Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2 หินประหลาด
“พี่หมิง พี่เป็นผู้รู้อย่างแท้จริง!” หลินเสี่ยวตงว่ากล่าวอย่างออกรส
ขณะที่พวกเขาเดินลงไปที่ถนน
หลินหมิงยังคงเงียบสงบ สิ่งที่เขาได้กล่าวฟังดูที่ยิ่งใหญ่และน่า
ประทับใจ แต่มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาที่จะแซงจูเอี๋ยน ปริมาณ
ของความพยายามที่เขาจะต้องใช้นั้นมหาศาล
เขาไม่ได้กลัวหรือขมขื่นในการฝึกอย่างหนักแต่อย่างใด แต่ใน
ขณะเดียวกัน สมุนไพรเป็นสิ่งที่จำเป็นในการรักษาอาการบาดเจ็บภายใน
และยาเหล่านั้นมีราคาแพงอย่างไม่ต้องสงสัย
หลินเสี่ยวตงเองก็สามารถคาดเดาสิ่งที่หลินหมิงคิดได้ จึงพูดว่า “พี่ห
มิง ทั้งหมดที่พี่ต้องทำคือการฝึกซ้อมอย่างหนัก ส่วนทางด้านการเงินข้า
คอยจะสนับสนุนพี่เอง เพียงแค่มีความมั่นใจในตัวเอง แม้ว่าตำแหน่งของ
ท่านปู่ของข้าในครอบครัวอาจไม่ได้สูงส่ง แต่ก็ยังคงไม่มีอะไรที่จะดูถูกได้
แค่เพียงไม่กี่ร้อยเหรียญทองคงไม่ได้สำคัญสำหรับเขา”
หลินหมิงหยุดเดินและหันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะหยุดมองที่หลิน
เสี่ยวตง ในชีวิตหนึ่งการมีเพื่อนหลายคนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผู้ที่จะให้
ความช่วยเหลือเขาในเวลาที่เขาต้องการนั้นหาได้ยากยิ่ง ถึงแม้ระหว่างพี่
น้อง การขอบใจอาจไม่จำเป็น แต่หลินหมิงยังคงหยุดและพูดด้วยน้ำเสียง
จริงจัง “เสี่ยวตง ขอบใจมาก”
“พอแค่นั้นเถอะ เพียงเท่านี้ก็มากเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้เป็นคนที่
ต้องการอะไรมากในชีวิต การสอบเข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้เป็นเพียงการที่จะ
ปกป้องชื่อเสียงของพ่อข้า พี่หมิง ข้าจะเดิมพันในตัวพี่ หลังจากที่พี่ได้
กลายเป็นเสาหลักในอนาคตพี่จะต้องช่วยให้คนอื่นเทิดทูนข้าสักหน่อย
ฮ่าๆๆ”
หลินหมิงยิ้มและหัวเราะ “แน่นอน! กับน้องชายอย่างเจ้า แน่นอนข้า
เองก็ต้องอดทนในวิถีการแห่งต่อสู้”
เมื่อหลินหมิงกลับไปที่พักของเขา มันก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ห้องพักนี้
เป็นหนึ่งในห้องที่เปิดให้เช่า ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่สำนักเจ็ดแก่นแท้เริ่ม
เปิดให้ลงทะเบียนสำหรับการประเมินเข้าจนถึงวันสิ้นสุดการประเมิน ที่
อยู่อาศัยทั้งหมดภายในเมืองลิขิตฟ้าจะเต็มไปด้วยผู้คน ค่าเช่าเพิ่มขึ้นกว่า
ครึ่ง ดังนั้นผู้สมัครจำนวนมากที่เลือกจะเช่าห้องพักที่อยู่ที่นี่นั้น ไม่ได้เป็น
ตัวเลือกที่ราคาถูกเสียเลย
หลินหมิงได้เช่าห้องเดี่ยวที่มีขนาดเพียงสิบตารางเมตรเท่านั้น
ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มทำสมาธิบนเตียง ก็มีคนมาเคาะประตู
หลินหมิงเปิดประตู และเห็นว่าเป็นเจ้าของที่พัก เจ้าของที่พักเป็น
ผู้หญิงอายุประมาณห้าสิบปีที่มีร่างกายที่ค่อนข้างอ้วน ปกติแล้วใบหน้า
ของเจ้าของที่พักมักจะดูดุร้าย แต่วันนี้นางกำลังมีรอยยิ้มที่น่ารื่นรมย์ ทำ
ให้หลินหมิงรู้สึกว่ามีเรื่องบางอย่างผิดปกติ
“เจ้าของที่พัก ท่านมีอะไร?”
“นี่ … ท่านผู้เช่า ข้าขอโทษ แต่เจ้าโปรดออกไปจากห้องนี้”
“หะ?” หลินหมิงขมวดคิ้ว “ทำไม?”
“หึหึ ขอโทษนะ แต่ข้าได้เช่าห้องนี้แล้ว” เสียงอันรุนแรงของชายหนุ่ม
ดังขึ้นมาขัดจังหวะ หลินหมิงหันไป และพบว่าเป็นชายหนุ่มที่มีหูใหญ่
เหมือนลิงเดินมาจากทางเดิน ชายคนนี้ยิ้มในลักษณะที่ดูเหมือนขี้เล่น
เมื่อเห็นเขา หลินหมิงก็รู้ได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในลูกน้องที่คอยเดินตามจู
เอี๋ยนและชายอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นลูกน้องของชายอีกคน
เมื่อนึกย้อนกลับไป ชายหนุ่มอีกคนก็คือคนที่เงียบและมองไปที่หลินหมิง
และหลินเสี่ยวตงด้วยท่าทางดูถูก
ไม่ต้องสงสัยเลย เขาคงพยายามหาความดีความชอบจากจูเอี๋ยนด้วย
การส่งลูกน้องของเขามาสร้างปัญหาให้กับหลินหมิง ทั้งหมดที่เขาต้องทำ
ก็มีแค่เพิ่มค่าเช่าให้สูงขึ้นหลายเท่า เป็นธรรมดาที่เจ้าของที่พักจะบังคับไล่
ให้เขาออกไป
ในตอนนี้ สำนักเจ็ดแก่นแท้กำลังเปิดให้ลงทะเบียน ซึ่งทำให้ลำบาก
ในการหาที่พักอาศัย การจะหาสถานที่อื่นเช่าเป็นเรื่องยาก แต่ถึงอย่างไร
เขาก็ไม่มีอะไรมารับประกันว่าลูกสมุนของจูเอี๋ยนจะไม่ตามไปก่อปัญหา
ให้เขาอีก
ใบหน้าหลินหมิงหนักแน่นและเขาจ้องมองอย่างเย็นชาไปที่เจ้าของที่
พัก “ตอนนั้นพวกเราได้ตกลงกันว่าข้าจะได้เช่าเป็นเวลาห้าเดือน ข้าได้
จ่ายเงินเป็นค่าเช่าห้าเดือนล่วงหน้าไปแล้ว ปัจจุบันยังคงมีเวลาอีกสาม
เดือนจนกว่าจะหมดสัญญา แต่เจ้าต้องการให้ข้าไปออกตอนนี้อย่างงั้น
หรอ”
เจ้าของที่พักหญิงยิ้มขอโทษ “นี่… ข้าได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ และวิธี
จัดการกับเรื่องนี้แล้ว ข้าจะคืนเช่าสำหรับสามเดือนให้เจ้าซะ?”
“อ่า! คืนค่าเช่าสามเดือน? ช่างมีจิตใจเที่ยงธรรมซะเหลือเกิน!” ความ
โกรธหลินหมิงเริ่มเดือดขึ้น หากเจ้าของที่พักนี้ถูกกดดันให้ไล่เขาออก
หลินหมิงก็คงจะยอม แต่การกระทำและคำพูดของมันทำให้เขาโกรธ
“เฮ้ เจ้าพูดอะไรของเจ้ากัน ที่พวกเราคุยกันมันเป็นแค่สัญญาปาก
เปล่า และไม่ได้ลงสัญญาไว้เป็นหลักฐาน สิทธิ์ในการเลือกคนเช่ามัน
ขึ้นอยู่กับข้าเท่านั้น!” เมื่อพิจารณาจากสถานะของเมืองลิขิตฟ้าที่เป็นเมือง
หลวงของอาณาจักรแล้ว เจ้าของที่พักที่นี่มักจะรู้สึกในจิตใต้สำนึกว่าพวก
เขาเหนือกว่าทุกคนที่มาจากเมืองอื่น พวกเขาจะรู้สึกดูถูกและพูดด้วยโทน
ของความรังเกียจ นอกจากนี้มันเห็นได้ชัดว่าชายคนที่อยู่ข้างๆนางเป็นคน
ที่ถูกส่งมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอำนาจ เมื่อมีคนเช่นนี้สนับสนุน
มัน เจ้าของที่พักจึงมีความกล้าหาญมากขึ้น
ในตอนนี้เอง ชายหูใหญ่เหมือนลิงก็หัวเราะออกมาอย่างวางท่า “ถ้า
เจ้ารู้แล้ว จงออกไปทันที ข้าจะบอกอะไรเจ้าอย่างหนึ่ง ไม่ว่าเจ้าจะไปเช่า
ที่ไหนพัก ข้าก็จะไปไล่เจ้าออกอยู่ดี ภายในสามเดือนก่อนเริ่มการทดสอบ
เข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้ เจ้าก็คงจะได้ไปนอนข้างถนนละมั้ง ฮ่าฮ่า!”
สำหรับผู้ที่เกิดในตระกูลชนชั้นสูง มันเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับพวก
เขาที่จะรู้สึกหยิ่งและเหนือกว่า อย่างไรก็ตามแม้พวกเขาจะแสดงความ
เย่อหยิ่ง พวกเขาก็ยังคงรักษาท่าทีในการพูดกับคนอื่น เหมือนอย่างจู
เอี๋ยน ในทางกลับกัน คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ได้เผยให้เห็นรูปแบบที่เปลือย
เปล่าของความเย่อหยิ่ง ซึ่งเหมาะกับคนพาลที่ชอบรังแกผู้ที่สามารถรังแก
ได้
หลินหมิงจ้องไปที่คนที่หูใหญ่เหมือนหูลิง สายตาของเขาค่อยๆเย็น
ชาขึ้นเรื่อยๆ
“มองหาอะไรของเจ้า? คิดจะสู้กับข้างั้นรึ? จะบอกอะไรให้นะ นาย
น้อยของข้อเป็นลูกคนที่สองของแม่ทัพแห่งเมืองลิขิตฟ้า หวังอี้เกา ถ้าเจ้า
กล้าทำร้ายข้า เขาจะต้อง…”
“ไปซะ!” หลินหมิงตะโกนและออกหมัดอย่างรุนแรงไปที่จมูกของมัน
“ปัง” มันลอยออกไปพร้อมกับเสียงกระแทก ชายคนนั้นลอยจนไป
กระแทกกับเฟอร์นิเจอร์จนพังเสียหาย ผมของเขากระเซิงและใบหน้าของ
เขาเต็มไปด้วยเลือด
ด้วยหมัดที่สามารถทำให้ต้นไม้เหล็กสะเทือนได้ ไม่แปลกเลยถ้ามีคน
ที่โดนหมัดนี้เข้าที่หน้าเต็มแรงแล้วผลที่ได้คือจมูกของคนๆนั้นจมเข้าไป
ทั้งหมด
กลายเป็นเจ้าของที่พักหญิงที่ตกใจ ดวงตาของมันโป่งออกก่อนที่จู่ๆ
ก็ตะโกนออกมาอย่างน่าสังเวช “ช่วยด้วย! ฆาตกร!”
เจ้าของที่พักหญิงรีบหนีออกไป แต่ด้วยขาที่เต็มไปด้วยไขมันของมัน
จึงไม่สามารถที่จะไปได้ไกลนักและมันล้มลงบนพื้นดัง “พร็อบ”
หลินหมิงก้าวไปหาคนที่หูเหมือนลิง แม้ว่าขั้นแรกของการฝึกทาง
กายภาพเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของเส้นทางการต่อสู้ ก็ไม่ได้หมายความว่า
มันจะไร้ค่า ในเมื่อคนจำนวนมากที่อยู่ในอาณาจักรลิขิตฟ้าไม่สามารถฝึก
ศิลปะการต่อสู้ได้ ในทางกลับกันหลินหมิงถือว่ามีความสามารถที่ดีตั้งแต่
แรก นอกจากนี้เขายังฝึกหนักมาก ในหนึ่งพันคนที่มีความสามารถระดับ
เดียวกับเขา มันก็ยากที่จะมีสักคนที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับเขา สำหรับ
ชายคนนี้เขาเป็นเพียงลูกสมุนเท่านั้น จึงไม่ยากเลยสำหรับหลินหมิงที่จะ
จัดการกับเขา
มันไม่เคยคิดเลย ว่าหลินหมิงจะกล้าทำร้ายมันเช่นนี้ มันยกนิ้วเปื้อน
เลือดชี้ไปที่หลินหมิง “เจ้า… เจ้ากล้าทำร้ายข้า… เจ้าเสร็จแน่”
“ข้าไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า แต่ข้ารู้ว่าเจ้าเสร็จไปแล้ว”
หลินหมิงเตะไปที่หน้าท้องของชายคนนั้นทำให้มันร้องออกมาอย่างน่า
สังเวช คราวนี้เขาเตะจนมันลอยไปที่ประตูจนประตูพัง เขาเตะจนกระทั่ง
ถึงนอกบ้าน
หลินหมิงไม่ได้พูดอะไร เขากลับไปที่ห้องของเขาและเก็บข้าวของ
เพื่อจากไป บ้านทั้งหลังพังเละ ทำให้เจ้าของที่พักเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ มัน
กล่าวเบาๆว่า “เจ้า… เจ้าจะไปอย่างนี่ไม่ได้… เจ้า… เจ้าต้องชดใช้”
หลินหมิงหยุดเดิน เขาหันกลับมาเผชิญกับเจ้าของที่ล้มลงบนพื้น
เหมือนก้อนเนื้อ เขาถาม “ชดใช้?”
“ชดใช้ เจ้าจะต้องชดใช้…” เสียงของเจ้าของที่พักเริ่มสูญเสียเรี่ยวแรง
มันรู้สึกราวกับว่าสายตาของชายหนุ่มที่นางเห็นเป็นเหมือนหน้าต่างเข้า
ไปสู่เหวนรกที่ทำให้นางตัวสั่น
โดยไม่ได้พูดอะไร หลินหมิงเจาะผนังด้วยกำปั้นของเขาทะลุผ่าน
กำแพงอิฐของบ้านทำให้บ้านทั้งหลังสั่นและเกิดฝุ่นละอองจะตกมาจาก
เพดาน เจ้าของที่พักกรีดร้องออกมาและเป็นลมไป
หลินหมิงสะพายกระเป๋าเดินทางของเขาและเดินออกจากบ้านโดยไม่
เหลี่ยวแลคนที่เป็นลม
หลินหมิงรู้ดีว่าหลังจากที่จัดการชายคนนั้น คนที่อยู่เบื้องหลังเขาจะ
ไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปและจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน แต่หลินหมิงก็ไม่
เสียใจในสิ่งที่ทำไป
ในฐานะที่เป็นคน จำเป็นที่จะต้องอดทน ถ้าคนที่มาในวันนี้มีศิลปะ
การต่อสู้ หลินหมิงจะไม่ทำอะไรเขาทำและจะได้เลือกที่จะทน การ
สูญเสียนี้เป็นสิ่งคนหนึ่งที่จะต้องทน อย่างไรก็ตามการปรากฏออกมาก่อน
ของสมุนไร้ค่าคนหนึ่งที่ได้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของเจ้านายของมัน หาก
หลินหมิงต้องทนสิ่งที่มันผู้นั้นได้กล่าวแล้วสิ่งที่เป็นจุดประสงค์แห่งวิถีการ
ต่อสู้จะเหลืออะไร?
มันเป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้กับวิธีการต่อสู้ภายในหัวใจของหลินหมิง
ดังนั้นหลินหมิง เลือกไปอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง หลังจากที่ในขณะที่เขา
สะพายกระเป๋าเป้บนหลังของเขาและเริ่มการพิจารณาวิธีการที่จะ
แก้ปัญหาเรื่องอยู่อาศัยของเขา ณ ตอนนี้ที่พักขนาดเล็กทั้งหมดต่างก็เต็ม
หมดแล้ว นอกจากนี้ราคาก็ยังเป็นราคาที่แพงเกินไปสำหรับเขา แม้จะไม่
มีใครคัดค้านหากเขาจะหลับนอนในป่า หลินเสี่ยวตงอาจจะเอะอะ
โวยวายและยืนยันที่จะนำเขาไปอยู่ด้วย
หากหลินหมิงทำเช่นนั้นและลูกชายคนที่สองของชายคนนั้นส่ง
กองทัพมา อาจทำให้หลินเสี่ยวตงเองไม่สามารถอยู่อย่างเป็นสุขในบ้าน
ของเขา เขาอาจยังต้องมาหลับนอนอยู่บนท้องถนนพร้อมกับหลินหมิง
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงอาจเป็นตัวปัญหาที่อันตราย ไม่มีการรับประกัน
ว่าลูกชายคนที่สองของมันจะไม่ส่งกองทัพอันธพาลมา ในสายตาของคน
เหล่านี้ที่มองคนอื่นๆ การทำให้กลายเป็นคนพิการไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่
อะไรเลย หลินหมิงไม่ได้ต้องการที่จะนำเรื่องเช่นนี้มาเป็นปัญหาให้หลิน
เสี่ยวตง
เมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วเขาจะไปที่ไหน?
หลังจากใคร่ครวญเกี่ยวกับเรื่องนี้ในที่สุดหลินหมิงคิดได้สถานที่ -นั้น
คือ สถานประกอบการอาหารที่หรูหราที่สุดในเมืองลิขิตฟ้า – ศาลาจันทร์
กระจ่าง
ที่ศาลาจันทร์กระจ่างมีทั้งหมดลูกค้าชั้นสูงส่ง พวกเขานั้นมีพื้นฐานที่
แข็งแกร่ง ด้วยเช่นฐานะที่แข็งแกร่งนั้น การเป็นลูกชายคนที่สองที่เป็น
กองทัพกลาโหมไม่สามารถทำอะไรได้
เหตุผลหลินหมิงเลือกที่จะไปศาลาจันทร์กระจ่างนั้นเห็นได้ชัดว่าจะ
เขาจะไม่จ่ายเงินในการเช่าสถานที่พัก เขากำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อหางาน
ทำ พ่อแม่หลินหมิงทำงานร้านอาหารทำให้หลินหมิงจะสามารถปรุง
รสชาติอาหารของเขาออกมาได้ดีมากเช่นกัน แต่เขาก็ไม่ได้มั่นใจพอที่จะ
คิดว่าเขาสามารถแข่งขันกับพ่อครัวผู้ที่อยู่ในเมืองลิขิตฟ้าได้ เพราะ
ความชอบของเขาไม่ได้อยู่ในเรื่องการปรุงอาหาร …
…
ศาลาจันทร์กระจ่างยังคงสว่างสดใสในขณะที่หลินหมิงมาถึง มันเป็น
สถานประกอบการที่มีธุรกิจที่ดีที่สุดในเมืองลิขิตฟ้า
หลินหมิงในชุดที่เป็นธรรมดาเกินไป ทำให้ทุกคนที่เห็นเขาเดินเข้าสู่
สถานประกอบการ มองไปที่เขาด้วยสีหน้าแปลกใจ คนที่มีใส่เสื้อผ้า
เช่นนั้นมักจะไม่อาจที่รับประทานในศาลาจันทร์กระจ่างนี้ได้ นอกจากนี้
ยังมีความจริงที่ว่าหลินหมิงเป็นเด็กวัยสิบห้าปี
แต่พวกบริกรก็ยังทำตัวเป็นกันเองกับเขาแล้วเดินมาถามถาม
“น้องชาย เจ้าหลงกับพ่อแม่?”
หลินหมิงส่ายหัวและตอบว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อหางาน”
ได้ยินดังนั้นบริกรก็ขมวดคิ้ว ด้วยงานของพวกเขา เด็กสิบห้าขวบจะ
ทำได้อย่างไร นี่ต้องการสาวงามอายุอย่างน้อยสิบแปดปีหรือหนุ่มหล่อที่มี
อายุอย่างน้อยยี่สิบปีในฐานะที่เป็นผู้ช่วยปรุงอาหาร เด็กสิบห้าปีสามารถ
ปรุงอาหารอะไรได้?
“ไปให้พ้น อย่าก่อให้เกิดความวุ่นวายที่นี่” บริกรโบกมืออย่างไม่สบ
อารมณ์
“ข้าสามารถทำงานได้ เพียงแค่ให้ข้าเข้าไปในห้องครัว”
บริกรถามอย่างหัวเสีย “อย่างเจ้าจะไปทำอะไรได้?”
หลินหมิงยิ้มและตอบว่า “หั่นเนื้อไร้กระดูก”
“มันคืออะไร” กลายเป็นบริกรที่ตะลึง
การหั่นเนื้อไร้กระดูก เป็นเส้นทางการทำอาหารอย่างหนึ่งและไม่ได้
ทุกร้านอาหารจะทำได้ งานนี้ต้องตัดแต่งเนื้อเป็นชิ้นขณะที่ถอดออกจาก
กระดูก
การตัดแต่งเนื้อเมื่อชำนาญจะตัดเนื้อวัวได้อย่างง่ายดายและด้วย
ทักษะการตัดแต่งเนื้อนี้ยังเมื่อใช้กับเนื้อวัวกว่าจะจำเป็นต้องเปลี่ยนมีด
อาจใช้เวลาเป็นปีๆ สำหรับบางคนการตัดเนื้อวัวจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน
มีดของพวกเขาในทุกๆเดือน นอกจากยังอาจต้องใช้เวลานานถึงครึ่งวัน
สำหรับวัวตัวหนึ่ง
สำหรับจันทร์กระจ่างวัตถุดิบของพวกเขาไม่ได้ใช่เนื้อวัว แต่เป็น
เนื้อสัตว์ดุร้าย เนื้อของสัตว์ดุร้ายอร่อยมาก เป็นที่ต้องการลิ้มลองของ
ผู้คน, ผิวหนัง กระดูกและเส้นเอ็นจะเหนี่ยวเป็นพิเศษ คนธรรมดาจะต้อง
เสียเวลาอันยาวนานเพียงเพื่อตัดมันออกเป็นส่วนๆ ในทางกลับกันผู้มี
ศิลปะการต่อสู้ก็ไม่เต็มใจที่จะลดตัวมาทำงานเช่นนี้ แม้ว่าพวกเขายินดีที่
จะทำ คนที่ไม่เข้าใจเรื่องของกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเอ็นทั้งสามเรื่อง
จะไม่สามารถที่จะทำมันได้ หากใช้ความแข็งแรงเพียงอย่างเดียวเดียวใน
กระบวนการตัดขึ้นจะทำให้เกิดการสูญเสียรสแห่งความชาติอร่อย
การหั่นเนื้อไร้กระดูกคือวิธีหนึ่งที่หลินหมิงได้นำมาเป็นพื้นฐานของ
การต่อสู้ ภายในร้านอาหารของพ่อแม่ เขาได้รับการฝึกฝนตัวเองใน
กระบวนการหั่นเนื้อไร้กระดูกทุกวันเป็นเวลากว่าสิบปี
มันเป็นงานที่เหนื่อยมาก! หลินหมิงไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ
ในวิธีการต่อสู้ ทั้งหมดที่เขาทำได้ดังปัจจุบันเพราะการฝึกอย่างหนักของ
เขาเองและการฝึกทบทวนอย่างต่อเนื่องซ้ำแล้วซ้ำอีก นั่นคือวิธีที่เขาทำ
เพื่อสร้างรากฐานการต่อสู้ให้เป็นจุดแข็งของเขา ด้วยการจับมีดเฉือน
เฉือน เฉือนซ้ำแล้วซ้ำอีกภายในห้องครัว
ขณะนี้บริกรนั้นไม่สามารถที่จะไล่หลินหมิงออกไปได้อีก และได้นำ
เขาไปยังห้องครัว …
“พี่สาวลาน น้องชายคนเล็กนี้ต้องการที่จะเป็นคนงานแร่เนื้อ”
“คนงานแร่เนื้อ?” ภายในห้องครัวขอศาลาจันทร์กระจ่าง มีผู้หญิงสาว
สวยในวัยยี่สิบ นางสวมใส่ชุดสวยมองมาที่หลินหมิง สังเกตเสื้อผ้าธรรมดา
บนร่างกายและกระเป๋าเป้สะพายบนหลังของเขา ให้ความรู้สึกดังเช่นผู้ลี้
ภัย นางขมวดคิ้ว จากนั้นนางก็พูดในลักษณะที่ไม่พอใจต่อการบริกรที่นำ
หลินหมิงมา “เจ้ากำลังทำอะไร บังอาจนำใครเข้ามาในห้องครัว ตงจื่อ ให้
เงินมันซักหน่อยและไล่เขามันไปซะ ”
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวงามผู้นี้เห็นว่าหลินหมิงเป็นแค่เด็ก ในฐานะที่
เป็นบริกรเมื่อถูกตำหนิใบหน้าของเขาก็ขมขื่น ตามความเป็นจริงเขาได้
พยายามที่จะผลักดันหลินหมิงออก แต่เมื่อค้นพบว่าหลินหมิงดูเหมือนจะ
แข็งแรงและใช้งานได้
ชายหนุ่มจึงพยายามพาหลินหมิงออกไป อย่างไรก็ตามในขณะนี้เขา
ก็รู้สึกว่ามือของเขาไม่มีแรงพอจะทำได้ เขาจ้องมองในมือหลินหมิงด้วย
ความสับสน มือนั้นได้ถือมีดของเขาไว้อย่างเหนี่ยวแน่น
ก่อนที่ชายคนที่ชื่อตงจื่อ สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นหลินหมิงกล่าวว่า
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอเงิน พี่สาวยังไม่สายเกินไปที่จะเปลี่ยนใจหลังจากได้
เห็นฝีมือของข้า ”
หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ปรากฏว่านี้เด็กน้อยมี
ประสบการณ์บางอย่างในฝีมือการทำอาหาร นางมองไปตงจื่อและกล่าว
ว่า “ไร้ประโยชน์เสียจริง เจ้าไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับเด็กน้อย ไปที่
โกดังและนำเนื้อหมูยักษ์มา” หลังจากนั้นนางหันไปที่หลินหมิงและกล่าว
ว่า “ถ้าเจ้าสามารถทำเสร็จได้ในช่วงครึ่งชั่วโมงยาม แล้วข้าจะช่วยให้เจ้า
ได้ที่อยู่ในศาลาจันทร์กระจ่าง”
ตงจื่อ รู้ว่าเขาเสียหน้าและรีบไปนำหมูขนาดยักษ์มา แต่หลินหมิงเขา
ขัดจังหวะ “ไม่จำเป็นผมจะแสดงให้ดูกับเนื้อชนิดอื่น”
หลินหมิงกล่าวว่าในขณะที่เขาชี้ไปที่ส่วนสิ่งมีชีวิตสายพันธ์มังกร
หญิงสาวประหลาดใจ เนื้อมังกรสัตว์ดุร้ายสัตว์ระดับสอง ชั้นของ
ร่างกายจะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นแข็งแกร่งอย่างมาก
และสามารถต้านทานการโจมตีปกติด้วยดาบได้ อย่างไรก็หากใส่สมุนไพร
บางอย่างต้มเนื้อให้เดือดปุดๆ สามวันสามคืนจะได้ซุปที่มีรสชาติอร่อย
สำหรับเนื้อสัตว์ดุร้ายเช่นนั้น แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็ยากที่
จะตัดมัน เด็กคนนี้บ้าไปแล้ว
“ล้อเล่นอะไรของเจ้า? นี้เนื้อมังกรเป็นมูลค่ากว่าร้อยเหรียญทอง เจ้า
ต้องตกลงที่จะจ่ายเงินให้ข้าถ้าหากว่าเจ้าทำมันเสียหาย” ตงจื่อ พูด
ออกมาด้วยความไม่พอใจ เขายังคงไม่สบายใจที่หลินหมิงมีมีดของเขา
หญิงสาวตะคอกออกมา”ถ้าข้าให้เจ้าทำลายมัน, เจ้าคิดว่าเจ้ามีวิธีที่
จะทำลายมันได้?”
ตงจื่อก็พบว่าตัวเขาเองไร้ประโยชน์ที่จะพูด เนื้อมังกรไม่ได้เป็น
เช่นเดียวกับหมู, วัวหรือแกะ คนธรรมดาจะไม่สามารถที่จะทำลายเกล็ด
ของมันได้ แม้จะใช้มีดมันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติสามารถจะกระทำได้
หญิงคนนั้นหันไปเผชิญหน้าหลินหมิงและกล่าวว่า “ข้าจะให้เจ้าลง
มือ!”
หลินหมิงพยักหน้าและหยิบมีดแร่เนื้อที่ดีที่สุดในห้องครัว เขาเคยได้
ผ่าครึ่งเนื้อมังกรเพียงสองครั้ง ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในช่วงวันเกิดของบุคคล
สำคัญในตระกูลหลิน อย่างไรก็ตาม เนื้อสัตว์ดุร้ายก็เป็นของที่คนทั่วไป
สามารถจะหาซื้อได้
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ลูบเกล็ดของมังกรอย่างระมัดระวัง รับรู้
ถึงตำแหน่งของหลอดเลือดดำของมัน กระบวนการนี้เกิดขึ้นในเวลาธูป
ไหม้หมดดอก ในใจของเขาเขากลายแผนภาพของหลอดเลือดดำที่
เปรียบเสมือนเป็นลายบนฝ่ามือของเขาเอง ก่อนจะยืนยันว่ามันจะถูกต้อง
ในขณะที่รอ บางคนถึงกับทนไม่ไหวและถามในที่สุด “เจ้ากำลังทำ
อะไร? ทำไมเจ้าไม่ลงมือเสียที? ”
“หยุดทำลับๆล่อๆและลงมือตัดมันซะ”
มันเป็นเพียงธรรมดาที่คนเหล่านี้ก็จะรอไม่ไหว วัยรุ่นสิบห้าปีที่อ้าง
ว่าสามารถแร่เนื้อสัตว์ดุร้ายระดับสอง มันจะดูเหมือนจะเป็นการเล่นตลก
กับพวกเขา
หลินหมิงได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาหยิบมีดขึ้นมา ตาของเขา
กลายเป็นที่มุ่งเน้นมากด้วยสมาธิ สำหรับเขาแล้ว กระบวนการแร่เนื้อได้
เทียบเท่ากับการฝึกอย่างหนึ่ง
หลังจากที่แน่ใจในแผนภาพของหลอดเลือดดำแล้ว ในที่สุดก็เริ่มลง
มือ เขาไม่ได้ใช้ขวานหรือใบมีดขนาดใหญ่ เขาเพียงใช้แค่มีดธรรมดาควง
ไปมา
ในมือของหลินหมิง มีดธรรมดานี้กลายเป็นอาวุธที่คมเป็นพิเศษ มีด
พุ่งลงมาและเนื้อมังกรสัตว์ถูกตัดออกจากกัน!
เมื่อได้เห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ บุคคลเคยที่ได้พูดกล่าวหาเงียบ
ไปในทันที ด้วยความสำเร็จนี้เพียงอย่างเดียวจะต้องมีความแข็งแรงข้อมือ
อย่างน้อยสามร้อยจิน สำหรับพวกเขานั้นปกติจำเป็นจะต้องใช้ทั้งขวาน
และเลื่อย
ใบมีดตัดผ่านช่องว่างในหลอดเลือดดำ ตัดผ่านมันไปได้อย่างราบรื่น
ราวกับว่าเขาได้ตัดผ่านกระดาษอยู่ ทุกคนจะสามารถได้ยินเสียง “ชู่ว ชู่ว”
ก่อนจะพบกล้ามเนื้อมังกรสีขาว
เมื่อมองดูวิธีการที่ง่ายดายของหลินหมิงที่ คนที่ถูกเรียกว่าตงจื่อ ขยี้
ตาของเขา เขาสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติกับดวงตาของเขา นี้คือเด็ก
น้อยจริงๆ เขาสามารถตัดเนื้อมังกรออกจากกันได้?
หลินหมิงกระทำได้อย่างสง่างาม บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เส้นเอ็น
อาจจะขัดขวางการผ่าของเขา เขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการลงมือตัดเนื้อ
มังกรสัตว์เป็นชิ้น ชิ้นส่วนของเนื้อแถวซี่โครงถูกวางแยกไว้ ส่วนเหล่านี้
เป็นส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุดของเนื้อมังกรสัตว์ ความยาวของกระดูก
ซี่โครงเหล่านี้มีความสอดคล้องกันทั้งหมด แสดงให้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหว
ที่เสียเปล่าในการลงมือ
ฉากนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ อย่างกับว่าหลินหมิงได้ทำมันอย่าง
ง่ายดาย แต่ทุกคนที่นี่รู้ว่า เนื้อมังกรสัตว์เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้
ประมาณห้าคนที่แข็งแกร่งในการทำงานประสานงานกันประมาณครึ่งวัน
แต่เจ้าเด็กนี่มีเพียงแค่ใบหน้าสีแดงเล็กน้อยหลังจากเสร็จสิ้นงาน เมื่อได้
เห็นเขาแล้ว ต่อให้ต้องตัดอีกสองสามอันก็ไม่เป็นปัญหา!
ในขณะนี้เป็นเวลามืดค่ำแล้ว ศาลาจันทร์กระจ่างก็ไม่ได้ยุ่งมากนัก
ทำให้สมาชิกหลายคนในห้องครัวได้ดูฉากเหล่านั้น หลินหมิงวางมีดลง
และถามว่า “จะให้ข้าทำงานที่นี่หรือไม่? เวลาทำงานของข้าจะต้องไม่เกิน
สองชั่วยาม และเงินเดือนห้าเหรียญทอง อีกอย่างข้าต้องการอาหารและที่
พัก”
หญิงสาวครุ่นคิดเรื่องนี้สักครู่ก่อนที่จะพยักหน้า “ตามนั้น!”
เงื่อนไขของหลินหมิงนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย แต่มันก็คุ้มค่า ถ้าตัดสินโดย
ความเร็วของหลินหมิงก่อนหน้านี้ มันได้แสดงให้เห็นหลายอย่างที่
สามารถทำได้ภายในเวลาสองชั่วยาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานของเขา
มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สูญเสียวัตถุดิบสำคัญน้อยมาก
ดังนั้นหลินหมิงจึงได้เริ่มทำงานที่ศาลาจันทร์กระจ่าง อีกทั้งสองชั่ว
ยามในการทำงานก็ไม่ใช้สิ่งเสียเปล่า เพราะมันก็เป็นรูปแบบหนึ่งของใน
ฝึกฝนสำหรับเขาเช่นกัน การชกลำต้นของต้นไม้เป็นรูปแบบของการ
ฝึกฝนเพื่อความแข็งแกร่ง ในขณะที่การแร่เนื้อเป็นรูปแบบของการฝึกฝน
ความแม่นยำ
สำหรับคนสุดท้ายเขาก็เลือกอีกอย่าง เนื้อสัตว์ดุร้ายระดับสอง – ตัว
นิ่มทองดำ สัตว์ดุร้ายนี้มีฟันที่สามารถบดขยี้ก้อนหินและสามารถเจาะ
ผ่านภูเขาได้ราวเต้าหู้ เหตุผลที่เขาเลือกนี้ตัวนิ่มทองคำคือการบังคับให้
ทะลุเกินขีดจำกัดของตัวเองไปได้
หลังจากตัดลงบนเนื้อ การทำงานของเขากลายเป็นเรื่องง่าย ใบมีด
เลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อของช่องท้อง ของตัวนิ่มทองดำ แต่ก็
มีช่วงเวลาที่หลินหมิงรู้สึกว่าใบมีดถูกบล็อก มันให้ความรู้สึกราวกับว่ามีด
ใช้การไม่ได้
กระดูก? บริเวณหน้าท้องช่วงกลางไม่ควรมีกระดูก
หากที่ไม่หละ มันอาจจะเป็นหิน? ตัวนิ่มทองดำบางครั้งอาจกลืน
ก้อนหินลงไป แต่หินเหล่านั้นจะได้รับการบดไป ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้บด
ด้วยกรดที่มีประสิทธิภาพภายในกระเพาะอาหารซึ่งจะกัดเซาะมัน แม้หิน
ขนาดใหญ่ที่ไม่อาจยังคงอยู่ภายในนั้นได้ หรืออาจจะเป็น …
แกนภายใน??
อาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ หลินหมิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แกนภายใน
ของชั้นดุร้ายระดับสอง สัตว์เป็นสิ่งที่มีค่า แม้ว่าเขาจะได้ไม่ขาย เขาจะกิน
มันเพื่อผลประโยชน์มากมายให้กับร่างกายของเขา
หลินหมิงสวมถุงมือ ดึงมันออกมาอย่างยากเย็นขณะที่หลีกเลี่ยงกรด
ในกระเพาะอาหารอย่างระมัดระวัง เมื่อมองมาที่มันหลินหมิงก็ได้แต่
ผิดหวัง มันเป็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมเป็นตาราง ซึ่งนั่นหมายความว่ามันไม่ไช่
แกนภายใน เพราะภายในมีรูปร่างเป็นทรงกลมทั้งหมด
จริงๆแล้วมันจะมีลักษณะเหมือนหิน แต่มีบางสิ่งที่แปลกประหลาด
ในหินก้อนนี้ …
ลูกบาศก์ก้อนสีเทาดูเหมือนจะได้รับการตัดอย่างประณีตด้วยมุมที่
แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ผิวทั้งหกด้านของลูกบาศก์ที่ถูกสลักจารึกสี
ดำให้มันมีกลิ่นอายลึกลับ
โลหะ?
หลินหมิงตรวจสอบมันอย่างระมัดระวัง มันไม่ได้ดูเหมือนเป็นโลหะ
หรือหินเลย บางทีมันอาจจะเป็นหยกอย่างนั้นหรือ?