Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 144 โอวหยางตี๋ฮัว
นักสู้ระดับปลายปลายฟ้า เป็นบุคคลที่ทรงอำนาจอย่างมาก หาก
อาณาจักรใดมีนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าอยู่ อาณาจักรข้างเคียงไม่มีทางกล้า
เข้าไปรุกรานอย่างแน่นอน หอกต้องทำสงครามกับนักสู้ขั้นปราณปลาย
ฟ้าละก็ เหล่าแม่ทัพนายพลและทหารทั้งกองทัพคงจะถูกฆ่าตายภายใน
พริบตา
หากวันหนึ่งหลินหมิงมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับนักสู้ขั้นปราณ
ปลายฟ้าแล้ว เขาก็จะมีอำนาจปกครองทุกสรรพสิ่งในอาณาจักรลิขิตฟ้า!
เมื่อข่าวที่หลินหมิงได้ขึ้นเป็นอันดับที่6ของสำนักได้แพร่ออกไป ใน
ที่สุดข่าวของหลินหมิงก็ได้ยินไปถึงหูขององค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทตกใจเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง
ยิ่งเวลาผ่านไป ก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าหลินหมิงจะสามารถเอาชนะซางกวนยู่ได้
มากขึ้นเรื่อยๆ
สำนักเจ็ดแก่นแท้ไม่ได้ต่างอะไรกับคุกฝึกสัตว์ สำนักเจ็ดแก่นแท้จะ
รวบรวมนักสู้เก่งๆเอาไว้ มอบทรัพยากรที่จำเป็นต่อการฝึกฝนให้ มอบ
วิชาที่แข็งแกร่งให้ และในที่สุดก็ให้พวกเขาสู้กันเอง เพื่อให้เหยียบย่ำกัน
จนได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ในเวลานี้ซางกวนยู่ไม่ต่างอะไรกับหินลับคมของหลินหมิง
เมื่อต้องกลายมาเป็นหันลับคมของคนอื่นอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ หาก
เป็นบุคคลทั่วๆไปก็คงจะโดนกดดันไม่ใช่น้อย แค่คนอย่างซางกวนยู่กลับ
ตรงกันข้าม เขาเป็นคนที่น่ากลัวและชั่วร้าย เขาไม่คิดที่จะใส่ใจอะไรกับ
เรื่องไร้สาระอย่างแรงกดดันบ้าๆนั่น
ในเวลานี้ คนอย่างซางกวนยู่คงคิดหาวิธีการที่ชั่วช้าบางอย่างมาสั่ง
สอนหลินหมิงให้เข็ดอย่างแน่นอน
หยางหลินเองก็กังวลเรื่องแผนการอันชั่วร้ายของซางกวนยู่เช่นกัน
เขาพาหลานอวิ๋นเยว่มาอยู่ในคฤหาสน์ของเขา เพื่อให้นางปลอดภัยจาก
ซางกวนยู่ แล้วเขาก็ส่งยอดฝีมือไปคุ้มครองครอบครัวของหลินหมิงที่อยู่
ในเมืองใบหม่อนสีเขียว หยางหลินช่วยจัดการกับเรื่องต่างๆให้หลินหมิง
เพื่อให้หลินหมิงไม่เป็นกังวลและมุ่งมั่นตั้งใจฝึกฝนการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่
สำหรับตัวของหลินหมิงเอง ซางกวนยู่ไม่สามารถที่จะทำอะไรกับเขา
ตรงๆได้แน่นอน
เมื่อทั้งครอบครัวของหลินหมิงและหลานอวิ๋นเยว่อยู่ภายใต้การ
คุ้มครองขององค์รัชทายาทแล้ว ซางกวนยู่จะทำอย่างไร?
……………………………………………………
ณ สมาคมพันธมิตรหอการค้า
ซางกวนยู่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าที่มืดมนเป็นกังวล มีสาวงาม2คน
ยืนประกบข้างอยู่ เมื่อพวกนางเห็นสีหน้าของซางกวนยู่ พวกนางก็รู้สึก
หวาดกลัวซางกวนยู่อยู่ในใจ
เมื่อการจัดอันดับของหลินหมิงจบลง ซางกวนยู่ก็ได้ยินข่าวของ
หลินหมิงแทบจะในทันที
เพียงแค่2สองเดือน หลินหมิงกลายเป็นอันดับ6!
เรื่องนี้ทำให้ซางกวนยู่รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก 2เดือนที่ผ่านมา
หลินหมิงก้าวหน้าไปได้ถึงขนาดนี้ แล้วอีก2เดือนต่อจากนี้ล่ะ หลินหมิงจะ
ก้าวหน้าไปอีกซักแค่ไหน?!
แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าหลินหมิงอันตรายต่อเขาขนาดไหนเช่นนั้น แต่ใน
เวลานี้มันก็สายเกินกว่าจะถอยกลับแล้ว
“มาหาข้ารึ?” ซางกวนยู่กล่าว เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่มีการฝึกฝน
ขั้นที่3เดินเข้ามาในห้อง
ชายวันกลางคนโค้งคำนับซางกวนยู่ เขาได้ยินข่าวการขึ้นเป็นอันดับ
6ของหลินหมิงเช่นเดียวกับซางกวนยู่ เขาคือคนที่กล่าวเตือนไม่ให้ซาง
กวนยู่ไปยั่วโมโหหลินหมิง
ซางกวนยู่ได้ยั่วโมโหหลินหมิงมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ระหว่าง
พวกเขามีความแค้นต่อกันอย่างมาก ในเวลานี้ความแค้นระหว่างพวกเขา
ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันสายเกินไปแล้วที่พวกเขาจะให้อภัยและ
กลับมาเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้ และแน่นอนว่าคนอย่างซางกวนยู่ไม่เคยคิดที่
จะยอมเป็นบันไดให้ใครเหยียบย่ำขึ้นไปอย่างแน่นอน เมื่อหลินหมิงมาท้า
ทายเขา เขาก็จะจองล้างจองผลาญหลินหมิงไปจนกว่าหลินหมิงจะวอด
วาย
หากท่านยังทำตัวเป็นศัตรูกับหลินหมิงเช่นนี้ ท่านก็อย่าหวังจะได้
เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป และท่านก็อย่าคิดว่าสมาคมพันธมิตรจะช่วย
ท่านจัดการกับหลินหมิง…
ชายวัยกลางคนได้แต่คิดและเงียบเอาไว้ เขาไม่กล้ากล่าวเช่นนั้น
ออกมาให้ซางกวนยู่ได้ยิน
ซางกวนยู่เป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์สูงส่ง และเขาก็เป็นทายาทโดย
ตรงที่จะสืบทอดเป็นผู้นำคนต่อไปของสมาคมพันธมิตรหอการค้า แต่เมื่อ
เขาฝึกสุดยอดวิชาอย่าง ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ได้สำเร็จ เขาก็เริ่มทำตัว
โอ้อวดและเหลวไหล ซึ่งมันส่งผลในทางลบต่อการฝึกฝนการต่อสู้ของเขา
หลังจากเงียบอยู่นาน ในที่สุดซางกวนยู่ก็กล่าวขึ้นมา “ช่วยติดต่อไป
ยังองค์ชายเมฆมายากับโอวหยางตี๋ฮัวให้ข้าหน่อย ข้ามีธุระต้องคุยกับพวก
เขา ”
“องค์ชายเมฆมายากับโอวหยางตี๋ฮัวรึ?” ชายวัยกลางคนประหลาดใจ
เป็นอย่างมาก เขารู้ดีว่าในเวลานี้ ซางกวนยู่ต้องการความช่วยเหลือ และ
องค์ชายเมฆมายาก็เป็นศัตรูกับหลินหมิงอยู่ แต่สมาคมพันธมิตร
หอการค้ามีกฏว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงบัลลังก์เป็นอันขาด
เพื่อรักษาสมดุลของอำนาจและเพื่อธุรกิจที่มั่นคง สมาคมพันธมิตร
หอการค้าจะเป็นมิตรกับทุกๆฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในเวลานี้ซางกวน
ยู่คิดจะติดต่อกับองค์ชายเมฆมายา เขาจะฝ่าฝืนกฏของสมาคมพันธมิตร
หอการค้าอย่างนั้นหรือ?
ส่วนโอวหยางตี๋ฮัว เขาเป็นศิษย์หลักที่ฝึกฝนอยู่ในฝ่ายการปกครอง
แห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ที่กำกับดูแลโดยผู้อาวุโสโอวหยางปั๋วเหยียน
โอวหยางตี๋ฮัว สามารถทะลวงสู่ขั้นผสานชีพจรได้ตั้งแต่อายุ 22 ปี
แม้ว่าสำหรับอาณาจักรลิขิตฟ้าจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่นี้เป็นเรื่อง
ธรรมดาของศิษย์ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ และตอนนี้เขาก็อายุ24แล้ว แต่
การฝึกฝนของเขาก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร
เหตุผลหลักที่ทำให้เขาได้เป็นศิษย์หลักก็เพราะเขาเป็นหลานของผู้
อาวุโสโอวหยางปั๋วเหยียน ฐานะของเขาสูงอย่างยิ่ง แม้แต่เจ้าสำนักและ
ทูตแห่งอาณาจักรก็ยังต้องให้ความเคารพยำเกรง
โอวหยางตี๋ฮัวก็ฝึกฝนวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ เช่นกัน เขาจึง
จำเป็นต้องเดินทางออกจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เพื่อไปหา ‘ประสบการณ์’
จากอาณาจักรใกล้เคียง แน่นอนว่า ‘ประสบการณ์’ ที่ว่านี้ก็คือการเสพ
สุขกับเหล่าหญิงสาว
โอวหยางตี๋ฮัวช่ำชองเรื่องเหล่านั้นเป็นอย่างดี เขาชอบหญิงอยู่2
ประเภท ประเภทแรกก็คือเหล่าหญิงสาวที่มีชื่อเสียง มีความภาคภูมิใจใน
ตัวเอง เขาชอบเวลาที่ได้ฉีกเสื้อผ้าและลิ้มรสความบริสุทธิ์ของพวกนาง
อีกประเภทหนึ่งก็คือ หญิงสาวที่มาจากตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวย พวกนาง
น่ารักน่าหลงไหล มีกลิ่นอายหอมหวานของหญิงสาวสูงศักดิ์
สาเหตุที่ซางกวนยู่ได้ฝึกฝนวิชาที่สุดยอดอย่างวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’ ก็เพราะความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมพันธมิตรหอการค้ากับผู้
อาวุโสโอวหยางปั๋วเหยียน สมาคมพันธมิตรหอการค้าต้องจ่ายเงินไปเป็น
จำนวนมหาศาล เพื่อให้ซางกวนยู่ได้ฝึกฝนวิชานี้
…………………
5 วันต่อต่อมา
ณ อาณาจักรวายุสวรรค์ ซึ่งอยู่ห่างจากอาณาจักรลิขิตฟ้า 30,000 ลี้
ซางกวนยู่ยืนอยู่ในห้องโถง ใบหน้าของเขาในเวลานี้ไร้ซึ่งความ
เย่อหยิ่งใดใด ด้านหน้าของเขามีชายหนุ่มอายุ20ปีกว่าๆนอนอยู่บนเตียง
ยักษ์อันหรูหราพร้อมกับเหล่าสาวงามร่างเปลือยที่อยู่ใต้ผ้าห่ม
“ซางกวนยู่ ที่เจ้ามาในวันนี้ก็เพื่อขอความช่วยเหลือจากข้างั้นสินะ?”
ชายคนที่นอนอยู่กับสาวๆบนเตียงกล่าว เขาคือโอวหยางตี๋ฮัว เขากำลัง
เพลิดเพลินกับหญิงงามในอาณาจักรวายุสวรรค์แห่งนี้
เมื่อซางกวนยู่รู้ว่าโอวหยางตี๋ฮัวอาศัยอยู่ที่อาณาจักรวายุสวรรค์ เขา
ก็ยืมนกอินทรีย์สวรรค์ของสมาคมพันธมิตรหอการค้ามา และรีบบินมาที่
อาณาจักรนี้ในทันที เขาต้องใช้เวลานานถึง5วันกว่าจะมาถึงที่นี่
ซางกวนยู่ดึงภาพวาดออกมาจากแหวนมิติของเขา และมอบให้กับ
โอวหยางตี๋ฮัว มันเป็นภาพของหญิงสาวรูปงามอายุราวๆ15-16ปี นางดู
บริสุทธิ์อ่อนหวาน ผิวพรรณผ่องใสน่าสัมผัส รูปร่างสัดส่วนของนางน่า
หลงไหลอย่างยิ่ง
หญิงในภาพวาดนั้นก็คือหลานอวิ๋นเยว่
“เป็นหญิงที่งดงามยิ่ง!”
แววตาของโอวหยางตี๋ฮัวเป็นประกาย เขาต้องการที่จะเสพสุขกับ
หญิงงามบริสุทธิ์เช่นนี้อย่างมาก นางมีเสน่ห์เกินกว่าเขาจะหักห้ามใจได้
“นางอยู่ที่ไหน?” โอวหยางตี๋ฮัวกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา
ซางกวนยู่กล่าวตอบไปตามความเป็นจริง “พระราชวังขององค์รัช
ทายาทแห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า”
โอวหยางชะงักเล็กน้อย และกล่าวอย่างผิดหวัง “นางเป็นนางสนม
ขององค์รัชทายาทสินะ? เจ้าต้องการยืมมือข้าคนนี้เพื่อจัดการกับองค์รัช
ทายาทงั้นรึ? แม้ว่าการจัดการองค์รัชทายาทจะเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับข้า
แต่ข้าสนใจเพียงแต่หญิงสาวที่ยังบริสุทธิ์อยู่เท่านั้น หากนางเป็นขององค์
รัชทายาทแล้ว ข้าก็ไม่สนใจนางอีกต่อไป”
ซางกวนยู่กล่าว “ท่านเข้าใจผิดแล้ว นางยังบริสุทธิ์อยู่ ยิ่งไปกว่านั้น
นางยังเกิดในเดือนหยินปีหยิน และข้าได้ส่งคนรับใช้ของข้าไปรวบรวม
เหล่าหญิงงามบริสุทธ์ 12 คนที่เกิดในเดือนหยินปีหยินมาเพื่อช่วยให้ท่าน
สามารถทะลวง ‘พลังแห่งประเป็นเจ้า’ ไปขั้นที่4ได้ง่ายและเร็วขึ้น ”
“โอ้ว?” โอวหยางตี๋ฮัวเริ่มสนใจ “หญิงงามบริสุทธิ์ 12 คนที่เกิดใน
เดือนหยินปีหยินงั้นรึ? น่าสนใจดีนี้!”
หญิงที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้ผู้ฝึกวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ได้
อย่างมีประสิทธิภาพมีหลายเงื่อนไข ต้องเป็นหญิงที่อายุน้อยกว่า 20 ปี
ต้องเป็นหญิงที่งดงาม ต้องเป็นหญิงบริสุทธิ์ และต้องเป็นหญิงที่เกิดใน
เดือนหยินปีหยิน การจะหาหญิงเช่นนี้มามากถึง12คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
ข้อเสนอที่ซางกวนยู่เสนอให้กับโอวหยางตี๋ฮัวนั้นเป็นข้อเสนอที่ไม่อาจจะ
ปฏิเสธได้
มันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่โอหยางไดฮัวจะหาหญิงที่มี
คุณสมบัติเช่นนั้นมาได้ถึง12คน แต่สำหรับสมาคมพันธมิตรหอการค้าที่มี
สาขาอยู่ทุกอาณาจักรและเกี่ยวข้องกับการค้าทาสอยู่แล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่อง
ยากซักเท่าไร
ในทวีปนภาลินไหลมีการซื้อขายทาสเกิดขึ้นมากมายจนเป็นเรื่อง
ธรรมดา ครอบครัวที่ยากจนมากมายต้องขายลูกของตนเองเพื่อเอาชีวิต
รอด พวกเด็กที่ถูกขายเหล่านั้นก็จะกลายเป็นนางสนมหรือคนรับใช้
นอกจากนี้ในช่วงสงครามก็มีเชลยจากต่างแดนมากมายที่ถูกจับตัวมาเป็น
ทาสและคนรับใช้สำหรับซื้อขาย