็นเวลานาน ข้าหลับไปนานขนาดไหนกัน?”
นาฬิกาทรายขนาดใหญ่ในห้อง มันต้องใช้เวลาเป็นวันๆกว่าทราย
ทั้งหมดจะตกลงมาอยู่ด้านล่าง และในตอนนี้ทรายทั้งหมดก็ตกมาอยู่
ด้านล่างแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาหลับไปหลายวันเลยทีเดียว
“มันคือความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ข้าวาดอักขระเหล่านั้นขึ้นมาอย่าง
ยากลำบาก ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะต้องใช้เวลาในการวาดมันนาน
ถึงขนาดนี้ อาคมที่ข้าสลักลงบนร่างของข้าก็คือ…‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’
อาคมที่หลินหมิงวางแผนวางจะสลักลงบนร่างก็คือ ‘สัญลักษณ์
ผสานปราณ’ และ ‘ตราประทับยอดนักสู้’
‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ จะต้องสลักเอาไว้บนอก มันจะช่วยเร่ง
ความเร็วในการโคจรพลังปราณ ซึ่งจะส่งผลให้นักสู้สามารถฝึกฝนและ
ทะลวงไปยังขั้นต่อๆไปได้เร็วขึ้น ประดุจว่านักสู้คนนั้นมีพรสวรรค์ที่สูงขึ้น
‘ตราประทับยอดนักสู้’ จะต้องสลักเอาไว้บนมือ มันจะช่วยส่งเสริม
ให้พลังปราณแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ทั้งทักษะการต่อสู้และทักษะการ
เคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
สำหรับนักสู้นั้น ระดับขั้นการฝึกฝนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากมี
พรสวรรค์สูง ก็จะมีความเร็วในการโคจรพลังปราณสูง และทะลวงไปการ
ฝึกฝนขั้นสูงๆได้เร็วขึ้น เขาจึงวาด ‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ ซึ่งช่วยเร่ง
ความเร็วในการโคจรพลังปราณ ขึ้นมาเป็นอันดับแรก
หลินหมิงกำลังนั่งทำสมาธิและโคจรพลังปราณ ด้วย‘สัญลักษณ์
ผสานปราณ’บนร่างของเขา ทำให้การโคจรพลังปราณของเขารวดเร็วขึ้น
กว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
“ความเร็วในการโคจรพลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 40%! แม้ว่าข้าจะ
มีอาการอ่อนเพลียและเวียนหัวจากการสะกดจิตตัวเองเพื่อฝืนขีดจำกัด
ของร่างกายอยู่ แต่เมื่อได้เห็นประสิทธิภาพของ ‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’
มันทำให้ข้าหายเหนื่อยไปเลย” หลินหมิงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ความเร็วในการโคจรที่เพิ่มขึ้นมา 40% เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง!
โดยทั่วไปแล้ว นักสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ3 ที่เริ่มฝึกการต่อสู้ตอนอายุ
12ปี และไม่ได้ใช้ยาโอสถล้ำค่าใดใด จะมีการฝึกฝนขั้นที่5 ตอนอายุ
ประมาณ40ปี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30ปี
แต่สำหรับนักสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ4 ที่เริ่มฝึกการต่อสู้ตอนอายุ12ปี
เหมือนกัน และไม่ได้ใช้ยาโอสถล้ำค่าใดใดเช่นกัน พวกเขาจะมีการฝึกฝน
ขั้นที่5ตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งใช้เวลาแค่ประมาณ 20 ปีเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าระดับพรสวรรค์นั้นสำคัญขนาดไหน พรสวรรค์ที่ต่างกัน
1ระดับ จะมีระยะเวลาที่ต้องฝึกฝนต่างกัน10ปีเลยทีเดียว พรสวรรค์1
ระดับจะเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ประมาณ50%
ความแตกต่าง 50% นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย นักสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ
4จะมีการฝึกฝนขั้นที่5ตอนอายุ30ปี ในช่วงเวลานี้ร่างกายของพวกเขายัง
แข็งแรงสมบูรณ์ พวกเขามีโอกาสที่จะทะลวงไปยังขั้นผสานจีพจรได้ และ
เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็จะช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอีกมาก พวกเขาจะมี
ชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากคนทั้งอาณาจักร
แต่นักสู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ3 จะมีการฝึกฝนขั้นที่5ตอนอายุ 40ปี
ในช่วงอายุนี้ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากการแก่ตัว ความสามารถใน
การฝึกฝนจะลดลง และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ในชีวิตนี้ของพวกเขาจะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผสานชีพจรได้
ดังนั้น ‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ ที่ช่วงเร่งความเร็วในการโคจรพลัง
ปราณ ซึ่งส่งผลให้ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้น 40 % นั้นจึงเป็นสิ่งที่
วิเศษอย่างยิ่ง!
“และ ‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ ก็เป็นอาคมที่ง่ายที่สุดแล้ว มันจะทำ
ให้ข้ามีพัฒนาการที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังปราณของข้าก็จะสูงขึ้น และ
การจะจารึกร่างกายด้วยอาคมอื่นๆที่ยากกว่า ‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ ก็
จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นในอนาคต! ”
“ตอนที่ข้าวาด‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ ข้ายอมฝืนขีดจำกัดจนจิต
วิญญาณเกือบจะเสียหาย เพราะมันเป็นอาคมที่ส่งผลระยะยาว ยิ่งสลัก
อาคมนี้ลงบนร่างกายได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี การฝึกฝนหลังจากที่สลักมันลง
บนร่างกายจะรวดเร็วขึ้นอย่างมาก แต่‘ตราประทับยอดนักสู้’ นั้นเป็น
อาคมที่ช่วยเพิ่มความรุนแรงของพลังปราณ ทักษะที่ใช้พลังปราณจะมี
ประสิทธิภาพสูงขึ้น มันไม่ได้ส่งผลต่อความเร็วในการฝึกฝนแม้แต่น้อย จะ
สลักมันลงบนร่างกายตอนไหนก็ไม่ต่างกัน เพียงแค่สลักมันลงบนร่างกาย
ก่อนที่จะสู้กับซางกวนยู่ก็พอแล้ว”
……………………
ในวันถัดมา หลินหมิงไปฝึกฝนที่น้ำตกเยือกแข็ง เขาเลือกความยาก
ที่ระดับ10 และเข้าไปนั่งสมาธิโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ อยู่ใต้
น้ำตกเป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง
อาคม ‘สัญลักษณ์ผสานปราณ’ และเจตจำนงนักสู้ ทำให้ความเร็วใน
การึกฝนของเขาเป็นไปอย่างก้าวกระโดด
นอกจากนี้พลังปราณและเลือดเนื้อของเขายังบริสุทธิ์อย่างยิ่ง เพราะ
ในอดีตเขาได้ใช้ยาโอสถล้ำค่าทั้งสองชนิดเพื่อขจัดสิ่งสกปรกในร่างกาย
ยาโอสถล้ำทั้งสองช่วยขัดเกลาให้พลังปราณและเลือดเนื้อของเขาเหมาะ
แก่การฝึกฝนการต่อสู้
ในเวลานี้พลังปราณของหลินหมิงบริสุทธิ์กว่าพลังปราณของนักสู้ที่มี
การฝึกฝนขั้นที่5เสียอีก!
หลังจากเวลาผ่านเลยไปอีกครึ่งเดือน ในตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก2เดือน
ก่อนที่เขาจะต้องต่อสู้กับซางกวนยู่ หลินหมิงก็ยังมุ่งมั่นฝึกฝนอยู่ใต้น้ำตก
เยือกแข็ง เขาอยู่ในสภาวะของเจตจำจงแห่งการต่อสู้ พลังปราณโคจรไป
ตามสัญชาตญาตอย่างรวดเร็ว พลังปราณของเขาแพร่กระจายไปยัง
อวัยวะต่างๆและเริ่มซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อของเขาแล้ว
“ในที่สุดก็สำเร็จ… การฝึกฝนขั้นที่4 ขั้นกล้ามกล้ามเนื้อ!”
หลินหมิงรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่เขาจะ
สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นที่4ได้
สำนักเจ็ดแก่นแท้ ทดสอบนักสู้ที่ถูกเลือกให้เป็นศิษย์หลักโดยตัดสิน
จากเรื่องนี้ หากผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นศิษย์หลักมีระดับการฝึกฝนที่จุดสูงสุด
ของขั้นที่4ได้ก่อนที่จะอายุมากกว่า 16 ปีพวกเขาก็จะผ่านการทดสอบ
และได้เป็นศิษย์หลัก ด้วยอัตราการพัฒนาการของหลินหมิงในตอนนี้ เขา
สามารถผ่านการทดสอบการเป็นศิษย์หลักได้อย่างง่ายดาย
โดยปกติแล้ว เมื่อนักสู้ทะลวงขึ้นมาในระดับการฝึกฝนขั้นที่สูงขึ้น
พวกเขาอาจจะพบกับจุดตีบตันที่ยากลำบาก ซึ่งจุดตีบตันนี้เหล่ามักจะ
เกิดขึ้นจากพื้นฐานในการฝึกฝนที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ก่อนที่จะทะลวงไป
ในระดับการฝึกฝนที่สูงขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องมีพื้นฐานการฝึกฝนที่
แข็งแกร่ง
หากรีบทะลวงผ่านขั้นไหนซักขั้นมากเกินไป พื้นฐานการฝึกฝนก็จะ
ไม่สมบูรณ์และพบกับจุดตีบตันที่ยากจะแก้ไขเมื่อทะลวงไปขั้นต่อไปแล้ว
ซึ่งก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าสู่ขั้นผสานชีพจรในท้ายที่สุด
หากฝืนทะลวงไปในระดับที่สูงขึ้นโดยที่พื้นฐานยังไม่มั่นคง การจะ
ฝึกฝนในขั้นต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับคนที่
ทะลวงไปขั้นที่สูงขึ้นโดยมีพื้นฐานที่มั่นคง
แต่หลินหมิงไม่ได้พบกับปัญหานี้ พลังปราณของเขาแผ่เข้าไปยังทุก
ซอกทุกมุมของร่างกายแล้ว เข้ามีพื้นฐานในแต่ละขั้นที่มั่นคง ในอนาคต
เขาจะไม่พบกับจุดตีบตัน เขาสามารถทะลวงไปยังขั้นที่5 และขั้นผสาน
ชีพจรได้อย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ตราบใดที่เขามีพื้นฐานการฝึกฝนในแต่ละขั้นที่ดี เขาก็จะสามารถ
ทะลวงไปขั้นต่อไปๆได้!
ในขณะที่เขาโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ หลินหมิงก็รู้สึกได้ถึง
ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม พลังปราณไหลเวียนอยู่ในกล้ามเนื้อและกระดูก
ของเขา
มีนักสู้จำนวนมากที่มีพื้นฐานการฝึกฝนในขั้นที่1-3ไม่มั่นคง พวกเขา
จึงไม่สามารถทะลวงไปยังขั้นต่อไปได้ ต่อให้ดันทุรังทะลวงผ่านไปได้ พวก
เขาก็จะพบกับจุดตีบตันอยู่ดี จึงทำให้มีนักสู้จำนวนมากต้องใช้เวลา
ปรับปรุงการฝึกฝนอยู่ในขั้นที่3เป็นเวลานานหลายปี
แต่สำหรับหลินหมิง ในการฝึกฝนแต่ละขั้นตอนของเขามาถึงจุด
อิ่มตัวแล้ว เขาเป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มแล้ว เขาถึงได้ตัดสินใจ
ที่จะทะลวงไปขั้นต่อไป
หลินหมิงใช้เวลาอยู่ในน้ำตกเยือกแข็งอีก3วัน วันละ6ชั่วโมง
เพื่อที่จะปรับสภาพของพลังปราณให้เข้ากับการฝึกฝนขั้นที่4 พลังปราณ
จะแทรงซึมเข้าไปผสานกับกล้ามเนื้อและกระดูกของเขา
ในขณะที่เขาออกจากการทำสมาธิ เขาก็สัมผัสได้ว่าพลังปราณ
ไหลเวียนอยู่ในร่างกายอย่างรุนแรงและเป็นระบบ เมื่อเขาขึ้นมาจาก
น้ำตกเขาก็สะบัดฝ่ามือของเขาไปกลางอากาศ มีพลังปราณแผ่ออกมา
กลางอากาศเป็นระลอกคลื่นพลังปราณสีฟ้า เช่นเดียวกับระลอกคลื่นบน
น้ำ
เมื่อได้เห็นคลื่นพลังปราณสีฟ้านั่น เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
“พลังปราณที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า… ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าข้าจะทำได้ถึง
ขนาดนี้… ”
โดยทั่วไปแล้ว เหตุการเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับนักสู้ขั้นผสานชีพจรที่มี
พลังปราณหนาแน่นมากๆ พลังปราณที่หนาแน่นมากๆจะสามารถ
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือบางที่ก็จะสามารถพบเห็นได้ในนักสู้อัจฉรัยะ
ที่มีการฝึกฝนบนขีดสูงสุดของขั้นที่5 แต่หลินหมิงสามารถทำให้พลัง
ปราณของเขาถูกมองเห็นได้ตั้งแต่ยังมีการฝึกฝนขั้นที่4 เขาเป็นคนแรกใน
อาณาจักรลิขิตฟ้าที่สามารถทำได้เช่นนี้
หลินหมิงกำหมัดแน่นและรู้สึกภาคภูมิใจในพลังของตัวเอง “ข้าพึ่งจะ
มีการฝึกฝนขั้นที่4 แต่นี้เป็นความสำเร็จของนักสู้ขั้นผสานชีพจร
หมายความว่านักสู้ขั้นผสานชีพจรก็เหนือกว่าข้าไม่มากแล้ว หากข้ามีการ
ฝึกฝนถึงขีดสุดของขั้นที่4 ข้าก็อาจจะเอาชนะนักสู้ทั่วๆไปที่มีการฝึกฝนใน
ขั้นผสานชีพจรได้ ”
แม้หลินหมิงจะไม่มั่นใจว่าสามารถเอาชนะนักสู้ขั้นผสานชีพจรได้
หรือไม่ แต่เขามั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะหลิงเซ็นที่มีการฝึกฝนในขั้นที่4
ได้ แม้หลิงเซ็นจะมีเจตจำนงนักสู้ ‘อาชูร่า’ ที่ช่วยขัดเกลาสัญชาตญาณใน
การต่อสู้ให้เฉียบคม แต่มันจะเทียบกับ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ของเขาได้
อย่างไร?
…….
“โอ้! ศิษย์น้อยหลิน! เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย!” ศิษย์พี่ที่ดูแลตรอกหุ่น
กระบอกไม้กล่าวพร้อมกับยิ้มต้อนรับหลินหมิง ตรอกหุ่นกระบอกไม้ก็เป็น
หนึ่งในเจ็ดสถานที่ฝึกฝนแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้
สำนักเจ็ดแก่นแท้มีเจ็ดสถานที่ฝึกฝนที่แบ่งเป็นธาตุสำคัญต่างๆได้แก่
โลหะ, ไม้, น้ำ,ไฟ,ดิน,ลมและสายฟ้า ตรอกหุ่นกระบอกไม้เป็นสถานที่
ฝึกฝนธาตุไม้ หลินหมิงเคยฝึกฝนแค่ในน้ำตกเยือกแข็งและอุโมงค์มหาวายุ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะมาฝึกฝนในตรอกหุ่นกระบอกไม้ ศิษย์พี่ผู้คุมดู
ตื่นเต้นอย่างมากที่ได้พบหลินหมิง เขาบริการหลินหมิงเป็นอย่างดี เขา
เชื่อว่าหลินหมิงจะได้เป็นศิษย์หลักและอาจจะได้มาเป็นหัวหน้าของเขา
มันเป็นธรรมดาที่เขาต้องประจบประแจงหลินหมิงตั้งแต่ในวันนี้
“ศิษย์พี่ผู้คุม ข้าต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้นัดเวลาล่วงหน้าเอาไว้ ข้า
อยากจะรู้ว่ามีศิษย์คนอื่นใช้มิติตรอกหุ่นกระบอกไม้อยู่เต็มจำนวนหรือ
ยัง?” หลังจากที่หลินหมิงได้ทะลวงไปยังการฝึกฝนขั้นที่4 เขาก็ต้องการ
ทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเอง ซึ่งเหล่าศิษย์ส่วนใหญ่ก็จะใช้หอทหาร
ทองคำหรือตรอกหุ่นกระบอกไม้ ในการฝึกฝนและทดสอบพลังของตนเอง
“แน่นอนยังไม่เต็มหรอก เมื่อใดก็ตามที่ศิษย์น้องหลินต้องการจะเข้า
ฝึกฝน ข้าก็จะทำให้ศิษย์น้อยหลินได้เข้าฝึกฝนโดยไม่ต้องเสียเวลารอศิษย์
คนอื่นอย่างแน่นอน ” ศิษย์พี่ผู้คุมกล่าวอย่างประจบประแจง
“ขอบใจมากศิษย์พี่ ข้าอยากจะของให้ศิษย์พี่ช่วยปรับระดับความ
ยากเป็นระดับ11ให้ข้าด้วย”
“ความยากระดับ11งั้นรึ?” ศิษย์พี่ตกใจและทำตาโตมองมาที่หลินห
มิง โดยทั่วไปแล้วความยากระดับ11นั้นเหมาะกับศิษย์ที่เป็น10อันดับแรก
ของสำนัก หลินหมิงในตอนนี้จะฝึกฝนที่ระดับความยากนี้ไหวอย่างนั้น
หรือ?
แต่เมื่อเขาลองสัมผัสถึงการฝึกฝนของหลินหมิงดู ดวงตาของเขาก็ยิ่ง
เบิกกว้างขึ้นไปอีก “ศิษย์น้องหลินทะลวงผ่านแล้ว?! มีการฝึกฝนขั้นที่4
แล้วอย่างนั้นรึ?! ”
“ใช่แล้ว ข้าพึ่งจะทะลวงมาการฝึกฝนขั้นที่4ได้เมื่อเร็วๆนี้เอง”
ศิษย์พี่ผู้คุมคนนั้นถึงกับกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว การจะทะลวง
มาขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่4นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แม้ว่าอัจฉริยะอย่าง
หลินหมิงจะต้องทะลวงขึ้นมาได้อยู่แล้ว แต่มันก็ใช้เวลารวดเร็วเกินไป เขา
จำได้ว่าหลินหมิงพึ่งจะทะลวงขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่3เมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้
เอง
ระยะเวลาที่หลินหมิงทะลวงขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่3กับทะลวงขึ้นมา
ขั้นที่4ห่างกันไม่กี่เดือนเท่านั้น นี่เป็นความเร็วในการฝึกฝนที่น่าเหลือเชื่อ
อย่างมาก ขนาดเขาที่มีพื้นฐานการฝึกฝนค่อนข้างดียังต้องใช้เวลาเกือบ3
ปี เพื่อทะลวงขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่4
เด็กหนุ่มคนนี้มีการฝึกฝนขั้นที่4ตั้งแต่อายุ15ปี แน่นอนว่าเขาจะต้อง
ผ่านการทดสอบและได้เป็นศิษย์หลักอย่างแน่นอน!
ศิษย์หลักแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้! ศิษย์พี่ผู้คุมสูดลมหายใจเข้าไปเต็ม
ปอด ในอนาคตหลินหมิงจะกลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลเหนืออาณาจักรลิขิต
ฟ้าแห่งนี้เสียอีก!
“ศิษย์พี่ ข้าเลือกความยากระดับ11” หลินหมิงเห็นศิษย์พี่ผู้คุมอยู่ใน
อาการเหม่อลอย เขาจึงกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“โอ้ใช่ ใช่แล้ว” ศิษย์พี่กล่าวอย่างตกใจ จากนั้นเขาก็ปรับระดับความ
ยากของตรอกหุ่นกระบอกไม้ไปที่ระดับ11ตามที่หลินหมิงต้องการ