Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 145 เมล็ดพันธุ์แห่งวิชาเทพทรราชคลั่ง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 145 เมล็ดพันธุ์แห่งวิชาเทพทรราชคลั่ง
สมาคมพันธมิตรหอการค้าเป็นพ่อค้าคนกลางซื้อขายทาสในหลาย
อาณาจักร จึงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเขาจะค้นหาหญิงงามบริสุทธ์ที่เกิดใน
เดือนหยินปีหยิน
เมื่อหลายปีก่อน สมาคมพันธมิตรหอการค้าใช้เวลาหลายปีเพื่อที่จะ
รวบรวมหญิงแห่งหยินที่ยังบริสุทธิ์12คนให้กับผู้อาวุโสโอวหยางปั๋วเหยียน
นี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อให้ซางกวนยู่ได้ฝึกฝนวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์
ศักดิ์สิทธิ์’
“หญิงแห่งหยินที่ยังบริสุทธิ์12คนงั้นสินะ ตอนนี้เจ้ารวบรวมมาได้กี่
คนแล้ว?” โอวหยางตี๋ฮัวรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หากเขาได้เสพความ
บริสุทธิ์ของหญิงงามแห่งหยินทั้ง12คน ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้น
อย่างมหาศาล
“ข้ารวบรวมมาได้ 6 คนแล้ว” ซางกวนยู่ตอบ ต่อให้เป็นสมาคม
พันธมิตรหอการค้า การจะค้นหาและรวบรวมหญิงแห่งหยินที่มีพรสวรรค์
ระดับ3 อายุน้อยว่า20ปีและยังบริสุทธ์ ให้ครบ12คนก็ต้องใช้เวลาเป็นปี
“6คนแล้วรึ?! ข้าไม่สนใจหรอกว่าที่เจ้ากล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่
ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า หญิงงามแห่งหยินที่บริสุทธิ์ทั้ง12คนต้องพร้อม พวก
นางจะมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ต่ำกว่าหญิงในภาพนั้นซักขั้นหนึ่งก็ได้! ”
แน่นอนว่าระดับพรสวรรค์ของหญิงแห่งหยินก็มีผลต่อความ
แข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้เสพความบริสุทธิ์ของพวกนาง หลานอวิ๋นเยว่มี
พรสวรรค์ระดับ3 ซึ่งหญิงที่มีพรสวรรค์ระดับ3นี้มีแค่หนึ่งในล้านของ
ผู้หญิงทั้งหมด ไม่มีทางที่ซางกวนยู่จะรวบรวมหญิงแห่งหยินที่มีพรสวรรค์
ระดับ3ให้ครบ12คนได้ในหนึ่งปี ดังนั้นโอวหยางตี๋ฮัวจึงลดความต้องการ
ลดซักเล็กน้อยเพื่อให้ซางกวนยู่หาหญิงแห่งหยินทั้ง12คนมาได้ทันใน1ปี
“ข้าอยากจะขอถามอะไรท่านซักเล็กน้อย…”
“อืม ว่ามา” โอวหยางตี๋ฮัวรู้อยู่แล้ว การที่ซางกวนยู่มาในวันนี้ ซาง
กวนยู่ต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง มิฉะนั้นเขาจะเสียเวลาไปรวบรวมหญิง
แห่งหยินที่บริสุทธิ์ทั้ง12คนมาทำไม? การค้นหาหญิงแห่งหยินที่บริสุทธ์
12คนนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย
“ข้าต้องการเป็นศิษย์ลับของผู้อาวุโสโอวหยาง ข้าอยากให้ท่านจะ
ช่วยพูดกับท่านผู้อาวุโสโอวหยางให้ข้า”
“ศิษย์ลับ?! ” โอวหยางตี๋ฮัวลังเลเล็กน้อย ซางกวนยู่มีพรสวรรค์ระดับ
5 ช่วงต้นๆ ซึ่งไม่ผ่านคุณสมบัติการเข้าเป็นศิษย์ลับแห่งหุบเขาเจ็ดแก่น
แท้
โอวหยางตี๋ฮัวกล่าว “ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านลุงภายในหนึ่งเดือน และ
ช่วยพูดให้เจ้าได้เป็นศิษย์ลับของท่านลุง แต่ว่าท่านลุงจะตกลงรับเจ้าเป็น
ศิษย์ลับหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านลุง”
แม้ว่าโอวหยางตี๋ฮัวจะรับประกันไม่ได้ แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ซางกวน
ยู่รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว เขากล่าว “ขอบใจท่านมาก!”
“ไม่ต้องรีบดีใจไปหรอก นี่เป็นแค่การช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากข้า
หากเจ้ามีปัญหาอะไรก็บอกข้ามาได้เลย หากไม่เกินความสามารถของข้า
ข้าก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ”
“หากท่านพอมีเวลาว่าง ข้าอยากจะเชิญท่านไปอาณาจักรลิขิตฟ้า
ด้วยนกอินทรีย์สวรรค์ของข้า ที่อาณาจักรแห่งนั้นมีหญิงงามที่มีพรสวรรค์
สูงๆอยู่มากมาย ท่านต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน”
แววตาของโอวหยางตี๋ฮัวเป็นประกาย เขาเองก็เรื่องเบื่อหญิงใน
อาณาจักรวายุสวรรค์นี่แล้วเช่นกัน ได้เวลาที่เขาจะไปลิ้มลองความ
บริสุทธิ์ของหญิงสาวในอาณาจักรลิขิตฟ้าแล้ว
และทันใดนั้นโอวหยางตี๋ฮัวก็นึกขึ้นได้ว่ามีหญิงงามจากอาณาจักร
ลิขิตฟ้าที่มีพรสวรรค์ระดับ4อยู่คนหนึ่ง การแต่งงานของนางคนนั้นถูก
กำหนดโดยฝ่ายการปกครองแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ นางมีชื่อว่าไป๋จิ้งอวิ๋น
การเดินทางในครั้งนี้เขาอาจจะได้นางมาครอง เมื่อคิดได้เช่นนี้โอวหยางตี๋
ฮัวก็ยิ้มอย่างเป็นสุขและกล่าว “ข้าจะเดินทางไปกับเจ้าด้วย”
เมื่อโอวหยางไดหยุนยืนยันเช่นนั้น ซางกวนยู่ก็ยิ้มออกมา รอยยิ้ม
ของเขาเป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง
“ไอ้หลินหมิง อย่างเจ้าจะไปทำอะไรได้? เมื่อโอวหยางตี๋ฮัวสนับสนุน
ข้า อนาคตของเจ้าก็ดับวูบ ข้าจะรอดูตอนที่เจ้าถูกโอวหยางตี๋ฮัวเหยียบ
จนหน้าจมดิน!” ซางกวนยู่คิด
“จะเอาชนะข้าใน 4 เดือนรึ? แค่3เดือนข้าก็จะทำให้เจ้าทรมานยิ่ง
กว่าตาย ข้าจะใช้ ‘ดาบพรากอัฐินิรันดร์’ ทำลายกระดูกทั่วร่างของเจ้าให้
พินาศ เจ้าจะต้องพิการไปชั่วชีวิต แม้แต่ยาโอสถสมุนไพรล้ำค่าในตำนาน
ก็ไม่สามารถเยี่ยวยาเจ้าได้!
………………
“องค์จักรพรรดิจะจัดงานเลี้ยงรึ?”
หลินหมิงได้รับการติดต่อจากองค์รัชทายาทผ่านยันต์สื่อสาร ในอีก
10วันพระราชวังของจักรพรรดิจะจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่ แม้แต่บุคคล
สำคัญๆแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังตอบรับคำเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้ง
นี้
“บุคคลสำคัญแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็มาด้วยรึ… ” หลินหมิงครุ่นคิด
เขาไม่เคยรู้จักใครจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้มาก่อน
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบงานเลี้ยงที่มีคนมากมายเช่นนี้ แต่ในเมื่อเขากำลัง
จะได้เป็นศิษย์หลักของสำนักเจ็ดแก่นแท้ เขาก็จำเป็นต้องทำความรู้จัก
กับบุคคลสำคัญจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เอาไว้บ้าง
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่หลินหมิง แต่ศิษย์อันดับต้นๆของสำนักก็ได้รับคำ
เชิญเช่นเดียวกัน ทั้งฉินซิงเซวียน ไป๋จิ้งอวิ๋น มู่หรงซี หลิงเซ็น ต้ากู่ รวมถึง
ศิษย์ห้องสวรรค์อันดับต้นๆและศิษย์หลักคนอื่นๆ
ทั่วทั้งเมืองลิขิตฟ้ามีการทำความสะอาดและจัดการสภาพแวดล้อม
ให้เหมาะสมต่อการจัดงานเลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่
ในตอนนี้มีดวงจันทร์สว่างไสวอยู่กลางหมู่ดาว หลินหมิงถือหอกอ่อน
ปราณคลั่งขนาด9ก้าว9นิ้ว หนัก1200จินด้วยมือทั้งสองข้าง หอกถูกถือ
อยู่ในแนวนอนขนานกับพื้นดิน ปลายหอกมีถังใส่น้ำที่ใส่น้ำจนเกือบเต็ม
วางเอาไว้ น่าแปลกใจที่ผิวน้ำในถังนิ่งสนิทไม่มีการสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
นี่เป็นวิธีหนึ่งในการฝึกฝน ‘ศิลปะการต่อสู้ด้วยหอก’ มันคือกระบวน
ท่า ‘สะพานเหล็กกั้นแม่น้ำ’
หลินหมิงหลับตา ทุกอณูในร่างกายหายใจผสานกันเป็นหนึ่ง เขามี
สมาธิอยู่กับการฝึกฝนการใช้หอก เขาสงบนิ่งจนดูราวกับเป็นรูปปั้นใต้แสง
จันทร์
เมื่อลมพัดเข้ามา ใบหญ้าก็สั่นไหวเป็นระลอกคลื่น เมล็ดพันธุ์ขนาด
เท่าหิ่งห้อยตกลงมาในถังน้ำที่ตั้งอยู่บนปลายหอกและจมลงไป น่าแปลก
ในที่ไม่มีระลอกคลื่นเกิดขึ้นบนผิวน้ำเลยแม้แต่ระลองเดียว นี่คือการรักษา
สมดุลหอกของหลินหมิง
ทันใดนั้นหลินหมิงก็ลืมตาของเขาขึ้นมา เขามองดูเมล็ดพันธุ์และ
ความนิ่งของผิวน้ำ
ตั้งแต่5วันก่อน หลินหมิงฝึกฝนการใช้หอกด้วยหอกอ่อนปราณคลั่ง
ในเวลานี้เขาสามารถใช้มันได้คล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
เพียงแค่แมลงตัวเล็กๆบินมาเกาะบนหอกของเขา เขาก็สัมผัสได้ว่าหอกมี
น้ำหนักเปลี่ยนไป มันเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเขาโดยสมบูรณ์
จากนั้นหลินหมิงก็หลับตาลงอีกครั้ง เขาเข้าสู่สภาวะเจตจำนงนักสู้
และโคจรพลัง ‘ปฐมบทแห่งการฝึกฝน’ ต่อ
ในเวลานี้หลินหมิงสามารถเข้าสู่สภาวะเจตจำจงแห่งการต่อสู้ได้
อย่างอิสระดั่งใจปรารถนา และยังสามารถอยู่ในสภาวะนี้อย่างต่อเนื่องได้
เป็นเวลานาน
พลังปราณทั่วร่างของเขาไหลผ่านออกมาจากหัวใจเช่นเดียวกับเลือด
ที่ถูกสูบฉีดไปทั่วร่างกาย พลังปราณส่วนหนึ่งจะหลงเหลืออยู่ในหัวใจของ
เขา ยิ่งนานวันก็ยิ่งมีพลังปราณสะสมอยู่ในหัวใจของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
และมันเริ่มจะบีบอีดกันเองจนเกิดเป็นผลึกอภิมหาพลังปราณผลึกเล็กๆ
ขึ้นมา
การก่อตัวขึ้นมาของผลึกเล็กๆนี้ ทำให้พลังปราณเข้มข้นและ
หนาแน่นขึ้น เขารู้สึกได้ว่าเขาเกือบสำเร็จวิชา ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ขั้น
ที่2 โดยสมบูรณ์แล้ว
“สำเร็จชีพจรปราณเทพคลั่ง ขั้นที่2 โดยสมบูรณ์!”
เมื่อพลังของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ พัฒนาขึ้นมาอีกระดับ กล้ามเนื้อ
และกระดูกของเขาก็เริ่มสั่นไหว ทุกอณูในร่างกายเริ่มผสานเข้าเป็นหนึ่ง
เดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์
แม้ว่าหลินหมิงจะฝึกฝน ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกว่า
อณูเล็กๆในร่างกายจะผสานกันได้กลมเกลียวถึงขนาดนี้ ในเวลานี้เขารู้สึก
ได้ว่าพลังปราณของเขากลายเป็นเส้นใยที่เชื่อมโยงถึงกัน และเขาสามารถ
รับรู้ถึงเส้นใยแต่ละเส้นได้!
“เส้นใยพลังปราณ 5000 เส้น…”
เขาสามารถสัมผัสถึงจำนวนของเส้นใยพลังปราณทั้งหมดในร่างกาย
ของเขาได้ในทันที
เมื่อวิชา ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ก้าวหน้าไปอีกขั้น พลังปราณที่
สั่นสะเทือนจากวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ก็จะรุนแรงขึ้นเช่นเดียวกัน
เพราะวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’
ในเวลานี้ผลึกผลึกแห่งพลังปราณเล็กๆที่อยู่ภายในหัวใจของเขาค่อยๆ
หล่อหลอมตัวเองขึ้นมาใหม่ จากที่เคยเป็นผลึกขรุขระก็ค่อยๆเรียบเนียน
ขึ้น จนในที่สุดก็มีรูปร่างเป็นทรงกลมที่ไร้รอยขรุขระประดุจไข่มุข
“ผลึกผลึกแห่งพลังปราณที่ก่อตัวขึ้นคือเมล็ดพันธุ์ที่เป็นกุญแจสำคัญ
แห่งการฝึกวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ”
หลินหมิงรู้ว่าก่อนที่จะฝึกวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ให้สำเร็จได้
จำเป็นต้องทำให้พลังปราณอัดแน่นและตกผลึกเป็นผลึกผลึกแห่งพลัง
ปราณเช่นนี้ก่อน มันเปรียบได้กับเมล็ดพันธุ์แห่งวิชา หลังจากใช้เวลา
ฝึกฝนอยู่นาน ในที่สุดเมล็ดพันธุ์แห่งวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ก็ก่อตัวขึ้นมา
‘เทพทรราชคลั่ง’ เป็นทักษะที่ล้ำค่าและลึกลับอย่างยิ่ง เขาได้มันมา
จากความทรงจำที่สองที่ได้รับมากลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ในแดนเทวะ
ทักษะ ‘เทพทรราชคลั่ง’ ก็ยังเป็นทักษะลึกลับที่น่าอัศจรรย์
ความสำเร็จในแต่ละขั้นของวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ จะเพิ่มพละกำลัง
ของร่างการและความหนาแน่นของพลังปราณขึ้น 50% และฝากฝึกฝน
จนถึงขึ้นที่6 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ก็จะสามารถเพิ่มพละกำลังและพลังปราณ
ขึ้นมาอีก3เท่า
แก่นแท้ของวิชานี้คือการบีบอันพลังปราณ!
และการบีบอัดพลังปราณจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยพลังของผลึกผลึก
แห่งพลังปราณที่ก่อตัวขึ้นภายในหัวใจ
เมื่อผลึกผลึกซึ่งเป็นดั่งเมล็ดพันธ์แห่งวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ก่อตัว
ขึ้นมาแล้ว พลังปราณก็จะค่อยๆถูกบีบอัดที่ละนิดๆโดยธรรมชาติ เขาไม่
จำเป็นต้องทำอะไรอีกแล้ว สำหรับวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’
หลินหมิงใช้เวลาฝึกฝน ‘เทพทรราชคลั่ง’ ในสภาวะเจตจำนงนักสู้
‘จิตบริสุทธิ์’ อยู่นานทีเดียว กว่าพลังปราณจะตกผลึกเป็นเมล็ดพันธุ์แห่ง
วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ นี้ขึ้นมาได้
เมื่อพลังปราณบีบอัดกันจนตกผลึกเป็นผลึกแห่งพลังปราณแล้ว ก็
เท่ากับว่าเขาสำเร็จขั้นแรกของ ‘เทพทรราชคลั่ง’ แล้ว
เขาสูดลมหายใจเขาไปจนเต็มปอดและปล่อยลมหายใจทั้งหมด
ออกมา
ลมหายใจของเขาประดุจลูกศรที่พุ่งตรงออกไป และเกิดเป็นอ่าง
น้ำวนอากาศขึ้นกลางอากาศ และชั่วครู่มันก็สลายไป เห็นได้ชัดว่าความ
แข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ‘เทพทรราชคลั่ง’ จะมีคุณประโยชน์มาก
ถึงขนาดนี้… นอกจาก‘เทพทรราชคลั่ง’ จะเพิ่มพละกำลังของร่างกายและ
ช่วยให้พลังปราณหนาแน่นขึ้นแล้ว เมล็ดพันธุ์แห่งวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’
ที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจ ยังช่วยรักษาเสถียรภาพของลมหายใจและเลือด
ภายในร่างกาย ซึ่งส่งผลให้ความเร็วในการฝึกฝนสูงขึ้นประดุจว่ามี
พรสวรรค์ในการต่อสู้ที่สูงขึ้น!”
มันเป็นสิ่งที่ทำให้หลินหมิงตกใจเป็นอย่างมาก สมแล้วที่เป็นทักษะ
ลึกลับจากแดนเทวะ!