Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 142 หอกอ่อนปราณคลั่ง!
“อันดับ6!?”
“อันดับที่6!”
ศิษย์จากห้องสวรรค์ที่มีอันดับที่20และเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่ง
อุทานออกมาพร้อมกัน
สำนักเจ็ดแก่นแท้ประเมินเอาไว้ว่าหลินหมิงจะต้องใช้เวลาประมาณ
3เดือนเพื่อที่จะขึ้นมาเป็น10อันดับแรกของสำนัก
แต่นี่พึ่งจะผ่านมาเพียงแค่2เดือน หลินหมิงก็ขึ้นเป็นอันดับ6แล้ว!
นี่เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?!
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนที่นับถือในความสามารถของหลินหมิง แต่
พวกเขาก็ไม่อยากเชื่อว่าหลินหมิงจะทำได้ถึงขนาดนี้!
เงื่อนไขที่สำนักเจ็ดแก่นแท้ตั้งเอาไว้เพื่อที่จะมอบรางวัลให้กับหลินห
มิงนั้น เป็นเงื่อนไขที่ยากอย่างยิ่ง ภายใน3เดือนต้องเป็น10อันดับแรก
ภายใน4เดือนต้องชนะซางกวนยู่ ภายใน5เดือนต้องชนะต้ากู่ ภายใน6
เดือนต้องชนะหลิงเซ็น!
ในตอนแรกใครหลายๆต่างก็คิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ หลินหมิงไม่มี
ทางทำได้สำเร็จตั้งแต่ข้อแรกแล้ว สำนักเจ็ดแก่นแท้ประเมินหลินหมิงสูง
เกินไป แต่ในตอนนี้ทุกๆคนได้รู้แล้วว่า สำหรับหลินหมิงแล้ว เงื่อนไข
เหล่านั้นไม่ได้ยากซักเท่าไร สำนักเจ็ดแก่นแท้ไม่ได้ประเมินหลินหมิงสูง
เกินไป แต่ประเมินเขาต่ำเกินไปต่างหาก
สำนักเจ็ดแก่นแท้ให้เวลาหลินหมิง3เดือนสำหรับไต่ขึ้นมาเป็น10
อันดับแรกอย่างนั้นรึ?
สำหรับหลินหมิงแล้ว แค่2เดือนก็เพียงพอ!
แค่2เดือนเขาก็เป็น10อันดับแรกได้แล้ว และไม่ใช่แค่10อันดับแรก
ช่วงท้ายๆ แต่เป็น10อันดับแรกช่วงๆกลางๆ เขาเป็นถึงอันดับที่6ของ
สำนัก!
ไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่า การต่อสู้ระหว่างหลินหมิงกับซางกวนยู่ใน
อีก2เดือนข้างหน้า ใครจะเป็นฝ่ายชนะ
สำหรับเงื่อนไขการเป็นศิษย์หลัก อย่างการฝึกฝนให้ถึงจุดสูงสุดของ
ขั้นที่4ขณะที่ยังมีอายุ16ปี มันเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับหลินหมิงไปเสีย
แล้ว!
ซึ่งก็หมายความว่า ไม่ว่าหลินหมิงจะเอาชนะซางกวนยู่ ต้ากู่ หลิง
เซ็นได้หรือไม่ แต่อย่างไรเขาก็ได้เป็นศิษย์หลักอย่างแน่นอน เมื่อหลินหมิ
งซึ่งเป็นศิษย์หลักมีการฝึกฝนถึงขั้นผสานชีพจรแล้ว เข้าก็จะได้เข้าร่วมกับ
นิกายหลักแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ และในที่สุดเขาก็จะสามารถทะลวงไป
ระดับปราณฟ้าได้สำเร็จ
และเมื่อเขาได้เป็นนักสู้ระดับปราณฟ้าแล้ว เขาก็คงจะถูกแต่งตั้งให้
เป็นเจ้าสำนักเจ็ดหรือทูตแห่งอาณาจักร เมื่อถึงเวลานั้นอาณาจักรลิขิตฟ้า
ก็คงจะตกอยู่ในกำมือของเขา เขาจะมีอำนาจเหนือทุกคนในอาณาจักร
แห่งนี้
นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครต่างก็อิจฉา!
หลินหมิงยังเด็กอยู่มาก แต่เขามีโอกาสสูงมากที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับ
ปราณฟ้าได้ตั้งแต่อายุ30ปี ดังนั้นจึงมีบุคคลที่ทรงอำนาจมากมายต้องการ
เป็นมิตรกับเขา และมีหญิงงามในอาณาจักรนับไม่ถ้วนที่ต้องการแต่งงาน
กับเขา แม้แต่หญิงสาวจากตระกูลขุนนางชั้นสูงอย่างมู่หรงซีและไป๋จิ้
งอวิ๋นเองก็เช่นกัน
หลินหมิงมองไปยังแท่นหินจัดอันดับ เขารู้ดีว่าเหตุใดเขาถึงได้อับดับ
ที่สูงถึงขนาดนี้ สิ่งแรกก็คือการที่เขาสามารถทะลวงขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่
4ได้ มันทำให้พลังปราณและพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก และอีก
เหตุผลหนึ่งก็คือการที่เขาสามารถเข้าใจวีธีแห่งลมได้ ทำให้เขาสำเร็จวิชา
‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ซึ่งเป็นทักษะการเคลื่อนไหวชั้นเลิศ
ในอดีตที่ผ่านมาหลินหมิงจะไม่ค่อยเน้นการเคลื่อนไหวในการต่อสู้
เขาต่อสู้โดยอาศัยเพียงพละกำลังที่แข็งแกร่ง และไม่เคยคิดที่จะหลบการ
โจมตีใดใด!
เขาเปรียบเหมือนภูผาที่แข็งแกร่ง และอาศัยจุดเด่นตรงนี้เพื่อ
เอาชนะคู่ต่อสู้มาโดยตลอด!
แต่หลังจากที่เขาได้เอาชนะจูเอี๋ยน เขาก็ได้ตระหนักถึงความเร็วใน
การเคลื่อนไหวที่ยังไม่สูงพอของตนเอง
แม้ว่าความเร็วในการโจมตีของเขาจะสูงพออยู่แล้ว แต่ความเร็วใน
การเคลื่อนไหวของเขาก็ยังช้าเกินไป วิชา ‘พื้นฐานการเคลื่อนไหว’ ที่เขา
ยืมมาจากคลังของสำนักเจ็ดแก่นแท้เป็นวิชาที่อ่อนแอเกินไป
เขาสามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วระดับหนึ่งโดยอาศัยพละกำลังทาง
กายภาพและพลังปราณ แต่มันก็เป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่ไม่มีความพริ้ว
ไหวและไม่เป็นเป็นอิสระ
แต่วิชา ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ทำให้การเคลื่อนไหวของผู้ฝึก
เป็นอิสระและพริ้วไหว ทั้งยังรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
เมื่อเขาเข้าใจวิธีแห่งลม ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาพิเศษกว่านักสู้
คนอื่นๆ เขาสามารถที่จะเปลี่ยนทิศทาง ชะลอความเร็ว รวมถึงเร่ง
ความเร็วได้ในขณะที่อยู่กลางอากาศ การเคลื่อนของเขาฉีกกฏธรรมชาติ
ของมนุษย์ไปแล้ว เขาไม่ต่างอะไรกับนกที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุก
ทิศทางขณะที่อยู่กลางอากาศ
เคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ทำให้เขามีพละกำลังและพลัง
ปราณมากกว่านักสู้ทั่วๆไป ซึ่งจุดนี้เป็นจุดเด่นของเขามาตั้งแต่แรก
จากนั้นเขาก็ได้ฝึกวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ที่ทำให้พลังปราณ
สั่นสะเทือนและมีอำนาจการทำลายล้างสูงขึ้น นอกจากนี้เขายังสำเร็จวิชา
‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ที่ทำให้เขาเคลื่อนที่ได้อย่างไร้กฏเกณฑ์
ความสามารถโดยรวมของเขาช่างน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
ไม่มีคำนิยามใดใดที่มีคุณสมบัติพอที่จะนิยามความแข็งแกร่งของเขา
ได้
“ความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ อาจจะไม่ต่างกับซางกวนยู่ซักเท่าไร
… ”
แม้ว่าอันดับที่4กับอันดับที่3จะมีคะแนนในการจัดอันดับต่างกันอยู่
มากพอสมควร
แต่หากหลินหมิงต้องการเพิ่มคะแนนในการจัดอันดับของเขา เขา
สามารถใช้วิชา ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ เพื่อหลีกเลี่ยงนักสู้ขั้นผสาน
ชีพจร และจัดการกับศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ให้หมดก่อนได้ไม่ยาก หาก
เขาทำเช่นนั้นอย่างน้อยเขาก็คงมีอันดับที่4 หรืออาจจะเป็นอันดับที่3เลย
ก็ได้!
หลินหมิงคิดว่าในอีก2เดือนข้างหน้า ซางกวนยู่ก็คงไม่ได้เป็นปัญหา
สำหรับเขา
“หลินหมิง ข้าขอแสดงความยินดีด้วย” ฉินซิงเซวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นางยืนอยู่ไม่ไกลจากแท่นอาคม นางเฝ้าดูการจัดอันดับของหลินหมิงอยู่
ตลอดเวลา
“ไม่ใช่แค่10อันดับแรกช่วงท้ายๆ แต่เจ้าได้เป็นถึงอันดับที่6 ข้าล่ะไม่
อยากจะเชื่อเลย…” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าว นางเองก็ดูการจัดอันดับของหลินหมิ
งอยู่เช่นกัน นางไม่คิดว่าหลินหมิงจะขึ้นมาเป็นอันดับที่ 6 ได้โดยใช้เวลา
แค่ 2 เดือน
มู่หรงซีเองก็ดูการจัดอันดับของหลินหมิงอยู่จากที่ที่ห่างออกไป
ขณะที่นางมองหลินหมิงที่กำลังคุยกับฉินซิงเซวียนและไป๋จิ้งอวิ๋นอยู่ นาง
ก็แอบชื่นชมหลินหมิงอยู่ในใจ
การจัดอันดับในรอบที่สองก็ดำเนินไปตามปกติ แต่ก็มีศิษย์แค่ไม่กี่คน
ที่ต้องการเข้าร่วมการจัดอันดับในรอบนี้
ในขณะที่การจัดอันดับรอบที่2กำลังจะเริ่มขึ้น ชายเฒ่าในชุดสีฟ้า
อ่อนคนหนึ่งก็ทะยานขึ้นมาบนเวทีจัดอันดับ
ชายเฒ่าคนนั้นปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบกริบ เหล่าศิษย์หลายๆคนไม่
สามารถสัมผัสถึงการมีตัวตนของเขาได้ด้วยซ้ำ
เมื่อชายเฒ่าขึ้นมาบนเวทีจัดอันดับ หลินหมิงก็ตื่นตัวขึ้นในทันทีตาม
สัญชาตญาณของเขา หลินหมิงไม่รู้เลยว่าชายเฒ่าคนนี้พุ่งมาจากทิศทาง
ไหน เพียงชั่วพริบตาเขาก็มาปรากฏตัวอยู่บนเวทีแล้ว!
เมื่อหลินหมิงใช้พลังวิญญาณสัมผัสลมหายใจของชายเฒ่าคนนั้น ทำ
ให้หลินหมิงรู้ทันทีว่าชายเฒ่าคนนี้แข็งแกร่งความมู่อี้เสียอีก!
“คารวะท่านผู้อาวุโส” แม้ว่าหลินหมิงจะไม่รู้ว่าชายเฒ่าผู้นี้เป็นใคร
แต่เมื่อเขาปรากฏตัวอยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้และมีความแข็งแกร่งขนาด
นั้น ก็คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากผู้อาวุโสแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้!
ฉินซิงเซวียนเองก็ประหลาดใจเช่นกันที่จู่ๆก็มีชายเฒ่าปรากฏตัว
ขึ้นมา เมื่อนางเห็นหน้าของชายเฒ่าคนนั้นนางก็โค้งคำนับในทันที
“คารวะ ท่านรองเจ้าสำนัก”
ชายเฒ่าคนนั้นยิ้มออกมาพร้อมกับลูบเคราของตนเองและกล่าว
“สาวน้อยซิงเซวียน น้ำเสียงของเจ้าช่างอ่อนหวานยิ่งนัก ”
สำนักเจ็ดแก่นแท้มีเจ้าสำนัก1คน และรองเจ้าสำนักอีก2คน
เมื่อรู้ว่าชายเฒ่าคนนั้นเป็นใคร หลินหมิงก็ตกใจเล็กน้อย ชายเฒ่าผู้นี้
เป็นถึงรองเจ้าสำนัก และเขาก็เป็นนักสู้ระดับปราณฟ้า เขามีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของปราณต้นฟ้า
หากรองเจ้าสำนักมีการฝึกฝนถึงระดับนี้ เจ้าสำนักก็คงจะต้อง
แข็งแกร่งกว่านี้อย่างแน่นอน มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าสำนักจะมีการ
ฝึกฝนขั้นปราณปลายฟ้า
เมื่อเหล่าศิษย์ได้ยินฉินซิงเซวียนกล่าวเช่นนั้นก็ตกใจ ไม่มีใครคิดเลย
ว่าชายเฒ่าที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาผู้นี้คือรองเจ้าสำนัก!
เหล่าสาวกที่อยู่บริเวณลานจัดอันดับเงียบเสียงลงแทบจะในทันที มี
ความรู้สึกตื่นเต้นและตกใจเกิดขึ้นภายในจิตใจของพวกเขา มันเป็น
เหตุการณ์ที่เหมือนกับว่าประชาชนได้พบกับการมาเยือนขององค์กษัตริย์
มันเป็นเกียรติอย่างมากที่พวกเขาได้พบกับรองเจ้าสำนักในวันนี้
เจ้าสำนักและรองเจ้าสำนักไม่ใช่บุคคลที่จะพบเห็นได้ง่ายๆ แม้แต่
ศิษย์ในห้องสวรรค์ที่ฝึกฝนในสำนักเจ็ดแก่นแท้มานาน5ปี ก็ยังไม่เคยพบ
กับพวกเขา!
“ท่านรองเจ้าสำนักมาที่นี่!”
“ชายผู้นั้นคือรองเจ้าสำนัก! นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ข้าได้พบกับเขา ”
“ท่านรองเจ้าสำนักมาที่นี่ทำไมกัน? หรือว่าเขามาเพื่อแสดงความ
ยินดีกับหลินหมิง?! ”
“ข้าเองก็สงสัย หลินหมิงมีอิทธิพลมากถึงขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ
แม้ว่าจะเป็นการขึ้นครองราชย์ของเหล่าองค์ชาย เจ้าสำนักและรองเจ้า
สำนักก็ยังไม่คิดที่จะเสียเวลาไปร่วมงานเลย”
ในขณะที่เหล่าศิษย์หลายๆคนกำลังคาดเดาถึงสาเหตุที่ท่านรองเจ้า
สำนักมาในวันนี้ ชายเฒ่าในชุดสีฟ้าหยิบกล่องไม้ยาวๆออกมาจากแหวน
มิติของเขา มันยาวเกือบ 10 ก้าวเลยทีเดียว
กล่องไม้นั้นทำจากไม้จันทน์ มันส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของไม้ออกมา
เมื่อหลินหมิงเห็นกล่องไม้กล่องนั้น เขาก็รู้อยู่ในใจแล้วว่ามีอะไรอยู่
ข้างในกล่องใบนั้น
ชายเฒ่าวางกล่องไม้ลงกับพื้นและเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นผ้า
ไหมงามที่ห่อบางสิ่งบางอย่างเอาไว้อยู่ จากรูปร่างของมัน สิ่งที่อยู่ใต้ผ้า
ไหมจะต้องเป็นหอกอย่างแน่นอน!
หอกอ่อนปราณคลั่ง!
ชายชราในชุดสีฟ้ายิ้มให้หลินหมิงและกล่าวออกมา “พ่อหนุ่ม รับ
หอกของเจ้าไปสิ”
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าไหมที่ห่ออยู่
ออกและยกหอกอ่อนปราณคลั่งของเขาขึ้นมา
เมื่อเขาได้สัมผัสกับหอกอ่อนปราณคลั่ง เขารู้สึกได้ทันทีว่าหอกเล่มนี้
เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายและเลือดเนื้อของเขา
มันเป็นหอกที่หนักมาก หอกเล่มนี้หนักกว่า1000จิน!
หอกเล่มนี้ถูกตีขึ้นอย่างปราณีตงดงาม หัวหอกคมกริบมีสีเงินสะท้อน
แทงเจิดจรัส มันเป็นหอกที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง!
เมื่อเขาลองสั่นหอกดู ก็พบว่าเพลาหอกเองก็แข็งแกร่งและมีความ
ยืดหยุนสูง ความยืนหยุ่นของหอกอ่อนปราณคลั่งเล่มนี้สูงกว่าหอกทะลวง
สายรุ้งเสียอีก
เพลาหอกมีเส้นเป็นร่องเล็กๆ นอกจากจะเป็นการตกแต่งที่สวยงาม
แล้ว เมื่อจับหอกยังให้ความรู้สึกที่กระชับและเหมาะมือน่าสัมผัสอีกด้วย
แต่แท้จริงแล้วเส้นที่เป็นร่องเล็กๆนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเพิ่มความสามารถ
ในการยึดจับ เส้นรวดลายเหล่านี้สลักไปทั่วทั้งหอก มันคือการจารึกที่
ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับหอก เมื่อผู้ใช้ถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในหอก ก็จะ
สามารถใช้พลังของลวดลายอาคมจารึกที่สลักอยู่บนหอกเล่มนี้ได้!