Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 154 ฉินจื่อหยา
วิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ เป็นวิชาที่วิปริตผิดแปลกไปจากวิชา
ทั่วๆไป ผู้ที่ฝึกฝน ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ จะมีออร่าอันน่าสยดสยองที่จะ
กลืนกินจิตวิญญาณของผู้ที่ได้สัมผัสจนกลายเป็นคนบ้าประสาทหลอน
แต่จิตวิญญาณของหลินหมิงแข็งแกร่งและบริสุทธิ์ เขาฝึกฝนเคล็ด
บ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ทำให้พลังปราณหนาแน่นเป็นพิเศษ ออ
ร่าของเขาจะเป็นออร่าแห่งความน่าเกรงขามราวกับภูผาที่แข็งแกร่งและ
ไม่มีวันสั่นไหว จึงทำให้ออร่าอันน่าสยดสยองไม่มีผลกระทบต่อเขา
โอวหยางตี๋ฮัวมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจร และต่อให้อยู่ในขั้นปราณ
ต้นฟ้า ออร่าอันน่าสยดสยองของเขาก็ไม่มีผลกระทบอะไรต่อหลินหมิงอยู่
ดี!
นั่นเป็นเหตุผลที่หลินหมิงยืนมองโอวหยางตี๋ฮัวเหมือนมองเด็ก
ปัญญาอ่อน โอวหยางตี๋ฮัวเหมือนตัวตลกที่พยายามแผ่ออร่าอันไร้
ประโยชน์ออกมา!
เมื่อทุกคนได้เห็นก็ตกใจเป็นอย่างมาก ออร่าอันน่าสยดสยองของ
โอวหยางตี๋ฮัวทำอะไรหลินหมิงไม่ได้เลย แม้แต่น้อย!
“น่าเหลือเชื่อ! ข้าต้องตาฝาดไปแน่ๆ!” แขกคนหนึ่งกล่าวออกมา
ไป๋จิ้งอวิ๋นมองมาที่หลินหมิง นางไม่คิดเลยว่าจะมีใครสามารถ
ต้านทานออร่าอันน่าสยดสยองนี่ได้ในระยะประชิด
สำหรับหลินหมิง ออร่าของโอวหยางตี๋ฮัวเป็นเหมือนใยแมงมุมบางๆ
ที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาของเขา
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เขาต่อสู้กับซางกวนยู่หรือตอนนี้ ออร่าของ
หลินหมิงก็ยังดูน่าเกรงขาม ออร่าของเขาเป็นดังหอกที่จะแทงทะลุความ
ชั่วร้ายทั้งหมดบนโลก!
ในเวลานี้หัวใจของไป๋จิ้งอวิ๋นเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
หลินหมิงยังคงยืนอยู่อย่างสงบกลางสนามประลอง แต่เมื่อเกิดการ
ต่อสู้ขึ้น เขาก็พร้อมที่จะระเบิดพลังออกมาอย่างไรขีดจำกัดจนทำให้ใครๆ
ต่างต้องตะลึง!
‘บางที… หลินหมิงอาจจะชนะก็ได้!’ ไป๋จิ้งอวิ๋นคิด…
ในเขตทหาร หลินหมิงยังคงมองไปที่โอวหยางตี๋ฮัวอย่างสงบ ภายใน
จิตใจของโอวหยางตี๋ฮัวเกิดความรู้สึกว่ากำลังโดนหลินหมิงดูถูกอยู่!
บางคนไม่สามารถทนดูสถานการณ์นี้ได้เลย!
สิ่งสำคัญที่สุดของผู้ที่มาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างโอวหยางตี๋ฮัวก็คือ
ศักดิ์ศรี แต่ในเวลานี้หลินหมิงกลับมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาไม่ไว้หน้า
หรือให้เกียรติเขาเลยแม้แต่น้อย!
“แม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ แต่การที่เขาไม่หนี
ออกมาและยังมองไปยังโอวหยางตี๋ฮัวด้วยสายตาเช่นนั้น มันเป็นการท้า
ทายต่อโอวหยางตี๋ฮัวมากเกินไป”
บรรยากาศในเขตทหารเต็มไปด้วยความตึงเครียด ในเวลานี้ไม่มีทาง
ที่ความบาดหมางระหว่างพวกเขาทั้งสองจะจบลงอย่างสันติได้อีกแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาจากที่ๆห่างไกลออกไป และใน
พริบตาเสียงหัวเราะเสียงเดียวกันก็ดังขึ้นมาในระยะใกล้ ไม่อยากจะเชื่อ
เลยว่าจะมีใครที่เคลื่อนไหวเข้ามาได้รวดเร็วถึงขนาดนี้!
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้รู้สึกตัว ชายในชุดสีขาวก็ปรากฏขึ้นกลางเขต
ทหาร ในอ้อมแขนของเขามีพิณยาวอยู่
ชายคนนั้นตัวสูง หน้าเรียว คิ้วดก ทันทีที่ได้เห็นเขาก็เกิดความรู้สึก
หวาดหวั่นขึ้นในหัวใจ
เมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวขึ้นมา ออร่าอันน่าสยดสยองของโอวหยางก็
ถูกทำให้สลายไปในทันที เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้มีความแข็งแกร่งมากกว่า
โอวหยางตี๋ฮัวหลายเท่านัก
“ทะ… ท่านเจ้าสำนัก?!”
ฉินซิงเซวียนตกใจเป็นอย่างมาก การจะได้พบกับเจ้าสำนักไม่ใช่เรื่อง
ง่ายๆเลย โดยเฉพาะเจ้าสำนักที่ชอบท่องเที่ยวไปอาณาจักรอื่นๆเป็นชีวิต
จิตใจคนนี้ เขาฝึกฝนถึงจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าตั้งแต่เมื่อหลายปี
ก่อน และเขาก็ทะลวงไปขั้นปราณปลายฟ้าได้ครึ่งก้าวแล้ว!
สำหรับโอวหยางตี๋ฮัวเขาตกใจเป็นอย่างมาก หน้าของเขาสั่นระริก
เขาไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนที่สามารถทำลายออร่าของเขาลงได้ ชายผู้นั้น
คือเจ้าสำนักแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ฉินจื่อหยา
ในอดีตของฉินจื่อหยา เขาเป็นเพียงนักดนตรีพเนจรคนหนึ่งเท่านั้น
แต่เมื่อเขาอายุ20ปีเข้าก็ได้เข้าศึกษาในแผนกพิณแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ฉินจื่อหยาเริ่มฝึกฝนการต่อสู้ตอนที่อายุ20ปี ซึ่งล่าช้ากว่านักสู้
ทั่วๆไปถึง8ปี และ8ปีนี้ก็ถือเป็นช่วงเวลาทองแห่งการฝึกฝน แต่ก็ไม่
อยากจะเชื่อเลยว่าการฝึกฝนของเขาจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผสานชพจรได้ขณะที่มีอายุเพียง 31 ปี แล้วทะลวงสู่ขั้น
ปราณต้นฟ้าได้ขณะที่มีอายุเพียงแค่ 36 ปี และเขาก็มาถึงจุดสูงสุดของ
ขั้นปราณต้นฟ้าในตอนที่อายุ 45 ปี
ความเร็วในการฝึกฝนของเขาเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก น่า
เสียดายที่เขาเริ่มฝึกฝนตอนอายุ20ปี มีความเป็นไปได้ว่าในตอนนี้เขาอาจ
พบกับจุดตีบตันที่ทำให้เขาไม่สามารถทะลวงไปขั้นปราณปลายฟ้าได้ เขา
เป็นนักดนตรีที่มีความเมตตาเป็นแรงผลักดัน เขาอยากจะช่วยเหลือผู้คน
ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เขาจึงตั้งใจฝึกฝนและเดินทางไป
ช่วยเหลือผู้คนในทุกๆอาณาจักรพร้อมกับเสียงดนตรีแห่งความสุขจาก
พิณของเขา
“โอวหยางตี๋ฮัว เจ้าจะให้เกียรติต่อข้าโดยการจบเรื่องทั้งหมดนี้ลง
อย่างสันติได้หรือไม่? ”
ฉินจื่อหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความรักและ
ความอบอุ่นราวกับเสียงสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
หลังจากเงียบอยู่ชั่วครู่ โอวหยางได้ฮัวก็พูดออกมา “เมื่อท่านเจ้า
สำนักกล่าวถึงขนาดนี้ ข้าจะปฏิเสธท่านได้อย่างไร” โอวหยางตี๋ฮัวตอบ
กลับไปด้วยความเคารพ
แม้ว่าทูตอย่างเขาจะมีอำนาจเทียบเท่ากับเจ้าสำนัก แต่ในเรื่องความ
แข็งแกร่งเขายังเป็นรองฉินจื่อหยาอยู่อีกมหาศาล ที่เขามีอำนาจเช่นนี้ก็
เป็นเพราะการเป็นศิษย์สายตรงและการสนับสนุนจากผู้อาวุโสโอวหยาง
เขาจึงต้องปฏิบัติต่อฉินจื่อหยาด้วยความเคารพ ยิ่งไปกว่านั้นหากฉินจื่อห
ยาสามารถทะลวงไปขั้นปราณปลายฟ้าได้สำเร็จขึ้นมา สถานะของฉินจื่
อหยาจะเทียบเท่ากับผู้อาวุโสโอวหยาง
“พ่อหนุ่มหลิน สิ่งนี้เป็นของเจ้า” ฉินจื่อหยานำเห็ดหลินจือสีแดงเข้ม
ออกมา มันมีขนาดเท่าฝ่ามือของทารก
เห็ดหลินจือสีเลือดอายุ 500 ปี!
เมื่อหลินหมิงยื่นมือออกไปรับ ทันทีที่เห็ดหลินจือสีเลือดสัมผัสกับมือ
ของเขา เขาก็รู้สึกได้ว่ามีปลังปราณมหาศาลไหลผ่านมือของเขาเข้ามา
เพียงแค่ได้สัมผัมก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เห็ดหลินจือสีเลือดอายุ 500 ปีเป็นสิ่งที่หายากอย่างยิ่ง โดยทั่วไปมัน
จะตายตั้งแต่มีอายุ300ปีแล้ว มีเพียงนิกายใหญ่ๆเท่านั้นที่จะรู้วิธีและ
สามารถดูแลให้มันมีอายุมากถึง500ปีได้
เมื่อเห็ดหลินจือสีเลือดมีอายุ 300 ปี มันก็จะเริ่มบีบอัดพลังปราณใน
ตัวเอง ขณะที่มันอายุ300ปีมันยังเป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ แต่เมื่ออายุ
ถึง400ปีขนาดของมันจะหดเล็กลงเหลือเท่าท่อนแขน และเมื่ออายุถึง500
ปีขนาดของมันก็จะหดเหลือเท่ากับฝ่ามือของทารก
แม้ว่าเห็ดหลินจือสีเลือดจะมีขนาดเล็ก แต่พลังปราณของมันเข้มข้น
อย่างยิ่ง เห็ดหลินจือสีเลือดนี้สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อและทำให้
พละกำลังของคนๆหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล
เห็ดหลินจือสีเลือด500ปีเป็นยาโอสถมหัศจรรย์ในฝันของนักสู้ทุกคน
และยาโอสถชนิดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถใช้เงินซื้อได้!
ในวันที่หลินหมิงได้รับเลือกให้เป็นศิษย์หลัก เจ้าสำนักได้ตั้งเงื่อนไข
ในการรับรางวัลพิเศษของหลินหมิงไว้4ข้อ ในเวลานี้เขาทำสำเร็จไป2ข้อ
แล้ว ทั้งยังสำเร็จก่อนกำหนดอีกด้วย!
มีนักสู้มากมายหลายคนที่อิจฉาความแข็งแกร่งของเขา
ความสามารถอันสูงส่งของหลินหมิงได้ประจักษ์ในสายตาของทุกๆคน ไม่
มีคำนิยามได้ที่คู่ควรกับความสามารถอันสูงส่งของเขา
หลินหมิงถือเห็ดหลินจือสีเลือดด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับโค้งคำนับ
ฉินจื่อหยา และกล่าว “ขอบใจขอรับ ท่านเจ้าสำนัก ”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก เห็ดหลินจือสีเลือดนี่ไม่ได้เป็นของข้า
อยู่แล้ว หุบเขาเจ็ดแก่นแท้มอบมันให้กับนักสู้ที่มีพรสวรรค์อย่างเจ้า เนื่อง
ในโอกาสที่เจ้าผ่านเงื่อนไขของข้าได้”
หลินหมิงเก็บเห็ดหลินจือเข้าไปในแหวนมิติ ส่วนประคำปีศาจนั้นเขา
ไม่คิดที่จะคืนให้กับโอวหยางตี๋ฮัวอยู่แล้ว และในอีกแง่หนึ่ง โอวหยางตี๋ฮัว
ก็คงไม่ยอมรับว่าประคำปีศาจนี่เป็นของที่เขามอบให้ซางกวนยู่ยืมไปใช้
เมื่อโอวหยางตี๋ฮัวเห็นหลินหมิงเก็บประคำปีศาจไป ใบหน้าของเขาก็
ถอดสีแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขาทำได้เพียงสาปแช่งหลินหมิงอยู่ภายในใจ
‘ข้าจะรอวันที่เจ้าหาวิธีใช้มัน แล้วระเบิดตัวเองตาย!
ฐานะของเจ้าสำนักก็เทียบได้กับจักรพรรดิ เขามีอำนาจสูงส่งกว่าใคร
ในอาณาจักรแห่งนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากเท่าหวัง
หวนจี่หรือมู่อี้ แต่ฉินจื่อหยาก็มีอำนาจมากกว่าคนเหล่านั้น
เมื่อฉินจื่อหยากลับมา โอวหยางตี๋ฮัวก็ไม่คิดที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป เขา
แทบจะเก็บอารมณ์อันโกรธเกรี้ยวเอาไว้ไม่ไหวแล้ว เขากล่าวลาฉินจื่อห
ยาแล้วก็จะเดินจากไป
สำหรับเหล่าแขก งานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นงานเลี้ยงที่สุดยอดอย่างยิ่ง
นอกจากจะมีอาหารและสุราชั้นเลิศแล้ว ยังมีการต่อสู้ครั้งสำคัญแห่ง
อาณาจักรเกิดขึ้นอีก พวกเขาพึงพอใจอย่างมากที่ได้มาเข้าร่วมงานเลี้ยง
ในค่ำคืนนี้
แน่นอนว่าก็ยังมีบางคนที่ไม่ได้รู้สึกพึงพอใจในงานเลี้ยงครั้งนี้ หนึ่งใน
นั้นก็คือองค์ชายสิบหยางเซ็น เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลินหมิงจะ
สามารถเอาชนะซางกวนยู่ได้
ซางกวนยู่วางแผนจะทำให้หลินหมิงพิการและบางเจ็บสาหัส แต่กลับ
เป็นเขาเองที่บาดเจ็บสาหัส และการที่โอวหยางตี๋ฮัวสนับสนุนเขาก็เพราะ
ซางกวนยู่ เมื่อแผนการของซางกวนยู่ล้มเหลวเช่นนี้ โอวหยางตี๋ฮัวก็ไม่มี
ความจำเป็นที่จะต้องมาสนับสนุนเขาอีกต่อไป
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็เกิดความรู้สึกขมขื่นและเครียดเป็นอย่างมาก
หลินหมิงเป็นตัวปัญหาขนาดใหญ่ในการแย่งชิงบัลลังค์ของเขา
แน่นอนว่าในเวลานี้ยังมีอีกหนึ่งคนที่เครียดไม่แพ้หยางเซ็น คนๆนั้น
ก็คือหัวหน้าสมาคมพันธมิตรหอการค้า ซางเฟิงเซี่ยน
เมื่อซางกวนยู่ถูกส่งตัวกลับมาในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส ซางเฟิงเซี่ยน
ก็รู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ภายในจิตใจของเขามีความอาฆาต
พยาบาทอยู่เต็มไปหมด เขาอยากจะฆ่าหลินหมิงแล้วฉีกศพออกเป็น
ร้อยๆชิ้น แต่การที่เขาเป็นหัวหน้าสมาคมพันธมิตรหอการค้าทำให้เขา
ยังคงรักษาความสงบเอาไว้ได้ เขารู้ดีว่าในตอนนี้เขาไม่สามารถจัดการกับ
หลินหมิงได้ และถ้าหากเขาไม่วางแผนในการกำจัดหลินหมิงอย่างรอบ
ครอบก็จะทำให้สมาคมพันธมิตรหอการค้าและคนในตระกูลของเขาต้อง
รับเคราะห์ไปด้วย