Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 143 พลังปราณที่ปรากฏขึ้นจริง
“หอกนี่ไม่มีอาคมจารึก… ” หลินหมิงคิด ในตอนนี้เขาก็เป็นนักจารึก
ที่มีฝีมือเก่งกาจเป็นอันดับต้นๆของอาณาจักรแล้ว เขาจะต้องไตร่ตรอง
เลือกอาคมที่ดีที่สุดสำหรับหอกระดับมนุษย์ชั้นกลางเล่มใหม่ของเขา
ชายเฒ่ารองเจ้าสำนักกล่าว “ก่อนที่ท่านเจ้าสำนักจะเดินทางไปต่าง
แดน ท่านเจ้าสำนักได้ฝากหอกอ่อนปราณคลั่งเล่มนี้เอาไว้กับข้า และบอก
ข้าว่าเมื่อเจ้าผ่านการทดสอบก็ให้ข้าเป็นคนนำมันมามอบให้เจ้า หอกเล่ม
นี้ถูกสร้างขึ้นจากฝ่ายกลั่นวัตถุดิบจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ถ้าไม่ใช้เพราะ
ข้อจำกัดเล็กๆน้อยๆในการแบ่งแยกระดับชั้นของอาวุธ จะเรียกมันว่า
ระดับมนุษย์ชั้นสูงเลยก็ได้”
อาวุธประเภทหอก พลอง ง้าว และธนู เป็นอาวุธที่ต้องการความยืด
หยุนสูง การสร้างอาวุธเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แม้ว่าหอก
อ่อนปราณคลั่งจะเป็นอาวุธระดับมนุษย์ชั้นกลาง แต่มันมีมูลค่าสูงกว่า
ดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงเสียอีก!
เมื่อหลินหมิงได้สัมผัสกับหอกอ่อนปราณคลั่ง เขาก็ประทับใจเป็น
อย่างมาก นี่เป็นหอกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของเขา!
ชายเฒ่ากล่าว “หอกอ่อนปราณคลั่งมีน้ำหนักรวม 1200 จิน เพลา
ยาว 9 ก้าว ทำจากเงินบริสุทธิ์ที่สกัดด้วยสูตรลับของฝ่ายสกัดวัตถุดิบแห่ง
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ หัวหอกยาว 9 นิ้ว ทำจากโลหะดาราเยือกแข็ง มีความ
ยาวรวมทั้งสิ้น 9 ก้าว 9 นิ้ว
ในอาณาจักรลิขิตฟ้า หอกและทวนมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก
ซึ่งคนทั่วๆไปจำแนกอาวุธทั้งสองชนิดนี้ออกจากกันโดยใช้ความยาวของ
มัน หากมีความยาวน้อยกว่า10ก้าวก็จะเรียกว่าหอก หากมีความยาว
มากกว่า10ก้าวก็จะเรียกว่าทวน หอกจะเป็นอาวุธที่นักสู้ใช้กันทั่วๆไป
ส่วนทวนจะถูกนำมาใช้ในการต่อสู้เฉพาะกรณีที่ต้องต่อสู้บนหลังม้า
ในกองทัพแห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า จะมีการต่อสู้จัดอันดับกันบนม้าศึก
พวกเขาจะใช้ทวนเป็นอาวุธ ทวนของพวกเขามีเพลายาว10 ก้าวและหัว
หอกยาว8นิ้ว
ในอาณาจักรลิขิตฟ้า คนในอาณาจักรแห่งนี้มีความสูงเฉลี่ยประมาณ
7 ก้าว หอกขนาด 8 ก้าวจึงเป็นหอกที่มีความเหมาะสมกับพวกเขามาก
ที่สุด หากเป็นหอกที่ยาว 9 ก้าว 9 นิ้ว แม้ว่าจะมีขอบเขตการโจมตีที่
กว้างไกลและมีพลังทำลายมากขึ้น แต่ความลำบากในการใช้งานก็เพิ่ม
มากขึ้นเช่นเดียวกัน
แต่ตัวเลข 9 เป็นตัวเลขมงคลมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตัวเลข 9 เป็นตัว
เลขที่แสดงถึงความเป็นกษัตริย์
หอกที่ยาว9ก้าว9นิ้ว ก็เปรียบได้กับ หอกที่เป็นกษัตริย์แห่งกษัตริย์
ของมวลหมู่หอกทั้งปวง!
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้มีทรัพยากรมากมายมหาศาล ทั้งยาโอสถล่ำค่า
และวัตถุดิบหายาก ฝ่ายกลั้นวัตถุดิบแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ใช้เลือดสัตว์ดุ
ร้ายระดับ5 ในการหลอมหอกเล่มนี้ขึ้นมา เลือดสัตว์ดุร้ายระดับ5ก็เป็น
หนึ่งในวัตถุดิบหายากที่หลินหมิงนำมาใช้ในการจารึกร่างกาย เลือดสัตว์ดุ
ร้ายระดับ5หลอดเล็กๆหลอดหนึ่งมีมูลค่า30000เหรียญทอง และในการ
จารึกร่างกายของเขา เขาต้องใช้มันถึง2หลอด แม้ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่มี
มูลค่าสูงมาก แต่ฝ่ายกลั้นวัตถุดิบแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ต้องใช้เลือดสัตว์
ดุร้ายระดับ5นี้จำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะหลอมหอกอ่อนปราณ
คลั่งขึ้นมา ไม่อยากคิดเลยว่าพวกเขาใช้เลือดนั่นไปกี่ร้อยหลอด และตีเป็น
เงินทองได้กี่ล้านเหรียญทอง
“ขอบใจขอรับ ท่างรองเจ้าสำนัก” หลินหมิงกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับ
หอกอ่อนปราณคลั่งเล่มนี้มีค่ามหาศาลและสำคัญต่อเขาอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นหลินหมิงได้รับหอกอ่อนปราณคลั่ง ศิษย์คนอื่นๆก็รู้สึก
กระตือรือร้นที่จะฝึกฝนการต่อสู้ และหวังจะได้รับรางวัลดีดีอย่างเขาบ้าง
“แสดงทักษะการใช้หอกของเจ้าออกมา ข้าอยากจะเห็นทักษะการใช้
หอกของเด็กหนุ่มอัจฉริยะอย่างเจ้าด้วยสายตาของตนเอง” ชายเฒ่ากล่าว
พร้อมกับยิ้มออกมา
“ขอรับ” หลินหมิงโค้งคำนับอีกครั้ง และก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว
เขาถือหอกด้วย2มือ และชี้ออกไปด้านข้าง เห็นได้ชัดว่าหอกยาว 9 ก้าว
9 นิ้วที่หนักถึง 1200 จินไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับหลินหมิงเลย
จากนั้นหลินหมิงก็สั้นเพลาหอกอย่างรุนแรง เพลาหอกอ่อนปราณ
คลั่งสั่นไหวจนดูราวกับว่าเป็นงูยักษ์ตัวหนึ่ง หัวหอกเองก็พริ้วไหวและ
สะท้อนแสงแวววับประดุจไข่มุก
หอกอ่อนปราณคลั่งสั่นไหวอย่างรุนแรงในขณะนี้ หากคนธรรมดาไป
สัมผัสกับหอกเล่มนี้ อวัยวะภายในของพวกเขาจะถูกทำลาย กระดูกจะ
แตกเป็นเสี่ยงๆ และเสียชีวิตในทันที
เป็นหอกที่เยี่ยมยอด!
หลินหมิงประทับใจหอกอ่อนปราณคลั่งอย่างมาก เขาเลื่อนมือซ้าย
ลงไปจับบริเวณปลายหอก และใช้มือทั้งสองข้างตวัดหอกขึ้นไปบนอากาศ
“มังกรวารีทะยานห้วงสมุทร!”
ฟวบบ!
เกิดเสียหอกตัดผ่านอากาศดังขึ้นมา พร้อมกับระลอกคลื่นที่แผ่จาก
หอกออกไปกลางอากาศ ระลอกคลื่นเหล่านั้นคือพลังปราณที่หนาแน่น
จนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ปังงง!!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดจากปลายหอกพุ้งผ่านอากาศออกไป แท่นหินที่
อยู่ห่างออกไปไกลถึง 100 ก้าวแหลกเป็นผุยผง
แววตาของชายเฒ่าเบิกกว้าง “น่าเหลือเชื่อ! พลังปราณที่หนาแน่น
จนสามารถมองเห็นได้!”
พลังปราณที่หนาแน่นจนสามารถมองเห็นได้เป็นพลังปราณที่
หนาแน่นของนักสู้ขั้นผสานชีพจร!
เมื่อพลังปราณหนาแน่นจนสามารถมองเห็นได้เช่นนี้ ทักษะต่อสู้ข้อง
นักสู้คนนั้นก็จะมีอำนาจการทำลายล้างมากขึ้น การโจมตีของพวกเขาจะ
พลังอำนาจในการทะลุทะลวงผ่านการป้องกันของศัตรูได้
โดยทั่วไปพลังปราณที่หนาแน่นจนสามารถมองเห็นได้เช่นนี้ จะเป็น
พลังปราณของนักสู้ขั้นผสานชีพจรที่มีการฝึกฝนอย่างเข้มงวดหรือนักสู้
ระดับปราณฟ้าเท่านั้น
แต่หลินหมิงพึ่งจะมีการฝึกฝนขั้นที่4เท่านั้น ทำให้ชายเฒ่าประหลาด
ใจเป็นอย่างมาก
ไม่ใช่เพียงผู้เฒ่ารองเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสซุน ผู้อาวุโสซู ฉินซิงเซวียน
และผู้อาวุโสคนอื่นๆที่มาดูการจัดอันดับและเห็นหลินหมิงแสดงพลัง
ปราณที่สามารถมองเห็นได้นี้ออกมาก็ตกใจเช่นกัน
สำหรับฉินซิงเซวียน การที่หลินหมิงมีพลังปราณที่สามารถมองเห็น
ได้เป็นเรื่องที่น่าตกใจกว่าการที่เขาได้อันดับ6เสียอีก ฉินซิงเซวียน
ประหลาดใจอย่างมากที่นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4มีพลังปราณที่หนาแน่น
ถึงขนาดนี้ แม้ว่านางจะมีการฝึกฝนในขั้นที่5แล้ว แต่พลังปราณของนางก็
ยังไม่หนาแน่นพอที่จะมองเห็นได้
“หลินหมิงมีพลังปราณที่หนาแน่นขนาดนั้นได้อย่างไร? หรือว่าเป็น
เพราะเจตจำนงนักสู้ ‘จิตบริสุทธิ์’ ?! ”
แต่เหล่าศิษย์ทั่วๆไปไม่สามารถมองเห็นพลังปราณที่หลินหมิงยิง
ออกไปทำลายแท่นหิน สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือหลินหมิงแทงหอกไป
ด้านหน้าแล้วจู่ๆแท่นหินก็ระเบิดกลายเป็นผุยผง
“แค่ลมจากการแทงอากาศด้วยหอกอ่อนปราณคลั่งก็มีพลังอำนาจ
ทำลายแท่นหินให้กลายเป็นผุยผงได้แล้ว!”
“นั้นคือหอกแห่งแสงในตำนาน!”
“อย่างพวกเจ้าจะไปรู้อะไร? นั่นคือสิ่งที่คนโบราณเรียกว่าหอกแห่ง
เทพ!”
เหล่าศิษย์ระดับล่างๆที่ไม่สามารถมองเห็นพลังปราณที่ปรากฏขึ้น
จริงของหลินหมิงได้ต่างก็คาดเดาไปต่างๆนาๆ แต่สิ่งที่พวกเขาแน่ใจก็คือ
การโจมตีของหลินหมิงจะต้องรุนแรงอย่างมาก
พลังจากการแทงหอกไปในอากาศของหลินหมิงสามารถทำให้แท่น
หินทั้งแท่นถูกทำลายเป็นผุยผงจากระยะไกล เหล่าศิษย์ตื่นเต้นใน
ความสามารถของเขาอย่างมาก
เมื่อหลินหมิงทะลวงขึ้นมาถึงการฝึกฝนขั้นที่ 4 พลังปราณของเขาก็
หนาแน่นขึ้นจนสามารถมองเห็นได้ แต่เขาก็ยังไม่สามารถใช้พลังปราณที่
หนาแน่นนี้ในการต่อสู้ได้ เป็นเพราะหอกทะลวงสายรุ้งถูกสร้างจากเหล็ก
เหนี่ยวทมิฬซึ่งมีความยืดหยุนสูงแต่ก็จะขัดขวางการส่งผ่านพลังปราณ
ของผู้ใช้ แต่ตอนนี้หลินหมิงใช้หอกอ่อนปราณคลั่ง อุปกรณ์ระดับมนุษย์
จะสามารถส่งผ่านพลังปราณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ว่าอาวุธจะ
ไม่ได้สัมผัสกับศัตรู แต่ก็สามารถสร้างบาดแผลร้ายแรงได้
เมื่อมีพลังปราณอัดแน่นอยู่ในอาวุธก็สามารถสร้างบาดแผลให้ศัตรูได้
โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำให้อาวุธไปสัมผัสกับร่างของศัตรู เหล่านักสู้จะ
ฝึกฝนทักษะต่อสู้เพื่อให้การโจมตีด้วยวิธีนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่
หลินหมิงยังไม่ได้ฝึกฝนทักษะต่อสู้ใดใด การโจมตีเมื่อครู่เป็นแค่พลัง
ปราณเปล่าๆเท่านั้น หากเขาฝึกฝนทักษะต่อสู้จะทำให้พลังของมันเพิ่ม
มากขึ้นไปอีก!
ทว่าหลินหมิงยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เมื่อพลังปราณสามารถถ่ายเท
ไปยังหอกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เขาหลงไหลในพลังของหอก
อ่อนปราณคลั่งเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้พลังปราณของหลินหมิงพุ้งพล่านไปทั่วร่าง เขาจับหอกด้วย
มือทั้งสองข้างและแทงออกไปอย่างรุนแรง ‘ทุ้งดอกไม้ใต้พายุที่โหม
กระหน่ำ’!
‘ทุ่งดอกไม้ใต้พายุที่โหมกระหน่ำ’ เป็นกระบวนท่าหนึ่งในวิชา
‘ศิลปะการต่อสู้ด้วยหอก’
หอกอ่อนปราณคลั่งแทงตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน
และนับครั้งไม่ถ้วน!
หลินหมิงแทงหอกออกไปกว่าร้อยครั้งในชั่วเวลาสั้นๆ การถ่ายเท
พละกำลังจากร่างกายไปยังหอกสมบูรณ์แบบ ความแข็งแกร่งและความ
ยืดหยุนของหอกสูงมาก สมแล้วที่เป็นหอกระดับมนุษย์ชั้นกลางที่เทียบได้
กับอาวุธระดับมนุษยชั้นสูง!
ถ้าเขาหากรึกหอกอ่อนปราณคลั่งด้วยอาคมจารึกที่ทรงพลังที่สุดของ
เขา ประสิทธิภาพของมันจะเพิ่มขึ้นอีก 50%!
เขาอดใจรอการต่อสู้กับซางกวนยู่ไม่ไหวแล้ว!
…………………… ..
ข่าวการขึ้นเป็นอันดับ6ของหลินหมิงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ภายในวันเดียวข่าวของเขาก็ได้ยินไปถึงหูของผู้คนทั่วทั้งอาณาจักร
เงื่อนไขในการรับรางวัลจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ของหลินหมิงนั้น
ยากลำบากเพียงใดทุกๆคนก็รู้กันดี แต่หลินหมิงกลับสามารถบรรลุ
เงื่อนไขแรกได้ก่อนกำหนดถึง1เดือน และเขาก็ไม่ได้บรรลุด้วยอันดับ
ท้ายๆอย่างอันดับที่9หรือ10 แต่เขาบรรลุเงื่อนไข10อันดับแรกด้วยอันดับ
ที่6!
ในเดือนที่4เขาก็คงไปท้าทายซางกวนยู่อย่างไม่เกรงกลัว เดือนที่5ก็
คงเป็นต้ากู่ เดือนที่6ก็เป็นหลิงเซ็น!!
สำหรับซางกวนยู่และต้ากู่ หลินหมิงอาจจะมีโอกาศเอาชนะพวกเขา
ได้ แต่กับหลิงเซ็น เขาเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดมานานแล้ว หากไม่ใช่นัก
สู้ขั้นผสานชีพจรละก็ ไม่มีทางที่จะเอาชนะหลิงเซ็นได้อย่างแน่นอน
หลิงเซ็นเกือบจะทะลวงขึ้นไปการฝึกฝนขั้นที่5ได้แล้ว แม้ว่าเขาจะมี
การฝึกฝนขั้นที่4อยู่ แต่เขาก็แข็งแกร่งกว่านักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงต้นๆ
บางคน หากเกิดปาฏิหาริย์ หลินหมิงสามารถเอาชนะหลิงเซ็นได้จริง ชื่อ
ของหลินหมิงจะกลายเป็นตำนานแห่งอาณาจักร ความแข็งแกร่งของห
ลิงหมิงจะเทียบได้กับนักสู้ขั้นผสานชีพจร!
นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4ที่มีอายุเพียง15ปี แต่มีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่ากับนักสู้ขั้นผสานชีพจร ความแข็งแกร่งของเขาคนนั้นคงจะเป็น
สิ่งที่ทำให้หลายๆอาณาจักรต้องหวาดกลัว
เมื่อหลินหมิงมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจร เขาก็คงจะสามาระเอาชนะ
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าได้ และเมื่อเขาทะลวงขึ้นมาขั้นปราณต้นฟ้าได้สำเร็จ
เขาก็จะสามารถเอาชนะนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของปราณฟ้าชั้นต้น
ได้
ด้วยความเร็วในการฝึกฝนที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดของหลินหมิง
การที่เขาจะเข้าสู่ระดับปราณฟ้าก่อนที่จะอายุครบ30 ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
เลย!
และเมื่อเขามีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า ความ
แข็งแกร่งของเขาก็คงเทียบได้กับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นปราณปลายฟ้า
แม้จะเป็นที่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ฐานะของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าก็ถือ
ว่าสูง มีนักสู้นับไม่ถ้วนที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าแล้วไม่
สามารถทะลวงขึ้นมาขั้นปราณปลายฟ้าได้
แม้ว่าสถานะของเจ้าสำนักและทูตของสำนักซึ่งเป็นนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าจะสูงกว่ากษัตริย์ แต่พวกเขาก็ไม่
สามารถออกคำสั่งกับกษัตริย์ได้
แต่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้านั้นต่างออกไป พวกเขามีอำนาจโค่นล้ม
การปกครองของกษัตริย์องค์เดิมทิ้ง และแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นมา
ปกครองอาณาจักรแทน!
และหากกษัตริย์องค์เดิมไม่ยอมถูกยึดอำนาจโดยดีและคิดที่จะต่อกร
กับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าสามารถบุกเข้าไปตัดหัวของกษัติร์ย์ได้อย่าง
โจ่งแจ้ง!
แล้วใครล่ะที่จะกล้าต่อแข็งขืนกับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า?!
แม้ว่าประชากรจะรู้ดีว่าใครเป็นคนสังหารกษัตริย์ แต่ก็ไม่มีใครกล้า
คิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว!